เวิง!
เสียงดังกึกก้องไปในอากาศกระจกวิญญาณของจั่วชิวหมิงถูกแขวนลอยไว้บนท้องฟ้าแสงรัศมีส่องสว่างแพรวพราวสาดส่องไปในความมืดมิด
“ช่วยข้าสกัดไว้”จั่วชิวหมิงตะโกนขึ้นมาอย่างเยือกเย็น จากนั้นกระจกวิญญาณก็สั่นขึ้นอย่างรุนแรงสาดแสงสว่างจนไม่กล้าหันมอง แสงที่เอ่อล้นออกมาส่องประกายแพรวพราวกว่าเก่าพละกำลังอันทรงอานุภาพก็มุ่งลงมาจากท้องฟ้า
“เจ้าบ้าเอ๊ย”เย่เฉินรู้สึกได้เพียงความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและแล้วเขาก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
“จงเปิดออก”เสียงตะโกนดังขึ้น จากนั้นเขาก็ยืดตัวขึ้นตรง และทำการสกัดกั้นกระจกวิญญาณในทันทีเมื่อวานนี้อาวุธวิญญาณของทั้งสามรวมกันยังไม่สามารถขัดขวางเขาไว้ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้ที่เหลือเพียงจั่วชิวหมิง
เมื่อถูกเย่เฉินสกัดกั้นกระจกวิญญาณเอาไว้จั่วชิวหมิงก็ไม่ได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับกัดปลายลิ้นตนเองทันทีจากนั้นก็พ่นเลือดออกไป และรวมเข้ากับกระจกวิญญาณ
ทันใดนั้นรัศมีของกระจกวิญญาณก็เปล่งประกายออกมาลำแสงอันน่าสะพรึงก็พุ่งตรงเข้ามายังเย่เฉิน
เวิง!
เย่เฉินพลิกมือของเขาหยิบกระบี่เทียนเชวียออกมาขวางเอาไว้
เปรี้ยง!
ลำแสงอันน่าสะพรึงนั้นกระทบเข้ากันกับกระบี่เทียนเชวียจนเกิดเป็นประกายไฟการสั่นสะเทือนอันน่ากลัวทำให้เย่เฉินถึงกับกระอักเลือดออกมา
“เพลงกระบี่กระจกวิญญาณ”จั่วชิวหมิงกระแทกเสียงขึ้นมาและยืมเอาอาวุธวิญญาณประจำตัวของตนเองออกมาแสดงเคล็ดวิชาลับ ลำแสงอันน่าสะพรึงแต่ละสายกวาดตรงเข้ามาลำแสงที่เข้ามาแต่ละสายนั้นมีความทรงพลังอย่างมากและเพียงหนึ่งสายก็สามารถจะเจาะทะลุร่างกายของเย่เฉินได้
เย่เฉินเริ่มขยับตัวขณะที่กำลังหลบหลีก เขาก็โบกกระบี่เทียนเชวียออกมาขวางเอาไว้ด้วย
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
ประกายไฟปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องบนกระบี่เทียนเชวียมันไม่เคยทำให้เย่เฉินต้องผิดหวัง ความหนาและความหนัก ทำให้มันไม่ถูกตีจนแตกหักแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังกระอักเลือดจนถอยห่างออกไปอย่างต่อเนื่องด้วยฐานการฝึกตนของเขาในตอนนี้ยังไม่มีข้อได้เปรียบที่มากพอจะต่อต้านวิชาลับของอาวุธวิญญาณ
“เจ้าจะทนได้นานอีกเท่าไรกัน”จั่วชิวหมิงตะคอกขึ้นอย่างเยือกเย็น จากนั้นก็เปลี่ยนกระบวนท่าอีกครั้ง
ทันใดนั้นลำแสงอันน่าสะพรึงที่มุ่งลงมาจากท้องฟ้าก็รวมกันเป็นสายเดียว ควบรวมกันจนหนาแน่นกลายเป็นแขนของมนุษย์โดยมีเสียงฟ้าร้องปรากฏอยู่ด้านบน อานุภาพของพลังที่แสดงออกมายากจะหาอะไรเปรียบได้
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็ใช้สองมือจับกระบี่เทียนเชวียเอาไว้แน่น
เวิง!
ลำแสงที่แข็งแกร่งนั้นได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าและฟาดลงไปกระทบเข้ากับกระบี่เทียนเชวียของเย่เฉินอย่างแรง
แกรก!
แขนของเย่เฉินถูกแรงปะทะจนได้รับบาดเจ็บและเป็นเพราะความแข็งแกร่งของลำแสงนั้นจึงทำให้เขาถึงกับทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นตอนนี้เขารู้สึกคาวไปทั้งคอจนกระอักเลือดออกมาอีกหนึ่งคำ
อ๊าก...
เย่เฉินส่งเสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั้งฟ้าและยืนขึ้นอย่างกะทันหัน มังกรผยองก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
ปัง!
กระจกวิญญาณชิ้นนั้นถูกกระแทกเข้าอย่างแรงส่งเสียงเวิงวังดังไปทั่วบริเวณ เป็นเพราะมันคืออาวุธประจำตัวของตนเองเมื่อมันถูกกระแทกจึงมีผลกระทบตรงมายังจั่วชิวหมิงจนทำให้เขาถึงกับกระอักเลือดออกมา
“นึกไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะมีอาวุธวิญญาณมือเปล่า”จั่วชิวหมิงมองไปยังเย่เฉินอย่างเหลือเชื่อ
มังกรผยอง!
มังกรผยอง!
มังกรผยอง!
เย่เฉินโกรธมากที่ทุกครั้งจะต้องถูกอาวุธวิญญาณสกัดไว้และนั่นทำให้เขาต้องปล่อยพลังฝ่ามือออกไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเงาร่างรูปมังกรสีทองทะยานออกไปในอากาศอย่างต่อเนื่องทำให้กระจกวิญญาณที่มั่นคงเริ่มสั่นคลอน แม้แต่แสงที่ส่องสว่างอยู่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มจางลงอย่างมาก
“เอามันลงมาให้ข้า”ท้ายที่สุด เย่เฉินก็ส่งเสียงตะโกนดัง และโบกมืออีกครั้งวิชาลับมังกรผยองที่ทรงพลังก็เข้าโจมตีกระจกวิญญาณใบนั้นอย่างรุนแรง
เวิง!
ทันใดนั้นกระจกวิญญาณใบนั้นก็ถูกทำลายด้วยแสงเทวะกระจกที่ง่อนแง่นอยู่แต่เดิมตอนนี้ได้ร่วงหล่นลงมาแล้ว
เฮือก!
เฮือก!
จั่วชิวหมิงยังคงได้รับผลกระทบจากการโจมตีที่ทรงพลังจนกระอักเลือดออกมาไม่หยุด
“มาสู้กันต่อสิ!” พลังของเย่เฉินพุ่งทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า พลังเลือดลมมีความทรงพลังดุจดั่งราชสีห์ที่ดุร้ายการลงมือของเขาแต่ละครั้งเต็มไปด้วยพลานุภาพที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง
“ข้าไม่เชื่อ”จั่วชิวหมิงตะโกนด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้พุ่งเข้ามาหาเย่เฉินด้วยผมยาวสยาย
ตูม!
ตูมตาม!
การต่อสู้เริ่มกลายเป็นเรื่องที่น่าสังเวชใจทั้งสองคนต่อสู้กันไปเรื่อยๆ สับเปลี่ยนสนามการต่อสู้อยู่ตลอดเวลาจนทั่วทั้งบริเวณนั้นพังพินาศ ต้นไม้ ก้อนหินต่างได้รับความเสียหายทั่วทั้งป่าเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
นี่คือฉากการนองเลือดฉากหนึ่ง
เย่เฉินได้รับบาดเจ็บสาหัสมีเลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย มีรอยแผลอยู่ตรงไหล่และหน้าอกด้านขวาแผ่นหลังมีรอยกระบี่บาดเข้าไปเฉือนเลือดเนื้อของเขาจนถึงกับเผยให้เห็นกระดูกภายใน
ด้านของจั่วชิวหมิงก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่ากันเลย ผมเผ้ากระเซิงร่างกายบาดเจ็บและเต็มไปด้วยเลือดราวกับภูตผีที่กำลังคลานออกมาจากนรก
เมื่อใกล้เวลารุ่งสางการต่อสู้ของทั้งสองคนจึงยุติลง
ในระยะไกลมีเงาร่างของเย่เฉินที่เต็มไปด้วยเลือดกำลังโซเซไปมา และอาจจะล้มลงได้ตลอดเวลา
บริเวณใต้เท้าของเขาพบจั่วชิวหมิงกำลังนอนอยู่ในหลุมรูปร่างมนุษย์เห็นได้ชัดว่าเขาถูกเย่เฉินทำร้ายจนอยู่ในสภาพเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องถนัดของเขาจั่วชิวหมิงไม่อาจรอดพ้นจากโชคชะตาอันโชคร้ายได้กระดูกทั่วร่างกายของเขาแตกหักไปมากกว่าครึ่ง อวัยวะภายในถึงกับเคลื่อนย้ายตำแหน่งและยังกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเศษอวัยวะภายในที่ออกมาพร้อมกับเลือด
แต่จั่วชิวหมิงก็ยังไม่หมดสติรูม่านตาของเขาปรากฏชัดเจนขึ้น มองไปยังเย่เฉินด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึงเขาเป็นคนที่ทำตัวเหนือผู้อื่นมาตลอดจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ขั้นรวมพลังเพียงคนเดียว
“ข้า...ข้าไม่เชื่อนี่มัน...เป็นไปไม่ได้” ทุกครั้งที่จั่วชิวหมิงอ้าปากออกมาเลือดก็จะพุ่งออกมาจากปากของเขาเสมอ
“ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่ลุกขึ้นมาสู้กันต่อล่ะ?” เย่เฉินยัดเม็ดยาหุยเสวียนเข้าปากจากนั้นก็โน้มตัวลงหยิบถุงเก็บของของจั่วชิวหมิงออกไปและหยิบเอาของวิเศษที่อยู่ทั่วร่างของเขาไปจนหมด
เฮือก!
จั่วชิวหมิงกระอักเลือดพุ่งขึ้นไปบนฟ้าจากนั้นก็หมดสติไปในทันที
“ไว้พบกันใหม่”เย่เฉินโบกมืออำลาเขา และตรงไปยังทางออกของป่าร้างอย่างง่อนแง่น
ในขณะนี้ที่ทางออกของป่าร้างยังคงเต็มไปด้วยเงาร่างของผู้คน บางคนก็วิตกกังวลบางคนก็เศร้าโศก
“ใกล้จะครบกำหนดเวลาสามวันแล้ว!” มีศิษย์สำนักในมองไปยังท้องฟ้าที่สว่างเจิดจ้า
“นี่มันเรื่องอะไรกัน! ทำไมเย่เฉินจึงยังไม่ออกมา!” มีเสียงพูดคุยกันอย่างโกลาหล
“ไม่ควรเป็นแบบนี้!” เซี่ยอวิ๋นลูบคาง “ถ้าเย่เฉินถูกจัดการไปแล้ว ข่งเฉาก็ต้องออกมาแล้วแต่ในสองวันนี้ ยังไม่เห็นมีใครออกมา พวกเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?”
“มาๆๆให้ข้าลองคำนวณดูหน่อย” เจ้าหมีสองแสร้งทำเป็นเหยียดนิ้วออกไป และทำเป็นคำนวณพยากรณ์ปากก็พึมพำอะไรบางอย่างราวกับภาษานกที่ไม่มีใครเข้าใจมีท่าทีราวกับพวกหมอดูที่คอยหลอกเอาเงิน
“ทำไมข้าจึงรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอาเสียเลย”ฮั่วเถิงเกาศีรษะของตนเอง
“รอก่อนเถอะ! เรื่องนี้มันแปลกจริงๆ” ฉีเยว่กระซิบเบาๆ แม้ว่าจะแสร้งทำเป็นสงบนิ่งแต่ในใจกลับจ้องมองตรงทางออกจากป่าร้างอย่างจดจ่อ
เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วฉีเฮ่าเป็นผู้ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดที่สุด “แม้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแต่กลับยังไม่สามารถเข้ามาสำนักในได้บางทีก็อาจจะกลายเป็นพวกขยะที่ไม่สามารถฝึกตนได้ คอยดูเถอะ! ไม่ช้าก็เร็วจะต้องทำให้เจ้าตายทั้งเป็น”
ฉู่ซวนเอ๋อร์ที่อยู่บนก้อนเมฆก็เริ่มจะทนนั่งอยู่ไม่ไหวเส้นตายสามวันกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ซึ่งหากเย่เฉินยังไม่ออกมาเขาก็คงทำได้เพียงอยู่รอที่สำนักนอกไปอีกสามปีเท่านั้น
“เจ้าเด็กบ้าเอ๊ยทำไมจะต้องทำให้ข้ากังวลทุกครั้ง” ฉู่ซวนเอ๋อร์พูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์และมองไปยังปากทางออกของป่าร้างอีกครั้งมือที่อยู่ในแขนเสื้อนั้นก็กำแน่นด้วยความกังวล
“ศิษย์น้องหญิงเมื่อถึงเวลาเขาก็คงจะออกมาเอง” นักพรตเต้าเสวียนทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงพักผ่อนจิบสุราอย่างสบายๆ“มาๆ ลองชิมดูก่อน นี่เป็นสุราชั้นเลิศที่ใช้เวลาหมักมาร่วมร้อยปีแล้ว”
“ข้าไม่มีอารมณ์ดื่มหรอก”ฉู่ซวนเอ๋อร์เหลือบมองไปยังนักพรตเต้าเสวียน และพูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์“ท่านนี่มันเป็นตาแก่ตายยาก หากเย่เฉินไม่ได้ออกมาละก็ ท่านเจอดีแน่”
เอ่อ...!
เมื่อได้ยินเช่นนี้มุมปากของนักพรตเต้าเสวียนก็กระตุกขึ้น “เอ่อ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ”
“มีคนออกมาแล้วมีคนออกมาแล้ว” ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ที่ด้านล่างก็มีเสียงคนตะโกนขึ้นมา
ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็หันไปมองยังทางออกของป่าร้าง
ตรงนั้นเป็นร่างของเย่เฉินที่กำลังวิ่งหัวซุกหัวซุนออกมา
“อาจารย์ช่วยข้าด้วย!” เย่เฉินวิ่งออกมาพลางตะโกนร้องเสียงดังบางทีอาจเป็นเพราะเขาวิ่งเร็วเกินไป เขาจึงล้มลงไปกองกับพื้นแต่เขาก็ลุกขึ้นต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องปัดสิ่งสกปรกใดๆ
“เจ้ายังรู้ตัวด้วยหรือว่าต้องออกมา!” ฉู่ซวนเอ๋อร์กล่าวออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
แม้ว่านางจะพูดเช่นนั้นแต่นางก็ยังเหยียบย่ำอากาศเดินออกมา
เพียงแต่ขณะที่นางมองไปยังฉากเบื้องหลังของเย่เฉินนางก็แทบจะเซเสียสมาธิจนเกือบจะตกลงไปจากกลางอากาศ
“นี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“อาจารย์อาฉู่ซวนเป็นอะไรไป?” ทุกคนต่างตกตะลึง และมองไปที่ด้านหลังของเย่เฉินโดยไม่รู้ตัว
ทุกคนจึงพบว่าเบื้องหลังของเย่เฉินยังมีคนจำนวนมากวิ่งตามมา หลายคนในนั้นไม่ใส่เสื้อผ้าพวกเขากำลังวิ่งไล่ตามเย่เฉินอย่างหมาบ้าที่กำลังคลั่ง
ถูกต้องแล้วคนพวกนั้นคือศิษย์สำนักในที่ถูกเย่เฉินฝังทั้งเป็นและด้วยฤทธิ์ของยาสลบมีเวลาจำกัด เมื่อพวกเขาฟื้นและปีนขึ้นมาจากหลุมได้ก็ต่างวิ่งตามเย่เฉินมาอย่างบ้าคลั่ง
พรวด!
เมื่อเห็นภาพของศิษย์สำนักในเหล่านั้นที่กำลังวิ่งออกมาด้วยกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียวนักพรตเต้าเสวียนที่กำลังกินดื่มอยู่อย่างสบายใจก็ถึงกับสำลักและพ่นเหล้าพรวดออกมาสูงกว่าสามจ้าง
เอ๊ะ...!
บรรดาศิษย์สตรีและผู้อาวุโสสตรีต่างพากันปิดตาทันที
บรรดาศิษย์ชายและผู้อาวุโสชายต่างมุ่งสายตาไปยังจุดนั้น มุมปากของพวกเขาก็กระตุกอย่างแรงและขยับไปมา“นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว”