ตอนที่ 2 นักวิทยาศาสตร์ชายที่หมกตัวอยู่ในบ้านนับร้อยปี
เหลียนนั่วกะพริบตาหนึ่งครั้ง แล้วก็กะพริบตาอีกครั้ง
งานเหรอ งานอะไร ความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมบอกเขาอย่างรวดเร็วว่าเขาถูกเนรเทศมาที่นี่ และที่นี่มีแต่ต้องอาศัยแรงงานเพื่อความอยู่รอด
แต่งานในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนั้น เขาทำไม่เป็
เหลียนนั่วก้มศีรษะลงมองมือทั้งสองข้างของตน มือนี้ทั้งแห้งกร้าน ทั้งเล็กและผอมบางจนเหลือแต่กระดูก เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงมือเดิมของตน มือของนักวิทยาศาสตร์ที่นิ้วทั้งสิบได้สัดส่วน เรียวยาวและขาวนวลนั่น
“แกยังจะมัวยืนบื้ออะไรอยู่อีก” เมื่อคนคนนั้นเห็นว่าเหลียนนั่วยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ ความฉุนเฉียวก็พุ่งขึ้นทันที เขาก้าวมาข้างหน้า ยื่นมือมาทำท่าจะดึงมือของเหลียนนั่ว พร้อมกับบอก “ตามฉันไปทำงาน”
แต่ก่อนที่มือคู่นั้นจะเอื้อมมาถึง ก็ถูกเหลียนนั่วเตะสีข้างจนล้มไปกองกับพื้นเสียก่อน
ตอนอยู่บนโลก เขาเป็ถึงผู้บำเพ็ญตบะที่มีพลังพิเศษอันดับต้นๆ เชียวนะ แม้การต่อสู้เพียงครั้งเดียวในชีวิตของเขาจะเป็การต่อสู้กับาาซอมบี้ และตอนนี้พลังพิเศษของเขาจะมีแค่ระดับเริ่มต้นก็ตาม แต่ในยุควันสิ้นโลกน่ะ การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเป็สัญชาตญาณของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายที่ชอบหมกตัวอยู่ในบ้านนานนับร้อยปีอย่างเขา ยิ่งไม่คุ้นชินกับการมีใครเข้าใกล้และแตะเนื้อต้องตัว
ขณะเดียวกัน เขาก็ประเมินคุณสมบัติของร่างกายนี้ คู่ต่อสู้สูงเกินไป แค่ง้างเท้าเตะสีข้างทีเดียว ก็ทำให้เอวเขาเคล็ดแล้ว เจ็บชะมัดเลย!
ร่างกายนี้ต้องหมั่นออกกำลังกายให้ดีแล้วละ
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่าเหลียนนั่วจะต่อต้าน จึงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ะโดังลั่น “ใครก็ได้มานี่หน่อย ไอ้สารเลวเหลียนนั่วนี่กำลังจะก่อฏแล้ว เร็ว มานี่เร็วเข้า...”
หลังจากนั้นไม่นาน คนที่อยู่ในห้องขังทั้งหมดก็กรูกันเข้ามา
เหลียนนั่วก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวจนชิดมุมผนังห้อง จากนั้นแขนก็ค่อยๆ ลดลง พลังธาตุไม้ระดับเริ่มต้นกระจายไปทั่วฝ่ามือแล้ว ผู้ที่ถูกเนรเทศในจักรวรรดิโซเดียร์ล้วนเป็พวกไร้ค่า หรือก็คือคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษนั่นเอง ดังนั้นแม้ว่าร่างกายนี้จะอ่อนแอเกินไป แม้ว่าตอนนี้พลังพิเศษของเขาจะมีเพียงระดับเริ่มต้น และแม้ว่าเขาจะรู้ว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะคนจำนวนมากนี้ได้แน่ก็ตาม แต่เหลียนนั่วซึ่งเป็นักวิทยาศาสตร์ เป็ชายติดบ้านที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปีคนนี้ ก็ไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
เพราะเขาน่ะ แม้แต่าาซอมบี้ยังไม่กลัวเลยสักนิด
ดวงตาสีดำขลับกระจ่างใส ปรากฏแววเฉียบคมราวกับลูกหมาป่าน้อย ความเย่อหยิ่งและเ็าที่เผยออกมาจากภายในจิตใจ นี่เป็สิ่งที่คนซึ่งเห็นความเป็ตายมาจนคุ้นชินเท่านั้นถึงจะมีได้
เขาในเวลานี้ก็เหมือนกับสัตว์ร้ายตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งซึ่งยังไม่ถูกปราบพยศ มีกรงเล็บที่แหลมคม และเมื่อกรงเล็บนี้เหยียดออกมา ก็มีแต่จะขีดข่วนิัของผู้คนจนปริแตก จากนั้นเืสีแดงสดก็จะไหลทะลักออกมา
เพียงแต่นักโทษที่กรูกันเข้ามาเ่าั้ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งนี้เลย
ในสายตาของพวกเขา เหลียนนั่วเป็คนขี้ขลาด เจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอด แม้จะโกรธแต่เหลียนนั่วคนเดิมก็ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้ง คาดไม่ถึงว่าวันนี้กลับเรียนรู้ที่จะต่อต้านแล้ว พวกเขากำลังดีใจและตื่นเต้น เพราะท้ายที่สุดการรังแกสุนัขตัวหนึ่ง ย่อมเอาชนะได้ง่ายกว่าการต่อกรกับหมาป่า
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงชายคนหนึ่งที่พวกเขาคุ้นเคยดีก็ดังขึ้น เป็เสียงของพัศดีเรือนจำ “พวกแกกำลังทำอะไรกันน่ะ”
พัศดีเรือนจำซึ่งสวมเครื่องแบบทหารเดินอาดๆ มาที่ด้านหน้าของพวกเขาด้วยท่าทีอันสูงส่ง กวาดตามองไปที่ทุกคนอย่างดูถูกเหยียดหยาม สุดท้ายก็หยุดอยู่ตรงร่างของเหลียนนั่วแล้วเอ่ย “ตามฉันมา มีคน้าพบแก” เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็รู้จักเหลียนนั่วที่ถูกรังแกทุกวันผู้นี้เช่นกัน
พลังธาตุไม้ในฝ่ามือของเหลียนนั่วจางหาย เขาเดินตามหลังพัศดีเรือนจำไป
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมมีพัศดีเรือนจำคนนี้อยู่ด้วย ทุกครั้งตอนเขาถูกรังแก พัศดีเรือนจำคนนี้มักจะแทะเมล็ดแตงโมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งพร้อมกับยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นก็จะเฝ้ามองดูอยู่ทางด้านข้างเสมอ
เมื่อเดินออกมาจากห้องขัง ถึงได้รู้ว่าสภาพแวดล้อมที่นี่แตกต่างกับสภาพแวดล้อมบนโลกที่ตนเองเคยอาศัยอยู่อย่างสิ้นเชิง ตึกอาคารของที่นี่สวยกว่า ท้องฟ้าของที่นี่ก็มีสีฟ้าสดใสกว่า...
เหลียนนั่วมองไปโดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปีนั้นในโลกยุควันสิ้นโลก มนุษย์ก็เคยคิดที่จะอพยพไปยังดาวดวงอื่นเพราะการบุกยึดครองของซอมบี้ แต่ด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยว แน่วแน่ และความเข้มแข็งของมนุษยชาติ จึงสามารถเอาชนะความกลัวที่มีต่อซอมบี้ได้ เพราะความคิดของมนุษย์นั้นค่อนข้างอนุรักษนิยม ความคิด ‘การกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนเมื่อแก่เฒ่า’ นี้หยั่งรากลึกอยู่ในจิตใจ พวกเขาเกิดบนโลก เติบโตบนโลก ดังนั้นต่อให้ตายก็จะต้องปกป้องโลกนี้ไว้ให้ได้
ท้ายที่สุด ซอมบี้และมนุษย์จึงต่างดับสูญไปพร้อมกัน
ในฐานะที่เป็มนุษย์คนสุดท้ายบนโลก เหลียนนั่วมีชีวิตอยู่ตามลำพังเป็เวลากว่าห้าร้อยปี โลกของเขามีเพียงตัวเองเท่านั้น ดังนั้นตามความเป็จริงแล้ว ความสามารถในการสื่อสารของเขาจึงเหมือนกับเด็กทารก
พัศดีเรือนจำพาเขาเข้าไปในอาคารใหญ่หลังหนึ่ง นี่เป็อาคารปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่จักรวรรดิซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ถูกเนรเทศ พวกเขาเดินเข้าไปในลิฟต์ จากนั้นลิฟต์ก็เลื่อนขึ้นไปถึงชั้นสิบหกหรือชั้นบนสุดจึงหยุดลงทันที
หลังเดินออกจากลิฟต์ พัศดีเรือนจำก็หยิบบัตรพนักงานออกมา แล้วแตะไปที่เครื่องสแกนทันที ฉากกั้นที่อยู่ตรงหน้าเคลื่อนที่ ห้องทำงานที่ดูกว้างขวางห้องหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
“ท่านผู้บัญชาการเรือนจำ ผมพาตัวเหลียนนั่วมาแล้วครับ”
ในห้องทำงานมีชายวัยกลางคนใส่สูทสีดำคนหนึ่งนั่งอยู่ ชายคนนั้นสวมแว่นตาดำ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงตาที่อยู่หลังแว่นได้ แต่กลิ่นอายทั่วร่างที่เล็ดลอดออกมานั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
มันคือพลังพิเศษ
ด้านข้างชายวัยกลางคนผู้นี้ ยังมีชายคนหนึ่งซึ่งอายุค่อนข้างน้อยยืนอยู่ ชายคนนี้สวมชุดคล้ายพัศดีเรือนจำ ดังนั้นผู้บัญชาการเรือนจำที่พัศดีผู้นี้เรียกขานก็คงเป็เขากระมัง
เหลียนนั่วยืนอยู่ข้างพัศดีเรือนจำ ด้วยแววตาที่เป็ประกายวับวาว...และสงบอย่างยิ่ง
ในตอนที่เขากำลังสังเกตห้องทำงานและชายทั้งสองนี้อย่างอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง ชายวัยกลางคนก็สังเกตเขาด้วยเช่นกัน นี่คือนักโทษหนุ่มที่ถูกรับเลือกให้เป็ชายารัชทายาทเหรอ
บุคคลเพียงคนเดียวในคลังข้อมูลของจักรวรรดิ ที่จับคู่กับพันธุกรรมของรัชทายาทได้สำเร็จ
ดูเหมือนจะแตกต่างจากในข้อมูลที่บันทึกเอาไว้นะ