แถบชานเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลานเฉิงส่วนใหญ่เป็ูเา
เบื้องหน้าหุบเขาอันวังเวงที่รายล้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายหนุ่มสาวมากมายมารวมตัวกันที่แห่งนี้คือลานสำหรับเก็บเลเวลที่อยู่ใกล้เมืองหลานเฉิงมีประตูเคลื่อนย้ายไปยังดันเจี้ยนมากมาย เพียงแค่ก้าวเข้าไปก็จะเคลื่อนย้ายไปยังดันเจี้ยนที่้าได้ทันที
[หุบเขาหมาป่า]: ดันเจี้ยนสัตว์อสูร ระดับแนะนำ: เลเวล 1-10 เกินเลเวล 15 ไม่สามารถเข้าได้
แนะนำรายละเอียด:ที่นี่เต็มไปด้วยหมาป่าดุร้าย พวกมันนิสัยโเี้และจะจู่โจมเมื่อคุณไม่ทันตั้งตัว สังหารหมาป่า มีโอกาสได้รับวัสดุอย่างหนังสัตว์หรือกรงเล็บหมาป่า ซึ่งอาจขายได้ราคาดี
เมื่อมาถึงหน้าดันเจี้ยนหลี่ตู้ก็ได้ยินผู้คนมากมายส่งเสียงะโ
“มีใครอยากรวมทีมเก็บเลเวลไหม? ค่าประสบการณ์แบ่งห้าสิบห้าสิบไอเท็มวัสดุที่ดร็อปได้ใครเป็คนฆ่าก็เป็ของคนนั้น”
“ฉันเลเวล 7 พามือใหม่สามคนไปเก็บเลเวลได้ใครสนใจมาคุยกันได้เลย ราคาเป็กันเอง!”
“ฉันจ่าย 50 แต้มเทพ มีพี่ ๆ คนไหนใจดีพาหนูไปเก็บเลเวลได้ไหมคะ? หนูเชื่อฟังค่ะ”
คนส่วนใหญ่ถ้าไม่จับทีมก็จะขอให้คนอื่นพาไปเก็บเลเวล
เพราะดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่าแม้จะเป็ดันเจี้ยนสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็ยังมีความอันตรายอยู่มือใหม่หลายคนจึงยังไม่กล้าไปเก็บเลเวลตามลำพัง
“เฮ้ย น้องชาย สนใจจับทีมไหม? ทีมเราขาดอีกคนเดียวเอง”
ในตอนนั้นเองมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่หลี่ตู้
หลี่ตู้หันไปมองเห็นชายหนุ่มสองสามคนกำลังจะจับทีมเพื่อเก็บเลเวล
เขากำลังจะปฏิเสธแต่ในกลุ่มของชายหนุ่มเ่าั้กลับมีเสียง “อ้าว”แทรกขึ้นมา
“นี่หลี่ตู้ไม่ใช่เหรอ? ฮึฮึ...ไอ้คนไร้ค่าที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จอย่างนาย มาทำอะไรที่นี่?”
คนนี้คือซุนฮ่าวเพื่อนร่วมชั้นของหลี่ตู้ เป็หนึ่งในสมุนของเจี่ยงเหยียนิ เมื่อเห็นชายตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยออกมา
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น ต่างก็แสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยามเช่นกัน
“อะไรกัน เป็คนที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จซะงั้น คนแบบนี้มาทำอะไรที่นี่?”
“ดูท่าทางของเขาสิ ฉันก็นึกว่าเก่งซะอีก”
“ไปไป อย่าอยู่ใกล้เขา เดี๋ยวมันพาซวยไปด้วย”
ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังกระตือรือร้นเปลี่ยนเป็สีหน้าเ็าทันที
ซุนฮ่าวเยาะเย้ยต่อ“นายยังยืนอยู่ตรงนี้ทำไม รีบไสหัวไปได้แล้วไอ้คนที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จก็ควรจะเจียมตัวหน่อย รีบไปขุดแร่ซะไป๊!”
คำพูดที่หลุดออกมานั้นแตะต้องส่วนลึกที่อ่อนไหวที่สุดในใจของหลี่ตู้เพราะพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมือง
“จู่โจมปลิดิญญา!”
หลี่ตู้คำรามในลำคอเขาใช้สกิลที่เพิ่งเรียนรู้มาในทันที เขาเลือกที่จะสละอายุขัย 1ปี และในชั่วพริบตาก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เอ่อล้นทั่วร่างกาย
ในขณะที่ซุนฮ่าวยังเยาะเย้ยไม่หยุดหลี่ตู้ก็พุ่งเข้าไปแล้วฟาดหน้าเขาอย่างแรง
เปรี้ยง!
พริบตานั้นทุกคนอยู่ในอาการตกตะลึง หลี่ตู้พุ่งไปข้างหน้า แล้วฟาดหน้าซุนฮ่าวอย่างแรงถึงขนาดล้มกระเด็นออกไปในทันที!
ใบหน้าที่ค่อนข้างซีดขาวพลันแดงก่ำราวกับถูกไฟลน
“แก... แกกล้าตีฉันเหรอ!”
ซุนฮ่าวรู้สึกเหลือเชื่อราวกับเห็นลูกเขยแต่งเข้าที่ถูกกดขี่มาตลอด กล้าลุกขึ้นสังหารเ้าของบ้าน!
ส่วนคนอื่นๆ ก็ใไม่แพ้กัน
“นี่... มันเื่อะไรกัน? ซุนฮ่าวนายบอกว่าเขาเป็แค่คนธรรมดาไม่ใช่เหรอ”
“แรงเยอะขนาดฟาดกระเด็นได้ขนาดนี้ แต่นายบอกว่าเขาเป็คนธรรมดาเนี่ยนะ?”
หลี่ตู้มองด้วยหางตา“ถ้าแกพูดดีไม่เป็ ฉันก็ไม่รังเกียจสั่งสอนหรอกนะนี่เป็แค่บทเรียน ถ้าแกกล้าอวดดีต่อหน้าฉันอีกแกได้รู้แน่ว่าความเสียใจมันเป็ยังไง!”
สมองของซุนฮ่าวว่างเปล่าเขาไม่เคยเห็นหลี่ตู้มีท่าทีแข็งกร้าวขนาดนี้มาก่อน
อีกทั้งพละกำลังของหลี่ตู้เมื่อครู่นั้นรุนแรงมาก ไม่มีทางเป็พลังที่คนธรรมดาจะใช้ได้เลย
ในทันใดนั้นซุนฮ่าวก็เข้าใจบางอย่าง เขาไม่สนใจความปวดแสบที่แล่นไปทั้งหน้าแล้วยันตัวลุกขึ้นหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
“หลี่ตู้ แกไปที่วิหารเทพแห่งโชคชะตามาใช่ไหม? เอาอายุขัย50 ปีแลกกับอาชีพไร้ค่ามาใช่ไหม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ตอนที่แกคุยกับครูฉินอันหมิน ฉันบังเอิญได้ยินพอดีไม่คิดว่าแกจะไปแลกมาจริงนะเนี่ย”
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแกถึงบ้าคลั่งขนาดนี้ แกอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้วไม่บ้าคลั่งตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตัวบ้าตอนไหนอีก!”
เสียงของซุนฮ่าวดังมากผู้คนรอบข้างได้ยินกันหมด เริ่มพากันเข้ามามุงดู
“เกิดอะไรขึ้น มีอะไรสนุก ๆ เหรอ”
“อ้าว นี่มันหลี่ตู้นี่นา มาทำอะไรที่นี่?”
“เขาไม่ได้เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จไปแล้วเหรอ?”
คนที่มาเก็บเลเวลไม่ได้มีแค่ซุนฮ่าวที่เป็เพื่อนร่วมชั้นของหลี่ตู้ยังมีคนอื่น ๆ อีกหลายคน เมื่อพวกเขาเห็นหลี่ตู้ ก็ตกตะลึงไป
มีบางคนะโใส่ซุนฮ่าว“เฮ้ ซุนฮ่าว นายเป็อะไรไปน่ะฉันเห็นนะว่านายถูกไอ้ขยะหลี่ตู้ฟาดหน้ามา!”
ซุนฮ่าวหัวเราะเสียงดังไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “ไอ้ขยะหลี่ตู้คนนี้เพื่อที่มันจะได้ไม่ต้องเป็ขยะก็เลยไปที่วิหารเทพแห่งโชคชะตาเพื่อแลกคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพ!ต่อให้ฟาดหน้าฉันแล้วยังไง? มันอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว!”
ผู้คนได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง
“โว้ว! หลี่ตู้สุดโต่งขนาดนั้นเลย? ต้องรู้สิว่าขนาดคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพไร้ค่าในวิหารเทพแห่งโชคชะตาก็ต้องแลกด้วยอายุขัย50 ปีเชียวนะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่คงจะเป็่แสงสุดท้ายของมันแล้ว เดี๋ยวมันก็คงจะใกล้ตาย”
“เราอย่าไปถือสามันเลย ได้ยินมาว่าคนมักจะคลั่งก่อนตายถ้าไปยุ่งกับหมาจนตรอกเข้าก็คงไม่ดีใช่ไหม”
“ใช่ใช่ กล้าฟาดหน้าซุนฮ่าวเลยนะ ลองไปแหย่มันดูสิ ไม่แน่นะอาจจะเห่าแล้วพุ่งเข้ามางับก็ได้!”
ผู้คนชี้ไม้ชี้มือบางคนที่ไม่รู้จักหลี่ตู้ก็เริ่มเยาะเย้ยเขาบ้าง
เอาอายุขัย50ปีไปแลกกับอาชีพไร้ค่า คนที่ทำเื่แบบนี้ได้ถ้าไม่ใช่คนโง่แล้วจะเรียกว่าอะไร?
คัมภีร์เปลี่ยนอาชีพแบบนั้นให้ค่าสถานะน้อยนิดเสียจนน่าสงสารแถมไม่มีสกิลอาชีพด้วยซ้ำ ต่อให้แลกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมา
เสียงเยาะเย้ยที่ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกระแสน้ำไหลเชี่ยวที่กำลังถาโถมเข้ามากลืนกินหลี่ตู้
เสียงเยาะเย้ยเหล่านี้หลี่ตู้ได้ยินมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วในหลายปีที่ผ่านมา
แต่น่าแปลกในตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกโกรธเหมือนที่คิดเอาไว้เป็เพราะเขามีความมั่นใจแล้วงั้นเหรอ?
พวกเขารู้แค่ว่าหลี่ตู้เอาอายุขัย50ปีไปแลกกับอาชีพไร้ค่า แต่พวกเขาไม่รู้พลังที่แท้จริงของหลี่ตู้เลย
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลี่ตู้ก็ยกมุมปากเป็รอยยิ้ม ชี้ไปที่ฝูงชนแล้วะโว่า“พวกแกเยาะเย้ยกันไปเถอะ ฉันไม่สน”
“ประวัติศาสตร์ในอีกสามสิบปีข้างหน้า จะจารึกความโง่เขลาของพวกแกในวันนี้!”
พูดจบหลี่ตู้ก็หันหลังเดินเข้าดันเจี้ยนไป
ผู้คนได้ยินเช่นนั้นก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้ขยะหลี่ตู้มันบ้าไปแล้วจริงด้วย”
“ฉันไม่ชอบขี้หน้าไอ้คนไร้ค่านี่มานานแล้ว! พ่อมันก็คนไร้ค่าแม่มันก็คนไร้ค่า ทั้งครอบครัวของมันเป็พวกไร้ค่า!”
“ใช่แล้ว! คนธรรมดาก็สมควรทำตัวเหมือนคนธรรมดา เป็ทาสเหมืองดี ๆไม่ชอบหรือไง”
“ไอ้หมอนี่ไม่มีทางได้เปลี่ยนอาชีพเลยยังมาเรียนหนังสืออีกแถมที่น่าขยะแขยงที่สุดคือเขาได้ทุนการศึกษาทุกปีทุนของโรงเรียนจะให้คนไร้ค่าแบบนี้ได้ยังไง”
“พอ ๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ยังไงเขาก็ใกล้จะตายอยู่แล้วเราก็ควรจะพูดจาให้เป็มงคลบ้าง”
ไม่มีใครสนใจคำพูดที่ยิ่งใหญ่ของหลี่ตู้ผู้คนต่างคิดว่าเขาเป็บ้าไปแล้ว
หลังจากนั้นเื่ราวของหลี่ตู้ก็ค่อย ๆ แพร่กระจายออกไปนอกดันเจี้ยนหุบเขาหมาป่า