ตอนที่ยี่สิบเก้า นักวางแผนกลยุทธ 2
เมื่อมาอยู่ในยุคศักดินาล้าหลังผมถึงพอจะเข้าใจว่าทำไมกังฉินหลายคนถึงต้องรับบุตรบุญธรรมพยายามขยายครอบครัว ขยายกำลังคนของตนเอง
เพราะในโลกยุคนี้สายเืและความสัมพันธ์ท้องถิ่นนั้นเข้มข้นอย่างมาก
พวกเขาขาดความคิดเป็อันหนึ่งอันเดียวกันเสียสละตนเองเพื่อประโยชน์ของชาติรัฐสูงสุดอย่างที่ท่านเหมาไท่จู่ได้สั่งสอนพวกเราเอาไว้
นี่คือสาเหตุที่ผมมั่นใจว่าต่อให้ผมมีความสามารถน้อยกว่าพวกยอดคนแห่งยุคในด้านการรบและการวางแผนแต่ผมจะชนะในที่สุดเพราะพลังของสังคมที่ผมเพาะสร้างจะมากกว่าพวกเขาตามแนวทางสมุดเล่มแดงของท่านเหมาไท่จู่
หากเราพิจารณาจากรประวัติศาสตร์
แนวทางของสุมาอี้ที่ใช้รับมือขงเบ้งกับแนวทางของต้าฉินได้รับมมือกับยอดขุนพลแฟ่งยุคฮันนิบาลนั้นคล้ายคลึงกัน
กงสุลที่ปกครองนครต้าฉินตอนนั้นได้รับฉายาว่า
Delayer
ผู้ถ่วงเวลา
ที่ตอนแรกมีไว้เพื่อเยาะเย้ยแต่ตอนหลังที่ชนะสุดยอดขุนผลแห่งยุคฮันนิบาลได้จึงกลายเป็ฉายาของความชื่นชม
เพราะสิ่งที่เรียกว่าแผนการของสุมาอี้ในการอดทนรอคอยเวลาคือ
Fabian Strategy
กลยุทธฟาเบี้ยน
ที่ค่อยๆลดพละกำลังของอีกฝ่ายไม่ปะทะซึ่งหน้า
อีกฝ่ายไม่สามารถยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับเราได้หากเราไม่ออกไปสู้กับฝ่ายศัตรู
แต่วิธีนี้ไม่ใช่ไร้เทียมทาน
หากเปรียบเปรยเป็ภาษาเกมส์มันคือ
กลยุทธที่ใช้พลังทางการเมือง political power แทนที่กำลังทหารmilitary power
ว่าคนที่ใช้กลยุทธฟาเบี้ยนหรือกลยุทธสุมาอี้จะต้องตระหนักตนว่าไม่สามารถสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้ไม่มีควาเมย่อหยิ่งทระนงที่จะออกไปรบและยอมเสียศักดิ์ศรีในการโดนดูิ่เหยียดหยามและเสียพลังทางการเมืองอย่างมากที่จะคงกลยุทธนี้อย่างยาวนานและได้ผล
ว่าไปแล้วฟาเบี้ยนกงสุลก็ได้รับการเยาะเย้ยถากถางเป็กลยุทธที่ชาวต้าฉินด้วยกันไม่ชอบ
แต่แบบเดียวกับคนที่ไม่ชอบกลยุทธของฟาเบี้ยนหรือสุมาอี้ยิ่งกว่าชาวต้าฉินหรือวุยด้วยกันคือขงเบ้งและฮันนิบาล
ฮันนิบาลพยายามไม่โจตมตีฟาร์ม ไร่นาทรัพย์สินของฟาเบี้ยนเพื่อสร้างความคลางแคลงให้แก่ชาวต้าฉินว่ามีข้อตกลงลับร่วมกัน
ขงเบ้งก็พยายามหยามศักดิ์ศรีส่งผ้านุ่งสตรีและทำลายความไว้วางใจของทางวุยกับสุมาอี้ในตอนนั้น
แต่ขงเบ้งทำไม่สำเร็จฮันนิบาลทำสำเร็จบางส่วนแต่ก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด
นี่คือกลยุทธที่ต้องอาศัยทรัพยากรที่เหนือกว่ากับความอดทนและพลังทางการเมืองอย่างสูง
ผมมีกลยุทธที่ชนะนักการทหารแห่งยุคได้ทุกคนแต่แค่ต้องถามตนเองว่าผมมีทรัพยากรพอมากที่จะ“จ่าย” เพื่อชัยชนะหรือเปล่าเท่านั้นเอง
หากเราพิจารณาจุดจบของแม่ทัพรัฐจ้าวหลี่มู่ ที่แม้แต่กองทัพฉินที่เข้มแข็งที่สุดมีสุดยอดแม่ทัพ หวังเจี่ยนมีจ้าวแห่งรัฐเช่นจิ๋นซี ยังไม่สามารถพิชิตแม่ทัพหลี่มู่ได้ด้วยกำลังทหารโดยตรง
สุดท้ายก็ต้องวางแผนใส่ร้ายประทานสุราพิษจึงจะสามารถเอาชนะได้
บางทีคนเราอาจจะโดนกลยุทธทางการทหารทำให้ตาพร่าลายมากเกินไป
เราจะค้นพบว่าการเมืองต่างหากที่เป็ตัวส่งเสริมหรือทำลายการทหารได้
การศึกคือจำนวน
อย่างที่อุ้ยเสี่ยวป้อว่าไว้หากเรามีจำนวนทหารมากกว่าอีกฝ่ายหลายเท่าหากพ่ายแพ้ไหนเลยเป็ผู้คนได้?
นั่นคือแผนการของผมในการวางหมากเพื่อสะสมทรัพยากรและพลังทางการเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะผมคงจะเผาผลาญมันจนหมดสิ้นเพื่อเอาชนะในศึกที่สำคัญนั่นเอง
ลิยูสมกับเป็บุตรเขสอพอลแม้จะเป็กุนซือที่เก่งกาจก็รีบกล่าวเสริม
“นายน้อยกล่าวถูกต้องแล้ว นายหญิงท่านผู้เฒ่ามีบารมีอย่างสูงแต่โชคชะตาถือสาด่นอันตราย วาสนามากมายยิ่งยากผ่านด่านอันตรายได้ระวังไว้ก่อนจึงจะควร”
ลิยูพยายามแสดงความสามารถในการทำนายทายทักต่างๆออกมาเพื่อแสดงความเป็บุตรเขยกตัญญู
แต่ตาเหยี่ยวของกาเซี่ยงกลับจับจ้องมาทางตั๋งฮวงอย่างครุ่นคิด
แม้จะรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆแต่ไม่ได้คัดค้านการวางกำลังทางทหารของตั๋งฮวง