ห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“หมอคะ!! คนไข้รู้สึกตัวแล้วค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวดังขึ้นพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ค่อยๆขยับตัวและพยายามจะดันตัวเองขึ้นมา
“อย่าพึ่งขยับตัวเยอะนะคะคนไข้ เดี๋ยวแผลจะเปิดเอานะคะ” พยาบาลสาวคนเดิมกล่าวขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาช่วยพยุงตัวของชายหนุ่มขึ้นมา
‘ข้ามาอยู่ที่ใดกัน ข้าจำได้ว่าเมื่อครู่ข้ากำลังสู้อยู่กับไอ้พวกจอมยุทธขี้ขลาดไม่ใช่รึ แล้วนี่ข้าาเ็ได้ยังไงเนี่ย’ ชายหนุ่มที่พึ่งรู้สึกตัวก็เกิดความรู้สึกปวดที่บริเวณศรีษะ เขาจึงเอามือมานวดคลึงตรงขมับของตน เมื่ออาการปวดทุเลาลงเขาจึงได้มีเวลาสังเกตสิ่งรอบๆตัวก่อนที่จะต้องตกตะลงกับสิ่งที่ได้เห็น
‘นะ…นี่มัน โรงพยาบาลงั้นรึ…ไม่จริงน่า….ที่นี่มัน..โลกที่ข้าเคยอาศัยอยู่ใช่รึเปล่านะ’ ชายหนุ่มเหม่อมองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย โลกที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทันสมัย
“แม่นาง..เอ่อ ข้า…ผม ผมหมายถึงคุณพยาบาลครับ ที่นี่คือที่ไหนเหรอครับ?” ชายหนุ่มหันไปถามพยาบาลที่กำลังช่วยประคองตนอยู่ข้างๆด้วยท่าทีประหลาด อาจเป็เพราะยังไม่ชินกับคำพูดในยุคนี้ก็เป็ได้
“ที่นี่คือโรงพยาบาลอ้อมอารีย์ค่ะ คนไข้ค่อยๆตั้งสติก่อนนะคะ ตอนนี้คนไข้พึ่งเสียเืมามาก อาจทำให้มีอาการเบลอๆได้ค่ะ” พยาบาลสาวตอบอย่างไม่ถือสาในท่าทีประหลาดของชายหนุ่มเพราะคิดว่าเขาอาจจะอยู่ในสภาวะเบลอเนื่องจากการเสียเืมาก
‘นี่ข้า..นี่เรา…กลับมาที่โลกเดิมแล้วจริงๆเหรอ?’ เมื่อชายหนุ่มคิดถึงเื่นี้ในใจพลันน้ำตาก็ไหลออกมา เพราะว่ามันเป็เวลานานมากแล้วที่ตัวของเขาได้จากโลกใบนี้ไป
ชื่อของชายคนนี้คือ ธนินทร์ หรือ นินทร์ เป็ชายหนุ่มวัย24ปี ก่อนหน้านี้ธนินทร์มีอาชีพเป็ช่างทำขนมหวานในร้านเบเกอรี่ชื่อดัง มีหน้าที่การงานที่ดีและมั่นคง แต่ทว่าก็ดันเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับตัวของเขา ซึ่งนั่นก็คือธนินทร์ได้ถูกแก๊งเด็กอาชีวะนำมีดมาแทงเข้าเต็มๆที่ท้องจนเสียเืเป็อย่างมากเคราะห์ดีที่มีคนผ่านมาเห็นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทันท่วงที
โดยสาเหตุที่ธนินทร์โดนฟันนั้นมันเป็เื่ที่ไร้สาระเป็อย่างมาก นั่นก็คือตัวของธนินทร์นั้นถูกเข้าใจผิดว่าเป็คู่อริต่างสถาบันของเด็กกลุ่มนี้ หรือก็คือเป็การลงมือทำร้ายผิดคนนั่นเอง และในตอนนี้เองที่ิญญาของธนินทร์ได้หลุดลอยออกจากร่างไปและได้ทะลุมิติไปยังโลกแห่งยุทธภพ โลกที่มีเหล่าจอมยุทธ์และผู้มีกำลังภายในเดินเพ่นพ่านทั่วไปอย่างที่เคยเห็นตามละครย้อนยุคที่ตัวของเขาเคยดูในตอนเด็กหรือได้อ่านจากการ์ตูนต่างๆ
โดยธนินทร์นั้นได้ถูกส่งตัวมายังเขตปกครองของจอมยุทธ์ฝ่ายมาร มันจึงทำให้ชายหนุ่มนั้นจำเป็ที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นและต้องทำการต่อสู้และสังหารผู้อื่นเพื่อที่จะมีชีวิตรอดให้เห็นแสงตะวันในวันถัดๆไปให้ได้ ซึ่งมันช่างเป็เื่ที่แสนจะยากเย็นสำหรับมนุษย์ธรรมดาๆที่มีชีวิตอยูในยุคสมัยที่มีแต่ความสงบและเทคโนโลยีและไม่เคยรู้จักเื่กำลังภายในมาก่อนอย่างธนินทร์ในการที่จะต้องเริ่มลงมือสังหารคนหรือต่อสู้ต่างๆ
แต่ก็เหมือนว่าฟ้านั้นจะไม่ได้ทอดทิ้งให้ชายหนุ่มคนนี้ต้องประสบกับเื่อาภัพเพียงอย่างเดียว เพราะว่าในตอนที่ธนินทร์ถูกส่งตัวข้ามมายังโลกใบนี้ ตัวของเขานั้นได้รับความสามารถพิเศษบางอย่างติดตัวมาด้วย นั่นก็คือ ‘เนตริญญา’ และ ‘กายาไร้ขีดจำกัด’
โดยความสามารถของเนตริญญานั้นก็คือการที่ตัวของธนินทร์นั้นจะมีสายตาที่ดีเยี่ยมกว่าคนทั่วไป และจะสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็ภูตผีหรือว่าิญญา และการมองระดับลมปราณของผู้อื่นอย่างแม่นยำ เพราะผู้ฝึกตนปกติแม้จะมีความสามารถในการตรวจวัดระดับลมปราณ แต่นั่นก็เป็เพียงการตรวจวัดได้อย่างคร่าวๆ ไม่ได้มีความแม่นยำสูงอย่างเนตริญญาจึงทำให้บ่อยครั้งที่มีผู้ฝึกตนได้ตกตายลงเพราะความผิดพลาดในการประเมินระดับลมปราณของศัตรู ซึ่งควาสามารถนี้ของเนตริญญามันทำให้ธนินทร์สามารถเอาตัวรอดจากผู้ที่มีระดับสูงกว่าตนมาได้หลายต่อหลายครั้งในสมัยที่เขานั้นพึ่งจะเริ่มต้นเป็ผู้ฝึกตน
ส่วนความสามารถของกายาไร้ขีดจำกัดนั้นก็สุดยอดไม่แพ้กัน เพราะว่าความสามารถของมันคือการดูดซับพลังธรรมชาติรอบตัวเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา จึงทำให้ตัวของธนินทร์นั่นสามารถบ่มเพาะพลังได้ไม่ว่าจะทั้งยามหลับหรือยามตื่น และยิ่งถ้าธนินทร์ทำการบ่มเพาะพลัง ด้วยความสามารถในการดูดซับพลังธรรมชาติรอบตัวก็จะยิ่งทำให้การบ่มเพาะเกิดความรวดเร็วมากขึ้นไปอีก
และความพิเศษของกายาไร้ขีดจำกัดก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ กายาไร้ขีดจำกัดยังมีความสามารถในการปรับสมดุลของเคล็ดวิชาและปราณต่างๆในร่างกายให้เกิดความสมดุลกันและไม่มีทางที่จะครอบงำจิตใจของเขาได้ ไม่มีการที่ปราณต่างธาตุจะตีกันเองหรือฝึกวิชามารแล้วทำให้จิตใจโดนครอบงำจนกลายเป็คนชั่วช้า ส่งผลให้ตัวของชายหนุ่มนั้นสามารถที่จะฝึกเคล็ดวิชาใดๆก็ได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็วิชาฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายมาร นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้คนธรรมดาอย่างธนินทร์สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้ได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ 1ปี 2ปี 3ปี…ไปจนย่างเข้าปีที่10 ธนินทร์ที่ตอนนี้สามารถปรับตัวเข้ากับโลกแห่งนี้ได้เป็ที่เรียบร้อยและมีระดับพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้นก็ได้เริ่มทำการเดินทางร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆในยุทธจักร และนั่นก็ทำให้ชื่อเสียงของ “มาร์” ได้เริ่มโด่งดังไปทั่วยุทธภพ
โดยสาเหตุที่ตัวของธนินทร์นั้นได้รับฉายานี้มาก็เป็เพราะว่าในตอนที่ชายหนุ่มออกเดินทางนั้นเขามักจะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆที่ว่ากันว่ามีอาหารอร่อยไม่ว่าจะเป็ของคาวหรือของหวาน และจะไปขอศึกษาเคล็ดลับพร้อมเฝ้าดูวิธีการทำเมนูเ่าั้จากพ่อครัวทุกคน ไม่ว่าจะเป็พ่อครัวจากร้านอาหารข้างทางไปจนถึงพ่อครัวในภัตตาคารหรู โดยแลกกับการที่ตัวของธนินทร์จะคอยปกป้องคุ้มครองสถานที่นั้นๆใน่ระยะเวลาที่เขากำลังเรียนรู้วิธีการทำอาหารต่างๆ
ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อเสียงของมาร์เริ่มเป็ที่โจษจันนั่นก็เป็ในตอนที่ธนินทร์ได้กำลังศึกษาวิธีทำขนมเซาปิ่งอยู่ที่ร้านขนมข้างทางแห่งหนึ่ง โดยเ้าของร้านนั้นเป็หญิงม่ายวัยกลางคนพร้อมลูกสาววัย4ขวบที่สามีของเธอนั้นตายไปในสนามรบ ถึงแม้มันจะเป็เื่น่าเศร้าแต่ด้วยเงินบำนาจที่ได้รับจากการตายของสามีเธอก็ทำให้เธอนั้นพอจะมีทุนตั้งตัวเปิดร้านค้าขายขนมหวานข้างทางและพอจะเลี้ยงดูตัวเธอและลูกได้ และฝีมือการทำขนมหวานของนางก็เป็ที่เลื่องลือ โดยเฉพาะขนมเซาปิ่งที่นางทำขายนั้นมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมจนเป็ที่เลื่องลือ
แต่ว่าปัญหามันก็เกิดขึ้นในตอนที่นายน้อยของตระกูลจอมยุทธ์ฝ่ายมารเกิดถูกใจในตัวของหญิงนางนี้และอยากได้หล่อนไปเป็นางบำเรอ แต่ว่าหญิงม่ายคนนี้ก็ไม่ยอมรับข้อเสนอของนายน้อยจึงทำให้มันผูกใจเจ็บและหวังจะแก้แค้นหญิงม่ายคนนี้โดยการส่งคนมาคอยข่มขู่ลูกค้าและคอยป่วนร้านของเธอ
ซึ่งอาจจะนับว่าเป็เคราะห์ดีในยามยากก็คงได้ที่หญิงม่ายเจอกับนายน้อยฝ่ายมารคนนี้ที่มีจิตใจเ้าเลห์ดั่งสุนัขจิ้งจอก ตัวมันอยากเห็นหญิงม่ายประสบพบเจอกับ่เวลาอันยากลำบากและเกิดความสิ้นหวังก่อนที่จะกลับไปข่มขู่ให้นางไปเป็นางบำเรอของมัน เพราะว่าถ้าหากเป็จอมยุทธ์ฝ่ายมารส่วนใหญ่ก็คงจะใช้กำลังฉุดกระชากเธอไปก่อนแล้ว และหากเป็แบบนั้นชะตากรรมของเด็กสาววัย4ปีก็คงจะต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่และอาจได้พบเจอกับเื่เลวร้ายเหลือคณานับก็เป็ได้ นับเป็โชคดีที่สถานการณ์เลวร้ายขนาดนั้นยังไม่เกิดขึ้น
และใน่ที่นางกำลังตกตระกำลำบากจากการกลั่นแกล้งของจอมยุทธ์ฝ่ายมาร ตัวของธนินทร์ที่กำลังเพเนจรก็ได้ยินเข้ากับชื่อเสียงของร้านขายขนมเซาปิ่งแห่งนี้ จึงทำให้ชายหนุ่มเดินทางมาที่ร้านนี้เพื่อขอศึกษาวิธีทำขนมจากหญิงม่ายพร้อมกับให้เงินค่าสูตรขนม ซึ่งหญิงม่ายในคราแรกก็มีท่าทีลังเลและไม่สะดวกใจ แต่ธนินทร์ก็ได้บอกว่าจะมาที่นี่แค่ในยามเช้าถึงเย็นและจะไปพักที่โรงเตี๊ยม ไม่ได้มาขออยู่อาศัยในชายคาเดียวกัน เมื่อหญิงม่ายได้ยินเช่นนี้จึงพอคลายความกังวลและประกอบกับเป็่ที่ขาดรายได้เนื่องจากโดนพวกชั่วช้าก่อกวนจึงทำให้ตัวของนางตอบรับข้อเสนอของธนินทร์
เมื่อทราบข่าวว่ามีคนมาพัวพันกับหญิงที่ตนหมายปองไว้ นายน้อยของตระกูลฝ่ายมารจึงระดมพลจอมยุทธ์จำนวนมากเพื่อจะมาจัดการกับธนินทร์และกะว่าจะฆ่าเขาเพื่อเป็การเชือดไก่ให้ลิงดูพร้อมกับหวังจะปลูกฝังความกลัวเข้าไปในจิตใจของชาวบ้าน แต่เื่ราวมันกลับตาลปัตรเมื่อกลุ่มจอมยุทธ์ที่เขาส่งไปนั้นถูกจัดการกลับมาหมดด้วยฝีมือของธนินทร์เพียงคนเดียว
เมื่อเป็เช่นนี้นายน้อยแห่งตระกูลฝ่ายมารก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก จึงได้นำเื่นี้ไปบอกกับพ่อของตนที่เป็ผู้นำตระกูล ซึ่งทางด้านผู้เป็พ่อก็ไม่คิดที่จะห้ามปรามลูกชายตนแต่กลับเห็นดีเห็นงามกับลูกชายในคราวนี้พวกมันจึงรวมกำลังพลขนาดใหญ่ไปยังร้านขายขนมของหญิงม่ายเพื่อที่จะทำการสังหารธนินทร์ให้ได้
แต่เื่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครา เมื่อกองกำลังทั้งหมดรวมถึงนายน้อยและผู้นำตระกูลฝ่ายมารกลับถูกสังหารจนหมดสิ้นด้วยฝีมือของธนินทร์อีกครั้ง และเมื่อเป็เช่นนี้ธนินทร์เองก็ไม่มีความปราณีให้แก่ตระกูลนี้อีกต่อไป เขาจึงลงมือสังหารคนทั้งตระกูลของฝ่ายมารจนหมดสิ้น เพราะพื้นเพของคนเ่าั้ก็เป็พวกที่ชอบข่มเหงผู้อื่นอยู่แล้ว ธนินทร์จึงไม่รู้สึกผิดเท่าใดนักในการสังหารผู้คนเ่าั้
และจากเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านหลายๆคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้เห็นว่าวิชาที่ธนินทร์ใช้นั้นเป็วิชาของฝ่ายมาร แต่ว่าตัวของชายหนุ่มกลับไม่ชั่วช้าและเลวทรามเหมือนกับจอมยุทธ์ฝ่ายมารคนอื่นๆ อีกทั้งยังถ่อมตัวและดูมีความสูงศักดิ์ จึงทำให้ชาวบ้านเ่าั้เริ่มที่จะเรียกเขาว่า “มาร์”
และหลังจากนั้นชื่อเสียงของชายหนุ่มก็เริ่มโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าตัวของธนินทร์นั้นยังคงเดินทางไปเรื่อยๆแม้จะโดนการหมายหัวจากทั้งกลุ่มลัทธิมารที่้าแก้แค้นให้กับตระกูลที่โดนล้างบางไป หรือจากทั้งจอมยุทธฝ่ายธรรมะที่กลัวว่าชื่อเสียงของมาร์จะทำให้ผู้คนนั้นจะฝักใฝ่ไปในเส้นทางมาร จึงทำให้มีการส่งคนมาตามล่าตัวของธนินทร์อยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าก็ต้องพ่ายแพ้กลับไปทุกครั้ง โดยฝ่ายธรรมะนั้นค่อนข้างที่จะโชคดีที่ธนินทร์นั้นทำให้แค่หมดสภาพต่อสู้เพียงเท่านั้น
แต่กับฝ่ายมารแล้วชายหนุ่มไม่มีความปราณีเลยแม้แต่น้อย อาจจะด้วยเพราะประสบการณ์เมื่อครั้งที่เขาพึ่งถูกส่งตัวมาใหม่ๆมันจึงทำให้ชายหนุ่มไม่ไว้ใจและไม่คิดจะสงสารจอมยุทธ์ฝ่ายมารเหล่านี้ก็เป็ได้ เพราะว่าจอมยุทธ์ฝ่ายมารที่ถูกส่งมาตามล่าธนินทร์นั้นล้วนถูกสังหารจนหมดสิ้น ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิตกลับไปแม้แต่คนเดียว
นานวันเข้า วันเวลาก็ได้ผันผ่านไปอีก20ปี ธนินทร์ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆเพราะกายาไร้ขีดจำกัดที่คอยดูดซับพลังงานธรรมชาติตลอดเวลา อีกทั้งได้ค้นพบสมบัติวิเศษหรือเคล็ดวิชาโบราณเป็จำนวนมากในระหว่างที่พเนจรไปตามสถานที่ต่างๆจึงทำให้เขานั้นกลายเป็ผู้ที่ไร้เทียมทาน ชื่อเสียงของมาร์จึงยิ่งโด่งดังไปทั่วยุทธภพ
จนในที่สุดทั้งจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารก็เริ่มที่จะหวาดกลัวในความแข็งแกร่งของมาร์ ทั้งสองฝ่ายจึงได้แอบร่วมมือกันอย่างลับๆเพื่อที่จะโค่นล้มธนินทร์ให้ได้ โดยจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะนั้นได้วางแผนด้วยการทำทีเป็การขอเจรจากับมาร์เพื่อจะขอสงบศึกและได้นัดไปเจอที่หุบเขาแห่งหนึ่ง
ทางด้านธนินทร์นั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อาจด้วยเพราะตัวเขาเองที่แอบลำพองใจว่าตนเป็ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานหาผู้ใดมาเทียบจึงทำให้เขาตอบรับคำเชิญโดยง่ายเพราะความอยากรู้อยากเห็นว่าจอมยุทธเหล่านี้จะวางแผนอะไร ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดไปจากที่ตัวของชายหนุ่มคาดไว้เท่าใดนัก เพราะเมื่อเขาไปถึงสถานที่ที่นัดกันไว้ก็ได้พบเจอกับฝูงชนมากมายทั้งสำนักจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารกำลังรอเขาอยู่
ธนินทร์ที่เห็นดังนั้นจึงได้แต่สมเพชให้แก่ความขี้ขลาดและเริ่มทำการต่อสู้กับจอมยุทธ์ไร้ศักดิ์ศรีเ่าั้ ซึ่งตัวของชายหนุ่มนั้นก็กุมความได้เปรียบั้แ่ต้นและไม่มีทีท่าว่าจะเพลี่ยงพล้ำลงได้เลย จนกระทั่งจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะสำนักพรตคนหนึ่งได้ร่ายคาถาสวดส่งิญญาขึ้นมาด้วยความปลงตก ด้วยความคิดว่าพวกตนจะต้องตกตายอย่างน่าอนาถในูเารกร้างแห่งนี้อย่างแน่นอน แต่มันกลับกลายเป็ว่าคาถาสวดส่งิญญานั้นมันกลับทำให้ิญญาของธนินทร์ที่ไม่ใช่คนของโลกนี้ถูกส่งกลับโลกเดิมของตัวเองเสียอย่างงั้น
และนั่นก็คือเื่ราวก่อนที่ธนินทร์จะถูกส่งตัวกลับมายังโลกใบเดิมที่เขาเคยอาศัยอยู่อีกครั้งหนึ่ง โดยธนินทร์นั้นใช้เวลาอยู่ในโลกยุทธภพในฐานะของมาร์เป็เวลากว่า30ปี แต่น่าเป็เื่น่าแปลกใจแปลกที่เวลาบนโลกใบนี้พึ่งผ่านไปเพียงแค่2วันเท่านั้นเองนับจากเกิดเื่ที่ธนินทร์ถูกเด็กอาชีวะแทงผิดตัว
ซึ่งในตอนแรกตัวของธนินทร์นั้นก็คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นมันน่าจะเป็เพียงแค่ความฝันที่ค่อนข้างจะเหมือนจริงเพียงเท่านั้น แต่ทว่าในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องยอมรับว่าตัวของเขานั้นได้เดินทางไปยังโลกยุทธภพจริงๆ เพราะว่าในตอนนี้ตัวของเขานั้นสามารถมองเห็นถึงพลังปราณของผู้คนหรือแม้กระทั่งิญญาในโรงพยาบาลได้ ซึ่งนั่นก็คือความสามารถของเนตริญญา อีกทั้งร่างกายของเขาก็เริ่มที่จะฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเพราะกายาไร้ขีดจำกัดกำลังดูดซับพลังงานธรรมชาติมารักษาอาการาเ็ของตัวเขา
ตามจริงแผลที่โดนมีดแทงแค่นี้ด้วยความสามารถของกายาไร้ขีดจำกัดนั้นใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงาแก็จะสมานตัวจนหายดีแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ธนินทร์ก็ต้องเนียนตามน้ำอาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลไปก่อน เพราะด้วยตอนนี้ตัวของชายหนุ่ม้ารื้อฟื้นความทรงจำและจัดระเบียบความคิดที่เกี่ยวกับโลกใบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนึงหลังจากหายไปอยู่ในโลกที่มีอารยธรรมล้าหลังมาเป็เวลานานหลายสิบปี อีกทั้งการออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ก็คงจะดูผิดสังเกตเกินไปหน่อย ดังนั้นธนินทร์จึงตัดสินใจชะลอการฟื้นฟูตัวเองของกายาไร้ขีดจำกัดและนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไปก่อนซัก1-2วัน
วันถัดมา
“คุณหมอครับ ข้…เอ่อ ผมจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ครับ” ธนินทร์ที่ยังไม่ชินกับการเปลี่ยนแปลงสรรพนามที่ใช้เรียกผู้คนในยุคปัจจุบันได้เอ่ยถามแพทย์หญิงที่มาสำรวจอาการของเขา
“อืมมม…หมอคิดว่าถ้าาแของคนไข้ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ นอนพักอีกแค่คืนเดียวคนไข้ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปฟื้นฟูต่อที่บ้านได้แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าจากที่หมอดูมา คนไข้โชคดีที่ไม่โดนแทงเข้าตรงจุดที่มีอวัยวะสำคัญ ไม่อย่างนั้นอาการคงจะแย่กว่านี้แน่นอนค่ะ” แพทย์สาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“โอเคครับคุณหมอ ขอบคุณมากนะครับที่ทำรักษาผม แล้วค่ารักษาพยาบาลนี่ผมต้องจ่ายเท่าไหร่เหรอครับ” ธนินทร์เอ่ยถามแพทย์สาวเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทันทีราวกับว่าตัวเขานั้นพร้อมที่จะออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็เป็เื่ที่เข้าใจได้
เพราะพูดตามตรงว่าการนอนอยู่เฉยๆที่โรงพยาบาลนั้นเป็เื่ที่น่าเบื่อสำหรับชายหนุ่มเป็อย่างมาก อีกทั้งยังต้องมามองเห็นเหล่าดวงิญญาต่างๆเพราะความสามารถของเนตริญญาอีก จึงทำให้โรงพยาบาลเป็สถานที่ที่ไม่น่าอภิรมย์ใจเท่าใดนักสำหรับตัวเขา
“อ๋อ ถ้าเป็เื่ค่ารักษาพยาบาลคนไข้ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ เพราะว่าทางครอบครัวของคนไข้ได้ทำการจ่ายค่ารักษาเรียบร้อยแล้วค่ะ” แพทย์สาวกล่าวอธิบายให้ธนินทร์ฟัง
แต่ทว่าตัวของชายหนุ่มในตอนนี้หาได้สนใจเสียงของพยาบาลไม่ เพราะตอนนี้ตัวเขาพึ่งจะนึกได้ถึงเื่ที่สำคัญอย่างนึงที่เขาเกือยจะลืมไปแล้วหลังจากต้องไปใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังบนโลกอันโหดร้ายที่ไร้ซึ่งมิตรสหายหรือคนรู้จัก ซึ่งสิ่งนั่นก็คือ ‘ครอบครัว’ ใช่ ธนินทร์ที่จากโลกมานานและต้องดิ้นรนในโลกใบนั้นอย่างยาวนานจึงทำให้ความทรงจำของโลกฝั่งนี้ค่อนข้างจะเลือนราง แต่ในตอนนี้เขาจำมันได้แล้ว
“ครอบครัวงั้นเหรอ…พ่อ…แม่…ยัยมิงค์…ไอ้เด้น…ไอ้ด่าง…” เมื่อตัวของชายหนุ่มระลึกได้ว่าตนเองมีครอบครัว พลันน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองของเขา
** เซาปิ่ง คือขนมแป้งทอดของทางประเทศจีนในยุคโบราณ โดยตัวแป้งเป็แป้งหมักที่มีส่วนผสมของแป้งสาลีกับมันเทศ เมื่อหมักจนฟูได้ที่แล้วก็จะนำมาใส่ไส้ถั่วหรือเผือกกวน และจะนำมาทอดในกระทะจนสุก โดยเมื่อทอดเสร็จหน้าตาของขนมจะดูนุ่มฟูและมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน