ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่313 หมู่บ้านตงเป่ย

  โลกเบื้องบน ดินแดนเทพ กลุ่มขบวนนักล่าสัตว์อสูร ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เคลื่อนกำลังเตรียมที่จะกลับหมู่บ้านตงเป่ยของพวกเขา ลัดเลาะธารน้ำมาเรื่อยๆ อีกไม่กี่ชั่วอึดใจก็จะถึง ทุ่งโล่งที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน พวกเขาล่าสัตว์อสูรมาได้เต็มรถม้าลาก หลายสิบคันเรียงรายตามกันมาเต็มขบวน เหล่าผู้คน นั่งพูดคุยบนรถม้า ด้วยความสนุกสนาน เสียงดังกังวานออกไปทั่วทั้งขบวนเดินทาง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไปตลอดการเดินทาง ราวกับหมู่บ้านแห่งนั้น เตรียมงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่


 

มีเพียง เด็กหญิง อายุ12ปี นางหนึ่งเท่านั้นที่ ไม่ชอบใจช่วงเวลานี้ซักเท่าใดนัก ใบหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่น้อย กวาดตามองไปรอบๆ ไม่สุงสิงกับผู้ใด เนื่องด้วยนางไม่ได้รับเลือกให้ทำพิธี ชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก ในยามนี้


 

  แม้นางจะรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ทุกเมื่อเชื่อวันก็ตาม กลับต้องมาพังครืนลง ในพริบตา เมื่อ นครหินผา จัดงาน คัดสรรผู้มีพรสวรรค์ ครั้นใหญ่ หมู่บ้านต่างๆ ทั่วทิศ จึงพากันตื่นเต้น เหล่านักรบ ภายในหมู่บ้านจึงต้องรีบเสริมแกร่ง เพื่องานคัดตัวครั้นนี้ หากผู้ใดถูกคัดสรร ก็จะถือเป็นเกียรติสูงสุดของหมู่บ้านแห่งนั้น สำนักที่ดาวมากกว่า3ดวง พวกเขาจะไม่รับ เหล่านักรบ ธรรมดา ให้สิ้นเปลือง ทรัพยากรของพวกเขา มีเพียงเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ เท่านั้นที่จะถูกพิจารณา


 

ครั้นเมื่อ เด็กสาวที่มีใบหน้าบึ้งตึง นั่งกวาดตามองลงไปด้านล่าง ลำธาร นางกลับเห็นร่างของใครบางคน มาเกยอยู่บริเวณธารน้ำ ทั้งตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผล นางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมฝ่ามือน้อยๆ ของนางมาปิดที่ริมฝีปาก ไม่ให้ร้องคำรามออกมา

 


นางไม่รอช้า กระโดดลงจากรถม้า ไปเร็วจี๋ ปานสายฟ้าแลบ ครั้นเมื่อผู้นำหมู่บ้านชราเห็น เขา อดไม่ได้ที่จะไต่ถามนาง ไล่หลังนางไป "เจ้าจะไปไหน เจียวหยาง อีกประเดี๋ยวพวกเราก็จะถึงหมู่บ้านแล้วนะ"

 


นักรบหนุ่มภายในหมู่บ้าน ส่ายหัว "ท่านผู้นำหมู่บ้าน เราอย่าใส่ใจนางเลย นางก็คงจะงอแงตามประสาเด็ก นางไม่เข้าใจงานนี้ถือเป็นเกียรติยศของหมู่บ้านเรา หากพวกเราเหล่านักรบได้รับการ คัดสรร"


 

  ชายชรา ที่สวมชุดหนังสัตว์ได้ยินเขาเพียง ถอนหายใจเบาๆ ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับ หนุ่ม สาวอีกต่อไป แต่ในเสี้ยววินาที ที่ตัวเขาได้ยิน คำพูดของเจียวหยาง ส่งไล่หลังกลับมา มันก็ทำให้ชายชรา มีสีหน้าตาตื่น กรูกันเข้าไปดู ในทันที


กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ช่วงหลังๆ มานี่ยิ่งมี ข่าวคราวของหมู่บ้านต่างๆ ก่อความวุ่นวายอยู่ด้วย จนขบวนรถม้าต้องหยุดชะงัก เฝ้าระวังในทันใด


ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยเตือนเด็กสาว ในทันที "เจียวหยาง เจ้าถอยออกมาเสีย เราไม่รู้ชายผู้นั้นเป็นมิตร หรือศัตรู"


 

  เจียวหยาง นางส่ายหัวน้อยๆ ไม่รับฟังคำของชายชราแม้แต่น้อย ก่อนนางจะ ยกปลายเท้า เขี่ยมาที่บริเวณศีรษะของอี้เฉิน ราวกับมองอี้เฉิน เป็นคนตาย ครั้นเมื่อนางเห็นเนื้อตัวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ กายาหลายๆ ส่วนถูกบางอย่างเฉือนร่าง จนเต็มไปด้วย เลือด นางจึงอดไม่ได้ที่จะสงสารชายผู้นี้ขึ้นมาจับใจ


 

   ก้มตัวลงต่ำ ตรวจดูว่าเขายังมีลมหายใจอยู่หรือไม่ ครั้นเห็นว่าเขาเพียงสลบเหมือดไปเท่านั้น ริมฝีปาก น้อยๆ จึงอดยิ้มมาให้ ชายชราไม่ได้ ปะปนมาพร้อมสายตาอ้อนวอน "ผู้นำหมู่บ้าน เหมือนว่าเขายังไม่ตาย เราพาเขากลับไปยังหมู่บ้านได้หรือไม่"

นักรบหนุ่ม สาวบางคนเอ่ยค้าน มองว่าคนผู้นี้ต้องไปทำเรื่องที่ไม่ดีมาแน่ ถึงได้ถูกไล่ล่ามา เฉกเช่นนี้


 

แต่เด็กสาว เจียวหยาง กลับเอ่ยค้านในทันที "บาดแผลที่กายาเขาไม่ได้เกิดจาก ศาสตราวุธ เหมือนว่าตัวเขา จะมีบาดแผลไฟไหม้อยู่ก่อนแล้ว บวกกับถูกแรงบีบอัดของน้ำ เฉือนร่าง ของเขาจนเลือดไหลนอง ต่างหาก เขาน่าจะตกลงมาจากหน้าผา ต้นน้ำเป็นแน่"


 

ชายชราผู้นำหมู่บ้าน ที่เห็นเขายกยิ้มให้ เจียวหยาง เด็กคนนี้ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก เพียงมองปาดเดียวก็ดูออก ว่าบาดแผลของคนผู้นี้ ได้มาจากสถานที่แห่งใด "เอาล่ะ เอาล่ะ นำตัวเขาไป เรายังต้องเตรียมทำพิธีชำระล้างกายา ผลัด เปลี่ยนไขกระดูกให้เหล่านักรบอีก จะมัวชักช้าไม่ได้"

 


หลายๆ คนไม่ได้เอ่ยค้าน ครั้นเมื่อพวกเขาตรวจดู กายาของอี้เฉิน ก็ราวกับเขาเป็น เพียงปุถุชนคนธรรมดา เท่านั้น จึงไม่เป็นที่สะดุดตาของเหล่านักรบเท่าใดนัก มีเพียง เจียวหยาง เท่านั้นที่ นั่งเฝ้าชายหนุ่มผมขาว อยู่ท้ายขบวน ปากเอ่ยพูดพึมพำออกมา "เจ้าไปเจออะไรมากันแน่ เหตุใดกายา ราวกับคนถูกเผาทั้งเป็น เฉกเช่นนี้"




....รถม้าลาก เดินทางไปอีกไม่กี่อึดใจ ก็มาถึงทุ่งหญ้าโล่งกว้างใหญ่ไพศาล มันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหลายสิบแห่งในบริเวณแห่งนี้ หมู่บ้านตงเป่ยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น



ครั้นเมื่อพวกเขามาถึงหมู่บ้านตงเป่ย เจียวหยาง ก็ต่างถูกเหล่าผู้คนก่นด่าไม่น้อย เนื่องด้วยความเอาแต่ใจของนาง แถมยังพาคนแปลกหน้า มารักษาอาการบาดเจ็บนั้นอีก เด็กหญิง จึงต้องรับภาระ ดูแลชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ราวมัมมี่ ไปโดยปริยาย


 

เจียวหยาง ถึงนางจะมีสีหน้าบึ้งตึง อยู่บ้าง เมื่อเห็นหลายๆ คนว่ากล่าวตักเตือนตัวนาง แต่นางก็ไม่มีท่าทีอิดออด แม้แต่น้อย เฝ้ามองว่าชายหนุ่มผู้นี้จะต้องนำพาความโชคดี มาให้ตัวนางอย่างแน่นอน


 

   แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านที่เห็น เจียวหยาง ไม่มีท่าทีดื้อรั้น อยากผลัดเปลี่ยน ไขกระดูกในยามนี้อีกต่อไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ถึงนางจะดูมีพรสวรรค์ แต่เหล่านักรบภายในหมู่บ้านต้องมาก่อน แม้จะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาได้เพียงน้อยนิดก็ตาม ก็ยังถือว่าคุ้มค่าที่จะลงทุน หากเลื่อนขั้นพลังกายาของพวกนักรบ ไปสู่ กายาทองคำได้ละก็ ความสามารถของพวกเขาจะ ทบทวี มีโอกาสสูงที่จะถูกคัดสรร

 


ไม่ช้าเหล่าสัตว์ อสูรที่พวกเขาออกไปล่ามาหลายสิบตัว ก็ค่อยๆ ถูกแล่เนื้อเถือหนัง เลือดของมัน ถูกเก็บรักษาใส่หม้อยักษ์ไว้เป็นอย่างดี สำหรับพิธีกรรมในยามค่ำคืนนี้ ที่จะมาถึง



....เวลาล่วงเลยจนไปถึงยามเย็น กว่าอี้เฉินจะลืมตาตื่น ขึ้นมาได้ หัวของเขา ราวกับถูกทุบอย่างแรง มึนงงอยู่ไม่น้อย ครั้นเมื่อเห็นว่า ตัวเขายังไม่ตายตกก็อดไม่ได้ที่จะ ยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา อย่างไม่รู้ตัว จู่ๆ เสียงเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาขัดจังหวะตัวเขา

"เจ้าจะยิ้มหาประแสงอะไร ช่างประหลาดคนยิ่งนัก"เด็กสาว เจียวหยาง กล่าวออกมาด้วยเสียงเล็กแหลม


 

อี้เฉินที่เห็นว่า ตัวเขามาอยู่ในกระโจมที่พักของผู้อื่น เขาถึงกับหยุดชะงักทันที มองไปที่คนพวกนั้นหมายมั่นจะสอบถาม ความจริงจากปากพวกเขา "สถานที่แห่งนี้ คือดินแดนใดกันแน่"


 

เด็กสาวตบหัวตนเองอย่างแรง "เพี๊ยะ!!" "เจ้าคงไม่ได้ ตกจากต้นน้ำ แล้วหัวฟาดหินความจำเสื่อม หรอกนะ"


 

ผู้นำหมู่บ้านเองก็ตกตะลึงอยู่ไม่น้อยกับคำถามนี้ เอ่ยเตือนนางในทันทีอย่าเสียมารยาท "เจียวหยาง เจ้าออกไปก่อนให้ข้าพูดคุยกับเขาหน่อย"


 

ครั้นเจียวหยางได้ยิน นางทำปากพองลมไม่พอใจในทันที ก่อนจะเดินจากไปภายนอก โดยไม่มีท่าทีจำยอม นางเองก็อยากจะรู้ชายผู้นี้มาจากที่ไหนกันแน่ คำพูดของเขามันทำให้นางตงิดใจ


 

  ชายชรา ผู้นำหมู่บ้าน ไต่ถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย "ที่เจ้าว่า ดินแดนแห่งนี้ชื่อดินแดนอะไรงั้นหรือ ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน ว่ามันถูกเรียกขานนามที่แท้จริงว่าอะไร แต่ที่พวกข้าอยู่มันเรียกว่า ทวีป รกร้างชางไห่"


 

อี้เฉินที่ได้ยิน เขาถึงกับมึนหัว ติดสตั๊นไปหลายวินาที จับต้น ชนปลายไม่ถูก ไปอยู่พักใหญ่ ก่อนจะยกฝ่ามือคำนับไปที่ชายชรา ด้วยความอ่อนน้อม "ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ตัวข้าไว้"


 

ชายชราเกาหัวเบาๆ ขึ้นมา "ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า แต่เป็นนางที่ดึงดัน จะนำตัวเจ้ากลับมายังหมู่บ้านให้ได้ อีกหนึ่งชั่วยามหมู่บ้านของเราจะมีงานพิธี หากเจ้าหายดีก็สามารถออกไปร่วมงานเลี้ยง กับพวกเราได้"

 


อี้เฉินพยักหน้ารับในทันที ไม่คิด เด็กหญิงแก่นแก้วจะช่วยตัวเขาเอาไว้ ครั้นเมื่อผู้นำหมู่บ้านเอ่ย ถามคำถามอี้เฉินมาหลายประโยค อยากจะรู้ชายหนุ่มมาจากที่ไหนกันแน่ กลับไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจนัก เนื่องด้วยอี้เฉิน เลี่ยงที่จะตอบตรงๆ

 

  ผู้นำหมู่บ้านชรา ที่พูดคุยกับชายหนุ่ม ไปหลายอึดใจ ครั้นที่เห็น สีหน้าท่าทางของชายหนุ่ม เขามองปาดเดียวก็รู้ ว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร จึงไม่คิดอยู่ยังสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป เตรียมพร้อม ทำพิธีผลัด เปลี่ยนไขกระดูก ในอีกไม่ช้าที่จะมาถึง


ครั้นเมื่อชายชราจากไป เจียวหยาง นางจึงอดไม่ได้ที่ จะไต่ถามอี้เฉินออกมา อยู่หลายคำถาม จนริมฝีปาก น้อยๆ ของนาง กัดกรามกรอด คำถามของนางไม่เคยได้คำตอบจากชายหนุ่มแม้แต่น้อย ราวกับเป็นคนซื่อบื้อ ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ รู้แต่เพียงนามของเขา มันก็ทำให้นาง อดไม่ได้ที่จะมีโทสะเดือดดาลขึ้นมา ความหวังว่าอี้เฉินจะเป็นตัวนำโชคพลันสลาย


 

ครั้นเมื่อ อี้เฉินที่รับรู้ ว่านางอยาก ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก แต่ดันมีการคัดสรร จากสำนักน้อย ใหญ่ ตัวนางจึงถูกเลื่อนการผลัดเปลี่ยนไขกระดูก เพื่อเหล่านักรบในหมู่บ้าน มันจึงทำให้อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะ สงสารตัวนางอยู่ไม่น้อย ประหนึ่งสิทธิของตนเอง ถูกผู้อื่นลิดรอน


อีกไม่กี่วันหมู่บ้านแห่งนี้ จะนำพาเหล่าผู้คนเข้าไปภายในนครหินผา เพื่อคัดสรร จากสำนักน้อย ใหญ่ อี้เฉินจึงคิดจะใช้โอกาสนี้ ปะปนเข้าเมือง ไปพร้อมกับพวกเขาเสียเลย เจียวหยาง เด็กกำพร้าตัวน้อย ก็คงคิดเช่นนั้น อยากจะ จากลาหมู่บ้าน เดินไปในเส้นทางของตน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน