ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 ปราบไปทั่วทิศ

           “ฉันจะบ้าตาย อ๊ายยย...” หญิงสาวชุดขาวอาเจียนจนใบหน้าซีดขาวเธอส่ายหัวสุดแรงทั้งยังกรีดร้องไม่หยุด เหมือนกับเสียสติไปแล้วจากนั้นลุกขึ้นวิ่งเตลิดไปทางหนึ่ง

           ทางนั้นมีลำธารเล็กๆ อยู่สายหนึ่ง เธอทนไม่ได้กับ ’สิ่งปนเปื้อน’ แบบนี้จนแทบจะตัดมือตัวเองทิ้งอยู่แล้วเธอวิ่งเป็นบ้าเป็นหลัง จุ่มมือพรวดลงในน้ำที่เย็นเฉียบจนเป็นน้ำแข็งออกแรงถูมือจนแทบจะถลกหนังออกมา

           ทางชายหนุ่มก็ไม่เว้น สีหน้าดำคล้ำ อาเจียนพลางตะเกียกตะกายไปลำธารแล้วคุกเขาลงล้างมืออย่างหยุดไม่อยู่

           ฉู่เฟิงส่องอยู่ไกลๆ เขาไม่อยากซุ่มโจมตีเพราะรู้สึกรังเกียจอยู่หน่อยๆรอพวกนั้นล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากันขนาดเขาอยู่ห่างขนาดนี้ยังรับไม่ได้เลย

           ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าตอนนี้สองคนนั้นรู้สึกอย่างไร!

           “ฉันจะบ้าตาย สุดที่จะทนแล้วนะ นั่นมันตัวอะไรกันหา? ฉันจะฆ่ามัน สับมันเป็นชิ้นๆ เลยคอยดู!”เสียงกรีดร้องของหญิงสาวสะท้อนก้องไปในทุกอณูของราตรีกาล

           “ไป ไปจัดการเป้าหมายก่อน!” ฝ่ายชายเอ่ย ใบหน้าสะสวยแต่สายตามาดร้าย เขาทนมามากพอแล้ว รู้สึกทั่วร่างสุดจะทานทนเพลิงโทสะปะทุแน่นไม่มีที่ระบาย อยากจะปฏิบัติภารกิจให้เรียบร้อยจะได้กลับกันเสียที

           หญิงสาวชุดขาวไม่ขยับ ยังคงล้างมืออยู่อย่างนั้นเป็นครั้งที่ร้อย

           ฉู่เฟิงหมุนตัวกลับ หายตัวไปในความมืดมิด

           อีกเป็นนานสองคนนั้นจึงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่นอกสวนของบ้านฉู่เฟิง ประจวบเหมาะที่ตอนนี้ฉู่เฟิงก็ผลักประตูออกมาที่สวนพอดี

           หากไม่เป็นเพราะอยากเค้นข่าวจากปากพวกนั้น เขาลงมือไปนานแล้วเขาแกล้งทำตัวเป็นคนธรรมดา สีหน้าท่าทางประหลาดใจ ถามพวกนั้นว่าเป็นใคร

           “ฉันไม่จำเป็นต้องบอกอะไรนายรู้แค่ว่ามีคนไม่อยากให้นายมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว” ชายหนุ่มที่มีปีกปีศาจเอ่ยสีหน้ามีแววรังเกียจ ทั้งยังเย็นชา

           “ทำไมกัน ใครอยากฆ่าผม?” ฉู่เฟิงสีหน้าสีตาตกใจสุดขีดถอยหลังไปหลายก้าว

           ท้องฟ้ายามรัตติกาลเงียบงัน แสงดาราพร่างพราย

           ชายหนุ่มกางปีกปีศาจสีดำออกกว้าง ค่อยๆลอยตัวขึ้นแล้วพยุงตัวอยู่กลางอากาศ แผ่พลังกดดันหนักหน่วงเหมือนกับจะปิดทับผืนแผ่นดิน

           “ตอนนี้ ฉันให้โอกาสแกเลือกวิธีตาย อย่างแรก ถูกไฟฟ้าช๊อตตายอย่างที่สอง ถูกไฟคลอกจนเป็นเถ้า รีบเลือกซะ!”

           เขาเร่งอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความสนใจไยดีไม่นำพาต่อความเป็นตายของฉู่เฟิงเลยสักนิด สำหรับเขาแล้ว นี่มันเป็นแค่เรื่องขี้ผง

           “นายเป็นมนุษย์พิเศษ แต่กลับรับคำสั่งจากคนอื่นตอนนี้ก็มากังวลว่าถ้าฉันไม่ตายโดยอุบัติเหตุ นายก็จะงานเข้า” ฉู่เฟิงพูดเรียบๆเหตุการณ์นี้วิเคราะห์อะไรได้มากมาย

           “คนธรรมดาระดับล่างสุดคนหนึ่งอย่างนายจะทำให้ฉันงานเข้าเหรอ? ฆ่านายมันก็ไม่ต่างอะไรกับบดขยี้มดไรให้ตายหรอก!”ชายหนุ่มปีกปีศาจเอ่ยขึ้นอย่างรังเกียจ

           เขาหงุดหงิดอย่างยิ่ง อยากจะรีบจัดการคนผู้นี้ทิ้งแล้วรีบกลับไปนอนแช่น้ำแร่อุ่นๆ

           “ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน รีบๆ จัดการเร็วเข้า!” หญิงสาวชุดขาวลุกลี้ลุกลนกว่าเธอเอ่ยลอดไรฟันอย่างหมดความอดทน “เดี๋ยวพอเข้าเมืองชิงหยางไปตามหาไอ้ตัวประหลาดนั่น ฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง!”

           ชายหนุ่มที่มีปีกปีศาจพลันลงมือ พุ่งเข้ามาทันที เขาไม่อยากเสียเวลา

           ตึง!

           แล้ววินาทีต่อมาเขาก็กระเด็นลอยออกไป!

           ฉู่เฟิงยังยืนอยู่ที่เดิมทันทีที่ปล่อยหมัดก็เหวี่ยงเขาลอยไปกลางอากาศ กระดูกหักไปหลายท่อนส่วนหน้าอกยุบเป็นหลุมใหญ่ ตัวคนลอยละลิ่ว สุดท้ายร่วงกระแทกพื้น ฟองเลือดกบปาก

           เขาตะเกียกตะกายขึ้นมาไอเป็นเลือด สีหน้าเต็มไปด้วยแววตื่นตระหนกพลังเช่นนี้ทำให้เขาตกใจ เขาเป็นถึงมนุษย์พิเศษ คุณสมบัติร่างกายเยี่ยมยอดแต่กลับถูกคนชกหมัดเดียวก็แทบจะสิ้นชื่อ!

           เขากล้ำกลืนความเจ็บปวด ทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้งก็ยังไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายของตัวเองเลย เมื่อกี้มันกะทันหันไปหน่อยเขากางปีกปีศาจที่อาบเลือด เช็ดเลือดที่มุมปาก มองฉู่เฟิงด้วยสายตาเย็นชาเสียงเย็นเยียบเสียดกระดูก

           “แกไม่ใช่คนธรรมดา ฉันมองพลาดไปเอง!”

           จากนั้น เขาอ้าปากกว้างแผดเสียงคำรามแปลกประหลาดพลังลึกลับอันสุดประมาณพวยพุ่งออกมา

           สิ่งนั้นเหมือนจะเป็นคลื่นเสียง แต่ก็เป็นเพียงคำอธิบายเท่านั้นมันกระจายเป็นวงกว้างสีดำ ชั้นแล้วชั้นเล่า แผ่กว้างโดยรอบอย่างน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าจู่โจมฉู่เฟิง

           ตึง!

           ต้นไม้ใบหญ้า กรวดทรายบนพื้นปั่นป่วน เป็นภาพที่น่าตกใจพลังเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวสุดประมาณ

           ห่างไปไม่ไกล หญิงสาวชุดขาวมีท่าทีวางใจ พลางถอยอย่างรวดเร็วเพราะแค่เพียงชายหนุ่มปีกปีศาจปล่อยวงคลื่นสีดำนั้นออกมามันก็น่ากลัวอย่างยิ่งแล้ว!

           เขาเพียงคนเดียวเคยกวาดล้างมนุษย์พิเศษหลายคนเสียราบคาบไม่ยั่นต่อการตะลุมบอน ปราบมาแล้วทุกสารทิศ

           ในการรับมือคนธรรมดาก็เคยทดสอบกันมาแล้วว่าเขาสามารถกำจัดคนได้ร่วมพันในการลงมือครั้งเดียววงคลื่นสีดำนั้นพอปล่อยออกไปก็ไม่แยกแยะว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ทำลายล้างจนสิ้น

           ตอนนี้  ท้องฟ้ายามราตรีประดับดาวแพรวพราวระยิบระยับ

           ชายหนุ่มปีกปีศาจทำพฤติกรรมอย่างกับจะปิดฟ้าเขากางปีกเนื้ออันใหญ่โต มุมปากยังมีเลือดเกาะกรัง ดวงตาทั้งคู่ไร้แววปรานี

           จากจุดที่ยืน เขาแผดวงคลื่นสีดำพุ่งออกไปสรรพสิ่งบนพื้นล้วนแหลกสลาย เป็นภาพที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

           นี่สิถึงจะเป็นมนุษย์พิเศษ!

           แน่นอน ฉู่เฟิงเจอกับปัญหาใหญ่ คลื่นนั่นแทรกซึมไปทุกที่พยายามฉีกกระชากร่างของเขา ทะลวงเข้าไปในหัวสร้างความเจ็บปวดรุนแรงให้กับหัวสมองของเขาเป็นอย่างมาก

           แต่ว่า เขานิ่งอย่างยิ่ง ไม่ลนลานเลยสักนิด

           โครม!

           เขายังคงใช้หมัดปีศาจวัวสร้างท่าร่างสูงสุด วัวสีดำร่างมหึมาปรากฏขึ้นด้านหลังของเขาเมื่อฉู่เฟิงกู่ร้อง มันก็พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า

           โฮก!

           เสียงคำรามกึกก้อง เป็นการปะทะของคลื่นเสียงอันน่ากลัวเมื่อร่างเทพของหมัดปีศาจวัวปรากฏขึ้น เสียงฟ้าร้องดังครั่นครื้นไหนจะยังเสียงกู่คำรามจากวัวแห่งบรรพกาล

           มันเป็นทั้งวิถีแห่งหมัดและเป็นการปะทะคลื่นเสียงไปในตัว

           ฟุ่บ!

           กลางอากาศ ชายหนุ่มงดงามผู้มีปีกปีศาจผู้สามารถแผดคลื่นเสียงสีดำได้ ถูกถล่มราบคาบ ร่างทั้งร่างมีสภาพเหมือนโดนฟ้าผ่ากระอักเลือดออกมาคำใหญ่แล้วร่วงหัวทิ่ม

           เขารู้สึกลำคอแสบร้อน เลือดสดๆ ไหลรินไม่หยุดที่เจ็บสุดคือบริเวณทรวงอก ทั้งจมูก ปาก และใบหูมีเลือดออก ทวารทั้งเจ็ดล้วนบอบช้ำ

           “แก...” หญิงสาวชุดขาวเห็นภาพเช่นนี้เข้า ใบหน้าซีดเผือดเธอลงมืออย่างรวดเร็ว กลางมือปรากฏแสงสีม่วง จากนั้นก็มีเถาวัลย์ปรากฏขึ้นยาวอย่างยิ่ง ฟาดไปทางฉู่เฟิง

           ฉู่เฟิงหลบฉาก เถาวัลย์เส้นนั้นฟาดลงบนพื้น แผ่นหินแตกกระจายในทันทีพลังรุนแรงจนน่าตกใจ

           ชิ!

           เถาวัลย์เส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งออกมาจากมือของเธอ จนเกือบเต็มพื้นที่ปิดล้อมทุกทาง กักฉู่เฟิงไว้ภายใน คิดจะรัดเขาให้ตายทั้งเป็น

           ขณะเดียวกัน เถาวัลย์ก็เคลื่อนไหวฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องจนพื้นดินแตกก้อนหินทลาย น่าหวาดเสียว

           ตึง!

           ทว่าความสามารถของฉู่เฟิงในวันนี้ไม่ได้เหมือนกับวันที่เขาต่อสู้กับจั่วจวิ้น เผชิญหน้ากับมนุษย์พิเศษสองคนนั้นง่ายดายเขารวดเร็วอย่างยิ่ง

           ตอนนี้ ในการวิ่งระยะหนึ่งร้อยเมตรเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งจุดแปดวินาทีเท่านั้น นับตั้งแต่ฝึกหมัดปีศาจวัวกระบวนท่าที่เก้าสำเร็จพละกำลังและความเร็วของเขายกระดับเป็นอย่างมากสภาพร่างกายก็ยิ่งแข็งแกร่งจนน่าตกใจ

           สิ่งที่เรียกว่าจากกายเนื้อสู่กายทิพย์ เขาจะทดสอบมันตอนนี้แหละ

           เงาดำวาดผ่านมา ฉู่เฟิงกระโดดเตะหญิงสาวชุดขาวลอยไปเสียงโครมดังขึ้นในสวนผลไม้ หญิงสาวเลือดกบปาก แล้วก็ไม่ลุกขึ้นมาอีก

           เพียงชั่วเวลาไม่นาน เขากำจัดไปแล้วถึงสองคน!

           ทันใดนั้น เขากระตุกวาบในใจ หนังหัวชายิบ รู้สึกเหมือนถูกแทงเขารีบหลบทันควัน

           ปัง!

           ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มปีกปีศาจเหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็วแสงไฟพุ่งจากปากกระบอกปืนดำสนิท เขาคิดจะปลิดชีพฉู่เฟิงจากด้านหลัง

           กระสุนกรีดผ่านไปอย่างรวดเร็วลูกนัยน์ตาฉู่เฟิงเป็นประกายระยิบเหมือนกับว่าสามารถมองเห็นวิถีกระสุนเขาหลบได้ก่อนที่กระสุนจะทะลวงกะโหลกของเขา

           ปังปังปัง...

           ชายหนุ่มลั่นไกต่อเนื่อง ดวงตาดำมืดเย็นเยียบ เขาบาดเจ็บสาหัสใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ยิ่งส่วนอกแล้ว แทบจะถูกหมัดทะลวงเลยทีเดียวตอนนี้ได้แต่หยิบยืมพลังจากอาวุธปีน เพื่อล้างแค้นและกำจัดเป้าหมายอย่างเหี้ยมโหด

           ทว่า นับตั้งแต่ฉู่เฟิงสำเร็จหมัดปีศาจวัวกระบวนท่าที่เก้าไม่เพียงแค่ปฏิกิริยาตอบโต้ทางกายว่องไวขึ้นเท่านั้นที่สำคัญก็คือสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ตื่นขึ้นมาต่างหาก ประสาทสัมผัสเฉียบคมสามารถรับรู้ล่วงหน้าถึงอันตรายได้

           ทุกส่วนของร่างกายเขารับรู้ได้ถึงอาการชายิบอยู่เรื่อยๆนั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าอันตรายใกล้เข้ามา ช่วยให้เขาสามารถหลบได้ทันท่วงที

           ลูกนัยน์ตาของมนุษย์พิเศษทั้งสองหดวูบ ใบหน้าขาวซีดตกใจอย่างมากนี่คือเป้าหมายที่พวกเขาต้องกำจัดอย่างนั้นหรือ นี่มันคนธรรมดาจริงๆ หรือ? ล้อเล่นน่า!

           ลูกกระสุนหมดแล้ว ชายหนุ่มปีกปีศาจกล้ำกลืนความเจ็บปวดเลือดไหลย้อยจากมุมปาก จากนั้นกระพือปีกปีศาจทั้งคู่อย่างรุนแรงส่งตัวเองสู่เบื้องบน คิดที่จะหนี

           สวบ!

            ฉู่เฟิงลงมือรวดเร็ว กระบี่สั้นสีดำเล่มหนึ่งพุ่งออกไปดุจดั่งสายฟ้าสีดำพุ่งสู่ท้องฟ้ายามราตรี เสียงสวบดังขึ้นทะลุร่างของเขาไป เขาร่วงลงสู่พื้นดินอีกครั้งในทันที!

           ชายหนุ่มปีกปีศาจไม่อาจลุกขึ้นได้อีก บาดแผลฉกรรจ์ ร่อแร่ปางตาย

           ดาวพราวระยิบระยับ เงียบสงัดวังเวง

           ยามนี้ ไร้ซึ่งสำเนียงใดๆ ฉู่เฟิงนิ่งสนิทร่างทั้งร่างเปล่งประกายเรืองรองดับแสงดาว เขาก้มหน้ามองคนทั้งสองบนพื้น

           มนุษย์พิเศษสองคนนี้เก่งกาจสุดประมาณ ทั้งยังน่าเกรงกลัวอย่างยิ่งดูรุ่นราวคราวเดียวกับฉู่เฟิง ยังไม่ทันได้เปล่งประกายความสามารถของมนุษย์พิเศษกลับดับวูบลงด้วยสภาพเช่นนี้!

           ที่แท้แล้วเขาแกร่งขนาดไหนกันนะ?

           คนทั้งสองต่างก็สับสนรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้าอยู่กับเทพมารองค์หนึ่ง สูงส่งเหลือคณา ไม่กล้าต่อกร!

           ตอนนี้แหละ หวงหนิวก็โผล่ออกมา มันมองคนทั้งคู่อย่างสงสัยไม่เข้าใจหากไม่เป็นเพราะนอกบ้านอึกทึกครึกโครม ไอ้หมอนี้ไม่มีทางโผล่หัวออกมาได้

           หญิงสาวชุดขาวเงยหน้าขึ้น พอเห็นหวงหนิวเข้า ใบหน้าก็พลันเปลี่ยนสีรู้ได้ทันทีว่า “ตัวการ” ของเรื่องทั้งหมดก็คือมัน!

           “อ๊ายยย....” เธอกรีดร้อง

           พริบตานั้นเธอนึกถึงเหตุการณ์ประดุจฝันร้ายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่นานพอหวงหนิวเดินเข้าใกล้ เธออาเจียนอีกครั้งอย่างคุมตัวเองไม่ได้นอนฟุบตัวสั่นเทิ้มอยู่ตรงนั้น

           เป็นเพราะเงามืดในใจของเธอ

           ตอนแรกหวงหนิวสงสัย แต่ต่อมามันโมโห เพราะพอมันเข้าใกล้หญิงสาวกลับขยักขย้อนอย่างน่ากลัว

           ดูถูกวัวอย่างข้าเรอะ?

           ตึงตึง!

           มันแจกสองกีบให้ทันที กระทืบเข้าที่ศีรษะของหญิงสาวเธอตาเหลือกทันควันแล้วหมดสติไปในทันที

           “บอกเรื่องที่นายรู้ทั้งหมดกับฉัน!” ฉู่เฟิงจ้องชายหนุ่มปีกปีศาจ

           ทว่า เขาปิดปากแน่น ไม่ยอมพูด ท่าทางบ่งบอกว่าต่อให้ตายก็ไม่ปริปากดวงตาฉายแววเกลียดชัง หากก็แฝงประกายหวาดหวั่นหมดหวัง

            ทว่าลึกลงไปข้างใน กลับซ่อนความสะพรึงกลัวเอาไว้เขามองฉู่เฟิง รู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ต่อหน้าเทพมาร!

           ตึง!

           สุดท้าย ฉู่เฟิงก็แจกไปหนึ่งกระทืบ เขาสลบเหมือดไปในทันที

           “ดูพวกเขาไว้นะ!” ฉู่เฟิงบอก เขาเดินเข้าไปในป่าผลไม้ในค่ำคืนอันเงียบสงบ เขาโทรหาหลินนั่วอี

           เขารู้สึกได้ว่าเรื่องนี้หลินนั่วอีไม่ได้เป็นคนสั่งแต่ก็มีส่วนเกี่ยวพัน

           บางทีอาจมีบางคนไปขอให้เธอช่วยหรืออาจเป็นคนข้างตัวของเธอที่สั่งให้ทำเช่นนี้

           ก่อนหน้านี้ก็เป็นพวกที่มาดูถูกเหยียดหยามเขาอย่างจั่วจวิ้นตอนนี้ก็มีอีกสองคนจะมาฆ่าเขา เกิดซ้ำเกิดซากอย่างนี้คิดว่าเขาเป็นพวกยอมให้รังแกง่ายๆ หรือไงวะ?!

           เขาไม่โทษหลินนั่วอี เพราะเธอไม่ได้เป็นคนทำแต่เขาอยากลากตัวการออกมา แล้วให้มันชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป!

           เขาคิดเพียงแค่จะบอกความจริงกับหลินนั่วอีเชื่อว่าด้วยความเยือกเย็นและไหวพริบของเธอ จะต้องรู้ทันทีว่าเป็นใคร

           คนผู้นั้นเกรงกลัวเขา เอาแต่หลบๆ ซ่อนๆ ใช้วิธีสกปรกมาเล่นงานเขาอย่างนั้นเขาก็จะล้มโต๊ะ เปิดโปงทุกอย่าง บีบคนคนนั้นให้เผยตัวจริงออกมา!

           “ผู้ไหว้วานเหรอ วิธีการเลือดเย็นนักนะ อย่าบีบให้ฉันลงมือเองนะจะทำให้นายเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้เลยล่ะ!” ฉู่เฟิงเอ่ย แววตาเยียบเย็น

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน