ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสาม Cultural Product
อันที่จริงผมไม่ได้ว่าอะไรกับการเรียนศิลปะนัก
เพราะยิ่งมีค่าวัฒนธรรมcultural point
มากขึ้นเราก็ยิ่งสามารถดูดกลืนวัฒนธรรมอื่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ว่าอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างเล็กน้อยแต่การมีวัฒนธรรมที่ทำให้คนเห็นว่าเรามีวัฒนธรรมสูงส่งหรือสื่อสารกันได้ดีมากยิ่งขึ้น
ก็ยิ่งยากที่อีกฝ่ายจะมีแนวคิดทางการเมืองในทางร้ายต่อเราหรืออย่างน้อยก็ยากมากขึ้นที่จะอธิบายกับประชาชนของตนเอง
ต่อให้เป็นผู้นำเผด็จการก็ตาม
อย่างน้อยในการเมืองภายในของตนเองต้องอธิบายว่าทำไมเราต้องไปบุกประเทศเพื่อบ้านให้ได้
แม้เหตุผลนั้นจะเป็นการอ้างเขตแดนทางประวัติศาสตร์เมื่อพันกว่าปีก่อน
แต่อย่างน้อยมันก็ยังเป็นข้ออ้างที่สามารถเข้าใจได้
แม้เราอาจจะไม่เห็นด้วย
แต่นั่นล่ะคือการใช้แต้มการเมืองในการกำหนดนโยบายของรัฐต่างๆ
ผมไม่ต้องอธิบายอะไรมากนักหากไปปราบโจรสลัด
แต่หากผมจะไปต่อสู้กับอาณาจักรอื่นๆก็ต้องอธิบายกันยาวหน่อย
นี่คือสาเหตุที่เวลาที่ผมประกาศสงครามกับท่านข่านที่อยู่คนละมุมขอบจักรวาลผมต้องใช้แต้มทางการเมืองไปจำนวนมาก
เพราะท่านข่านหรือประชาชนของผมแทบไม่เคยได้เจอกันหรือได้ยินเรื่องราวของกันและกันมาก่อนเลย
แต่คนที่อยู่คนละมุมจักรวาลจะก่อสงครามต่อกันก็ต้องอาศัยคำอธิบายมากหน่อย
นี่คือสาเหตุที่ประเทศมหาอำนาจหรือโรมันโบราณไปผูกสัมพันธ์กับรัฐต่างๆเอาไว้
หากมีการโจมตีพันธมิตรของเราก็เป็นสาเหตุที่เราจะเข้าไปทแทรกแซงเรื่องราวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
“ความชอบธรรมทางการเมือง”
แม้จะเป็นสิ่งที่พวก realism การเมืองตามความเป็นจริง
แบบแนวอิเซไคเรียลลิสม์ชอบล้อเลียนกัน
แต่มันคือรากฐานของการเมืองที่เป็นอยู่จริงๆก็ว่าได้
ไม่มีใครที่คิดจะสร้างภาพตนเองเป็นตัวร้ายหรือกองทัพจอมมาร
การที่เราทำอะไรลงไปต้องมีเหตุผลรองรับเสมอ
การจะบุกไปชิงทรัพยากรชาวบ้านหรือดินแดนก็ยังเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งเช่นกัน
ซึ่งผมได้ออกคำสั่งให้เอาพวก
สินค้าทางวัฒนธรรม
CulturalProduct
ออกไปเร่ขายให้กับชาวบ้านจากสถานีฮับทางการค้าที่ผมสร้างขึ้นมา
ผมสามารถกระจายวัฒนธรรมของผมได้ผ่านสินค้าและสามารถซื้อพวกเทคโนโลยีหรือทรัพยากรอื่นๆกลับมาได้
Win-Win
สำหรับผม
แม้แต่ในโลกปัจจุบัน
คำนวณมูลค่าสินค้าทางวัฒนธรรม
อันดับหนึ่งคืออเมริกา
อันดับสองคือญี่ปุ่น
มันคือความน่ากลัวขนาดนั้นต่อญี่ปุ่นที่มีต่ออเมริกา
ที่ตลาดคอมมิคได้หดตัวลงแต่ตลาดอนิเมชั่นได้ขยายใหญ่มากขึ้น
การหวาดกลัวต่อการเจริญเติบโตของญี่ปุ่น
คือสาเหตุที่พวกเราได้มีแนวไซเบอร์พังก์มารับชมกันถึงทุกวันนี้
Support Idol
สนับสนุนไอด้อล
ผมเลือกกลุมไอด้อลในจักรวรรดิของผมที่มีค่าสถานะสูงๆและสนับสนุนพวกเธอด้วยงบประมาณประเทศ
ให้ไปจัดคอนเสิร์ตร้องเพลงไปในสถานอวกาศฮับการค้าของผม
...
Glory to my lord
Grace be upon you
บรรดาไอด้อลนั้นพนมมือบนเวทีร้องเพลงสรรเสริญองค์จักรพรรดิก่อนที่จะทำการแสดงทุกครั้ง
ทุกคนที่อยู่ฝนงานคอนเสิร์ตก็ร้องเพลงสรรเสริญท่านจักรพรรดิตามๆกันไป
หลายคนได้รู้สึกถึงจิตใจที่ได้รับการเติมเต็ม
บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
แม้กระทั่งคนที่เคยเป็นโจรสลัดและตอนนี้ก็ยังเป็นโจรสลัดอยู่แค่ไม่มาปล้นในเขตแดนของจักรวรรดิก็ถึงกับหลั่งน้ำตากับเสียงเพลงที่สามารถส่งถึงจิตใจของตนเองได้
ว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ตนเองหามานั้นอยู่ตรงนี้เอง
นี่ล่ะคือพลังของสินค้าทางวัฒนธรรมและสาเหตุที่การร้องเพลงในมาร์ครอสนั้นต้องใช้อย่างระมัดระวังในการเมืองระดับจักรวาลเพราะสงครามอาจจะจบด้วยความรวดเร็วหากเราไปร้องเพลงให้กับกองทัพศัตรูฟัง