มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 46 การประลองกำลังเริ่มขึ้น

    ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้มู่ซานกวนแล้วก็ท่านพ่อของมันพักอยู่ภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ ภายในห้องรับรองแขกพิเศษที่ทางของชิงหลงได้จัดเตรียมไว้ให้ ผู้ที่สามารถเข้ามาพักภายในห้องพักรับรองแห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนระดับสูงทั้งสิ้นและ 2 พ่อลูกคู่นี้นั้นก็ได้รับเกียรติสูงสุด ด้วยการมาของพวกมันชิงหลงมีความจำเป็นที่จะต้องรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับทางเบื้องบนให้ได้รับทราบ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นสองพ่อลูกคู่นี้นั้นนับว่าเป็นภัยคุกครามอย่างใหญ่หลวงเบื้องบนจึงสั่งให้ตัวของชิงหลงนั้นเป็นตัวแทนพร้อมทั้งดูแลต้อนรับเป็นอย่างดีทางด้านของมู่ซานกวนนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่การมาของพวกมันนั้นถูกเปิดเผย สำหรับพวกมันแล้วนี่ก็นับว่าไม่เป็นปัญหาอันใด ผู้ใดไหนเลยที่จะกล้าทำให้พวกมันต้องขุ่นเคือง ผ่านไปเพียงชั่วข้ามคืนมีบุคคลแปลกหน้ามากมาย มาเยือนโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้เพื่อมาเยี่ยมเยือนมู่ซานกวนโดยเฉพาะ ไม่ว่าใครก็อยากที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มคนที่แข็งแกร่งทั้งนั้นโดยเฉพาะกับตระกูลอสูรมายา ที่สร้างความหวาดกลัวกับผู้คนไปหลายๆทวีปแต่ไม่คาดคิดว่าตัวตนเช่นพวกมันจะมาเยือนที่ดินแดนเล็กๆแห่งนี้“เหอะ หากข้าไม่เห็นว่าเจ้าหนูนั่นจะมาเข้าร่วมตระกูลของเราภายในอนาคตข้าคงจับพวกมันหักคอทิ้งไปหมดแล้ว มีแต่เจ้าพวกสวะทั้งนั้นนี่พวกมันเห็นตระกูลอสูรมายาของพวกเราเป็นอะไร คิดจะมาขอเข้าร่วมอย่างงั้นรึ ช่างไม่รู้จักประมาณตน” ท่านปู่ของมู่หลานหลานกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง“แม้แต่ตัวข้าเองก็รู้สึกอุจาดลูกตาเช่นกันท่านพ่อ ข้าเองก็อยากจะสังหารพวกมันเสียเต็มแก่ นี่คงเป็นวิถีทางของเจ้าพวกอ่อนแอ เราในฐานะกลุ่มคนผู้แข็งแกร่งคงทำได้แต่เพียงใจกว้างเท่านั้นอย่าไปถือสาเจ้าพวกมดปลวกเลยท่านพ่อ ถือว่าเห็นแก่หน้าเจ้าหนูหลินเทียนก็แล้วกัน หากพวกเราต้องการผูกมิตรกับเจ้าหนูนั่นพวกเราคงทำได้แต่เพียงแค่ปล่อยวางเท่านั้น” อาชามังกร มู่ซานกวน กล่าวกับผู้เป็นพ่ออย่างใจเย็นในยามปกตินั้นตัวของมันเป็นบุคคลที่เลือดร้อนอย่างถึงที่สุดแต่พอเป็นเรื่องผลประโยชน์ของตระกูลจะกลับกลายเป็นคนใจเย็นและใช้เหตุผลเป็นที่ตั้งในทันที“เหอๆ เจ้าชิงหลงนั่นไม่ธรรมดาเลย หากพวกเราปะทะแตกหักกับมันละก็ ผลออกมามันคงไม่น่าดูชมนักถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นฝ่ายชนะก็เถอะไม่เจ้าก็ข้าคงได้เจ็บหนักเป็นแน่ ข้าไม่เข้าใจมันเลยจริงๆด้วยพลังฝีมือของมันทำไมต้องไปรับใช้กลุ่มคนที่อ่อนแอด้วย” ท่านปู่ของมู่หลานหลานในยามนี้นั้นประเมินพลังฝีมือของผู้อำนวยการชิงหลงสูงเป็นอย่างมาก น้อยคนยิ่งนักที่ตัวตนเช่นพวกมันจะให้ค่าคนนึงสูงส่งถึงขนาดนี้“ท่านช่างประเมินคนผู้นี้ไว้สูงเสียจริง ข้าเองก็รู้สึกชอบมันนะ ขอเพียงแค่มันไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับเราก็พอ การเป็นมิตรกับคนผู้นี้นั้นก็นับว่าประเสริฐที่สุดแล้ว ไม่แน่ว่าสักวันนึงมันอาจจะเป็นกำลังให้กับพวกเราก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าผู้คนที่เหลือของมันจะเป็นเพียงแค่เจ้าพวกขยะก็ตาม” สองพ่อลูกคู่นี้นั้นพูดคุยกันตามปกติแต่พวกมันนั้นหารู้ไม่เลยว่าทุกประโยคที่กล่าวออกมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกดักฟังทั้งสิ้น
    ทางด้านตัวของผู้อำนวยการชิงหลงในยามนี้นั้นตัวของมันกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมทั้งกระดิกหูไปมาราวกับว่าเป็นนกรู้ราวกับว่าตัวของมันนั้นฝึกทักษะพลังเวทอะไรบางอย่างที่สามารถทำให้ประสาทหูของมันนั้นได้ยินมาจากสถานที่ห่างไกล“ชิงหลงเจ้าคิดว่า คนพวกนั้นมันจะเชื่อถือได้อย่างงั้นจริงๆเหรอ” ฉินอู๋โหย่วพูดขัดจังหวะในการดักฟังของชิงหลงเพราะตัวของมันในยามนี้นั้นไม่รู้ว่าสหายของตนกำลังทำอะไรอยู่มันเห็นเพียงแค่ว่าเจ้าแก่นี่ตัวของมันแค่นั่งจิบชาพร้อมทั้งกระดิกหูไปมาเท่านั้น“เชื่อได้ซิ หากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว ผลประโยชน์ที่พวกมันจะได้รับนั้นมันหอมหวานเกินไป พวกมันไม่คิดที่จะทำอะไรโง่ๆหรอก ในทางกลับกันพวกเราทุกคนต่างก็ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ และมีเป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือช่วยกันปกปิดความลับบนตัวของหลินเทียน” ถึงแม้ว่าตัวของชิงหลงนั้นจะคาดหวังเกี่ยวกับผลประโยชน์ภายในตัวของหลินเทียนแต่ที่เขาทำนั้นนี่ก็เพื่อส่วนรวมและแล้วช่วงเวลาที่ทุกคนต่างรอคอยก็มาถึง การประลองระหว่าง ลู่เมิง ชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่า 20 ปี พลังของเขาในยามนี้นั้นคือ จอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 9 และชายหนุ่มผู้มากไปด้วยพรสวรรค์ หลินเทียน พลังของเขาในยามนี้นั้นคือ จอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 7 ศึกการประลองในครั้งนี้สร้างความสนใจต่อนักเรียนจอมเวททุกคน ไม่เพียงแต่แค่ศิษย์ฝ่ายนอกที่เข้ามาเยี่ยมชมเท่านั้นแม้แต่ศิษย์ฝ่ายในเองก็ยังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เห็นทีจะมีแต่ศิษย์หลักเท่านั้นที่ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเกี่ยวกับพวกนี้เพราะในสายตาของเขาเจ้าคนพวกนี้นั้นมันยังอ่อนแอเกินไปมันไม่มีค่าพอที่จะทำให้ตัวตนเช่นศิษย์หลักเกิดความสนใจได้ ทางด้านตัวของผู้อำนวยการชิงหลงนั้นเขาไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมศึกการประลองนี้ที่สนามประลองเพราะนี่มันออกจะดูมากจนเกินไปที่ตัวตนเช่นผู้อำนวยการจะไปให้ความสำคัญกับศิษย์ฝ่ายนอก ตัวของเขานั้นเฝ้าชมผ่านสัญญาณรับภาพอยู่ภายในห้องทำงาน ทั่วทั้งบริเวณโดยรอบสนามประลองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิษย์รุ่นเยาว์มากมาย
    ณ บนฟากฟ้าที่อยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ อาชามังกร มู่ซานกวน และท่านพ่อของมันลอยอยู่เหนือบนฟากฟ้าเพื่อที่จะเฝ้าสังเกตุการณ์ด้วยตาของมันเอง“เจ้าเด็กนี่เหรอหลินเทียน รูปร่างหน้าตาของมันก็ไม่เลวนัก ยังห่างไกลกับข้าเมื่อสมัยหนุ่มๆ” มู่ซานกวนจ้องมองหลินเทียนพร้อมทั้งกล่าวออกมา“เหอะ เจ้าช่างหลงตัวเองนัก หากไม่ใช่เพราะข้าหาเมียให้เจ้าชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังเลยว่าจะมีหลานมาให้ข้าอุ้มหน้าตาของเจ้ายังห่างไกลจากเจ้าหนูนี่มากนัก อย่าได้ไปเปรียบเทียบกับมันอีก” ท่านปู่ของมู่หลานหลาน ถึงกับปวดหัวกับเจ้าลูกชายคนนี้ไม่รู้ว่าตัวของมันไปเอาความหลงตัวเองมาจากใคร“ท่านพ่อคิดว่าผลการประลองในครั้งนี้มันจะออกมาเช่นไร” อาชามังกร มู่ซานกวนรีบพูดเปลี่ยนเรื่องในทันที ท่านพ่อของมันในยามนี้ก็แก่ชรามากแล้วแต่ตัวของเขานั้นก็ไม่เลิกที่จะพูดจิกกัดตนเสียที“ผลแพ้ชนะมันออกมาตั้งแต่ต้นแล้วแต่ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าหนุ่มนั่นมันจะจัดการคู่ต่อสู้ของมันด้วยวิธีไหน”“เจ้าหลินเทียนไปนอนจมกองเลือดกับพื้นใช่ไหม” มู่ซานกวน อดไม่ได้ที่จะพูดจาก่อกวนท่านพ่อของตน“นี่เจ้าอยากโดนข้าตบปากฉีกอย่างงั้นเหรอ หุบปากแล้วตั้งใจดูซะ” ด้วยวาจาของผู้เป็นพ่อเพียงไม่กี่ประโยคถึงกับทำให้ตัวตนเช่นท่านประมุขถึงกับหวาดกลัว ความทรงจำสมัยเมื่อมันเป็นเด็กหลั่งไหลออกมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนมันรู้ว่าท่านพ่อของมันต้องทำตามที่พูดแน่“ข้าเพียงแค่หยอกล้อท่านเล่นเท่านั้น”“ข้าเองก็หยอกล้อเจ้าเล่นเช่นกัน เจ้าเป็นถึงประมุข พ่อก็ต้องให้เกียรติเจ้าอยู่แล้วจริงไหม”อาชามังกร มู่ซานกวนถึงกับปรับอารมณ์ของตัวเองไม่ถูกเมื่อได้รับคำตอบจากผู้เป็นพ่อ มันเชื่อว่าท่านพ่อของมันไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ หลังจากนั้นไม่นานสองพ่อลูกก็กลับไปให้ความสนใจกับหลินเทียน 

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน