วันเวลาค่อยๆไหลผ่านไป
เงาสีโลหิตพุ่งเข้ามาในบ้านของเย่เทียนท่ามกลางสายตาที่คุ้นชินเงาร่างนี้ก็คือเสี่ยวเซวี่ย!
หลายวันมานี้เย่เทียนใช้เวลาไปกับการสร้างแผ่นจานค่ายกลอย่างบ้าคลั่งและเสี่ยวเซวี่ยก็ถูกเย่เทียนส่งออกไปสืบหาข้อมูล มันจะกลับมาในช่วงเวลานี้ของทุกๆวัน
“เสี่ยวเซวี่ย กลิ่นอายของแกเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยแล้วแกแอบไปกินเลือดสัตว์อสูรมามากมายขนาดไหนกัน?” เย่เทียนถาม
“ข้าแค่กินไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง!”
เสี่ยวเซวี่ยรีบปฏิเสธทันที
“นิดหน่อยของแกนี่มันมันเท่าไหร่?” เย่เทียนหัวเราะ
“กะ ก็สัตว์อสูรระดับสูงเพียงไม่กี่ร้อยตัว สัตว์อสูรชั้นยอด 7-8 ตัวเอง!”
เสี่ยวเซวี่ยกล่าว
“นี่แกยังเรียกว่านิดหน่อยอีกเหรอ?” เย่เทียนกลอกตาใส่มันก่อนจะพูดต่อว่า
“แกออกไปตรวจสอบแล้วได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?”
เสี่ยวเซวี่ยตอบอย่างจริงจังว่า“ข้าสังเกตจากฟากฟ้าก็เห็นว่ามีสัตว์อสูรจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ทางทิศตะวันออกและข้ายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวมากจนข้าไม่กล้าเข้าใกล้ห่างออกไปประมาณ 30,000 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกจากฐานทะเลมารข้ายังเห็นรอยแยกมิติและสัตว์อสูรจำนวนมากโผล่ออกมาจากรอยแยกมิตินั้นด้วย”
“รอยแยกมิติ!”
เย่เทียนตกใจ
ในที่สุดเขาก็รู้ว่าทําไมคลื่นสัตว์อสูรถึงปะทุขึ้นทุกอย่างเกิดจากรอยแยกมิติ
“เป็นเช่นนี้เอง ผู้ฝึกยุทธ์ของฐานทะเลมารต้องพบรอยแยกมิตินี้แล้วอย่างแน่นอนดูแล้วคาดว่าน่าจะเป็นรอยแยกมิติที่เพิ่งเกิดขึ้น ระยะทาง 30,000 กิโลเมตรดูเหมือนจะไกลมาก แต่ในสายตาของระดับราชามันไม่ได้ไกลขนาดนั้นฐานทะเลมารอยู่ใกล้กับฐานหลินไห่ ดังนั้นรอยแยกมิติที่อยู่ห่างจากฐานทะเลมารประมาณ30,000 กิโลเมตร ดังนั้นระยะทางนี้อันตรายมากสำหรับฐานทะเลมาร”
เย่เทียนพึมพำ
รอยแยกมิติใหม่นี้คือหายนะสำหรับฐานทะเลมารและฐานทัพใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงแน่นอนว่าหากไม่ระวังให้ดี ทั้งฐานอาจถึงขั้นถูกทำลายได้เลยเว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะสามารถสังหารสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่ออกมาจากรอยแยกมิติได้
แต่มันจะเป็นไปได้หรือ?
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจที่มาของรอยแยกมิติแต่วิกฤติทั้งหลายบนโลกที่เกิดขึ้นก็ล้วนมาจากรอยแยกมิติเขาเชื่อว่าด้านในของรอยแยกมิตินี้จะต้องเป็นรังของสัตว์อสูรอย่างแน่นอนหากต้องการควบคุมรอยแยกมิติก็จำเป็นต้องฝ่าเข้าไปอีกด้านของรอยแยก
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจินตนาการ!
“เราไม่จำเป็นต้องคิดมากขนาดนั้น ตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการปกป้องฐานหลินไห่ไว้ให้ได้!”
เย่เทียนไม่ได้คิดถึงรอยแยกของมิติอีกต่อไปเขาให้เสี่ยวเซวี่ยออกจากฐานหลินไห่เพื่อไปสังเกตฝูงสัตว์อสูรจากบนท้องฟ้าเมื่อฝูงสัตว์อสูรหลั่งไหลเข้ามา เสี่ยวเซวี่ยจะรีบมารายงานเขาทันที
หลังจากเสี่ยวเซวี่ยจากไปเย่เทียนก็ไม่ได้สร้างค่ายกลอีก ตอนนี้เขามีของสิ่งนี้เพียงพอแล้วต่อให้มีมากไปก็ไร้ประโยชน์
เย่เทียนเริ่มฝึกฝนทุกๆวัน เขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ดังนั้นการเพิ่มความแข็งแกร่งแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นเรื่องดีอย่างน้อยมันก็ดีกว่าการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
เหล่าผู้อาวุโสของฐานหลินไห่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพวกเขาเริ่มสร้างทีมนักรบขึ้นมา ใครก็ตามที่อยู่ในระดับนักรบขึ้นไปพวกเขาจะบังคับให้เข้าร่วมทีมเฉพาะกิจนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
นอกจากนี้พวกเขายังสั่งให้คนธรรมดาเริ่มขุดอุโมงค์
สัตว์อสูรที่สามารถเคลื่อนที่ได้ใต้ดินนั้นหาได้ยากยิ่งดังนั้นการขุดอุโมงค์จำนวนมากจะช่วยให้คนธรรมดาและเด็กเล็กไปหลบภัยได้
แม้ว่าฐานหลินไห่จะถูกทำลายแต่หากโชคดี พวกเขาอาจจะรอดชีวิตจากการซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์และนี่ก็เป็นหนึ่งในความหวังของพวกเขา!
อาจกล่าวได้ว่าฐานหลินไห่ในตอนนี้ได้เตรียมการเท่าที่จะทำได้จนเสร็จสิ้นแล้ว
สามวันผ่านไป
เสี่ยวเซวี่ยบินกลับมาและบอกเล่าถึงความเคลื่อนไหวของฝูงสัตว์อสูร
“นายท่าน ฝูงสัตว์อสูรกําลังเคลื่อนที่มุ่งหน้าสู่ทุกทิศทางมีฝูงสัตว์อสูรกลุ่มเล็กที่กำลังจะมาถึงฐานหลินไห่ในเร็วๆ นี้!”เสี่ยวเซวี่ยรายงาน
“แล้วสัตว์อสูรระดับราชาล่ะ?” เย่เทียนถาม
นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการรู้มากที่สุดหากมีสัตว์อสูรราชาอยู่ล่ะก็ มันคงจะยุ่งยากกว่าเดิมมากความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับราชานั้นไม่ใช่สิ่งที่สัตว์อสูรชั้นยอดจะเทียบได้
หากเป็นอสูรราชาที่อ่อนแอมันก็ไม่เป็นไรมากนักเพราะความเร็วของเย่เทียนในตอนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรระดับราชาพลังโจมตีของเขาก็เหนือกว่าปรมาจารย์มาก เทียบได้กับระดับราชาแล้วเขาสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับราชาหรือแม้แต่ฆ่าสัตว์อสูรราชาที่อ่อนแอได้
สิ่งที่เขากลัวคือสัตว์อสูรระดับราชาที่แข็งแกร่งเพราะความแตกต่างระหว่างเขากับมันนั้นมีช่องว่างค่อนข้างมาก
“มีสัตว์อสูรระดับราชาเพียงตัวเดียว แต่มีสัตว์อสูรชั้นยอดประมาณ 100ตัว สัตว์อสูรระดับสูงมีประมาณหมื่นตัวและสัตว์อสูรระดับกลางและระดับต่ำอื่นๆ อีกหลายแสนตัว!”เสี่ยวเซวี่ยพูดตัวเลขที่น่าตกใจออกมา
“มากมายถึงเพียงนั้น?”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
ด้วยความแข็งแรงของฐานหลินไห่ในตอนนี้อย่างมากก็ต่อกรกับสัตว์อสูรทั่วไปได้ สำหรับสัตว์อสูรชั้นยอดและสัตว์อสูรระดับราชานั้นมีเพียงเขาและเสี่ยวเซวี่ยเท่านั้นที่รับมือได้
“เสี่ยวเซวี่ย ฉันจะให้แกจัดการกับสัตว์อสูรชั้นยอดทั้งหมดแกมั่นใจว่าจะทำได้ไหม?”
เย่เทียนถาม
“ข้ามั่นใจ พวกมันเป็นเพียงสัตว์อสูรชั้นยอดที่มีสายเลือดระดับต่ำเท่านั้นจะมาเทียบกับข้าได้อย่างไร?” เสี่ยวเซวี่ยรับคำด้วยความมั่นใจ
“งั้นก็ดีแล้ว!”
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในเมื่อมีเสี่ยวเซวี่ยคอยควบคุมจัดการสัตว์อสูรชั้นยอดเหล่านั้นผู้เฒ่าหลี่ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงและนักรบชั้นยอดก็จะสามารถจัดการกับสัตว์ร้ายระดับสูงสัตว์อสูรระดับกลางและระดับต่ำได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถต้านทานพวกมันได้แต่ด้วยความช่วยเหลือของค่ายกล มันก็อาจจะทำให้พวกเขาสามารถรับมือกับพวกมันได้ชั่วคราว
ภารกิจของเขาคือการฆ่าสัตว์อสูรราชาให้เร็วที่สุด!
“เราได้ปรับแต่งเส้นชีพจรลมปราณหยินเสร็จสิ้นแล้วตอนนี้เรามีพละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 11 ช้างเมื่อรวมเข้ากับพลังปราณ เราจะมีพละกำลัง 22 ช้างบวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับและทักษะดาบฟาดฟันวายุครามพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราจะทำได้ก็จะเท่ากับ 3,960 พลังช้าง...ปรมาจารย์ทั่วไปมีพลัง200 ช้างและพลังโจมตีของสัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแอนั้นมีพลังเพียง 400-500 ช้าง เท่านั้นแต่แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแออย่างแน่นอนถ้าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ในด้านการโจมตี เราก็คงยากที่จะต่อกร!”
เย่เทียนวิเคราะห์สถานการณ์โดยคร่าว
ตอนนี้เขาทําได้เพียงหวังว่าสัตว์อสูรราชาตัวนั้นจะไม่แข็งแกร่งมากนักหากไม่เช่นนั้น เขาจะต้องต่อสู้กับมันอย่างยากลําบาก
เย่เทียนออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปยังหาผู้เฒ่าหลี่ทันที
ไม่นานเย่เทียนก็พบชายชราหลี่
“ปรมาจารย์เย่ ท่านมาได้อย่างไร?”
ชายชราหลี่ประหลาดใจ
“ฝูงสัตว์อสูรกําลังมาแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพวกคุณรีบเตรียมตัวให้พร้อม!”
เย่เทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“อะไรนะ ฝูงสัตว์อสูรกําลังมา!” ตาเฒ่าหลี่ตะโกนอย่างตื่นตระหนก
“ปรมาจารย์เย่ คลื่นสัตว์อสูรมีขนาดใหญ่แค่ไหน?” ชายชราหลี่ถามด้วยใบหน้าซีดเผือด
“มีสัตว์อสูรระดับราชาหนึ่งตัว สัตว์อสูรชั้นยอดกว่า 100 ตัว สัตว์อสูรระดับสูงนับหมื่นตัวและสัตว์อสูรระดับกลางและระดับต่ำอีกนับแสนตัว!” เย่เทียนกล่าวตามความจริงแม้ว่าตาเฒ่าหลี่จะกลัว แต่เขาก็ต้องบอกให้รู้
ปั่ก!!!!
ความเย็นยะเยือกความสิ้นหวังปกคลุมจิตใจของตาเฒ่าหลี่เขาคุกเข่าลงกับพื้นและไม่สามารถเปิดปากพูดได้เป็นเวลานาน
“ผมกับสัตว์อสูรของผมจะรับมือสัตว์อสูรชั้นยอดและสัตว์อสูรระดับราชาคนของฐานหลินไห่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูงและสัตว์อสูรที่เหลือพวกคุณน่าจะสามารถต้านทานพวกมันได้อย่างน้อยสักระยะหนึ่งถ้าอาศัยค่ายกลที่ผมจัดวางไว้สิ่งที่พวกคุณต้องทำคือการถ่วงเวลา ผมจะฆ่าสัตว์อสูรระดับราชาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้เพื่อกลับมาสนับสนุนพวกคุณ”
นี่คือคําสัญญาของเย่เทียน
“ปรมาจารย์เย่ ท่านสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับราชาได้งั้นหรือ?”
ตาเฒ่าหลี่ตกใจ
หากปรมาจารย์คนอื่นๆพูดเช่นนี้ เขาย่อมไม่เชื่ออย่างแน่นอน แต่คนที่เอ่ยปากก็คือเย่เทียนเมื่อได้ฟังแล้ว ในใจของเขาก็รู้สึกเชื่อมั่นอย่างไม่มีเหตุผล
“ขอเพียงไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชาที่แข็งแกร่งเกินไป ผมสามารถฆ่ามันได้!”
เย่เทียนตอบอย่างมั่นใจ
ทันใดนั้นความมั่นใจของผู้เฒ่าหลี่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากก่อนกล่าวว่า
“ปรมาจารย์เย่ ผมจะนําผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆมาขวางสัตว์ร้ายเพื่อถ่วงเวลาไว้ให้ได้นานที่สุด”
เย่เทียนพยักหน้าและจากไปทันที
ตาเฒ่าหลี่เรียกผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆไปประจำบนกําแพงเมืองเพื่อปกป้องฐานหลินไห่
สำหรับคนธรรมดาหลังจากได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็รีบลงไปในอุโมงค์ใต้ดินเพื่อซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูรกําลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว!