ตอนที่41วันพักผ่อนของผู้ใหญ่
ครอบครัวได้กอดกันอย่างรักใคร่โพรทาเลียดีใจที่อยู่พร้อมกับครอบครัวที่ตนรักมากๆความรู้สึกคิดถึงนั้นได้หายไปหมด ทุกคนกำลังจะเตรียมตัวไปกิจกรรมของตนเอง อยู่ๆเพอร์ซีย์ก็กำลังจะล้มลงไป ทุกคนหันไปเห็นผู้เป็นพ่อกำลังล้ม พวกพี่ๆรีบเข้าไปพยุงทันที สาวๆ ต่างตกใจที่พ่อล้มไปทันที โพรทาเลียก็ตกใจที่พ่ออยู่ๆก็ล้มลงไป
“พ่อค่ะ! พ่อเป็นอะไรนะ?” โพรทาเลียถามทุกคนด้วยความสงสัย
“อ๋อ...ก็...”
โอราอุสหันไปมองพี่น้องคนอื่นๆโพรทาเลียสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ พวกพี่ๆ ช่วยกันพยุงพ่อไปข้างบนห้องนอนของพ่อพอจนมาถึงห้องนอนทุกคนเดินตามกันมาดู ก่อนที่พี่จะอธิบายให้โพรทาเลียฟัง
“พ่อส่งพลังให้หนูเหรอ?” โพรทาเลียมีสีหน้าแปลกใจทันที
“ใช่ พวกจิตวิญญาณตัวเล็กๆพวกนั้นบอกว่าต้องมีคนพลังมากๆ ส่งพลังให้อีกคนเข้าไปข้างในจิตใจของเธอนะ” เอเดอร์ช่วยอธิบายอีกคน
“ถึงได้พ่อถึงล้มหมดสติ...” โพรทาเลียมองพ่อที่นอนหลับอยู่ที่เตียง
แอนนาเบ็ธช่วยพรมผ้าให้สามีของตน ก่อนจะมองลูกๆ ของตน “ไม่ต้องห่วงจ๊ะโพรทาเลีย เดียวแม่จะดูแลพ่อเอง ลูกๆ ไปทานข้าวเช้าก่อนเถอะ ตอนนี้คงสายมากแล้วพ่อแค่ต้องพักผ่อนสักหน่อยเดียวก็ตื่นนะจ๊ะ”
โอราอุสได้ยินแบบนั้นเขาก็คิดบางอย่างทันที “งั้นผมไปเอาจานของแม่มาให้นะครับ”
“ไม่ต้องหรอก โอราอุส” แอนนาเบ็ธปฏิเสธความหวังดีของลูกชายทันที
“ไม่ได้ครับ แม่ต้องทานอาหารนะอย่าคิดว่าดูแลพ่อแล้วไม่กินข้าวไม่ได้นะครับ เดียวผมจะไปเอามาให้” โอราอุสพูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที
“ลูกคนนี้ก็...” แอนนาเบ็ธส่ายหน้าเบาๆเธอไม่สามารถขัดใจลูกชายได้จริงๆ
“พวกเราลงไปทานอาหารนะครับหิวจะแย่อยู่แล้วน่านะ” เบเดอร์ลูบท้องของตนเองตอนนี้เขาหิวจนกินช้างได้ทั้งตัว
“ลูกๆ ไปทานอาหารเถอะจ้ะ”
เหล่าลูกๆ ต่างดีใจกันพวกเขารีบออกจากห้องเพื่อลงไปข้างล่าง บางคนสงสัยว่าใครจะอุ่นอาหารให้ล่ะโฟกัสเลยเสนอว่าจะอุ่นให้เอง เลยทำให้โล่งใจที่ยังมีคนพออุ่นอาหารได้มั้งพอทุกคนลงไปหมดแล้วก็ยังเหลือหนึ่งคนที่ยังอยู่ตรงนั้นมองแม่ที่กำลังดูพ่ออยู่คนเป็นไม่รู้สึกได้ถึงสายตาที่ยังมองมาทางนี้เธอเลยเอยบางอย่างออกมา
“รู้ไหม ตอนแม่เห็นภาพความทรงจำของลูก...แม่รู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากๆ”แอนนาเบ็ธหันมามองผู้เป็นลูกสาวที่ยังยืนมองอยู่
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้น เธอค่อยๆ เข้าไปหาคนเป็นแม่ “หนูเสียใจ...ที่ทำให้พ่อแม่ต้องเห็นหนูสภาพเหล่านั้น...”
“แม่ไม่โทษลูก...โพรทาเลียแต่แม่โทษเจ้าเทพที่ทำกับลูก...ไม่สิ ไม่ควรเรียกว่าเทพหมอนั้นควรถูกเรียกว่าอสุรกายด้วยซ้ำ”
โพรทาเลียยิ้มออกมา เธอยืนมือไปจับมือของคนเป็นแม่ “หมอนั้นควรโดนเรียกแบบนั้นมานานแล้วล่ะค่ะ”
แอนนาเบ็ธได้ยินคำพูดติดตลกของลูกสาวเธอยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นนั้น เธอมองใบหน้านั้นเธอลูบๆแก้มลูกสาว
"แม่นะ...จะปกป้องลูกอีกครั้งครั้งนี้แม่จะไม่ให้ปีศาจตนนั้นมาเอาลูกสาวของแม่ไปอีก..." แอนนาเบ็ธพูดจบเธอเขยิบเข้าไปกอดลูกสาวเบาๆ“แม่รักลูกนะ โพรทาเลีย”
เมื่อคนเป็นแม่โอบกอดเธออีกครั้งความรู้สึกอันอบอุ่นทำให้เธอสบายใจมากๆ เธอกอดแม่ตอบ “หนูก็รักแม่เหมือนค่ะ”
การบอกรักผู้เป็นแม่นั้นทำให้คนเป็นแม่ที่อยากได้ยินคำนี้ออกมาจากบ้านของผู้เป็นลูกสาวตัวจริงมานานมันทำให้จิตใจอันเข้มแข็ง อ่อนแอลงน้ำตาของเธอกำลังเอ่อไหลออกมาเธออยากย้อนเวลากลับไปพาตัวน้อยคนนี้ของเธออยู่ในอ้อมกอดตลอดไป ไม่ให้ห่างตัว แต่เวลามันผ่านไปแล้วเธอก็ต้องยอมรับความเป็นจริงและปกป้องลูกสาวให้ถึงที่สุดโอราอุสแอบมองผ่านประตูเห็นสองแม่ลูกกำลังนั่งกอดกันเขาเห็นภาพตรงหน้าก็ดีใจที่น้องสาวได้อยู่กับแม่ที่เธอรักมากๆเขารอเวลาสักพักก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้งเพื่อขอเข้าไป
“ขอเข้าไปนะครับ”
“เชิญจ๊ะ”
โพรทาเลียได้ยินเสียงพี่ชายก็เขยิบตัวออกมาจากแม่เพื่อมองพี่ชายแอนนาเบ็ธหันไปมองลูกชายที่ยกอาหารมาให้เธอโอราอุสเดินมาวางจานอาหารของแม่ไว้ที่โต๊ะเล็ก
“ขอบใจนะ ลูก”
“แค่นี้เอง ผมทำเพื่อแม่ได้ตลอดนะครับ” โอราอุสยิ้มให้แก่ผู้เป็นแม่
แอนนาเบ็ธยิ้มอย่างมีความสุขที่ลูกคนโตของเธอนั้นพึ่งพาได้เสมอเธอมองลูกๆ สองคนก่อนจะหันไปมองสามีเธอต้องดูแลเขาเลยอาจจะไม่มีเวลาว่างทำงานเท่าไรเธอกำลังคิดบางอย่างก่อนจะนึกออก
“โอราอุส ลูกช่วยแม่หน่อยได้ไหม?”
“ครับ จะให้ช่วยอะไรเหรอครับ?”
“วันนี้อยู่บ้านได้ไหมจ๊ะช่วยแม่กับพ่อหน่อยนะ?”
“ได้ครับ จะให้ช่วยทำอะไรเหรอครับ?”โอราอุสเอียงคอสงสัยว่าแม่ต้องการให้เขาทำอะไร
“พอดีพ่อแม่มีเอกสารและจดหมายที่ต้องตรวจสอบอีกนะ”
“อ๋อ งานพวกนั้นสินะ เดียวผมช่วยเองผมจะเขียนรายละเอียดให้นะครับว่ามีอะไรมั้ง”
“ขอบคุณจ๊ะ ลูกนี้พึ่งได้เสมอเลยนะ อ๋อแล้วก็...ให้น้องช่วยด้วยนะ”
“เอ๋?” โพรทาเลียได้ยินที่แม่พูดทำเอาสงสัยว่าทำไมต้องให้เธอช่วยกัน
“แม่หมายถึงโพรทาเลียเหรอครับ?” โอราอุสขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
คนเป็นแม่ยิ้มพยักหน้าอย่างชอบใจแต่คนเป็นลูกสาวมองอย่างไม่แปลกใจเลยจริงๆ
“เหอะๆ แม่จะขังหนูไว้ในบ้านเหรอคะ?”โพรทาเลียกอดอกมองแม่
“เปล่านะแม่แค่อยากให้ลูกอยู่ในสายตาแม่ในช่วงนี้น่านะ”
โพรทาเลียนึกแล้วว่าแม่เป็นห่วงเธอพอรู้ว่าเธอเป็นใครและเจออะไรมามั้ง แม่ยิ่งห่วงเธอคูณสองอีก
“ค่าๆ เดียวหนูจะช่วยพี่ด้วยละกัน”
"ขอบใจนะจ๊ะ งั้นลูกสองคนไปทานอาหารเถอะเดียวแม่ดูแลพ่อนะจ๊ะ"
“ค่ะ/ครับ”
ทั้งสองคนขานตอบ ก่อนจะเดินกันออกมาจากห้องนี้แอนนาเบ็ธมองลูกๆ กำลังเดินออกไป เธอเหมือนได้เติมเต็มความรู้สึกที่ว่างเปล่ามานานตลอดหลายปีเธอมีความกังวลเกี่ยวกับลูกๆ เสมอ แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เธอหันกลับมาสามีที่กำลังหลับพักผ่อนอยู่
“พักผ่อนนะ เพอร์ซีย์คุณตื่นมาจะได้ทำหน้าที่พ่อให้แก่โพรทาเลียได้นะ”
โพรทาเลียกำลังเดินลงมาจากบันไดเธอกำลังใช้ความคิดเรื่องบางอย่างอยู่ จนมาถึงขั้นสุดท้าย เธอเงยหน้ามองรอบๆบ้านเธอพึ่งสังเกตว่าบ้านหลังนี้คล้ายๆ บ้านที่เธอเคยอาศัยก่อนจะโดนลักพาตัวทำให้เธอสงสัยว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าหรือเลียนแบบบ้านเก่ากันโอราอุสเดินลงมาถึงขั้นสุดท้าย เขาเห็นน้องสาวกำลังทำหน้าเหม่อลอยทำให้สงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังเหมือนคิดอะไร
“กำลังคิดอะไรอยู่นะ?”
โพรทาเลียหันไปมองพี่ชายทันที “อ๋อ...แค่...กำลังคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านเก่าหรือแค่เลียนแบบบ้านเก่านะคะ”
“อ๋อ ที่นี้แค่เลียนแบบนะพวกเราย้ายบ้านทั้งหลังมาไม่ได้ พ่อแม่เลยสร้างใหม่ที่นี้น่านะแต่ที่นี้ใหญ่กว่าบ้านเก่านะ ไม่งั้นพวกเราคงไม่มีห้องเป็นของตัวเองกันนะ”
“เห็นอยู่ว่าห้องข้างบนเยอะมากๆ นะ”โพรทาเลียจำได้ตอนพาพ่อขึ้นไป เธอเห็นห้องเยอะมากๆ “แปลว่าห้องของหนูก็...”
“อ๋อ...ห้องเธอ...อยู่ใกล้ๆ กับห้องโฟกัสถ้าเธออยากได้คืน เธอคงต้องไปรื้อออกเยอะเลยล่ะ”
“แน่อยู่แล้ว ไม่เอาไว้หรอกนะแต่ถ้ารื้อออกพ่อแม่ก็ต้องเสียเงินด้วยสินะ” โพรทาเลียคิดถึงเวลาที่ต้องเสียเงินในการซื้อของใหม่หมด
“อ๊ะ...ก็จริงของเธอ...” โอราอุสนึกถึงเวลาที่พ่อแม่ต้องจ่ายเงินเลยภาษีก็แพงอยู่แล้วนะ ซื้อของบวกภาษีอีกแพงยิ่งขึ้นอีก
“อืม...แล้วมีร้านไหนรับทองคำมั้งไหมคะ?”
“ทองคำ?” โอราอุสสงสัยที่น้องสาวพูด
สีหน้าของพี่ชายบ่งบอกเลยว่าสงสัยในสิ่งที่น้องสาวพูดโพรทาเลียเงยหน้ามองพี่ชาย ก่อนที่เธอจะเปิดกระเป๋าคาดเอวของเธอแล้วหยิบบางอย่างออกมามันคือก้อนทองคำเท่ากำมือ พอเห็นสิ่งในมือของน้องสาวทำเอาคนเป็นพี่ชายตาโตอย่างแปลกใจทันที
“เธอไปได้มาจากไหนนะ?”
"ก็...จากข้างในปราสาทของแซเทิร์นนะ...พอดีเอามาหลายก้อนเหมือนกัน"
“พ่อแม่รู้นี้คงตกใจน่าดูเลยนะ โพรทาเลีย”
“ทำไมล่ะ แค่เอามาไม่กี่ก้อนเองนะ” โพรทาเลียยิ้มร่าก่อนจะเอาทองคำเข้ากระเป๋า"ไว้หนูเอาไปแลกเป็นเงินก่อนละกันที่จริงนอกจากทองคำนี้ ยังมีเหรียญทองอีก"
“ห๊า!” โอราอุสตกใจยิ่งกว่าเดิม“นี่เธอขโมยเทพองค์นั้นมามากเลยนะ”
“ก็ชดใช้ที่เขาทำให้หนูเสียเวลาในชีวิตไปเยอะละกันว่างๆ พี่พาหนูไปข้างนอกหน่อยละกันนะ”
“ได้เลย ไปห้องอาหารกันทุกคนคงกำลังเตรียมอาหารไว้หมดแล้วล่ะมั้ง” โอราอุสเข้าไปโอบไหล่ของน้องสาว
“เรื่องนี้ห้ามบอกใครนอกจากเราสองคนนะ” โพรทาเลียกำหมัดขึ้นมา
โอราอุสเห็นเขาจำได้เลยว่าหมายความว่าไงเขากำหมัดแล้วชกที่มือของน้องสาวเบาๆ “พี่สัญญา”
สองพี่น้องพากันเดินไปห้องครัวพวกเขาเห็นพี่น้องกำลังนั่งทานอาหารกัน โฟกัสเห็นพี่ๆ เข้ามาเธอก็เรียกพวกเขาเข้ามา
“พี่ๆ ค่ะ! มาทานข้าวกันเร็วเดียวอาหารเย็นหมดนะ!”
“วันนี้มีอะไรนะ ขนมปังไข่ดาวเหรอ?เจ๋งเลยนี่น่า” โอราอุสเดินไปหยิบจานเพื่อตักอาหาร
โพรทาเลียมองอาหารบนโต๊ะ เธอมายืนข้างๆลูกสาวที่กำลังทานอาหารอยู่ เธอลูบหัวลูกน้อย เธอจ้องอาหารแล้วตักวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องการจะทาน
“วันนี้ทุกคนต้องไปทำอะไรกันมั้งนะ?”โพรทาเลียถามพี่น้องทุกคน
“วันนี้พี่มีไปเรียนเรื่องอสูรแต่บอกคำเดียวว่าเรียนมาจนจบครบทุกอย่างล่ะ แต่ก็ยังจะต้องเรียนอยู่” เบเดอร์พูดประชดกับการเรียนของตัวเอง
“เพราะพี่โดดเรียนเลยโดนให้เรียนซ้ำไงล่ะ”เอเดอร์เปิดเผยความจริงที่พี่ต้องเรียนสิ่งที่เขาพูดออกมา
"อย่ามาเผากันสิ เอเดอร์" เบเดอร์ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจที่น้องชายเขามาเผาเขา
เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นอย่างขบขันเรน่ากำลังเคี้ยวอาหารอยู่ เธอรีบกลืนแล้วพูดออกมามั้ง
“ส่วนพวกหนูจะไปฝึกฟันดาบกันพี่โพรทาเลียไปด้วยกันไหมคะ?”
“เอ่อ...” โพรทาเลียกำลังจะพูดแต่ก็โดนพี่ชายพูดแซงขึ้นมาก่อน
“เสียใจน้องๆวันนี้โพรทาเลียต้องอยู่กับพี่ เพื่อทำงานให้พ่อ”
“โธ่!!” พวกน้องๆต่างร้องโหกันออกมาอย่างไม่พอใจ
“ทำไมอ่ะ พี่โพรทาเลียไปกับเราไม่ได้เหรอ?”คารีเซลหันมาถามพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างๆลูกสาว
“ขอโทษทีนะ แม่ขอให้พี่อยู่พี่ต้องอยู่นะ”
“งื้อออออ” พวกคารีเซลทำหน้าเบ้กันทันที
พอเห็นหน้าน้องๆ เป็นแบบนั้นโพรทาเลียไม่ชอบเท่าไรที่น้องๆ ทำหน้าแบบนั้นเธอคิดหาวิธีบางอย่างที่จะได้อยู่กับน้องๆ และแล้วเธอก็คิดออกทันที
“ถ้าอยากอยู่กับพี่ ไว้ว่างๆพวกเราไปเที่ยวกันระหว่างพี่น้องเอาไหมล่ะ?”
“เอ๋?” พวกน้องๆตามตาโตขึ้นมา
“พูดจริงเหรอคะ? พี่โพรทาเลีย”เรน่าถามด้วยรอยยิ้มอันปลื้มปีติ
“ถ้าพ่อให้นะ” เบเดอร์พูดทำร้ายความหวังของน้องมากๆ
น้องๆ ต่างทำหน้านิ่งไปทันที โฟกัสแอบขำนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมา“งั้นรอยาวๆ นะ อีกไม่นานก็จะถึงเวลานั้นแล้วนะ”
“เวลา? เวลาอะไรเหรอ?”โพรทาเลียได้ยินที่น้องสาวพูดเลยสงสัย
"วันที่ 21 เมษายนนะคะวันคล้ายวันครีษมายัน"
“ครีษมายัน...ถ้าจำไม่ผิด...”
“ค่ะ วันเกิดเราสองคนไงล่ะ”
“อ๊า! จะได้จัดงานวันเกิดของพี่ทั้งสองคนแล้วสินะ!”สองสาวต่างพูดพร้อมกันทันที
“ในรอบหลายปีไม่ค่อยได้จัดงานดีๆ เลยนะต้องฉลองหน่อยล่ะนะ” เบเดอร์พูดขึ้น
“วันเกิดเหรอ...หลายปีแล้วนี่เนอะ...”
ดวงตาของเธอตกลงสีหน้าที่นิ่งสนิทเหมือนคนกำลังเศร้าโพรทาเลียนึกถึงวันเวลาที่เธอไม่เคยจัดงานวันเกิดเลย ทุกคนเห็นสีหน้าของโพรทาเลียพวกเขาถึงกับเครียดทันที โอราอุสเห็นน้องที่กำลังกังวลว่าจะพูดอะไรเขาก็พูดขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องเศร้าใจไป โพรทาเลีย”
“เอ๋?” โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชาย
“วันเกิดเธอมาถึงพวกเราจะทำให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยจัดมาเลยล่ะ”
สีหน้าของโพรทาเลียดูนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ยิ้มออกมา “ขอบคุณค่ะ พี่ แค่ของเล็กๆ ก็พอน่านะมันดูสิ้นเปลืองไปหน่อยนะ”
“ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องแค่นี้เอง”
“จริงสิ พี่โอราอุส” เอเดอร์หันไปหาพี่ชายพร้อมกับยกเครื่องดื่มโกโก้ร้อนขึ้นมาดื่ม “งานพี่ช่วงนี้เป็นไงมั้งนะ?”
“หือ? ก็ดีน่านะ” โอราอุสตอบพร้อมกับกัดขนมปังหนึ่งคำ
โพรทาเลียมองพี่ทั้งสองอย่างสงสัย "ที่ถามๆ กันเนี่ยพี่โอราอุสทำงานอะไรเหรอ?"
โอราอุสนิ่งไปทันทีเขาเหมือนไม่ชอบให้ใครมาถามเรื่องงานของตนเอง แต่คนถามเป็นน้องสาวเขาไม่ตอบก็ไม่ได้
“คือ...พี่...ทำงานเป็น...” โอราอุสกำลังพูดตะกุกตะกักนี่เป็นครั้งที่สองที่เธอเห็นพี่เป็นแบบนี้ครั้งแรกก็ต่อหน้าเทพอลิซ่าเบ็ธที่เธอรักมากๆ “นะ...นักเขียน...”
“นักเขียน?” โพรทาเลียเอียงคออย่างสงสัย“นักเขียนทำอะไรเหรอ?”
“นักเขียนเป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวอักษรที่จะบรรยายจินตนาการตัวเองออกมาอย่างเช่นนิยาย หนังสือนิทาน หรืออะไรอีกเยอะนะ” เอเดอร์อธิบายให้น้องสาวของเขาฟังโพรทาเลียฟังอย่างตั้งใจ
“แต่ส่วนใหญ่ที่โอราอุสจะทำนิยายแฟนตาซีหรือไม่ก็หนังสือเด็กนะคะ”โฟกัสพูดเสริมขึ้นมา
“ว้าว แล้วนิยายนี้ก็เป็นหนังสือสินะชื่อเรื่องอะไรมั้งนะ”
“คือว่า...” โอราอุสเริ่มหน้าแดงขึ้นมาเรื่อยๆ
“ผมบอกให้ละกันนะ” มาร์โคพูดขึ้นมาทันทีโอราอุสหันไปหาเจ้าน้องชายตัวแสบทันที “ชื่อเรื่องก็มีเขาวงกตใต้ท้องฟ้า หุ่นไม้ไร้ค่า และก็-”
โอราอุสรีบเข้าไปหาน้องชาย แล้วปิดปากน้องชายทันที “นายไม่พูดไม่มีคนว่านะมาร์โค”
“ออโออ! (ขอโทษ)" มาร์โคโดนพี่ชายปิดปากไว้ทำเอาทุกคนหลุดคำออกมา
โพรทาเลียนึกชื่อเรื่องที่น้องชายพูดเธอเหมือนรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อเรื่องหนึ่ง “เดียวนะชื่อเรื่อง’หุ่นไม้ไร้ค่า’ นี่พี่เป็นคนแต่งเหรอ?”
"ชะ...ใช่" โอราอุสกลับมานั่งที่ของเขา"พอดีเป็นอีกผลงานที่ได้ติดอันดับ5 นะ"
“ว้าว...แต่เล่มนั้น ถ้าหนูจำไม่ผิดหนูเคยซื้อให้เทพีอลิซ่าเบ็ธ...” โพรทาเลียหันไปหาลิซ่าทันที
ลิซ่ากำลังเคี้ยวอาหารกินอย่างเงียบๆเธอใช้สายตามองโอราอุสที่กำลังมองเธอ ใบหน้าของเธอเริ่มอมชมพูมากขึ้นเรื่อยๆ
“ใช่...เป็นเรื่องที่สนุกดี...ข้าชอบนะ” ลิซ่าพูดชมนิยายของอีกฝ่าย
โอราอุสได้ยินแบบนั้น เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก “ขะ...ขอบคุณที่ชอบเรื่องที่ฉันแต่งนะ”
พวกน้องๆ มองพี่ชายที่ดูเขินๆพวกเขารู้เลยว่าเหตุการณ์แบบนี้เป็นไง แต่มีคนเดียวที่ไม่ชอบใจก็คือโพรทาเลียตามเดิมเธอไม่อยากให้พี่ทั้งสองคนต้องมาเจ็บปวดกับความรักแต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องปล่อยวาง ปล่อยให้พวกเขาศึกษาดูใจไปนั้นล่ะนะทุกคนต่างเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วมานั่งทานอาหารกันพอทานกันหมดทุกคนก็ต่างเตรียมตัวกันออกไปทำภารกิจของตัวเองกันคาเร็นน่าเดินมาหาแม่เพื่อขอว่าจะไปกับน้าสาวของเธอ
“แม่ค่ะ หนูขอไปกับน้าโฟกัสนะคะ”
โพรทาเลียย่อตัวลงแล้วถามลูกสาว “ลูกจะไปกับน้าเขาเหรอ?ทำไมล่ะ?”
“หนูอยากไปทำอะไรนิดหน่อยนะคะขอให้น้าไปส่งแล้วหนูจะกลับพร้อมน้าตอนน้ามารับนะคะ หนูอยู่กับน้าแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”
“เฮ้อ...” โพรทาเลียถอนหายใจหนึ่งครั้งเธอห่วงลูกมาตลอดแต่ตอนนี้ลูกไปกับน้องสาวคงจะปลอดภัยอยู่บาง เธอหันไปหาน้องสาว “โฟกัสฝากลูกสาวพี่ด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ งั้นไปกันคาเร็นน่า” โฟกัสยื่นมือไปหาหลานสาว
“ค่ะ!” คาเร็นน่ารีบเดินไปจับมือผู้เป็นน้าสาวทันทีทั้งสองคนต่างยิ้มให้กันอย่างร่าเริง ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทำเอาคนเป็นแม่หมดห่วงไปเยอะเลย
โพรทาเลียหันกลับมามองตัวบ้านเธอไม่เห็นพี่โอราอุสและพี่ลิซ่า เธอเดินไปตามทางไปเรื่อยๆกำลังจะผ่านทางด้านหลังบ้านที่จะไปห้องครัวนั้นเองตรงทางเดินตรงกลางเธอเห็นพี่ทั้งสองคนยืนคุยกัน เธอแอบมองว่าทั้งสองทำอะไรกันในมือของลิซ่ามีบางอย่างหนาๆ คล้ายๆ หนังสืออยู่เธอยื่นให้ฝ่ายชายเขารับหนังสือเล่มนั้นมาแล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบางอย่างในหนังสือนั้นพอเขาเขียนเสร็จเขายื่นคืนให้อีกฝ่าย สีหน้าของลิซ่าดูดีใจมากๆโพรทาเลียคิดว่าคงให้พี่ชายเซ็นชื่อให้แน่ๆ เหมือนที่เธอเคยเห็นตอนที่ออกเดินทางแต่แล้วเธอกลับมาเห็นฉากที่เธอไม่คาดคิดที่จะเห็นจริงๆลิซ่ายืนนิ่งสักพักหนึ่งก่อนจะยืดตัวเข้าหาฝ่ายชายพร้อมกับริมฝีปากของเธอประกบจูบกับริมฝีปากอีกฝ่ายทำเอาฝ่ายชายตาค้างไปทันที
“ข้ายังรออยู่นะ...ไปล่ะ” ลิซ่าเดินออกจากตรงนั้นพอเธอกำลังเลี้ยวก็เจอโพรทาเลียกำลังยืนอยู่ ทำเอาเธอหน้านิ่งไปทันที “พะ...โพร...”
“พี่นี้ก็แซ่บเหมือนกันนะ” โพรทาเลียพูดแซวอีกฝ่าย
“เจ้าพูดอะไรนะ...ข้าไม่เข้าใจเลยนะข้าขอไปทำภารกิจของข้าก่อนนะ ไปล่ะ โพรทาเลีย” ลิซ่าเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
โพรทาเลียจับจ้องหญิงสาวที่อยู่กับเธอมาตลอดตั้งแต่เธออายุ6 ขวบ อีกฝ่ายดูเป็นหญิงงาม แม่พระ เรียบร้อยแต่ไม่นึกว่าเทพีจะแอบซ่อนความใจกล้าไว้ โพรทาเลียเดินเข้าไปหาผู้เป็นพี่ชายเธอเห็นใบหน้าของพี่ชายนั้นแดงก่ำไปหมด ทำเอาน้องสาวคนนี้ส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายจริงๆ
“พี่ชอบเทพีใช่ไหม?”
“วะ...ว่าไงนะ?” โอราอุสได้สติก็หันไปมองน้องสาวเขาทำตัวลุกลี้ลุกลนทันที “เธอพูดอะไรนะฉันกับลิซ่านะ...”
"หนูไม่ขัดความชอบของทั้งสองคนละกัน"
“เอ๋?” สีหน้าของโอราอุสนิ่งไปสนิท“เธอ...ยอมให้พี่กับลิซ่า...”
“แต่ต้องทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆอย่าชุบมือเปิบทำเทพีท้องล่ะพี่ ถ้ายังไม่พร้อมที่จะดูแลลูกตัวเองนะ”
“คร้าบๆ เธอนี่น่าทำตัวอายุเยอะกว่าพี่อีกนะ”
“หนูห่วงความสุขของพี่ทั้งสองนี่น่า...แต่นะ...ไม่นึกว่าเทพีจะเข้าไปจูบพี่ก่อนนะ”
“!!” โอราอุสตกใจทันที “เธอเห็นเหรอ!?”
“ถ้าไม่เห็นคงไม่พูดเรื่องนี้นะ”
โอราอุสถึงกับหน้าแดงอีกครั้ง “แหะๆ...งั้นเหรอ...แต่ว่า...นี่ครั้งที่สองที่เธอรุกพี่แล้วนะ”
“หือ? ครั้งที่สองแล้วครั้งแรกนี่คือ?”
“คือว่า...”
โอราอุสหันหน้าไปอีกทาง เขาเอามือปิดปากตัวเองเขาเขินจนไม่อยากเล่าแต่ก็ต้องเล่าให้น้องสาวฟัง พอโพรทาเลียได้ยินทั้งหมดเธอถึงกับตกใจขึ้นมา
“ว่าไงนะ เทพีบอกพี่ว่าเขาตกหลุมรักพี่!ได้ไงล่ะนั้น!?”
“พี่จะรู้ไหม? ตอนนั้นพี่ไม่ได้ตอบเธอเพราะเธอบอกว่าจะรอคำตอบของพี่ พี่เลยแบบว่าทำตัวไม่ถูกจริงๆ”
“งั้นหนูไม่ยุ่งล่ะถ้าเทพีเขาเป็นคนเริ่มก่อนนะ”
“อ้าว...โพร!”
“พี่กล้าปฏิเสธหญิงงามอย่างเทพีเหรอ?นางก็นิสัยดีออกนะ ตรงสเปคของใครตอนเด็กๆ นะ”
"เอ๋!?"
“หนูไม่ลืมเมื่อก่อนที่พี่เคยบอกพ่อแม่นะว่าคนที่พี่ชอบต้องเป็นคนที่นิสัยดี งดงามจากภายนอกและภายในรวมถึงทำให้พี่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนดึงดูดตลอดเวลาอีกนะ”
“พอ! พอ! เธอนี้จำได้แม่นเกินไปแล้ว!”
โอราอุสเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาที่น้องสาวจำทุกอย่างที่เขาเคยพูดได้โพรทาเลียหันหน้าหนีพร้อมทำสีหน้าเยาะเย้ย
“ค่าๆ ไปทำงานกันห้องทำงานพ่ออยู่ห้องไหนสักห้องนี้สินะคะ” โพรทาเลยลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปตามทางเดินที่จะไปห้องของพ่อต่อ
“ใช่!” โอราอุสเดินตามโพรทาเลียไปทันที“ขอนะ อย่าเอาไปบอกใครว่าพี่ชอบลิซ่าล่ะ”
“ไม่ขอสัญญาหรอกนะคิดเหรอว่าพี่จะไม่พูดหรือไม่แสดงออก เชื่อได้ว่าคนรอบๆที่รู้จักพี่ต้องรู้ล่ะว่าพี่ชอบลิซ่านะ”
“อึ้ก!!” โอราอุสถึงกับจุกไปเลยที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น
จบตอนที่ 41 โปรดติดตามตอนที่42 ต่อไป