ตอนที่ 107
หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสามคน พูดคุยตกลง รวมถึงเซ็นเอกสารมอบอำนาจเรียบร้อยแล้ว ชิงเทียนก็เดินก็เดินมาส่งพวกเขาที่รถ พร้อมกับกล่าวอำลา ตอนนี้ธุรกิจทุกอย่างของเขา ได้ถูกเปลี่ยนมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่หอนพเก้าสาขา ที่จะต้องอยู่ในความดูแลของชิงเทียน จนกว่าจะสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งปีนับจากนี้
ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ในที่สุดวันที่จะเกิดสุริยุปราคาก็มาถึง โดยคนที่จะเป็นใจกลางหลัก ของกระบวนการนี้ ก็คือตัวของจิ่วเหม่ยเอง ส่วนชิงเทียนและเย่เสวี่ยหลันนั้น มีหน้าที่ในการสร้างค่ายกล เพื่อรักษาเสถียรภาพ ในการถ่ายโอนร่างกายและวิญญาณ โดยมีจิ่วหยวนปิง จิ่วหยวนปิง จิ่วเทียนเต๋อ และจิ่วฟาง ที่ตอนนี้ บรรลุศาสตร์ในการสร้างรูปแบบ มาช่วยในการจัดวางค่ายกล ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“เหลือเวลาอีกกี่นาที?" ชิงเทียนเอ่ยถามออกมา การหลอมร่างกายขึ้นมาใหม่นั้น จำเป็นต้องมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก หากเวลาคลาดเคลื่อนไปแม้เพียงเสี้ยววินาที ในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ ร่างกายของจิ่วเหม่ย อาจสูญสลายหายไปโดยสมบูรณ์
“หนึ่งนาทีกับอีกสามสิบวินาทีค่ะ" จิ่วหยวนปิงกล่าวตอบ
จุดศูนย์กลางของค่ายกล มีร่างวิญญาณ และร่างที่แท้จริงของจิ่วเหม่ย ยืนอยู่เคียงข้างกันไม่ไกลนัก ในขณะที่อีกห้าคนที่เหลือ ต่างยืนประจำตำแหน่งทั้งห้ามุม รายล้อมตัวเธอเอาไว้ ก่อนที่ดวงอาทิตย์ด้านนอก จะถูกความมืดเข้ากลืนกิน ซึ่งเปรียบเสมือนการหลอมรวม ระหว่างหยินและหยาง ส่งผลให้พลังปราณภายในมิติส่วนตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เปิดใช้งานค่ายกลได้"
หลังจากที่ชิงเทียน ตะโกนออกคำสั่ง ทุกคนก็ทำมือมุทราเป็นรูปแบบรูปแบบต่างๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นวงแหวนขนาดใหญ่ ก็ปรากฏขึ้นบนพื้น โดยลากผ่านจุดที่ทั้งห้าคน กำลังยืนประจำตำแหน่งอยู่ ก่อนที่ร่างกายของจิ่วเหม่ย จะถูกย่อยสลาย พร้อมกับสร้างขึ้นมาใหม่ ด้านนอกผลึกน้ำแข็ง ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ทุกคนที่ยืนอยู่ภายในค่ายกล ต่างพากันรีดเค้นพลังออกมา ทำให้กระบวนการทั้งหมด เป็นไปด้วยความราบรื่น จนกระทั่งในที่สุด ร่างกายของจิ่วเหม่ย ก็ถูกหลอมขึ้นมาใหม่ เผยให้เห็นรูปร่างอันแสนเย้ายวนของหญิงสาว ที่แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์น่าดึงดูด ซึ่งในขณะที่ชิงเทียน กำลังเหนื่อยหอบ จากการใช้พลังปราณ ที่มากเกินไปอยู่นั้นเอง หน้าอกขนาดมหึมา ก็ประทับเข้าที่หน้าของเขา จนสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ที่ยากเกินจะอธิบาย แม้ว่าเขาจะถูกกระทำเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะสิ่งที่เขากำลังสัมผัสอยู่ ก็คือร่างกายที่แท้จริงของจิ่วเหม่ย
กลิ่นหอม ที่ราวกับดอกท้อกำลังผลิบาน ทำให้ชิงเทียนตกอยู่ในภวังไปชั่วขณะ แต่ทว่า ทันใดนั้นเอง แรงบีบก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเริ่มที่จะรู้สึกอึดอัดขึ้นมา อย่างกระทันหัน
“นี่เธอจะฆ่าสามีฉันรึไง…" เย่เสวี่ยหลันกล่าวเสียงเรียบ
จิ่วเหม่ย ทำหน้าตกใจ ก่อนจะปล่อยชิงเทียนให้เป็นอิสระ “ข...ขอโทษค่ะนายหญิง พอดีว่าจิ่วเหม่ย คงจะรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไป"
‘คนที่เธอควรจะขอโทษ คือฉันต่างหาก' ชิงเทียนคิดอยู่ในใจ แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็พึ่งจะรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น พร้อมกับทำสีหน้าแตกตื่นอย่างสุดขีด “เดี๋ยวนะ!!...ทำไมพลังบ่มเพาะของเธอ ถึงลดลงมาเหลือเพียงระดับเซียนพิภพ"
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น จิ่วเหม่ยเหมือนกับพึ่งจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้ ระดับพลังบ่มเพาะของเธอ ลดลงตามที่ชิงเทียนกล่าวจริงๆ แต่ว่าสิ่งนี้ก็อยู่อยู่ในการคาดการณ์ของเย่เสวี่ยหลัน “ไม่ต้องตกใจไป พลังบ่มเพาะของเธอ เพียงแต่ถูกผลึกน้ำแข็งทำการดูดซับ เพื่อทำให้มันยังคงรูปอยู่ได้ ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น หากทิ้งไว้สักพัก เดี๋ยวพลังทั้งหมด ก็คงจะฟื้นฟูกลับมาเอง"
“แล้วสักพักนี่มันนานแค่ไหนกัน" ชิงเทียนเอ่ยถาม
“คงสักประมาณร้อยปีล่ะมั้ง…"
คำตอบของเย่เสวี่ยหลัน เสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของทุกคน เพราะพวกเขา ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ชีวิต ที่ยาวนานขนาดนั้นมาก่อน แตกต่างจากชิงเทียนและจิ่วเหม่ย ที่ดูจะสามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ เพราะจากที่เขาลองคำนวนดูแล้ว การจะเลื่อนระดับจากขอบเขตเซียนพิภพ ไปสู่ขอบเขตมหาเซียน น่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นปี
ภายในลานกว้าง เหล่าสมาชิกของหอนพเก้า ต่างมารวมตัวกัน ตามคำสั่งของชิงเทียน สายตาทุกคู่ ต่างจ้องมองไปยังจิ่วเหม่ย ด้วยความตื่นตะลึง เนื่องจากรูปลักษณ์ของเธอ ที่โดดเด่นจนยากเกินจะต้านทาน ซึ่งในระหว่างที่ทุกคน กำลังพูดถึงจิ่วเหม่ยอยู่นั่นเอง ชิงเทียนก็ก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับทำสัญญาณมือ ให้พวกเขาอยู่ในความสงบ
“ก่อนหน้านี้ ฉันได้ปรึกษากับบอสใหญ่ของพวกนายแล้ว และเธอก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ นั่นก็คือการยุบหอนพเก้า แล้วก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ในฐานะนิกายชิง โดยจะแบ่งออกเป็นสามตำหนัก นั่นก็คือตำหนักโอสถ ซึ่งจะมีเย่เสวี่ยหลันภรรยาของฉัน รับตำแหน่งเจ้าตำหนัก
ถัดมาคือตำหนักเงา รับหน้าที่ในการเป็นหน่วยข่าวกรอง และสุดท้ายตำหนักเพลิงคราม ซึ่งเป็นกำลังรบหลักของนิกาย โดยจะมีโกมินทร์ และจิ่วเหม่ย เข้ามารับตำแหน่งเจ้าตำหนัก"
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น ในตอนแรก ชิงเทียนคิดเอาไว้ว่า อยากจะเพิ่มตำหนัก ที่มุ่งเน้นไปทางด้านการหลอมอาวุธ และสร้างยุทธภัณฑ์ แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้ เขายังไม่มีช่างตีเหล็กที่ฝีมือเข้าขั้นเลยสักคน จึงคงจะต้องพักเรื่องนี้ไปก่อน
โกมินทร์ รีบเดินปรี่เข้ามาหาเทียนทันที “ท...ท่านอาจารย์ ทำไมถึงยกหน้าที่ที่สำคัญขนาดนี้ให้ผมล่ะครับ"
ชิงเทียนเผยยิ้มออกมา “ฉันรู้ดีว่านายจะทำหน้าที่นี้ได้ เพราะฉะนั้น มั่นใจในความสามารถของตนเองหน่อย"
เมื่อโกมินทร์ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว แววตาที่ดูเป็นกังวลของเขา ก็กลับมาดูมุ่งมั่นขึ้นอีกครั้ง “เข้าใจแล้วครับ ผมจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง"
ชิงเทียนพยักหน้า ตั้งแต่ที่รับโกมินทร์เข้าเป็นศิษย์ เข้าก็รู้ดีว่าศักยภาพของชายหนุ่มคนนี้ ยากเกินจะคาดเดา
หลายวันต่อมา หลังจากที่มอร์แกน ได้ทราบข่าวว่า ชิงเทียน กำลังจะเดินทางไปยังแดนเซียนในเร็วๆนี้ เขาก็รีบเดินทางมาเพื่อบอกลาชายหนุ่ม โดยไม่สนใจกฏของเผ่าเลยแม้แต่น้อย
“ขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมไม่สามารถตอบรับคำเชิญของคุณได้" มอร์แกน ก้มหัวเล็กน้อย เพื่อแสดงให้เห็นถึง การแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ เพราะถึงอย่างไรซะ ชิงเทียนก็ยังถือว่า เป็นผู้มีพระคุณของเผ่าแสงจันทร์
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ลูคัสบอกเหตุผลทั้งหมด ให้ผมฟังเรียบร้อยแล้ว"
“อย่างนั้นเหรอครับ ความจริงแล้ว ผมเองก็ค่อนข้างหนักใจเลยทีเดียว อีกทั้งยังไม่รู้ว่าบุคคลในคำทำนาย ที่บรรพบุรุษพูดถึง จะปรากฏตัวขึ้นตอนไหนกันแน่" มอร์แกน ถอนหายใจออกมา เนื่องจากเขารู้สึกเบื่อ ที่จะต้องเฝ้ารออย่างไร้จุดหมาย แต่ทว่าทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเดินเข้าเข้ามาในห้อง ซึ่งพลังปราณรอบตัวเธอนั้น ทำให้มอร์แกน รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
จิ่วเหม่ย รินน้ำชาให้กับชิงเทียน พร้อมกับโปรยยิ้มอันทรงเสน่ห์ โดยรูปลักษณ์ของเธอในตอนนี้ เป็นดั่งหญิงสาวธรรมดา จากการใช้ทักษะการแปลงกาย เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา ซึ่งในขณะนั้นเอง มอร์แกนที่พึ่งเรียกสติกลับคืนมา ก็ดีดตัวลุกพรวดขึ้นในทันที
“ม...ไม่ผิดแน่!! เธอนี่แหละคือบุคคลในคำทำนาย"
คำพูดของมอร์แกน ทำเอาชิงเทียนและจิ่วเหม่ย ต่างก็รู้สึกสับสนไปตามๆกัน “เดี๋ยวก่อนนะ คุณกำลังจะบอกว่า คนที่เผ่าแสงจันทร์กำลังตามหาอยู่ คือจิ่วเหม่ยอย่างนั้นเหรอ?"
“ใช่แล้ว แม้ว่ากลิ่นอายระดับนี้ จะแข็งแกร่งมากกว่าเผ่าแสงจันทร์ หลายร้อยเท่า แต่ก็ยังมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่ ดังนั้น เธอจะต้องเป็นบุคคลในคำทำนายอย่างแน่นอน" มอร์แกนกล่าวยืนยัน
“จิ่วเหม่ย เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม" ชิงเทียน หันหน้าไปถามหญิงสาว
“เรียนนายท่าน จิ่วเหม่ย เคยได้ยินชื่อของเผ่าแสงจันทร์มาบ้าง เนื่องจากเผ่าของพวกเขา และเผ่าเก้าหาง มีสายเลือดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน แต่ในบันทึกระบุไว้ว่า พวกเขาหลบหนีไปจากแดนเซียนเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ไม่คิดเลยว่าจะมาหลบซ่อนอยู่ที่ดาวดวงนี้"
ชิงเทียน เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด ไม่แน่ว่าบางที บรรพบุรุษของเผ่าแสงจันทร์ อาจจะมีเคล็ดวิชาในการทำนาย และมองเห็นเผ่าเก้าหาง จะต้องมีชะตากรรม ไม่ต่างไปจากเผ่าของตน จึงมีความตั้งใจที่จะให้ทั้งสองเผ่า ผนึกกำลังกัน เพื่อทวงศักดิ์ศรีกลับคืนมาก็เป็นได้
“ว่ายังไงคุณมอร์แกน ดูเหมือนว่าคนในคำทำนายของคุณ จะอยู่ฝั่งผมนะ" ชิงเทียนกล่าว ก่อนที่เขาจะสั่งให้จิ่วเหม่ย เผยร่างที่แท้จริงออกมา
มอร์แกนรู้สึกแตกตื่นกับสิ่งที่เห็น ในเมื่อบุคคลในคำทำนายมีเป้าหมายเดียวกับชิงเทียน ก็แสดงว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็นตัวแปร ที่ทำให้เผ่าพันธุ์แสงจันทร์กลับมารุ่งเรื่องอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว...เผ่าแสงจันทร์จะเดินทางไปแดนเซียนพร้อมกับคุณ"
----------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771