บทที่ 22 เจตนาฆ่าของเหวินเทา
เย่จื่อเมิ่งไม่ได้ทำไปเพราะความหุนหันพลันแล่น แต่เป็เพราะวิธีการอันต่ำช้าของตระกูลเหวิน อีกทั้งในความฝันเธอเกือบจะถูกสิ่งนั้นทำให้แปดเปื้อน ทำให้เธอรู้สึกทั้งอับอายและโกรธแค้น
อีกด้านหนึ่ง เธอยังกังวลว่าถ้าเื่นี้ทำให้เสี่ยวเสี่ยวใก็จะเป็เื่ยุ่งยาก เพราะจนถึงตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามความมืดมนในใจได้
ลุงจ้าวขึ้นไปชั้นบนเพื่อดูแลเสี่ยวเสี่ยว ส่วนเย่จื่อเมิ่งนั่งรออยู่บนโซฟา เธอไม่ได้โง่ จะรอให้เฉินเฮ่าหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทมาถึงก่อนแล้วค่อยไปที่บ้านตระกูลเหวิน
ไม่นานเสียงเบรกรถดังขึ้นจากด้านนอก ชายหนุ่มในชุดลำลองสีเขียวเข้ม ผมเกรียน พร้อมลูกน้องสี่คนเดินอย่างคล่องแคล่วเข้ามา
"ประธานเย่ มีอะไรจะสั่งการเหรอครับ" ชายผมเกรียนก้มตัวเล็กน้อยพลางเอ่ย
เฉินเฮ่าเป็หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทของเย่จื่อเมิ่ง เขาเคยเป็ทหารหน่วยรบพิเศษที่ปลดประจำการแล้ว และมีฝีมือดีมาก
ขณะที่เฉินเฮ่าพูด เขายังแอบเหลือบมองเย่จื่อเมิ่งอย่างระมัดระวัง
"ไปจัดการธุระที่ตระกูลเหวินกับฉันหน่อย" เย่จื่อเมิ่งพูดพลางลุกเดินออกไปข้างนอก
"ถ้าคุณพาพวกเขาไปที่ตระกูลเหวิน ผมเกรงว่าจะไปแล้วไม่ได้กลับมา" ซูช่านที่นั่งอยู่บนโซฟาพูดขึ้น
เฉินเฮ่าขมวดคิ้ว ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความเ็าเมื่อมองไปทางซูช่าน
"ประธานเย่ คนนี้คือ..."
ก่อนที่เย่จื่อเมิ่งจะได้ตอบ ซูช่านก็ลุกขึ้นเดินมาทางนี้พลางพูดว่า "พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ ประตูบ้านตระกูลเหวินไม่ใช่ที่ที่จะบุกรุกได้ง่าย ๆ"
"เฉินเฮ่า ได้ยินหรือเปล่า คนคนนี้ชัดเจนว่าดูถูกพวกคุณ บอกว่าพวกคุณไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องความปลอดภัยของฉัน! ใช่ไหม" เย่จื่อเมิ่งมองเฉินเฮ่าแวบหนึ่ง พลางกอดอกพิงกรอบประตู
สีหน้าของเฉินเฮ่าเปลี่ยนเป็มืดครึ้ม แม้เขาจะเป็หัวหน้าแผนกหนึ่งในบริษัท แต่ปกติแล้วแทบไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เทพธิดาในดวงใจของเขาเลย
วันนี้ในที่สุดก็มีโอกาส คืนนี้อยากจะแสดงฝีมือให้เต็มที่ แต่กลับถูกไอ้หมอนี้ที่ดูเหมือนพวกบ้านนอกมาเยาะเย้ยเสียได้
เฉินเฮ่าสังเกตสีหน้าของประธานเย่ และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยถูกชะตากับชายคนนี้เท่าไหร่ เขาสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าซูช่าน ในดวงตาฉายแววดูแคลน แต่บนใบหน้ากลับยิ้มพลางกล่าวว่า "ผมเคยเป็หัวหน้าผู้ฝึกสอนหน่วยรบพิเศษเสือดาวในปี 2017"
"และได้รับรางวัลชนะเลิศการต่อสู้ระยะประชิดในการแข่งขันระหว่างนักรบพิเศษนานาชาติปี 2018"
"รวมถึงเป็ทหารต้นแบบในภารกิจรักษาสันติภาพทางทะเลแห่งคาเรสต์"
"สถาบันนักล่านานาชาติรุ่นที่ยี่สิบสี่..."
เพียะ!
เฉินเฮ่าพูดถึงประวัติอันรุ่งโรจน์ของตัวเองยังไม่ทันจบ มือขวาของซูช่านก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ตบเข้าที่ใบหน้าของเขาดังสนั่น เสียงดังกังวานไปทั่วทั้งห้องรับแขก
"คุณต้องรู้ไว้นะว่า ศัตรูไม่มีทางยืนฟังคุณแนะนำตัวยืดยาวขนาดนั้นหรอก" ซูช่านพูดอย่างจริงจัง
เย่จื่อเมิ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตาโพลง เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัททั้งสี่คนก็ทำหน้าตกตะลึงเช่นกัน
เฉินเฮ่าเอามือกุมแก้มไว้ข้างหนึ่ง ความแสบร้อนบนใบหน้าราวกับเป็การเยาะเย้ยตัวเองไม่รู้จบ
"ไอ้เวร กล้าดียังไงมาลอบโจมตีฉัน กินหมัดนี่ซะ!"
เฉินเฮ่าออกหมัดอย่างรวดเร็ว พลังะเิรุนแรง แรงลมจากหมัดพัดกระโชกใส่ใบหน้าของซูช่าน
แต่ซูช่านยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายท่อนบนหลบไปทางขวาหลอกล่อหมัดของอีกฝ่าย มือซ้ายใช้สองนิ้วแทงเข้าใส่ซี่โครงของเฉินเฮ่าต่ำลงมาสามนิ้วดั่งสายฟ้าแลบ
อึก!
เฉินเฮ่ารู้สึกถึงความเ็ปรุนแรงที่รักแร้จนทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างชาไปหมด ร่างกายทั้งหมดเ็ปจนขยับไม่ได้ น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเพราะความเ็ปที่แสนสาหัส
"ความโกรธทำให้คุณขาดสติ และส่งผลต่อระบบประสาทของคุณ ตำแหน่งพวกนั้นของคุณคงซื้อมาด้วยเงินทั้งหมดสินะ" ซูช่านไพล่มือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง มองเฉินเฮ่าด้วยสีหน้าสงสัย
ส่วนอีกฝ่ายนั้นแม้ในใจจะโกรธจนเหมือนไฟลุกท่วมฟ้า แต่เพราะความเ็ปทำให้แม้แต่เสียงร้องก็เปล่งไม่ออก
"แค่ระดับนี้ คุณยังหวังให้พวกเขาคุ้มครองความปลอดภัยของคุณอีกเหรอ" ซูช่านมองไปที่เย่จื่อเมิ่งแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอกพลางพูดว่า "ไปกันเถอะ ผมสัญญากับลุงจ้าวไว้แล้วว่าจะปกป้องความปลอดภัยของคุณ"
ตอนนี้สีหน้าของเย่จื่อเมิ่งดูไม่สู้ดีนัก เธอจ้องมองเฉินเฮ่าอย่างไม่พอใจ แล้วแค่นเสียงฮึ ก่อนจะรีบเดินออกไปข้างนอก
หลังจากรถที่อยู่ข้างนอกสตาร์ตเครื่องและขับออกไปอย่างรวดเร็ว เฉินเฮ่าที่เพิ่งได้สติก็ลุกขึ้นยืน เขาหันไปมองข้างนอกพลางชกกำแพงและะโว่า "ไอ้บ้าเอ๊ย อย่าให้ฉันเจอนายอีกนะ"
เวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว หน้าคฤหาสน์ตระกูลเหวินมีบอดีการ์ดร่างกำยำสี่คนยืนอยู่
รถโรลส์รอยซ์ที่เย่จื่อเมิ่งขับมาถูกสกัดไว้ บอดีการ์ดคนหนึ่งเดินมาที่หน้าต่างรถแล้วพูดเสียงเ็า "พวกคุณเป็ใคร"
"บอกคุณเหวินว่าเย่จื่อเมิ่งมาหา" เย่จื่อเมิ่งพูดด้วยสีหน้าเ็า
บอดีการ์ดหยิบวิทยุสื่อสารรายงานคนข้างใน ไม่นานประตูเหล็กใหญ่ก็ค่อย ๆ เปิดออก
เหวินปิ่งฮุยและเหวินเทากำลังเดินยิ้มแย้มมาพร้อมกับพ่อบ้าน จนมาถึงหน้าประตูใหญ่
เหวินปิ่งฮุยไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่จะมาที่บ้านของเขาตอนดึกดื่นแบบนี้ และเมื่อเห็นซูช่านลงจากรถตามมาด้วย สีหน้าของพ่อลูกตระกูลหวินก็ยิ่งดูไม่สู้ดีนัก
"คุณเย่ ดึกป่านนี้แล้วมีธุระอะไรถึงได้มาที่บ้านของผมเหรอครับ" เหวินปิ่งฮุยถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเย่จื่อเมิ่งเดินเข้ามา
เย่จื่อเมิ่งยกมือขวาที่ขาวนวลขึ้นมา ชูนิ้วสองนิ้วพลางเอ่ยเสียงเ็า "สองเื่"
"หนึ่ง ขอโทษฉัน สอง ั้แ่นี้ต่อไป ตระกูลของพวกคุณต้องรับประกันว่าจะไม่จ้างใครมาทำเื่ไสยศาสตร์พวกนี้อีก"
พอได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเหวินปิ่งฮุยก็แข็งค้าง เหวินเทาเผยสายตาเ็า แค่นเสียงพูด "แม้ว่าประธานเย่จะมีฐานะสูงส่ง แต่ก็ใช่ว่าจะสั่งให้ใครขอโทษก็ได้นะ"
"พูดเื่อะไรเกี่ยวกับไสยศาสตร์งั้นเหรอ ผมฟังไม่เข้าใจเลย?"
อย่างไรตอนนี้อาจารย์เลี่ยวก็จากไปแล้ว เื่ที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ต่อให้เ้าหน้าที่มาก็คงหาหลักฐานไม่ได้
เหวินปิ่งฮุยชำเลืองมองซูช่าน แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า "ประธานเย่ คำพูดของคุณทำให้คนแก่อย่างผมงงไปหมดแล้ว"
"ถ้าจะขอโทษก็ต้องมีเหตุผลสิ หรือว่าตระกูลเย่ในเมืองหลวงจะหยิ่งผยองขนาดนั้น?"
เย่จื่อเมิ่งโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ แต่กลับพูดอะไรไม่ออกเมื่อถูกเหวินปิ่งฮุยพูดจี้ใจดำ
จู่ ๆ ซูช่านก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เหวินปิ่งฮุยแล้วพูดว่า "ในอากาศยังมีกลิ่นกระดาษเงินกระดาษทองและธูปเทียนที่ถูกเผา บ้านของคุณเพิ่งจัดพิธีกรรมใช่ไหม"
เหวินเทาเห็นซูช่านก็โกรธจนควันออกหู ชี้นิ้วะโใส่ "ไอ้เวร แกพูดเหลวไหลอะไร ตระกูลของฉันไม่มีทางทำเื่งมงายพรรค์นั้นหรอก"
ซูช่านหัวเราะเยาะเย้ยเบา ๆ ก่อนจะก้าวเดินขึ้นบันไดไปทันที
"ไอ้บ้านี่ แกจะทำอะไร ใครก็ได้จับตัวมันไว้ จับตัวมันไว้" เมื่อเห็นซูช่านบุกเข้าไปอย่างไม่สนใจอะไร เหวินเทาก็ะโสั่งบอดีการ์ดด้านหลังด้วยความโกรธ
บอดีการ์ดร่างกำยำทั้งสี่คนวิ่งพุ่งเข้ามา แต่ก็ยังไล่ตามฝีเท้าของซูช่านไม่ทัน
ซูช่านเดินตามกลิ่นในอากาศ ผ่านลานด้านหน้ามาถึงลานหลัง
เมื่อผลักประตูเข้าไป ทั้งสองข้างของลานมีแสงไฟสลัวสีเหลืองส่องสว่าง แท่นพิธีกรรมตรงกลางยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ธูปเทียนไหม้หมดแล้ว แต่กระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกเผาและธงเรียกิญญาสีขาวที่อยู่ข้าง ๆ นั้นดูน่าขนลุกเป็พิเศษ
เย่จื่อเมิ่งวิ่งตามเข้ามา พ่อลูกตระกูลเหวินและพ่อบ้านตามมาติด ๆ
หลังจากเห็นแท่นพิธีกรรมและธงเรียกิญญา เย่จื่อเมิ่งก็สูดหายใจลึก มองไปยังเหวินปิ่งฮุยที่หน้าตาเขียวคล้ำแล้วตวาดว่า "ตอนนี้ตระกูลเหวินยังมีอะไรจะพูดอีกไหม"
เย่จื่อเมิ่งชี้นิ้วไปที่แท่นบูชา แล้วถามเหวินปิ่งฮุยว่า "อย่าบอกนะว่าสิ่งนี้คือของที่พวกคุณใช้ไหว้บรรพบุรุษ"
เหวินปิ่งฮุยยังไม่ทันได้อ้าปาก เหวินเทาก็จ้องมองซูช่านที่ยืนอยู่ข้างแท่นบูชาด้วยแววตาเ็า แล้วสั่งบอดีการ์ดที่อยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "ไปเรียกคนมาเพิ่ม แล้วปิดประตูให้หมด"
ฟึ่บ!
ในไม่ช้า บอดีการ์ดร่างกำยำแข็งแรงกว่าสิบคนก็วิ่งเข้ามาในสวนหลังบ้าน ก่อนที่เสียงประตูไม้ถูกล็อกจะดังขึ้น
เมื่อเย่จื่อเมิ่งเห็นประกายเย็นเยียบในดวงตาของเหวินเทา หัวใจของเธอพลันบีบรัด เธอรีบถอยไปทางข้างซูช่าน ขมวดคิ้วถามว่า "ประธานเหวิน คุณจะทำอะไร"
"ประธานเย่ ในโลกนี้ไม่มีเื่ผีสางอะไรหรอก ของบนโต๊ะนั่นก็แค่เื่ที่พวกคนรับใช้เล่นกันเท่านั้น คุณอุตส่าห์มารบกวนการนอนของคนอื่นดึกดื่นขนาดนี้ ถึงจะใจเย็นแค่ไหนก็ต้องโมโหบ้างแหละ" เหวินเทาพูดพลางเดินนำบอดีการ์ดกว่าสิบคนมุ่งหน้าไปทางเย่จื่อเมิ่ง
ซูช่านหนีบแผ่นกระดาษสีเหลืองไว้ระหว่างนิ้วทั้งสอง มองไปทางเหวินเทาพลางเอ่ยเสียงเ็า "นายแน่ใจจริง ๆ หรือว่าในโลกนี้ไม่มีภูตผีปีศาจ?"
ฟู่!
ทันใดนั้นกระดาษยันต์ระหว่างนิ้วทั้งสองของซูช่านก็ลุกไหม้ขึ้นมาเอง แสงเพลิงสีแดงสะท้อนใบหน้าของซูช่านจนแดงฉาน
"งั้นวันนี้ฉันจะให้นายได้เห็นกับตา"