“เยว่สือ เมื่อครู่ข้าว่าเราช่วยเขาได้ ทำไมเจ้าถึงให้เขาไป ไม่ใช่ว่าอาจารย์จื่อรั่วให้ดูแลเขาหรือ”
หลังจากการระเบิดของยันต์ระดับ 4 ที่รวมเอาไฟและลมเข้าด้วยกัน จนสร้างการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นมา กลุ่มคนที่ตามหาตงฟางก็ได้บินตามหลังเขาไปด้วยความรวดเร็ว ไม่เข้ามายุ่งกับศิษย์สังกัดตึกยาและสมุนไพรเลยสักนิดเดียว
“เขาบอกข้าว่าห้ามยื่นมือเข้ามายุ่ง มันจะทำให้คนอื่นเกลียดเขามากกว่าเดิม”
“งั้นอาหารตอนนั้นที่มันอร่อยมากๆแล้วเจ้านำมาให้พวกข้ากิน”
“เป็นของเขา”
“เจ้าแบ่งอาหารเพราะกลัวว่าเขาจะถูกคนอื่นเกลียดสินะ แต่เขาน่าจะเจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนะเยว่สือ ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าช่วยก็ได้ ดูวันนี้สิเขารู้จักทำอาหารให้เจ้าจนผู้ชายหลายคนเกลียด แต่เขากลับมีวิธีลดความเกลียดด้วยการทิ้งอสรพิษนี่ไว้จนทุกคนมองเขาใหม่ ระวังตัวเจ้าไว้ดีๆนะเยว่สือ เดี๋ยวโดนผู้ชายหลอกเอาได้ แต่ข้าก็หวังให้เขารอดตายมาหลอกเจ้านะ พอเห็นท่าทางของเจ้าที่เป็นห่วงแล้วทำให้พวกเรารู้สึกตลกไม่น้อย”
เยว่สือมองตามหลังของตงฟาง พลางมองไปยังอสรพิษเวหาที่ตงฟางทิ้งไว้ แม้มันจะมีพลังไม่ต่างจากเธอ พิษของมันกลับทำให้ศัตรูหวาดกลัวได้
“เขามีมันสองตัวสินะ”
อสรพิษเวหา เยว่สือจำได้ว่าเธอเห็นตัวที่ตงฟางขี่เป็นสีดำ แต่ตัวที่เขามอบให้เธอนั้นเป็นสีแดง เธอจึงรู้สึกอุ่นใจเล็กน้อยที่เขายังมีอสรพิษไว้ใช้ต่อสู้ ไม่ใช่ทิ้งมันไว้ที่นี่
—----------------------------------------
“ตามมันเร็ว อย่าให้มันหนีไปได้”
กลุ่มคนนับร้อยพุ่งตามตงฟางไปด้วยความเร็วเต็มกำลัง แม้พวกเขาจะมีระดับจารึกวิญญาณมาด้วยระยะห่างของพวกเขากับตงฟางยังคงทิ้งห่างเท่าเดิม ไม่เข้าใกล้เลยสักนิด หากพวกเขาระเบิดพลังเข้าโจมตี อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตเพราะตอนนี้รอบข้างของพวกเขาเต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายกำลังมองจ้อง แล้วยังมีตัวที่มันวิ่งตามกลุ่มของพวกเขามาด้วยเช่นกัน
“วิ่ง วิ่งไปเลย อย่าหยุด”
ตงฟางพูดกับเสือสีดำตัวใหญ่กว่า 2 เมตรกำลังพาเขากระโดดหลบสิ่งกีดขวางมุ่งหน้าหนีออกไปให้ห่างจากกลุ่มคนที่กำลังตามมา ใบหน้าของเขาที่นั่งอยู่บนหลังเสือสีดำกลับไม่ได้แสดงความตื่นกลัวใดๆเลย ทั้งๆที่อีกฝ่ายเป็นระดับผสานวิญญาณนับร้อย แล้วยังมีระดับจารึกวิญญาณถึง 6 คน หนำซ้ำยังเป็นศิษย์หลักที่ได้รับการสืบทอดทักษะมาจากอาจารย์สถาบันเฟยเทียน
สาเหตุที่ตงฟางไม่แสดงท่าทางหวาดกลัวเลยสักนิด เป็นเพราะในพื้นที่แห่งนี้แม้เขาจะเข้ามาเป็นครั้งแรก มันกลับเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้เขาหนีและวางแผน ด้วยพลังจิตเลเวล 4 เขาสามารถสะกดจิตสัตว์อสูรระดับ 4 ได้มากมาย แล้วตัวที่เขาขี่มันก็พาเขาวิ่งหนีตายด้วยกำลังขาทั้งหมดของมันหลังจากเขาสะกดจิตมัน เขาจึงไม่แสดงความเหนื่อยอ่อนออกมาเลยสักนิด ต่างจากศัตรูของเขาที่พยายามวิ่งไล่ตาม พลางโจมตีสัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาขวางทางพวกมัน
แม้ตงฟางจะมีข้อจำกัดในการควบคุมสัตว์อสูรเพราะเขาจำเป็นต้องสัมผัสพวกมันเท่านั้นถึงจะสะกดจิตได้ การดึงพวกมันให้เข้ามาโจมตีเขาที่กำลังวิ่งผ่านจนพลาดไปโจมตีพวกที่ตามหลัง สำหรับตงฟางทำได้ง่ายมาก ด้วยโทรจิตที่ทำให้เขาส่งพลังจิตไปคุยกับใครก็ได้นั้น ถูกเขาส่งไปทักทายสัตว์อสูรมากมาย ด้วยสิ่งนี้ทำให้พวกมันรู้ถึงการมาของเขาจนออกมาไล่ล่า เกิดเป็นขบวนสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่ไล่จัดการคนนับร้อยคน หากพวกมันหยุดวิ่งพวกมันจะต้องตายภายใต้ฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากอย่างแน่นอน
“จะวิ่งตามไปจนถึงเมื่อไหร่กันนะ”
ตงฟางนั่งบนหลังสัตว์อสูรระดับ 4 ปล่อยให้มันพาเขาหนีไปเรื่อยๆ หากเขาเห็นว่ามันรู้สึกเหนื่อยเขาก็สั่งให้มันวิ่งไปหาสัตว์อสูรตัวใหม่ที่น่าจะมีความเร็วไม่ต่างจากมัน แล้วสะกดจิตมันมาเป็นสัตว์อสูรตัวใหม่ปล่อยตัวเก่าทิ้งไป ทำแบบนี้เรื่อยๆตัวของตงฟางก็ไม่มีอาการเหนื่อยสะสม ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสามารถเก็บสมุนไพรและแร่ต่างๆมากมายที่มองเห็นมาได้อีก นับได้ว่าเป็นการหนีที่คุ้มมากๆ เขาได้ทั้งเก็บสมุนไพรและแร่ แล้วยังสร้างพื้นที่สังหารขึ้นมาใช้กับพวกที่ไล่ตามเขามาด้วย
“จงหู มันใช้ทักษะอะไรทำไมถึงจับสัตว์อสูรได้ง่ายๆแบบนั้น”
“ไม่รู้” ทางฝั่งของจงหูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย ถึงอย่างนั้นพวกมันกลับไม่ได้เหนื่อยมาก ต่างจากคนของมันที่เป็นแค่ขั้นผสานวิญญาณ ตอนนี้พวกเขานับร้อยที่วิ่งมาด้วยกันเหนื่อยจนไม่มีแรงวิ่ง ตลอดครึ่งวันที่ไล่ตามตงฟางมานี้เอง เป็นพวกมันที่ต้องวิ่งหนี ไม่ใช่วิ่งไล่ตาม จากการมีฝูงสัตว์อสูรวิ่งตามหลัง
“แล้วเราจะเอายังไง หากเป็นแบบนี้ต่อไปเราได้ตายกันหมดแน่”
“แยกกัน”
“แน่ใจเหรอจงหู”
“ใช่ แน่ใจ ข้าคิดว่าสัตว์อสูรพวกนี้น่าจะวิ่งไล่เราเพราะพลังของไอ้ตงฟาง เราต้องเลิกไล่มันก่อน จากนั้นก็ใช้ความเร็วพุ่งไปดักหน้ามัน”
“งี้นี่เอง สลัดสัตว์อสูรทิ้งก่อนสินะ ได้ งั้นฉันจะขอแยกตัวออกไปก่อน”
ศิษย์หลักทั้งหมด 6 คนรวมจงหูบินแยกกันออกไปเป็น 6 กลุ่ม พวกเขาตัดสินใจเลิกไล่ตามตงฟางเพราะคิดว่าสัตว์อสูรถูกตงฟางใช้ทักษะบางอย่างชักจูงพวกมันให้วิ่งตามมา ทันทีที่พวกมันบินขึ้นไปบนท้องฟ้า สัตว์อสูรก็เริ่มแยกกลุ่มวิ่งไล่ล่าพวกมัน ถึงอย่างนั้นพวกมันกลับเห็นได้ชัดว่าสัตว์บางตัวค่อยๆหยุดเท้าของมัน ไม่คิดไล่ตามมาอีก
“จริงๆด้วย พวกมันถูกไอ้ตงฟางชักจูงมา”
จงหูฉีกยิ้มกว้าง ตอนนี้พวกมันต้องหาสถานที่พักฟื้นพลังวิญญาณก่อน แล้วค่อยบินไปดักหน้าตงฟาง ตลอดเส้นทางที่พวกเขาตาม ตงฟางยังคงเดินทางเป็นเส้นตรงมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกสุดของสถานที่แห่งนี้
—------------------------------
“เอ… หายไปไหนตั้งหลายวัน”
ตงฟางนั่งย่างสัตว์อสูรกินท่ามกลางหมอกยามเย็น ตั้งแต่วันที่เขาแยกกลุ่มกับพี่เยว่สือวันนี้ก็เป็นวันที่ 4 แล้วในประตูแห่งเทพธิดา ตลอดหลายวันที่ผ่านมาตงฟางขี่สัตว์อสูรเก็บสมุนไพรและแร่มาตลอด พวกที่ตามไล่ล่าเขาอย่างเอาเป็นเอาตายกลับหายไป แม้เขาจะเจอคนแปลกหน้าระหว่างทางมากมาย เขาก็ไม่ได้เข้าปะทะหรือถูกตามล่า
คนเหล่านั้นล้วนก้มหน้าก้มตาเก็บสมบัติในประตูเทพธิดาไม่สนใจเขาเลย ตงฟางจึงรู้ว่าการต่อสู้ในช่วงแรกคงไม่เกิด จะมีเพียง 1 กรณีที่เกิดการต่อสู้ขึ้นคือการแย่งชิงค่ายกลวิญญาณ
ขณะที่ตงฟางดับไฟลงพร้อมกับรอบด้านเต็มไปด้วยความมืดมิดนั้น เขาได้มองจ้องไปยังเนื้อชิ้นใหญ่ตรงหน้าแล้วเริ่มหั่นมัน ทันใดนั้นตงฟางก็สัมผัสได้ถึงเสียงบางอย่างกำลังพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว มันพุ่งมาจากนอกระยะพลังจิต ด้วยความเร็วของมันที่มีมากเขาจึงสัมผัสได้ในตอนที่ระยะห่างของเขาและมันเหลือเพียง 200 เมตรเท่านั้น ตงฟางจึงไม่มีเวลาคิดป้องกัน กระโดดหลบเข้าไปใต้ท้องสัตว์อสูรระดับ 4 ที่ขี่มันมาด้วยทันที
“ไอ้พวกบ้า เล่นของหนักตั้งแต่เริ่มเลยนะ”
บรึ้ม~!
เกิดระเบิดขนาดใหญ่ หลังจากลูกธนูยาว 2 เมตรพุ่งกระแทกลงไปใจกลางกองไฟที่พึ่งดับ ทันทีที่ลูกธนูปักพื้นดินมันก็ได้ระเบิดพลังวิญญาณมหาศาลออกไปรอบๆ เข้าทำลายทุกอย่างจนเกิดเป็นหลุมกว้าง 10 เมตร
“เรียบร้อย มันน่าจะตายแล้ว”
“มั่นใจแค่ไหน”
“จงหู แกดูถูกธนูของข้ามากเกินไปแล้ว อาจารย์มอบมันให้ก่อนจะเข้ามาในประตูเทพธิดา มันมีลูกธนูอยู่จำนวนเพียงแค่ 5 ดอกเท่านั้น หนึ่งดอกสามารถฆ่าระดับผันแปรวิญญญาณได้ง่ายๆ ตอนนี้มันคงไม่รอดแล้วล่ะ”
ด้วยท่าทางมั่นใจของศิษย์หลัก มันจึงบอกความจริงเกี่ยวกับธนูในมือของมัน จงหูกลับยังไม่เชื่อใจว่าตงฟางจะตาย ด้วยชุดเกราะระดับ 5 ที่ตงฟางสวมใส่ มันคิดว่าตงฟางคงยังมีชีวิตรอด ในสภาพชุดเกราะแตกละเอียด จึงต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตา
“เข้าไปล้อมจุดที่เกิดระเบิดไว้ เราต้องเห็นศพของมันจึงจะสรุปได้ว่ามันตาย”
กลุ่มคนของจงหูเริ่มแยกตัวกันออกไปเพื่อเข้าโอบล้อมตำแหน่งที่เกิดการระเบิด พวกมันดักซุ่มอยู่บนภูเขาไกลกว่า 3 กิโลเมตร แล้วการดักยิงเมื่อครู่พวกมันก็ใช้กองไฟของตงฟางเป็นจุดระบุการโจมตี จึงทำให้พวกมันโจมตีจากระยะไกลได้
“นายน้อย เจอศพสัตว์อสูรระดับ 4 ใกล้กับจุดระเบิด”
กลุ่มคนของนายน้อยจงหูเดินเข้าไปตรวจสอบดูสภาพจุดระเบิด แต่พวกมันกลับย่นคิ้วเพราะแถวนี้ไม่มีเศษซากร่างกายตงฟาง จึงพากันกระจายกำลังออกไปรอบๆเพื่อตามหา ไม่แน่ตงฟางอาจจะกำลังบาดเจ็บหนักแล้วหลบอยู่แถวๆนี้
“ตามหามันให้เจอ ฉันจะไม่ปล่อยมันไป”
“จงหู แล้วถ้าเกิดฆ่ามันได้เราจะเอายังไงต่อ” ศิษย์หลักอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงโลภ มันอยากเดินทางเก็บทุกๆอย่างในสถานที่แห่งนี้ ด้วยพลังของพวกมัน จากคำชี้แนะของอาจารย์พวกมันทั้ง 6 จะต้องช่วยเหลือศิษย์สถาบันเดียวกัน แต่พวกมันไม่อยากทำ จึงวางแผนออกเดินทางเก็บของมีค่า ไว้ช่วงใกล้วันจะเดินทางกลับจึงจะทำหน้าที่ตามคำสั่งของอาจารย์ แต่ยังไม่ทันที่จงหูจะได้ตอบคำถาม พวกมันทั้ง 6 กลับสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของคนตระกูลจงค่อยๆหายไปหลังจากกระจายกำลังตามหาร่องรอยของตงฟางภายในป่ารอบๆนี้
“มันยังไม่ตาย!” จงหูพูดด้วยความรู้สึกกดดัน การลงมือของตงฟางเงียบมาก พวกมันไม่ได้ยินเสียงต่อสู้เลยสักนิด ทั้งๆที่คนของมันเป็นระดับผสานวิญญาณเช่นเดียวกัน ทันใดนั้นคนของมันก็วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับร่างที่อาบไปด้วยเลือด
“นะ นายน้อย มัน มัน” ฉั๊วะ~!
เข็มสังหารพุ่งออกมาจากหน้าอกของชายตรงหน้า พยายามโจมตีเข้าหาจงหู มันที่มีการตอบสนองดีจึงรู้ว่าตัวเองควรเรียกกระบี่ออกมาป้องกัน ทันใดนั้นเข็มสังหารที่ฝังมากับร่างคนของตระกูลจงก็ถูกป้องกันด้วยกระบี่ ก่อนที่เข็มจะพุ่งหายเข้าไปในป่า
“จงหู เมื่อกี้มันทักษะบ้าอะไรกัน”
ศิษย์หลักต่างเบิกตากว้าง พวกมันสัมผัสพลังวิญญาณจากเข็มสังหารไม่ได้เลยสักนิด ทักษะอาวุธบินพวกมันเห็นมาเยอะแล้ว รวมไปถึงเคยปะทะมาด้วย แต่เข็มสังหารที่พุ่งออกมาจากอกแล้วบินหนีหายไป ไม่มีพลังวิญญาณเคลือบเอาไว้เลยสักนิด แล้วยิ่งพื้นที่รอบๆเป็นพื้นที่มืดมิด ทำให้พวกมันยากจะสู้
“ไม่รู้ อาจจะเป็นทักษะมาร เกาะกลุ่มกันไว้ก่อน เราต้องหามันให้เจอ ไม่อย่างนั้นเราลำบากแน่”
“บ้าเอ๊ย มีอะไรอีกไหมที่แกยังไม่บอกพวกเรา จงหู”
“ไม่ นอกจากสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ข้าบอกทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ”
ศิษย์หลักทั้ง 6 คนเดินหันหลังชนกันพลางสอดส่องสายตามองหาเข็มสังหารที่มีโอกาสพุ่งเข้ามาโจมตีได้ทุกเมื่อ
เปล้ง~!
“บ้าเอ๊ย ถ้าสัมผัสพลังวิญญาณได้สักนิด ข้าสวนกลับมันได้แน่”
หนึ่งในศิษย์หลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธ ทั้งความมืดและการสัมผัสพลังวิญญาณจากสิ่งที่โจมตีมาไม่ได้ ทำให้มันยากที่จะสวนกลับคืนไป แล้วเป้าหมายยังหลบซ่อนอยู่นอกเขตการรับรู้ของมัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะสู้
“ออกไปจากที่นี่ก่อน ไม่แน่มันอาจจะจงใจล่อให้เราเข้ามาในที่แห่งนี้ตั้งแต่แรก” จงหูบอกทุกคนก่อนจะพากันพุ่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้ กลัวว่ามันจะเป็นพื้นที่ที่ตงฟางเตรียมไว้ต้อนรับพวกมัน
“หึหึ ง่ายไป ถ้าจะหนีแบบนี้” ตงฟางใช้พลังจิตพาตัวเองลอยไปตามเงามืด ค่อยๆไล่ตามกลุ่มที่กำลังคิดหนี