“การตื่นขึ้นของสองสายเลือดหลัก!!”
หยุนเฟยพลันตะลึงขึ้นมากับความทรงจำก่อนของหยุน
เฟยร่างนี้!
และที่น่าตะลึงงงงันที่สุดก็คือ...หยุนเฟยเจ้าของร่างนี้ได้พบกับหยุนหลางซาน!...และหยุนหลางซานก็ได้กล่าวสอนอะไรหลายๆอย่างกับหยุนเฟยเจ้าของร่างนี้เช่นกัน!
แต่น่าเสียดาย!...เพราะวิชาที่หยุนเฟยใช้นั้นสามารถค้นความจำได้เพียงแค่10 ปีก่อนเท่านั้น!...ทำให้ถึงแม้มันจะอยากเห็นหน้ามารดาซักเท่าใดก็ไม่สามารถมองหาได้!
เมื่อ 10 ปีก่อน!...เป็นเวลาที่หยุนเฟยเจ้าของร่างพบกับหยุนหลางซานเข้า!...โดยในเวลานั้นหยุนหลางซานได้บอกเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับหยุนเฟยเอาไว้!
หนึ่งในนั้นก็คือการตื่นขึ้นของสายเลือดหลัก!...แต่นี่คือการตื่นขึ้นของสองสายเลือดหลัก!...นั่นแปลว่าสองสายเลือดหลักที่มันสืบทอดมานั้นยิ่งใหญ่ถึงเพียงใด!
และแน่นอน!...หนึ่งในสายเลือดนั้นจะมีสายเลือดตระกูลหยุนคงไหลเวียนอยู่แน่นอน!...แล้วอีก 1 เล่า?...อีกหนึ่งสายเลือดที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับสายเลือดของลูกหลานตระกูลหยุน!
และตัวการของสายเลือดหลักนี้คือแม่ของหยุนเฟย!...นางเป็นใครกันแน่?...หยุนเฟยพลันตั้งคำถามไว้เกี่ยวกับมารดาของตน!...และหลังจากนั้นไม่นานมันก็กลับมาสนใจการตื่นขึ้นของสองสายเลือดหลักอีกครา!
“การตื่นขึ้นของสองสายเลือดหลัก!...ตามความทรงจำของเจ้าหนูนี่มันคือการที่สายเลือดของข้าได้โดนกระตุ้นให้เข้มข้นขึ้นมา!...แต่คงเป็นเพราะมันถูกกระตุ้นมาถึงสอง!...จึงทำให้ข้าต้องทุกข์ทนทรมานอยู่ดังเช่นเมื่อวันก่อน!”
“หลังจากที่ข้าได้ทำให้สายเลือดหลักตื่นขึ้น!...สิ่งที่ตามมาก็คือความสามารถของสายเลือด!...ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!...เพราะในอดีตชาติข้ายังไม่สามารถทำให้สายเลือดในกายตื่นขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ!”
“ตระกูลหยุนที่ริเริ่มจากท่านปู่ทวดและย่าทวด...พวกท่าทั้งสองต่างก็เป็นคนใหญ่คนโตของภพแห่งนี้เมื่อครั้น10000 ปีก่อน!...ปู่ทวดเหนือจักรพรรดิบรรพกาล!...ย่าทวดมหานักบุญ!”
“ตระกูลหยุนรุ่นสองคือบิดาของข้า!...มาดาของข้านั้นเป็นลูกของพระเจ้าในภพ!...แล้วเมื่อข้าปลุกสายเลือดตระกูลหยุนขึ้นมาได้แล้วข้าจะสืบทอดอะไรมากันเล่า?”
หยุนเฟยพลันแสดงท่าทีหงุดหงิดขึ้นมาทีหนึ่ง!...เพราะมันไม่รู้เลยด้วยซ้ำไป!...ว่าหากปลุกสายเลือดของตระกุลมันได้แล้วจะได้รับสืบทอดเช่นใดกัน!
“จากที่เห็นมารดาของเจ้าหนูนี่คงจะ...”
อ๊าก!!!!!!!
ก่อนจะกล่าวจบหยุนเฟยกลับโดนความเจ็บปวดที่เหนือกว่าครั้งไหนๆถาโถมเข้ามาใส่!...นี่มันพันธะกักขังความทรงจำ!...หยุนเฟยพลันนึกถึงพันธะนี้ขึ้นมาได้!
“หวะ...หวา!?”
พลันปรากฏอักษรขึ้นมาบนหัวของมัน!...และเมื่อมันอ่านก็จะอ่านได้คำว่า หวา! มันคือสิ่งที่หยุนเฟยพยายามอ่านมันเมื่อครู่!...
ฝึบ!!
อักษรต่างๆพลันหายไป!...ก่อนที่หยุนเฟยเองก็หมดสติไปในที่สุด!...
เฮือก!!!
หยุนเฟยพลันตื่นขึ้นในที่สุด!...บนร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อท่วม!...สาเหตุก็คงมากจากอาการเจ็บปวดจากการโดนพันธะกักขังความทรงจำเล่นงาน!
พันธะกักขังความทรงจำนั้นคือสิ่งใด?...มันคือพันธะต้องห้ามเมื่อครั้นหลายแสนปีก่อน!...และมันได้หายสาบสูญไปจนสิ้นแล้วเมื่อครั้นอยู่ในยุคของหยุนเฟยในอดีตชาติ!
และแล้วพันธะนี้ก็ได้ปรากฏขึ้นมา!...จากชายหนุ่มเจ้าของร่างกายนี้!...และที่สำคัญอีกอย่าง!...ตามตำราที่หยุนเฟยเคยอ่าน!...พันธะนี้จะต้องสลักชื่อตระกูลไว้!
“ตระกูล หวา!...ท่านแม่ของข้า?...ตระกูลของท่านแม่งั้นรึ?”
หยุนเฟยพลันขมวดคิ้วหนาเตอะขึ้นมา!...ตระกูลยิ่งใหญ่แค่ไหนกันถึงได้มีพันธะที่หายสาบสูญไปกว่าแสนปีได้?
ที่แน่ๆ!...หยุนเฟยพลันคิดว่าตระกูลนี้ต้องแข็งแกร่งกว่าตระกูลหยุนในอดีตชาติของมันกว่าหลายสิบเท่าอย่างมิต้องสงสัย!...
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน!...หยุนเฟยที่ในตอนนี้ใช้สมองอย่างมากกลับไม่สามารถก้าวเดินไปได้เลยจึงล้มเลิกความพยายามในที่สุด!...ก่อนที่มันจะตัดสินใจออกมาจากสำนักลมปราณในที่สุด!
“มารดาของข้า ตระกูลหวา! เจ้าหนุ่มนี่มิใช่คนธรรมดาเป็นแน่แท้ร่างกายของเจ้าหนูนี่ยังมีอะไรซุกซ่อนไว้อยู่อย่างมิต้องสงสัย!”
หลังจากพึมพำกับตัวเองจบ...หยุนเฟยก็พลันมุ่งตะเบ็งร่างขับเคลื่อนกายกลับมายังสำนัก!
แม้ผ่านมาแล้วสามวันบรรยากาศภายในสำนักก็ยังครึกครื้นไม่จางหาย...เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างกระจัดกระจายกันอยู่ทุกที่!...และหนึ่งในกลุ่มศิษย์ในที่นี้ก็คือกลุ่มศิษย์ใหม่!
เหล่าศิษย์ใหม่ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดตอนนี้กำลังมารวมกันอยู่ที่ถนนหน้าทางออกสำนัก!...เหล่าศิษย์ถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ...หนึ่งศิษย์นอก 70ชีวิต...อีกหนึ่งศิษย์ใน 40 ชีวิต!...เรียกได้ว่าปีนี้มีคนผ่านการทดสอบเยอะกว่าปกติมากนัก!...เพราะหากเทียบกับปีก่อนๆแล้วศิษย์ที่ผ่านเข้ามาล้วนแล้วแต่ไม่เกินร้อย...แต่ปีนี้กลับเยอะขึ้นถึงสิบ!...แถมในนั้นยังมีอัจฉริยะเหนือเจ้าสำนักอยู่ตั้งหนึ่ง!
ทั้งสองกลุ่มต่างก็กำลังยืนฟังผู้อาวุโสกล่าวอะไรซักอย่าง...หลังจากที่หยุนเฟยสังเกตอยู่นาน...เมื่อมันเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรจึงพลันเดินเข้าไปรวมกับกลุ่มศิษย์สายในทั้ง40 กลายเป็น 41!
“ใครน่ะ?”
“หืม...?...นี่มันเจ้าขาดเรียนหนิ!”
“เชอะ!...สงสัยมันคงหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์กว่าเจ้าสำนักเลยทำอันใดก็ได้กระมัง!”
“หล่อเหลายิ่งนัก!...บุรุษผู้นี้เหมาะแก่การนำมาเป็นคู่ครองเหนือใครอื่น!”
เหล่าศิษย์ทั้งสายในและสายนอกต่างก็จับจ้องมายังผู้มาใหม่!...ก่อนที่จะหันกลับมาทางผู้อาวุโสที่ทำเสียงกระแอมใส่เข้า
“ศิษย์ขออภัย!”
หยุนเฟยกล่าวมาคำเดียว...ก่อนที่มันจะไปรวมกับกลุ่มศิษย์สายใน!...พูดได้ว่าหยุนเฟยครานี้ดูแปรเปลี่ยนไปมากนัก!...ทั้งจิตใจและร่างกายต่างก็พัฒนาขึ้นมาจากการตื่นของทั้งสองสายเลือดหลัก!
หลังจากฟังผู้อาวุโสกล่าวแนะนำอยู่นาน...ในที่สุดเวลาที่พวกมันทั้งหลายรอคอยก็มาถึง!...เพราะสำนักมีพื้นที่กว้างขวางมากมายหลายพันหมื่นลี้จงทำให้ผู้อาวุโสใช้เวลากว่าสามวันวันละ2 ชั่วมยามถึงจะกล่าวแนะนำและชี้แนะทุกซอกทุกมุมจนครบ!...และเวลานี้เองที่ผู้อาวุโสกล่าวจบก็หมายความว่าพวกมันทั้งหมดได้เป็นอิสระแล้ว!
เพราะต่อจากนี้พวกมันทุกคนต้องล้วนแต่ต้องขวนขวายบ่มเพาะกันเองจนถึงสุดสัปดาห์อีกครา...เหล่าอาจารย์ผู้อาวุโสจึงจะเรียกรวมเข้าชั้นเรียนอีกครา!
โดยทางสำนักนั้นตั้งตารางการฝึกตนไว้ที่การเรียน 2 การฝึกตน5 หรือก็คือในหนึ่งสัปดาห์จะได้เข้าชั้นเรียนเพียงแค่ 2 วันคือวันที่ 1 และ 2ของสัปดาห์...วันนี้คือวันที่ 3ของสัปดาห์ควบคู่กับผู้อาวุโสที่สาธิยายเสร็จจึงทำให้วกมันได้อิสระ!
ผู้คนต่างแบ่งแยกออกเป็นหลายกลุ่มทั้งชายหญิง...กลุ่มผู้มีพรสวรรค์บ้าง...กลุ่มศิษย์สายในบ้าง...และพวกผู้โดดเดี่ยวบ้าง...หนึ่งในนั้นคือหยุนเฟย!
หยุนเฟยเองก็มิได้คิดอันใดมาก...หลังจากที่ยืนมองอยู่นานหยุนเฟยจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาสาวงามนางหนึ่งที่เป็นพวกโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับมัน...นางคือเปียวหยู นักฆ่าระดับปราณแท้จริงขั้น 7
“ว่าไงแม่นาง...เราพบกันอีกแล้ว!”
หยุนเฟยกล่าวขึ้นมาพลางมองทอดมายังสาวงามตรงหน้าอย่างท้าทาย
“ท่านเป็นใครกันแน่?...นักฆ่าเช่นเดียวกันงั้นหรือ?”
เปียวหยูกล่าวถามขึ้นมาอย่างอดไว้ไม่อยู่!...เพราะเมื่อหลังจบการทดสอบสุดท้ายนางก็ได้ฟังคำจากปากผู้เป็นอาจารย์ของนางเกี่ยวกับวีรกรรมของหยุนเฟยในป่าสัตวฺอสูรของสำนักแห่งนี้!...และก็ได้ทำให้นางได้ล่วงรู้ถึงความโหดเหี้ยมของชายหนุ่มตรงหน้า!
หยุนเฟยที่ได้ยินดังนั้นกำพลันหน้ามุ่ยขึ้นมา...เจ้าแก่ผู้นั้นคงจะเป็นอาจารย์ของแม่นางผู้นี้เป็นแน่แท้นางถึงได้ล่วงรู้ถึงการกระทำของข้าได้!...หยุนเฟยคิดไปพลางก่อนที่จะปั้นหน้ากลับมายิ้มเหมือนเช่นเคย
“ย่อมมิใช่...แน่นอนว่าข้าได้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นที่ท่านรู้มาจากตาแก่ผู้หนึ่ง...แต่ที่ข้าทำไปก็ถือว่าถูกต้อง...เพราะพวกมันต้องการสังหารข้าเช่นนั้นข้าก็ต้องสนองคืนถึงจะเป็นมารยาทที่ดี...แม่นางคิดว่าถูกต้องหรือไม่?”
หยุนเฟยกล่าวพลางยิ้มแย้มหันหน้ามามองเปียวหยูอย่างเย้าหยอก
“ท่าน!...เปรียบกับท่านแล้วข้าถือว่ายังอ่อนด้อยนัก!”
เปียวหยูกล่าวออกมาพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนจะเข้าใจผิด!...เมื่อครู่ข้ากลับเปิดเผยตนว่าเป็นนักฆ่าไปเสียได้!...แถมนายน้อยตรงหน้าข้ากลับไม่วอกแวกกับคำถาม...ช่างเป็นมืออาชีพยิ่งนัก!...เปียวหยูยังคงคิดว่าหยุนเฟยเป็นนักฆ่าที่พยายามปกปิดตัวตน!
....เห็นได้ชัดว่าแม่นางผู้นี้คิดว่าข้าพูดโป้ปด...ช่างเถิด...ข้าก็ไม่มีเวลามาอธิบาย...คงต้องให้แม่นางเข้าใจผิดไปแบบนี้แล...เห้อ….!
“เอ๊ะ!...เดี๋ยวก่อนนะ...เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าข้าได้ยินเรื่องของท่านมาจากคนอีกผู้งั้นรึ?...ท่านรู้ได้อย่างไร?...เป็นไปไม่ได้!”
เปียวหยูที่มีท่าทีสงบนิ่งพลันทำสีหน้าตื่นตะลึงขึ้นมา!...เป็นไปได้อย่างไร?...ท่านอาจารย์โดนเจ้าหนุ่มตรงหน้ารับรู้ถึงตัวตนของท่าน?...มันเป็นใครกันแน่?...นางได้แต่พร่ำนึกขึ้นมาอย่างตะลึงลาน
และมิใช่เพียงแค่นางเท่านั้นที่ตะลึง!...คนอีกหนึ่งที่เปียวหยูเรียกว่าอาจารย์ก็กำลังตะลึงอยู่เช่นเดียวกัน!...มันไม่รู้เลยว่าหยุนเฟยจับสัมผัสมันได้ตอนไหน...และทำได้อย่างไรกันแน่!...เจ้าหนุ่มนี่อันตรายเกินไป!...นี่คือสิ่งที่มันคิดในตอนนี้!
“ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย!”
หยุนเฟยพลันพูดขึ้นมาอีกคราอย่างสงบนิ่ง...พร้อมทั้งส่งสายตาหยอกล้อไปหาแม่นางตรงหน้า!
อึก!
เปียวหยูพลันสำลักในคอเมื่อได้ยินคำตอบของหยุนเฟย!...กล่าวไปเรื่อยงั้นรึ?...ต่อให้ข้าโง่กว่านี้อีก10 เท่าข้าก็ไม่เชื่อหรอก!...นางคิดไปพร้อมกับเดินจากหยุนเฟยไป!
“ไปเสียแล้ว!...น่าเสียดายจริงๆ”
หยุนเฟยกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าซึมเศร้าเมื่อเห็นผู้ที่มันอยากจะผู้มิตรเป็นคนแรกกลับเดินจากไปอย่างไม่ใยดี!
ณ ห้องผนึก!
“สำเร็จ!...ข้าสามารถหลอมอักขระระดับ 2 ได้แล้ว!...ไชโย!...รอก่อนเถอะเฟยน้อย...หากข้าหลอมอักขระระดับ5 ได้เมื่อใด วันนั้นแลจะเป็นวันวิวาห์ของเรา ฮิฮิ!”
ดารุณีน้อยอายุมากกล่าวขึ้น!...นางมิใช่คนใกลที่ไหน...นางคือไป๋ชิงชิง!
ตัดมาที่หยุนเฟย
“หืม....?...กลิ่นที่ข้าคุ้นเคย!...กลิ่นของไฟหลอมโอสถ!”
หยุนเฟยพลันกล่าวขึ้นมาเมื่อมันเดินมาถึงตำหนักใหญ่ตำหนักหนึ่งที่สลักป้ายใหญ่ว่า“หอโอสถทองคำ”
ไม่รอช้า...หยุนเฟยพลันรีบรุดเร่งเท้าสาวก้าวเข้าไปข้างในตำหนักโอสถทองคำในทันที!
To be continue……