หวัดดีครับ เพื่อนๆ ชาวเวปเสียวทุกคน เื่ที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ผมเชื่อว่า มันเป็เื่ธรรมดา ที่ ใครหลายคน คงต้องเคยไปกันบ้าง สำหรับ การไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง ที่ไม่ได้เจอกันมานาน...แต่เชื่อเถอะว่า คงมีส่วนน้อยที่จะเจอประสบการณ์แบบเดียวกับผม ซึ่งมันเป็การเที่ยวพบปะที่ผมลืมไม่ลงเลย....
มันเริ่มต้นจากวันนั้น ซึ่งเป็วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง...ก็ได้มีโทรศัพท์มาหาผม ซึ่งเป็เพื่อนเก่า…
“อ้าว ไอ้เปาเหรอ? ไม่ได้คุยกันนาน มีอะไรวะ...” ผมที่รับโทรศัพท์และเอ่ยด้วยความดีใจ เมื่อผู้ที่โทรมาคือเพื่อนเก่าของผม ในสมัย มัธยม ซึ่งผมก็ไม่ได้เจอไม่ได้คุยกันมานาน เกือบ 10 ปีก็ว่าได้...โดยวัตถุประสงค์หลักๆ ที่เพื่อนของผมคนนี้โทรมานั้น คือ ชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัดใน ่หยุดยาว ที่จะถึงนี่...
“เออ ว่างนะ มันก็ว่างอยู่หรอกนะ..” ผมที่เอ่ยอีออดเล็กน้อย ใจหนึ่งก็อยากไป ส่วนอีกใจก็อยากอยู่บ้าน เนื่องจากผมทำงานแทบไม่เคยหยุดก็กะว่า หยุดยาวนั้นก็จะพักผ่อนและเก็บบ้านที่รกได้ที่นั้นด้วย...
แต่เพื่อนของผมคนดั่งกล่าวนั้นก็เซ้าซี้ซะเหลือเกิน จนผมนั้นใจอ่อน ตกลงว่าไปกับมัน...
“เออๆ ก็ได้กูจะไป...” ผมตอบตกลง โดยที่ตอนนั้นก็ต้องยอมรับว่า ตอบตกลงไปอย่างส่งๆ โดยที่ในใจลึกๆ ก็ไม่ค่อยไปซะเท่าไร แถมตอนตอบ ผมก็ไม่ได้ถามมันอีกว่า มีใครไปบ้าง ขืนไปกับมัน ก็น่าเบื่อตายชัก....ใช่ ถ้าไปกับผู้ชายด้วยกันละก็
และวันที่ต้องไปเที่ยวกับไอ้เปานั้นก็มาถึง....
ทันทีที่รถตู้ของมันมาถึงผมก็เดินออกมาจากบ้าน อย่างหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับ การไปเที่ยว 4วัน 3 คืนนั้น ซึ่งผมก็ชะงักให้กับ คนที่ลงมาจากรถตู้และ เอ่ยอย่างหวังดีที่จะช่วยเหลือผม....
“เราช่วยมัย แอ็ค...” เสียงของหญิงสาวที่เอ่ยด้วยความหวังดี ด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน จนทำให้ผมได้แต่ยืนอึ้งๆ อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ว่า เป็เธอ....
น้ำฟ้า....สาวสวย หน้าหวาน ที่เคยเป็อดีตแฟนของผม...
“ฟ้า....” ผมเอ่ยกึ่งๆ แทบอุกทาน ขณะที่เธอนั้นก็อมยิ้มนิดๆ ซึ่งผมก็มั่วแต่อึ้งๆ ชะงัด จนแทบไม่รู้ตัวว่า เธอนั้นเอากระเป๋าผมที่ยกเมื่อกี้ไปั้แ่เมื่อไร...
“อูยย หนักจังเลย..” เธอเอ่ยร้อง เมื่อลองยกกระเป๋าของผมนั้น ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมได้สติและเข้าไปเอากระเป๋าคืน...
“ขนอะไรมานักหนานะ..เตรียมจะย้ายบ้านรึไงนะ หือ..” น้ำฟ้าทีเอ่ยถามกึ่งแซวผมต่อ หลังผมไปเอากระเป๋าคืนมาจากเธอ ซึ่งผมก็เอาแต่ยิ้มๆ และเอ่ยถามเธอกลับ....
“แล้ว นี่ฟ้ากลับมาั้แ่เมื่อไรนะ...” ที่ผมถามแบบนั้น เพราะเธอนั้นไปเรียนต่อโทมานะ...
“ก็สัก 2 ปี ได้แล้วละ..” เธอตอบ....ก่อนที่ผมจะเอากระเป๋าเดินทางนั้นไปใส่ที่ท้ายของรถตู้ และพอขึ้นมาบนรถนั้น ผมก็ต้องชะงักและก็ดีใจมากขึ้นไปอีก เมื่อ คนที่อยู่ในรถนั้น ล้วนแต่เป็เพื่อนร่วมก๊วนสมัยมัธยมของผมที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งนานทั้งสิ้น....
“ไง พวก...” เสียงของเหล่าเพื่อนของผมที่เอ่ยทักทาย ทันที่ผมขึ้นไปบนรถนั้น โดยที่หน้าตาของแต่ละคนนั้นก็แก่ขึ้นจม (ก็แหงละ ไม่ได้เจอกัน เกือบ 10ปี ก็จะเข้าใกล้ เลข 3 กันทุกคนแล้ว...)
“เออ....กูสบายดี แล้วพวกมึงละวะ...” ผมเอ่ยตอบและเอ่ยถามกลับ และไม่ทันได้คำตอบจากเพื่อนๆ ทั้ง 5 ของผมนั้น ผมก็ชะงักกับเสียงเห่าทักทายของสุนัขพันธ์โกลดเดนรีทิปเวอร์ที่นั่งอยู่เบาะหน้านั้น...
“ไง ริกกี้สบายดีมัย...” ผมที่หันไปเอ่ยทัก เ้าสุนัข ตนนั้นแต่กลับผู้เ้าของหมา อย่าง ไอ้เปานั้นตอบกลับมาว่า..
“นี่ไม่ใช่ เ้าริกกี้ หรอก แอ็ค เ้านี่นะ เป็หลานของมัน ชื่อ ลักกี้....”
“อ้าวเหรอ? ..” ผมเอ่ย ก่อนจะเพิ่งนึกได้ว่า นี่มันก็ผ่านไปตั้ง 10 ปีแล้ว มันก็น่าจะเป็ตัวอื่นอยู่แล้วละ แถมบ้านของไอ้เปา เพื่อนผมที่เอ่ยจัดเที่ยวนี้ นั้น ทำฟาร์มสุนัขนะครับ...ก่อนที่ผมจะหันมามองคนที่ลงนั่งข้างๆ ผม ซึ่งก็คือน้ำฟ้านั้นเอง และประตูของรถตู้นั้นก็ปิดและแล่นออกเดินทางกันอย่างทันที...
โดยเบ็ดเสร็จจำนวน ของผู้ไปเที่ยวนี้ก็ มี ชาย 5 หญิง 1 ครับ ซึ่งตรงนี้ผมขอแนะนำเพื่อนๆ ของผมแต่ละคนนะครับ ไม่นับ ผมกับไอ้เปาที่ได้เกริ่นไปแล้ว....ซึ่งคนที่นั่งอยู่แถวถัดจากผม ก็ คือ
ไอ้ตี๊ – หนุ่มแว่น ที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง ซึ่งจากที่คุยผมก็ไม่อยากเชื่อเลยว่า หนุ่มแว่นขี้โรคสมัยเรียนอย่างมันเนี่ยนะจะเป็คุณหมอ...
ไอ้แบงค์ – ชายหนุ่มท่าทีขี้เล่น เพื่อนในกลุ่มที่ผมสนิทมากอีกคน ยังคงมีท่าทางขี้เล่นอย่างไม่เปลี่ยน จากที่คุยกันก็ทำให้รู้ว่ารายนี้กำลังรับ่กิจการของพ่อแม่อยู่..
ไอ้พัน – ชายกำยำผิวดำสนิท ที่นอนอยู่แถวหลังสุดของรถตู้....ซึ่งตอนเรียนผมก็จำได้ว่ามันไม่ได้ ตัวดำขนาดนี้ และก็ไม่ได้ทำตัวเงียบขรึมแบบนี้ด้วย ออกจะเฮฮาเป็คู่หูคูฮา กับแบงค์ มากกว่า และเ้าพันก็นอนตลอดทางจนผมไม่ได้คุยอะไรกับมันเลย...
โดยที่ตลอดทางที่อยู่บนรถนั้นก็เอาแต่คุยกัน ซึ่งผมก็พูดคุยกะเพื่อนร่วมก๊วนอย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น แต่กับ น้ำฟ้าแล้วเรียกได้ว่าคุยกันแทบตลอดทางเลย...่คุยนั้น คุย นี่ จนแทบไม่แคร์เพื่อนฝูงคนอื่นเลย....
“แหมๆ กะพวกกู ถามไม่กี่คำ แต่กับ ยัยฟ้านะ คุยไม่หยุดเลยนะ..คิดจะปลุกถ่านไฟเก่ารึไง...” แบงค์ที่นั่งอยู่แถวถัดไปนั้นชะโงกหน้าเอ่ยแซวผม...ซึ่งผมก็หันไปเอ่ยแยกเขี้ยว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของน้ำฟ้า...แน่นอนว่า ที่แบงค์เอ่ยแซวแบบนั้น เพราะเค้าไม่สิ เพื่อนของผมในก๊วนนั้น เค้ารู้ดีถึงความสัมพันธ์ของผมกับน้ำฟ้า...
ผมกับน้ำฟ้านั้น เคยคบกันเป็แฟนกันในสมัยมัธยม จนถึงมหาลัย ปี 2 แต่เราก็ยุติความสัมพันธ์กัน ลดระดับสถานะเป็เพียงเพื่อนเท่านั้น เนื่องจากเธอมีแผนจะเรียนต่อต่างประเทศนั้นเอง...และเธอไม่อยากให้ ต่างฝ่ายต่างรอกัน...แน่นอนว่าผมเข้าใจและก็ยอม ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ข้าวคราวเธออีก แต่ได้ยินว่าเธอเรียนต่างประเทศจนถึงปริญญาโทด้วย..
“อิๆ แต่ถ้าแอ็คอยากปลุกถ่านไฟเก่า เราก็ไม่ว่าหรอกนะ เพราะตอนนี้ ฟ้าเองก็ยังไม่มีใคร..” น้ำฟ้าที่หัวเราะและเอ่ยกล่าวอย่างยิ้มๆ อย่างที่เล่นที่จริง จนทำเอาผมพูดไม่ถูก...จนผมต้องเฉไฉ เปลี่ยนเื่ แน่นอนว่าการเดินทางนั้นก็เต็มไปด้วยความครื้นเครง.....
เกือบ 2- 3ชั่วโมง กว่าเราจะถึงจุดหมาย ซึ่งผมมานี่ไม่ได้รู้อะไรเลยว่า ไปไหน เพราะโดนขะยักขะยอให้มา แต่ตอนนี้ผมก็พอรู้แล้ว ว่าทำไมไอ้เปาถึงได้ขะยักขะยอผมซะแบบนั้น เพราะมีน้ำฟ้ามาด้วยนี่เอง...และั้แ่เห็นน้ำฟ้าก็ทำให้ผมลืมแม้กระทั้งถามเลยว่าจะไปที่ไหน จนกระทั้งเห็นด้วยตาตัวเองแหละ..
และจุดหมายของเราคือรีสอร์ทสุดหรูแห่งหนึ่งที่อยู่ในเขา อากาศดี....แถมบ้านที่จองไว้ก็หลังใหญ่ ที่อยู่ในสุดของรีสอร์ท เรียกว่าเป็บ้านพักส่วนตัวสุดๆ เพราะตัวบ้านมีสระว่ายน้ำด้วย....
“ท่าจะแพงนะเนี่ย...” ผมเอ่ยเปรยๆ ....เมื่อเห็นตัวบ้านและเนื้อที่ใช้สอยนั้นก็บงบอกราคาค่าเช่าได้อย่างกลายๆ แล้ว..
“อือออ ก็พอควร แต่ ไม่เท่าไรหรอก เพราะ กูรู้จักกับเ้าของที่นี้เค้าเลยลดให้ครึ่งหนึ่งนะ...” ไอ้เปาที่ได้ยินคำเปรยๆ ของผมนั้นก็เอ่ยบอกกับผม พร้อมกับทำการ ปล่อย เ้า ลักกี้ ที่พามาด้วยนั้นลงวิ่ง ซึ่งมันก็วิ่งไปทั่ว....
“ท่าทางมันจะคึกใช่เล่นนะ...”
“อือออ..ก็แปลกที่นะ ไปที่แปลกๆ ที่ไรมันก็มักจะคึกแบบนี้แหละ เ้าลักกี้นะ แต่เห็นมันเป็แบบนี้แต่มันก็เป็พ่อพันธ์ชั้นดีตัวหนึ่งของฟาร์มเลยนะ ผสมพันธ์กับตัวเมียที่ไร แทบไม่มีตัวเมียตัวไหนที่ไม่ติดลูกกับมัน แต่ก็มีตัวเมียบางตัวนี่แหละ ที่โดนเ้าลักกี้อัดไปหลายดอกแล้ว..ก็ยังไม่ยังจะติดลูกซะที....” ไอ้เปาที่เอ่ยตอบผม โดยเฉพาะท้ายๆ ประโยคนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดหรือติดใจถามอะไร ไม่สิต้องพูดว่าไม่ทันจะได้ถามมากกว่า...
“มัวแต่คุยกันอยู่นี่เอง รีบมาขนของลงสิ เปา แอ็ค...” น้ำฟ้าที่เอ่ยเรียกผมกับไอ้เปา ใช่ มัวแต่มองความใหญ่และความสวยของบ้านพักจนไม่ได้เอากระเป๋าลงเลย....
“ว่าแต่ คุยอะไรกันอยู่นะ หือ..” น้ำฟ้าที่เอ่ยปากถามด้วยความสงสัยผม พร้อมกับส่งกระเป๋าของผมให้...ซึ่งผมก็รับอย่างยิ้มๆ และเอ่ยตอบเธอตามตรง..
“อ้อ ก็เกี่ยวกับตัวบ้าน แล้วเื่ของเ้าลักกี้นิดหน่อยนะ..”
“เ้าลักกี้นะเหรอ? ..” น้ำฟ้าเอ่ย อย่างเสียงสูงเหมือนจะใ ซึ่งผมก็มีท่าที งง ๆ ทำตาปริบๆ และถามเธอกลับ..
“อืออ ใช่ ทำไม ฟ้า..?” ผมถามอย่างสงสัยกับท่าทีที่เธอแสดงออกมา...
“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรหรอกแอ็ค คะ คือ เ้าลักกี้นะ มันเคยทำแสบๆ กับฟ้าไว้เยอะ ก็เท่านั้นเอง..” เธอตอบและก้มหน้าเดินออกไปอย่างทำตัวผิดปกติ แถมถ้าผมเห็นไม่ผิด รู้สึกว่าสีหน้าของ น้ำฟ้า นั้น ระเรือแดงนิดๆ ด้วย...
ถ้อยคำและท่าทีของน้ำฟ้าก็ทำให้ผม งง อยู่พอควร ใช่ครับจะไม่ให้ งง สงสัยได้ไง ก็ สุนัข พันธ์ โกเดนรีทิปเวอร์ นั้น ใครๆ ก็รู้ว่าเป็สุนัขที่มีนิสัยเป็กันเอง....จะบางคนบอกว่า มันเป็มิตรแม้กระทั้ง กะโจร ....จะทำตัวแสบยังไง? ...