ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 62 รอบคัดเลือก

    "การฝึกฝนครั้งนี้ของเจ้าถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เพียงไม่ถึงสองเดือนกลับบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางได้แล้ว!"ไม่นานนักชายชราคนเดิมที่เคยพูดคุยกับเทียนฉินก็กล่าวแสดงความยินดีออกมาด้วยรอยยิ้ม


    "เป็นความบังเอิญที่ศิษย์คนนี้ได้พบเสียมากกว่า!"เทียนฉินตอบกลับไปอย่างนอบน้อม


    "ฮ่าๆ!"


    "การฝึกฝนมันไม่มีเรื่องบังเอิญหรอก!"


    "มีแต่ความขยันหมั่นเพียรเท่านั้นที่จะทำให้ตัวเราก้าวหน้าขึ้นได้"ชายชราคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยเสียงราบเรียบ


    "ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของผู้อาวุโสไว้อย่างดี!"เทียนฉินก้มศรีษะลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล


    "ดีๆ"


    "แต่ตอนนี้จะควรรีบไปลงทะเบียนที่หอกิจกรรมจะดีกว่า เพราะว่าใกล้จะถึงวันที่จะมีการประลองจัดอันดับแล้ว!"ชายชราคนนั้นกล่าวออกมาด้วยความหวังดี


    "ถ้าอย่างนั้นศิษย์ขออำลาผู้อาวุโสทุกท่าน!"เทียนฉินกล่าวลาชายชราเหล่านั้นพร้อมกับก้มศรีษะเพื่อคำนับอีกครั้ง


    "อืม! ขอให้เจ้าโชคดี"ชายชราคนนั้นตอบรับแค่เพียงสั้นๆก่อนจะหลับตาลงเช่นเดิม


    ด้านหน้าหอกิจกรรม เทียนฉินที่เพิ่งเดินมาถึงก็เห็นผู้คนยืนอยู่กันเต็มไปหมด ที่หน้าโต๊ะลงทะเบียนล้วนแล้วแต่มีคนหลายสิบคนยืนต่อกันอย่างเป็นระเบียบ นี่คือวันสุดท้ายในการลงทะเบียน จึงมีผู้คนไม่มากนักเหมือนวันแรกๆ


    เทียนฉินเดินเข้าไปยืนต่อแถวแถวหนึ่งอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมกับสอดส่ายสายตาไปทั่วเพื่อจะมองดูว่า มีคนที่ตนเองรู้จักบ้างหรือเปล่า แต่เมื่อมองหาจนทั่วแล้วก็ไม่พบเจอกับใครที่ตนเองรู้จักเลย


    แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เพราะในนิกายเพลิงอัคคีนี้เทียนฉินแทบไม่ได้ติดต่อกับใครเลย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เขาเคยพูดคุยด้วย เพราะศิษย์ส่วนใหญ่นั้นถ้าไม่อยู่ฝึกฝนในบ้านพักก็มักจะพากันออกไปทำภารกิจด้านนอกเสียเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงตัวของเทียนฉินเองด้วย


    "ส่งป้ายหยกประจำตัวของเจ้ามา!"ชายวันกลางคนคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนกล่าวบอกออกมาเมื่อถึงตาของเทียนฉิน


    เทียนฉินหยิบป้ายหยกของเขามอบให้อย่างรู้งาน เพราะไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอันใดภายในนิกายนี้ ล้วนแล้วแต่ใช้ป้ายหยกของตนเองทำการบันทึกประวัติไว้ทั้งนั้น 


    หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเทียนฉินทำการยืนยันตนเองในการลงทะเบียนประลองเสร็จเขาก็เดินกลับมาที่บ้านพักในทันที


    เขามอบแก่นอสูรบางส่วนให้กับตาเฒ่าหม่าเพื่อเอาไว้ฝึกฝน จากนั้นจึงสอบถามเรื่องราวอีกเล็กน้อยก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตนเอง 


    เมื่อเข้ามาในห้องแล้วเทียนฉินก็สำรวจที่ป้ายหยกของเขา ในนั้นมีการบอกถึงกติกาการแข่งขันประลองจัดอันดับไว้ให้ด้วย ซึ่งกติกาก็คล้ายกับการประลองทั่วไปนั่นก็คือห้ามทำร้ายกันถึงชีวิต เพียงแต่ครั้งนี้นั้น จะเป็นการประลองเก็บสะสมคะแนนเพื่อจัดอันดับให้กับทุกคน โดยจะมีการจัดอันดับตั้งแต่อันดับที่หนึ่งถึงร้อย 


    ซึ่งการประลองนี้ศิษย์ทุกคนล้วนมีพลังถึงระดับผันแปรทั้งนั้น แม้จะไม่มีกฎข้อห้ามอันใดให้คนที่มีพลังไม่ถึงระดับผันแปรเข้าร่วมได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้ามาลงประลองให้ตนเองอับอายขายหน้าอยู่แล้ว


    จนเมื่อผ่านพ้นไปอีกสามวันการประลองก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทางนิกายเพลิงอัคคีได้เรียกผู้คนที่ลงทะเบียนไว้มารวมตัวกันเพื่อคัดเลือกตัว ซึ่งเป็นการตัดสินโดยการคัดคนออกอย่างง่ายๆ


    "ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ที่จะการคัดเลือกในวันนี้ ข้าจะอธิบายกฎการประลองให้พวกเจ้าได้รู้อีกครั้ง ในการประลองคราวนี้มีสมาชิกที่มาลงทะเบียนทั้งหมดห้าพันกว่าคน เพราะฉะนั้นพวกเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสิบกลุ่ม โดยทุกกลุ่มจะมีจำนวนสิบคน"


    "และทั้งสิบกลุ่มนี้จะถูกจัดแยกให้ประลองกันคนละเวที ซึ่งในแต่ละกลุ่มนั้นจะคัดเลือกผู้ชนะแค่เพียงสามคนเท่านั้น หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่ชนะได้ถึงสามครั้งโดยไม่แพ้เลยก็จะเป็นผู้ชนะของเวทีนั้น"


    "ซึ่งเมื่อทั้งสิบกลุ่มแรกทำการแข่งขันเสร็จ กลุ่มต่อไปอีกสิบกลุ่มก็จะขึ้นประลองต่อไปทันทีจนกว่าจะได้คนครบหนึ่งร้อยคนหลังจากที่ชายกลางคนคนนั้นกล่าวจบ คนทั้งหมดก็ถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆตามหมายเลขที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยมีอาวุโสในนิกายคอยตรวจสอบควบคุมอยู่อีกครั้งหนึ่ง


    เทียนฉินมองสำรวจไปทั่วก็ได้เห็นกับศิษย์พี่ทั้งสองของเขาซึ่งยืนอยู่ในอีกกลุ่มหนึ่ง รวมถึงเฟยลี่และจิงอี้หลานก็ถูกแยกให้อยู่คนละกลุ่มกัน


    "หวังว่าคงจะไม่มีโอกาสได้ต่อสู้กันหรอกนะ!"เทียนฉินคิดขึ้นมาในใจ การต่อสู้ครั้งนี้เขาไม่ได้กังวลเท่าไหร่นัก เพียงแต่ว่าถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากต่อสู้กับคนที่เขารู้จักเลย


    การประลองได้พ้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ใครหลายคนต่างคาดเดากันได้บ้างแล้ว เพราะส่วนมากผู้ชนะล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เคยมีรายชื่ออยู่ในกระดานจัดอันดับหรือไม่ก็เป็นศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสท่านใดท่านหนึ่ง


    เมื่อมาถึงรอบของเทียนฉินเขาก็ไม่รีรออันใดพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ทันที ด้วยพละกำลังของกายเนื้อเพียงอย่างเดียว เทียนฉินก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้งสามคนอย่างไม่ยากเย็นนัก


    เมื่อในกลุ่มได้ผู้ชนะครบทั้งสามคนแล้วก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นในการคัดเลือกของกลุ่มเขา เทียนฉินส่งป้ายหยกให้กับอาวุโสคนหนึ่งที่คอยดูแลการประลองกลุ่มของเขาอยู่ เพื่อทำการจดบันทึกว่าได้เข้าสู่รอบต่อไปแล้วจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก หันซ้ายหันขวามองหาที่นั่งก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน รอให้การประลองคัดเลือกนี้สิ้นสุดลง

    ้

    ส่วนทางด้านกลุ่มอื่นๆก็มีการต่อสู้ที่ดุเดือดเช่นกัน คนที่เขารู้จักทุกคนล้วนแล้วแต่ผ่านเข้ารอบกันทั้งหมด ก่อนที่เทียนฉินจะเริ่มประลองเสียอีก


    "นี่เจ้ามาแอบหลับอยู่นี่เองรึ?"


    เสียงของผู้ชายคนหนึ่งปลุกให้เทียนฉินตื่นขึ้นจากการพักผ่อน เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็ได้เห็นหน้าอันคุ้นเคยที่เขาไม่อาจลืมได้


    "เป็นท่านเองรึศิษย์พี่เฉา!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม คนนี้คือเฉาจิ้งหงที่เคยรับพนันเขาจนเกือบจะหมดเนื้อหมดตัวคนนั้นนั่นเอง


    "ข้ามองหาเจ้าอยู่ตั้งนานคิดว่าเจ้าจะไม่ได้มาประลองเสียแล้ว!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ


    "ตามหาข้าหรือ?"


    "อย่าบอกนะว่าท่านอยากจะเล่นพนันกับข้าอีก!"เทียนฉินเอ่ยแซวออกมาอย่างสนุกสนาน


    "ฮึ่ม!เจ้าไม่ต้องพูดดีไปเลย ข้าไม่หลงกลเจ้าอีกแล้ว!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาพร้อมกับทำท่าทางคล้ายโกรธแค้น


    "ฮ่าๆ!"


    "แล้วนี่ท่านมาหาข้าด้วยเหตุผลอันใดกันเล่า?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี กับศิษย์พี่คนนี้เขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากนัก เพราะรู้จักกันได้แค่ผิวเผินเท่านั้นเอง


    "ก็ไม่มีอะไรมากหรอก เพียงแต่ข้าอยากชวนเจ้ามาร่วมหุ้นกันเท่านั้นเอง!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


    "ร่วมหุ้นอย่างนะรึ?"


    "ว่าแต่ว่าจะให้ข้าร่วมหุ้นทำอะไรกันล่ะ?"


    เทียนฉินหรี่ตาลงพร้อมกับเอ่ยถามออกมาอย่างรู้ทัน หากให้เขาเดาแล้วคงหนีไม่พ้นเรื่องการพนันแน่นอน เพียงแแต่เขาก็อยากรู้ว่า ศิษย์พี่เฉาคนนี้จะชวนเขาเล่นพนันแบบไหนกันแน่


    "คืออย่างนี้นะ! ในการประลองทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีผู้ที่ได้ผ่านเข้ารอบทั้งหมดแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนหนึ่งร้อยคนนั้นจะต้องมาทำการประลองในวันถัดไป โดยจะเป็นการประลองแบบคัดออก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ผู้ชนะคนสุดท้าย การประลองจึงถือเป็นอันสิ้นสุดลง"


    "และการประลองที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้นี่เอง ที่ข้าอยากจะชวนศิษย์น้องเทียนให้มาร่วมหุ้นกับข้า โดยการรับพนันของศิษย์คนอื่นๆ"เฉาจิ้งหงอธิบายให้เทียนฉินได้รู้อย่างละเอียด


    "ข้าว่าแบบนั้นมันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยรึ?"

    เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจเลย


    "การพนันมันก็ย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ข้ามั่นใจมากเลยว่าเราทั้งสองคนจะได้คะแนนกันมาอย่างล้นหลามแน่นอน!"เฉาจิ้งหงพยายาหว่านล้อมให้เทียนฉินตกลงร่วมหุ้นกับเขาอย่างเต็มที่


    "ข้าว่าข้าพนันตัวข้าเองแบบคราวที่แล้วจะดีกว่า!"เทียนฉินเอ่ยบอกความคิดของเขาออกมา เพราะไม่มีอะไรที่เขามั่นใจได้นอกจากตนเองอีกแล้ว


    "เจ้าจะไม่หลงตัวเองไปหน่อยมั้ย การประลองคราวนี้มีคนเก่งกว่าเจ้าตั้งเยอะแยะเจ้าไม่รู้หรือ?"เฉาจิ้งหงเอ่ยถามออกมาอย่างดูถูก


    "ถ้าท่านไม่เชื่อเรามาพนันกันอีกครั้งมั้ย?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พอกัน


    "เชอะ!ข้าไม่หลงกลเจ้าง่ายๆหรอก!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน


    "แล้วท่านจะเอาอย่างไร ถ้าท่านไม่รับข้าไปหาคนอื่นก็ได้"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่แยแส


    "นี่ศิษย์น้องเทียนใจเย็นสิ ข้าหวังดีกับเจ้าหรอกนะถึงได้มาชวนให้ร่วมหุ้นกันหน่ะ!"เฉาจิ้งหงเอ่ยออกมาเสียงเบา


    "ข้าว่าท่านนำคะแนนมาหุ้นกับข้าแล้วเล่นพนันฝั่งข้าไม่ดีกว่ารึ?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตัดสินใจได้แล้ว




    จบตอนที่ 62