หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 5 สถานที่ปริศนา

    บทที่ 5สถานที่ปริศนาแสงสว่างสีเหลืองปรากฏขึ้นหลังจากที่อักขระโบราณมากมายที่กำลังล่องลอยอยู่รอบร่างกายได้เปล่งแสงทอประกายสว่างไสวขึ้นมาวูบหนึ่งราวกับแสงสว่างที่เข้ามาทิ่มแทงภายในดวงตา เมื่อแสงสว่างนั้นค่อยๆจางลงไปดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ก็ได้ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆดวงตาทั้งสองข้างที่เปิดขึ้นมาเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าทัศนียภาพรอบกายของตนเองมันเปลี่ยนไป ใบหน้าของหลินซานได้ปรากฏความประหลาดใจที่ไม่อาจปิดกั้นได้ออกมา สถานที่แห่งนี้มันคือที่ใดกัน? คำถามนั้นบังเกิดขึ้นภายในใจในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงกวาดมองรอบกายอยู่ ท้องนภาสีทองที่ปกคลุมด้านบนก้อนเมฆหลากสีที่กำลังส่องประกายสว่างไสวแล้วเคลื่อนตัวไปมาอย่างงดงาม จุดที่เขากำลังนั่งอยู่มันคือลานกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลานกว้างขวางแห่งนี้ลองสัมผัสดูแล้วบริเวณพื้นของมันถูกทำมาด้วยวัตถุบางอย่างทีใสและเงางามราวกับของล้ำค่า แต่เมื่อลองใช้มือของตนเองลูบคลำดูปรากฏพบเห็นว่ามันมีฝุ่นจับตัวหนาหลินซานมองฝุ่นที่ติดขึ้นมากับมือของตนเองอย่างประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มละความสนใจของตนเองจ้องมองไปรอบๆอีกครั้งเพื่อสำรวจ“ ไม่สิ!! สถานที่แห่งนี้มัน ” ใบหน้าของลู่หานยิ่งปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นมามากขึ้นอีกราวกับว่าความทรงจำภายในหัวของเขามันปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเขาเพิ่งนึกออกสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่แปลกตาเลยมันเหมือนกับว่าเขาเคยมาแล้ว 1 ครั้ง ตอนที่เขายังสลบไสลอยู่เขาจำได้เป็นอย่างดีเพราะตอนนั้นดวงจิตของเขามันหลุดเข้ามาภายในดินแดนแห่งที่มีรูปลักษณะเช่นเดียวกับดินแดนแห่งนี้ เมื่อมองผ่านสายตาดูสถานที่แห่งนี้มันอาจจะเป็นสถานที่เดียวกันก็ได้ ร่างของหลินซานที่นั่งยืดขาอยู่ที่พื้นได้ตั้งใจจะออกแรงลุกขึ้นแต่ว่าไม่สามารถทำได้ บาดแผลของเขาที่กำลังได้รับบาดเจ็บอยู่และกระดูกของขาทั้งสองข้างที่ถูกหักอย่างเหี้ยมโหดมันไม่สามารถทำให้ร่างกายของเขาลุกยืนขึ้นมาอย่างคนปกติได้ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่คนพิการที่ไม่สามารถทำได้แม้แต่จะลุกยืนขึ้น นี่ไม่ใช่ร่างดวงจิตแต่เป็นร่างจริงๆของเขาที่มีเลือดเนื้อและความรู้สึก ครั้งก่อนที่เขาเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เข้ามาโดยมีร่างดวงจิตของตนเองที่กำลังล่องลอยอยู่  “ แล้วข้าจะทำเช่นใดดีล่ะเนี่ย ” หลินซานปรากฏใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดที่หนักใจ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำเช่นไรดีร่างกายของเขามันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้สะดวก ไม้เท้าค้ำยันร่างกายก็ไม่มีตอนนี้ถ้าอยากจะเคลื่อนที่ไปด้านหน้าเพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มันจะคงจะต้องคลานไปเท่านั้น ภายในความคิดของหลินซานเขามั่นใจว่าภายในสถานที่แห่งนี้มันจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับพลังบางอย่างที่เขาได้รับมาอย่างแน่นอนแล้วมันคงจะมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิทั้งสองที่เขาได้รับความทรงจำและจิตนึกคิดมา ตอนนี้แม้ว่าจะยังสับสนตัวเองอยู่เพราะว่ามีจิตนึกคิดของอีก 2 ผู้ที่เข้ามาสิงสู่ภายในร่างกายและกำลังหลอมรวมเข้ากับเขาอยู่ทำให้บุคลิกและนิสัยได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน กล่าวได้ว่าเขานั้นเกิดใหม่มาอีกครั้งก็ไม่ผิด นี้เขาเป็นหลินซานคนใหม่แล้ว แต่ว่าเรื่องที่อยากจะกระทำตอนนี้ก็กระทำไม่ได้ถ้าอยากจะแก้ไขข้อกระจ่างเรื่องนี้จริงๆก็คงจะต้องคลานไป ในขณะที่กำลังคิดเช่นนั้นอยู่ก็มีบางอย่างก่อกำเนิดขึ้นมา ร่างของหลินซานมันก็มีละอองแสงสีทองสว่างไสวเข้ามาเกื้อหนุนร่างกายของเขา ร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งราบพื้นอยู่กับค่อยๆลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ ร่างของหลินซานลอยขึ้นมาจากพื้นอย่างน่าประหลาด ร่างของเขาลอยขึ้นมาอย่างช้าๆดวงตาและใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจพร้อมกับมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อมันลอยขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วมันก็ได้หยุดลงหลินซานยังไม่เข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหตุใดตอนนี้ร่างกายของเขามันถึงลอยขึ้นแล้วละอองแสงสีทองเหล่านี้มันคืออันใดถึงช่วยเกื้อหนุนร่างกายของเขาให้ลอยขึ้นมาเช่นนี้“ เจ้าพวกนี้มันอันใดกัน.. ” ตื่นตระหนกไปขบคิดภายในหัวไปก็ยังไม่ได้คำตอบหลินซานได้ลองสั่งการดูโดยใช้สมองของตนเอง สั่งการให้มันเคลื่อนไหวไปด้านหน้าละอองแสงสีทองที่กำลังเกื้อหนุนร่างกายของเขาอยู่มันก็ได้พาร่างกายของเขาเคลื่อนที่ไปด้านหน้าเล็กน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เข้าประหลาดใจเป็นอย่างมากละอองแสงสีทองที่กำลังเกื้อหนุนร่างกายของเขาให้ลอยขึ้นอยู่มันเชื่อฟังคำสั่งของเขา เพียงแค่การนึกคิดมันก็ทำให้ร่างกายของเขาสามารถเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้แล้ว มันเป็นเหมือนกับการที่สมองเขาสั่งการให้เท้าทั้งสองข้างก้าวเดินเลย เมื่อได้รู้เช่นนั้นหลินซานก็ไม่รีรอเขาลองใช้ความคิดของตัวเองสั่งการให้ละอองสีทองที่กำลังเกื้อหนุนร่างกายของเขาอยู่พาร่างกายของเขาเคลื่อนที่ไปทางนู้นและทางนี้ ร่างกายของเขาเคลื่อนที่ไปทางโน้นทีทางนี้ทีตนตนเองนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกและปรับสภาพเข้ากับมันได้ หลินซานได้ลองสั่งการให้มันเคลื่อนที่ไปด้านหน้าร่างของเขาเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ลานกว้างขวางแห่งนี้เป็นลานกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาที่ไม่มีอันใดเลย ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่าภายในสถานที่แห่งนี้แทบจะไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตและสิ่งก่อสร้างมันไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เขาเคยพบเจอเลยสักนิดก่อนหน้านี้ในขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่มุ่งตรงไปด้านหน้ายังมีเสาขนาดใหญ่ที่ดูงดงามตระการตาตั้งเรียงรายอยู่รอบข้าง เมื่อเคลื่อนที่ไปสักพักสิ่งที่หลินซานได้พบเจอกับบางอย่างสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าของเขามันคือเรือนไม้หลังเก่าๆอันทรุดโทรมและผุพังเป็นอย่างมาก ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ที่ดวงจิตของเขาเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ ที่เขาพบเจอมันคือสิ่งก่อสร้างงดงามตระการตาและตำหนักขนาดใหญ่ที่ทั่วทั้งตำหนักถูกทำขึ้นมาจากทอง แต่ในตอนนี้สิ่งที่มันอยู่ด้านหน้าของเขากลับไม่ใช่เลยสักนิดของสิ่งนี้มันคืออันใดกัน เรือนไม้เก่าๆที่แทบจะไม่มีอันใดแล้วก็ทัศนียภาพที่ดูเหมือนว่ามันจะเหมือนกันแต่ว่าก็แตกต่างไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าสถานที่แห่งนี้มันคือที่ใดกัน ดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองรอบบริเวณตอนนี้เขามาหยุดอยู่บริเวณด้านหน้าของเรือนไม้หลังเก่าๆแล้วก็จ้องมองพวกมันอย่างประหลาดใจเมื่อใช้ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปด้านหน้าก็พบเห็นว่าประตูไม้ขนาดใหญ่ถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา และบนผิวของประตูไม้ด้านหน้าของเขามันมีฝุ่นหนาเตอะเกาะเอาไว้ไม่ได้มีผู้ใดเปิดหรือว่าทำความสะอาดพวกมันมานาน หลินซานตั้งสติอยู่สักพักก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่เข้าไปด้านหน้าโดยที่มีละอองสีทองเป็นตัวเกื้อหนุนแล้วทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้อย่างง่ายดาย เมื่อเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆประตูไม้มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาพร้อมกับผลักดันมันเข้าไปอย่างรวดเร็วแอ๊ด!!! ประตูทั้งสองข้างที่ติดอยู่อย่างแน่นหนาได้ถูกแรงของเขาดันเข้าไป เมื่อประตูถูกดันเปิดเข้าไปด้านของหลินซานได้เคลื่อนที่เข้าไปด้านในตาทั้งสองข้างของเขามองรอบบริเวณทัศนียภาพที่ผิดหูผิดตา ตอนนั้นที่จิตสำนึกของเขาเข้ามาภายในดินแดนที่คล้ายกับภายในสถานที่แห่งนี้บริเวณนี้คือห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเก้าอี้สีมรกตมากมายตั้งเรียงรายเอาไว้ พวกมันเป็นเพียงเก้าอี้ไม้เก่าๆที่ตั้งเอาไว้เพียงไม่กี่ตัวและขนาดของห้องโถงก็เล็กเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง ดูจากตรงนี้ก็รู้ได้แล้วว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อดวงตาทั้งสองข้างขวามองดูหาบางอย่างอีกก็ไปพบเห็นกับของชิ้นนึงที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเก้าอี้ไม้เขาได้ใช้ละอองสีทองที่กำลังเกื้อหนุนร่างกายของตนเองเคลื่อนที่เข้าไปอีกครั้ง หลินซานเคลื่อนที่เข้าไปหาสิ่งที่อยู่ด้านหลังเก้าอี้ตำแหน่งประธานของห้องโถงเล็กๆแห่งนี้ศิลาสีดำสนิทขนาดใหญ่ที่เมื่อมองจากสายตาความสูงของมันที่นับจากพื้นขึ้นมาสู่ด้านบนก็น่าจะซักประมาณ 10 ฉื่อที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นอยู่ด้านหน้าหลินซานเมื่อได้เห็นของสิ่งนี้ไม่ผิดอย่างแน่นอนเขาคิดได้ทันทีว่ามันเป็นศิลาที่เขาเคยพบเจอในสถานที่แห่งนั้น แล้วเหตุใดมันถึงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้แล้วสถานที่แห่งนี้มันคือสถานที่เดียวกันกับสถานที่แห่งนั้นที่เขาเคยเข้าไปหรือเปล่า? คำถามมากมายปรากฏขึ้นมาภายในหัวพวกมันปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนแม้แต่หลินซานเองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับพวกมันได้ ร่างของเขาที่ถูกยกลอยขึ้นสูงจากพื้นเพียงเล็กน้อยได้จ้องมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง ศิลามันมีความแตกต่างจากศิลาทั่วไปมันเป็นศิลาหินสีดำสนิทที่ดูลึกลับและให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งบรรพกาลที่มันกำลังแผ่ซ่านและปกคลุมตัวของมันอยู่ มองดูจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วไม่รู้ว่ามันจะมีอายุอยู่มานานขนาดไหนแต่ว่าสิ่งที่น่าแปลกประหลาดมากกว่านั้นและน่าแปลกประหลาดมากที่สุดมันก็คือเหตุใดศิลาสีดำด้านหน้ามันถึงมีผิวเรียบเนียนแถมยังไม่มีตัวอักษรอันใดสลักเอาไว้อีกด้วย หลินซานยืนจ้องมองมันด้วยความสงสัยอยู่สักพักเขาเอียงคอไปมาซ้ายทีขวาทีเพื่อมองมันในทุกมุมมองแต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนไป เขาได้เคลื่อนที่ไปรอบๆมันก็ปรากฏว่าทั่วทั้งศิลาหินสีดำอันนี้ก็ไม่มีอันใดถูกขีดเขียนเอาไว้อยู่เป็นสัญลักษณ์เช่นเดียวกัน“ อันใดกัน? เจ้าศิลาอันนี้น่าแปลกประหลาดยิ่งนัก ” หลินซานได้ลอยกายกลับมาอยู่ด้านหน้าของมันอีกครั้งหลังจากที่ได้สำรวจทั่วทั้งศิลาก้อนนี้เรียบร้อยแล้วเขาลองยื่นมือข้างขวาของตนเองออกไปแล้วสัมผัสมันดู และเมื่อมือขวาของเขาสัมผัสเข้ากับผิวศิลาอันเรียบเนียนมันก็ก่อกำเนิดบางอย่างขึ้นมา แสงสว่างสีทองสว่างไสวได้เปล่งประกายออกมาจากศิลาสีดำสนิทด้านหน้าใบหน้าของหลินซานในครั้งนี้กับราบเรียบสงบนิ่งและทำราวกับว่าตัวเองไม่รู้สึกประหลาดใจอันใดเลยสักนิด จบตอน 

    คล้ายกับเรื่องหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน