ความมืดมิดภายในถ้ำถูกทำลายลงด้วยแสงสีแดงฉานที่วูบวาบไปมา
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างของไป๋ลั่วเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา ทิ้งเงาสีแดงจางๆ ไว้เื้ั ทุกย่างก้าวที่เขาย่ำลงไปบนพื้นหิน ไม่มีเสียงฝีเท้าเกิดขึ้นแม้แต่น้อย แต่กลับทิ้งรอยเท้าที่ชุ่มไปด้วยเืเอาไว้
"ย่างก้าวเงาโลหิต... ขั้นต้น!"
ไป๋ลั่วหยุดชะงักที่มุมถ้ำ หอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ อึก! เขาสำลักเืคำโตออกมา ร่างกายโงนเงนเหมือนจะล้มพับ วิชานี้ทรงพลังอย่างที่คิด มันทำให้ความเร็วของเขาพุ่งสูงขึ้นจนเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้น 4 (โลหิตเดือด) ได้ในชั่วพริบตา แต่สิ่งที่ต้องจ่ายคือ "เืในกาย 1 ส่วน" ทุกครั้งที่ใช้งาน
"ถ้าเป็คนปกติ คงเืหมดตัวตายไปแล้ว..."
ไป๋ลั่วแสยะยิ้มมุมปาก เขาหยิบซากกระต่ายเขาเดียว (สัตว์อสูรระดับ 1) ที่จับมาได้ขึ้นมาฉีกคอกินเืสดๆ เพื่อเติมเต็มส่วนที่เสียไปทันที พลังมารในหัวใจเต้นตุบตับ เปลี่ยนเืสัตว์ให้กลายเป็เืของเขาฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว
"ข้าฝึกวิชาท่าร่างสำเร็จแล้ว... แต่ระดับพลังยังติดอยู่ที่ขั้น 2 ปลายๆ" ไป๋ลั่วนั่งขัดสมาธิ ตรวจสอบสภาพร่างกาย ตราประทับทาสมารที่หน้าผากยังคงทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง มันเหมือนปลิงที่คอยสูบเืและปราณของเขาไปตลอดเวลา ทำให้ไม่ว่าเขาจะกินเืสัตว์อสูรไปมากแค่ไหน ก็ไม่เพียงพอที่จะทะลวงผ่านคอขวดเข้าสู่ ขั้น 3 : ผลัดเปลี่ยนกระดูก ได้สักที
"ข้า้าพลังงานที่มากกว่านี้... มากกว่าเืสัตว์อสูรกระจอกพวกนี้เป็ร้อยเท่า" สายตาของไป๋ลั่วมองลึกเข้าไปในความมืดด้านหลังของถ้ำ ตอนที่เขาเข้ามา เขาได้กลิ่นเืจางๆ จากทิศทางนั้น... มันไม่ใช่กลิ่นของศพศิษย์พี่มารเงาโลหิต แต่เป็กลิ่นที่ลึกกว่านั้น เก่าแก่กว่านั้น และ "หอมหวาน" กว่านั้น
"ลองไปดูหน่อยดีกว่า" ไป๋ลั่วตัดสินใจลุกขึ้น เดินลัดเลาะไปตามผนังถ้ำที่แคบและชื้นแฉะ ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งหนาวเย็นจนกระดูกสั่นสะท้าน ผนังถ้ำเริ่มเปลี่ยนจากหินธรรมดา เป็หินงอกหินย้อยที่มีสีแดงระเรื่อ ราวกับถูกย้อมด้วยเืมานับพันปี
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ทางเดินแคบๆ ก็เปิดกว้างออกสู่ห้องโถงถ้ำขนาดใหญ่ใต้ดิน และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ดวงตาของไป๋ลั่วเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น
ใจกลางห้องโถงนั้น มีบ่อหินธรรมชาติขนาดเล็กอยู่บ่อหนึ่ง ภายในบ่อไม่ได้จุน้ำ... แต่บรรจุ "ของเหลวสีแดงข้นคลั่ก"
ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เหนือขึ้นไปบนเพดานถ้ำ มีหินย้อยสีแดงสดแท่งหนึ่งที่มีหยดน้ำสีแดงหยดลงมาทีละหยด... ทีละหยด... อย่างเชื่องช้า
"นั่นมัน... 'หินย้อยโลหิตพันปี'!"
ไป๋ลั่วจำลักษณะของมันได้จากตำราสมุนไพรที่เคยแอบอ่านตอนเป็คนเลี้ยงม้า น้ำที่หยดลงมาคือ "น้ำนมโลหิตธรณี" มันคือทรัพยากรระดับสูงที่เกิดจากการสะสมของพลังปราณใต้พิภพนานนับร้อยปี มีสรรพคุณในการ "ชะล้างไขกระดูก" และ "เสริมสร้างเืลม" อย่างมหาศาล!
"ถ้าข้าได้กินมันทั้งหมดนั่น... อย่าว่าแต่ขั้น 3 เลย ข้าอาจจะทะลวงคอขวดไปได้ไกลกว่านั้น!"
ความโลภฉายชัดในแววตา ไป๋ลั่วก้าวเท้าเตรียมจะพุ่งเข้าไปตักตวงโชคลาภ
กึด... กึด...
เส้นใยประสาทััที่เขากางไวรอบตัวสั่นะเือย่างรุนแรง!
ไป๋ลั่วหยุดกึก ะโถอยหลังไปหลบหลังโขดหินทันที
ฟุ่บ!
เงาสีดำขนาดใหญ่โฉบผ่านจุดที่เขายืนเมื่อครู่ ลมกรรโชกแรงจากการกระพือปีกพัดจนฝุ่นตลบ กรงเล็บแหลมคมขูดพื้นหินจนเกิดประกายไฟแลบ
"ตัวบ้าอะไร..."
ไป๋ลั่วเพ่งมองฝ่าความมืด เกาะอยู่บนหินย้อยเหนือสมบัติ คือค้างคาวขนาดั์ที่มีปีกกว้างกว่า 4 เมตร ขนสีแดงเพลิง และมีเขี้ยวคู่หน้ายาวโง้งเหมือนดาบ "ค้างคาวมารปีกโลหิต" สัตว์อสูรระดับ 3 ขั้นสูงสุด! (เทียบเท่ามนุษย์ขั้นผลัดเปลี่ยนกระดูก ขั้นปลาย)
มันห้อยหัวจ้องมองลงมาที่ไป๋ลั่ว ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยจิตสังหาร มันคือผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์แห่งนี้ และมันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง "น้ำนมโลหิต" ของมันเด็ดขาด
"ระดับ 3 ขั้นสูงสุด..." ไป๋ลั่วประเมินสถานการณ์ พลังของมันเหนือกว่าเขาเกือบหนึ่งขั้นใหญ่ ิัของมันน่าจะเหนียวยิ่งกว่าเหล็ก และความเร็วในการบินในถ้ำแคบๆ แบบนี้คือความได้เปรียบมหาศาล
แต่เมื่อไป๋ลั่วมองกลับไปที่บ่อน้ำนมโลหิต... ความกลัวทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหาย ตราประทับที่หน้าผากปวดตุบๆ ราวกับจะเร่งเร้าให้เขาเข้าไปตาย หรือไม่ก็เข้าไปแย่งชิง
"เ้าเฝ้ามันมานานแค่ไหนแล้วเ้าหนูมีปีก..." ไป๋ลั่วแสยะยิ้มที่ดูบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างกางออก เส้นใยโลหิตนับสิบเส้นค่อยๆ งอกออกมาจากปลายนิ้ว เต้นระริกราวกับงูที่พร้อมฉกกัด
"ขอบคุณที่ดูแลมันไว้ให้ข้า... แต่วันนี้ ข้าจะกินทั้งสมบัติ และกินทั้งเ้า!"