ส่อเค้าความวุ่นวาย
“เป็อะไรไปค่ะ หน้าตาไม่ดีเลย” ดวงมณีถามสามี เมื่อเธอนั่งลงบนเตียงนอน ที่มีสามีกึ่งนั่งกึ่งนอน ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
“ผมกลุ้มใจจัง พุธหน้าตาเล็กจะกลับมาแล้ว ทีนี้แหละเป็เื่แน่ เมื่อรู้ว่าหนูแพรหายตัวไป”
ทนงเกียรติพูดจบค่อย ๆ เลื่อนตัวลงนอน เอามือก่ายหน้าผากด้วยความกลัดกลุ้มใจ ทำให้ดวงมณีพลอยกลุ้มใจไปด้วย แต่ไม่รู้จะช่วยเหลือได้อย่างไร อย่างดีก็แค่นั่งถอนหายใจเฮือก เฮือก
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่” ภูผายกมือไหว้ทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน
ดวงมณีละมือจากการถักนิตติ้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียง ที่คุ้นเคยเป็อย่างดี เธอดีใจเป็อย่างมาก แล้วลุกขึ้นทันที โอบกอดลูกชายด้วยความคิดถึง
ดวงมณีคลายกอด แล้วพิจารณาตัวลูกชายจนทั่ว
“ดูลูกอ้วนขึ้นนะ ผิวขาวขึ้นด้วยซี” ดวงมณีบอก
“ป๋ากับแม่สบายดีไหมครับ”
ภูผาถามเมื่อดวงมณีคลายวงแขน แล้วนั่งลงตามเดิม
“แล้วแพรละเป็อย่างไรบ้าง ผมคิดถึงจังเลย”
ทนงเกียรติหันหน้ามองภรรยา ด้วยไม่รู้ว่าจะตอบลูกชายอย่างไรดี บิดาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ สักครู่ดวงมณีจึงพูดตัดบทเสีย
“ลูกมาเหนื่อย ๆ ไปอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนเสียก่อนไม่ดีหรือลูก”
“ก็ดีเหมือนกันครับ อาบน้ำเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมจะได้แวะไปหาแพรที่บริษัทเสียหน่อย คิดถึงเหลือเกิน”
“เดี๋ยว ตาเล็กไม่ต้องไปหรอก หนูแพรไม่ได้อยู่ที่บริษัทหรอก” ทนงเกียรติพยายามฝืนใจบอกลูก
ดวงมณีมองหน้าสามีด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ สงสารสามีจับใจ
“ไม่อยู่ที่บริษัท แล้วแพรอยู่ที่ไหนล่ะครับ” ภูผาย้อนถามอย่างสงสัย
“ป๋าให้หนูแพรไปดูแลลูกค้า ที่มาจากต่างประเทศ อีกสักสามสี่วันคงจะกลับ ป๋าว่าตาเล็กทำเซอร์ไพรส์หนูแพรไม่ดีกว่าหรือ” ทนงเกียรติจำต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
“อึ่ม ! ก็ดีเหมือนกัน นั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วกันครับ”
ดวงมณีมองหน้าสามีทันที เมื่อลูกชายเดินออกไปแล้ว ด้วยสีหน้ากังวลใจและหนักใจ
“คุณ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปกันดีล่ะคะ” ดวงมณีถามอย่างร้อนอกร้อนใจ
“เราคงปิดบังความจริงไปได้ไม่นานแน่ ๆ เลย”
“นั่นน่ะซิ ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า หนูแพรไปอยู่ที่ไหน เหตุใดถึงทำแบบนี้”
ทนงเกียรติพูดจบ สูบลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วค่อย ๆ ระบายออกมา ด้วยความกลัดกลุ้ม แล้วต่อจากนี้เขาจะต้องทำอย่างไรต่อไป
“เมื่อไรนายจะบอกฉันเสียทีว่ะ มันนานเกินไปแล้ว นี่นายไม่เห็นฉันเป็เพื่อนตายแล้วหรือไง มีเื่อะไรก็ไม่บอกไม่กล่าว มาทีไรหน้านี้ดูไม่จืดเลย นายกลุ้มใจอะไรของนายนัก บอกกันหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันเห็นนายนอนนิ่งไม่ไหวติ่ง แบบนี้หลายหนแล้วนะ” พงศ์เกษมหมดความอดทน ที่จะรอให้เพื่อนรักเล่าถึงเื่ที่กำลังเป็ปัญหาอยู่ในขณะนี้
“ถามจริง ๆ เถอะว่ะ นายไม่ไว้ใจฉันหรือไง มีอะไรก็บอกกันซิ จะได้ช่วยแก้ไข ไม่ใช่มานั่งกลุ้มใจอยู่แบบนี้มันทำให้คนข้าง ๆ แกพาลกลุ้มใจไปด้วย” พงศ์เกษมพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนยอมบอกความจริง
ศิลายันตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ด้วยความท้อแท้ปวดร้าว หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต
“พงศ์ แกพอมีเวลาสักอาทิตย์ไหม” ศิลาถามโดยไม่มองอีกฝ่าย
“นายถามทำไม” พงศ์เกษมถามพร้อมกับมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย
“ฉันจะวานให้แก ไปทำธุระให้ฉันหน่อย”
“ธุระอะไร”
“ก็เื่ที่นายอยากรู้ไง เมียกับลูกของฉัน” ศิลาบอกด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง
พงศ์เกษมถึงกับตาค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนรักพูดเื่เมียกับลูก พงศ์เกษมไม่อยากเชื่อเลยว่า ศิลาจะกลัดกลุ้มเื่นี้ ตลอดที่คบกันมายังไม่เคยเห็นเลยว่า ศิลาจะจริงใจกับใครสักคน อย่างมากก็คบกันโดยปกติทั่ว ๆ ไป ไม่เคยเห็นเขาไปหลงรักใครหัวปักหัวปำขนาดนี้เลย ยิ่งคิดก็ยิ่ง งง จับต้นชนปลายไม่ถูก เื่แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไร ยิ่งคิดก็ยิ่ง งง จนไม่รู้จะเริ่มต้นถามความเป็ไปเป็มาของเื่นี้อย่างไร
“แล้วทำไมนายไม่จัดการเอง” พงศ์เกษมถาม แต่ก็ยัง งง กับเื่ราวของศิลา เพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ดี
“ฉันทำไม่ได้ ถ้าฉันทำ เขาก็จะไปจากฉันอย่างไม่วันกลับมาอีกเลย” ศิลาบอก และพยายามบังคับความรู้สึกถดถอยในชีวิตให้จมลงในความรู้สึกที่เ็ป
“เขาคนนั้นคือใคร” พงศ์เกษมถามด้วยความแปลกใจ
เขาไม่เคยรู้เลยว่า ศิลามีจะผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต ตลอดระยะเวลาที่คบกันมามีปัญหาเดียว ที่ศิลาเป็เดือนเป็ร้อนอยู่เสมอ ๆ ก็คือป๋ากับแม่เลี้ยงของเขาไม่คิดเลยว่า ศิลาจะมีปัญหาที่ใหญ่กว่าปัญหาป๋ากับแม่เลี้ยง
“นายไปถึงที่นั่นแล้ว นายก็จะรู้เื่ราวทั้งหมด แต่มีข้อแม้นว่าอย่าบอกให้เมียฉันรู้ ว่าฉันวานให้นายไปที่นั่นเพราะสาเหตุอะไร”
“แล้วนายจะให้ฉันไปเมื่อไร”
“พรุ่งนี้เย็น แล้วฉันจะจัดการ เื่ที่พักและทุก ๆ เื่ให้นายเอง จำไว้น่ะว่าฉันไม่ได้ใช้นายไป แต่จะไปในฐานะเป็คนรักของจันทร์แข” ศิลากำชับ
“อะไรน่ะ เป็คนรักของจันทร์แข” พงศ์เกษมถามด้วยความใ
“ใช่ หรือนายจะทำให้ฉันไม่ได้” ศิลาหันขวับมาถาม
“เปล่า เปล่า” พงศ์เกษมรีบบอกปัดอย่างละล่ำละลัก
“แล้วจันทร์แขเป็ใคร หน้าตาเป็อย่างไร ฉันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาเลย อยู่ ๆ ก็ให้ฉันไปเป็คนรักของเขา แล้วเขาจะยอมหรือ และก็ไม่รู้ด้วยว่าเขามีคนรักอยู่หรือเปล่า ดีไม่ดีฉันคงต้องเอาชีวิต ไปทิ้งที่นั่นเสียก็ไม่รู้” พงศ์เกษมบ่นเสียยกใหญ่
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะจัดการให้นายเอง นายเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน ฉันไปหละเย็นมากแล้วเดี๋ยวป๋าจะคอยทานข้าว” ศิลากล่าวจบ ลุกขึ้นพรวดแล้วเดินจากไป โดยทิ้งให้พงศ์เกษมมองตามด้วยความงงงัน จะไปทานข้าวเย็นกับป๋า เป็ไปได้อย่างไรกัน
“กลับมาแล้วหรือตาใหญ่” ทนงเกียรติกล่าวทักทายเมื่อเห็นศิลาเดินเข้ามาในบ้าน พอดีเหลือบตาไปเห็นภูผาเดินมากับดวงมณี
“ตาเล็กมานี่ซิลูก” ทนงเกียรติเรียก
ภูผาและดวงมณีจึงเดินเข้ามาหาคนทั้งคู่ ภูผายกมือไหว้อย่างจำใจ ศิลารับไหว้ ทำให้ภูผาถึงกับค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นศิลารับไหว้เขา สร้างความประหลาดใจให้เขาเป็อย่างมาก
“นายดูดีขึ้นมากเลยน่ะ” ศิลากล่าวทักขึ้นตามความคิดที่จริงใจ
“ขอบคุณครับ " ภูผาตอบพร้อมกับความแปลกใจ ในท่าทีของพี่ชายต่างมารดา
ปกติแล้วถ้าเขาต้องประจันหน้ากับศิลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะต้องมีการปะทะคารมกันทุกครั้งไป และเขาก็จะเป็ฝ่ายที่พี่ชายดูิ่ดูแคลน พูดถากถางด้วยถ้อยคำที่เสียดแทงใจ และแสยะยิ้มที่มุมปากเป็เชิงดูิ่ดูแคลนซึ่งเป็ท่าทางที่เขาเกลียดชังนักหนา เขาไปนอกเพียงไม่กี่ปี ดูศิลาเปลี่ยนไปมากเลย ไม่มีเคล้าของนายศิลาผู้หยิ่งยโสอีกเลย
“ผมขอตัวก่อนน่ะครับ " ศิลาขอตัว
“แล้วเดี๋ยวลงมาทานอาหารด้วยกันน่ะลูก” ดวงมณีบอก
“ครับแม่ดวง” ศิลารับคำ
ภูผายืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้เป็หิน เขาหูฟาดไปหรือเปล่า ความฝันหรือความจริงเนี่ย นายศิลาเรียกดวงมณีว่า แม่ดวง หรือว่าเราหูฟาดไปจริง ๆ ชายหนุ่มหันมามองมารดาด้วยสีหน้าฉงนฉงายสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่านี่คือเื่จริงหรือความฝันกันแน่
ดวงมณีพยักหน้าให้ แทนคำตอบ
“เป็อย่างไรบ้าง พงศ์” ศิลาถามปลายสาย
“ดีแล้ว นายอย่าทำอะไรที่มีพิรุธละ เดี๋ยวจะเสียการ "
“แพร คิดอย่างนั้นจริง ๆ น่ะหรือ” ศิลาถามอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“นั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน มีอะไรก็รีบโทรมาเลยนะ” ศิลาบอกพงศ์เกษม หัวใจระทดระทวยไปด้วยทุกข์
ศิลาวางสายจากพงศ์เกษมแล้ว เดินไปที่หน้าต่างแล้วมองไปที่เก้าอี้นั่งเล่นในสวนเล็ก ๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเห็นภูผากับแพรพิมพ์ นั่งสนทนากันอย่างมีความสุข จนเขาเกิดอารมณ์เกลียดชัง ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นทันที แต่แล้วในที่สุดความคิดชั่วร้ายเ่าั้ มันกลับมารุมทำลายเขาให้ตายทั้งเป็ เขาสะบัดหน้าเมินหนีเสีย แล้วเดินออกจากห้องไป
ศิลาเดินไปที่โต๊ะอาหาร นั่งรับประทานอาหารไปเรื่อย ๆ ภูผาแอบชำเลืองพี่ชาย ในใจมีแต่คำถาม นี่ก็เป็ครั้งแรกเหมือนกัน ที่เขากับศิลานั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกัน
ศิลารวบช้อนแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
“อาหารไม่ถูกปากหรือลูก ทานน้อยจัง” ดวงมณีถาม
“เปล่าครับแม่ดวง ผมรู้สึกปวดหัว ทานอะไรไม่ค่อยลง”
ดวงมณีหันไปมองหน้าลูกชายคนเล็ก ที่ก้มหน้ารับประทานอาหารอย่างเงียบ ๆ แล้วหันมามองหน้าศิลา
“ไม่ใช่อย่างแม่ดวงคิดหรอกครับ” ศิลารีบบอกเมื่อเห็นหน้าดวงมณีมีทีท่ากังวล แล้วยิ้มให้อย่างจริงใจ
" ภูผาถึงกับถือช้อนค้าง เมื่อได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเศร้า ๆ ของพี่ชายต่างมารดาของเขา
“ผมขอตัวก่อนครับ”
“เดี๋ยวแม่ดวงจะให้จ้อยเอายาไปให้ที่ห้องนะ” ดวงมณีบอกขณะศิลาลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณครับ”
ภูผายังคงรับประทานอาหารอย่างใจเลื่อนลอย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แม่กับคุณใหญ่ญาติดีกัน กินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกัน แถมยังเรียกแม่เราว่าแม่ดวงเสียอีก แปลก แปลกมาก ๆ เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เราไม่อยู่ สงสัยต้องเล่าให้แพรฟัง ถึงสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้เสียแล้วซิเรา
“เป็อะไรหรือตาเล็ก นั่งเงียบเชียว ดูทำหน้าซิ สงสัยละซิว่าทำไมถึงเป็อย่างนี้” ทนงเกียรติถาม ราวกับว่าอ่านความคิด ของลูกชายคนเล็กออก แล้วหัวเราะชอบอกชอบใจ
“แล้วป๋าจะเล่าให้ฟัง ทานข้าวกันต่อเถอะ ทาน ทาน” ทนงเกียรติบอก ด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น ที่ในบ้านมีบรรยากาศ ของความพร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัว แต่ถ้าไม่มีเื่วุ่น ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตก็คงจะดีกว่านี้เป็แน่
“ป๋าครับเดี๋ยวผมจะไปหาแพร” ภูผาบอก เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว
ทนงเกียรติรวบช้อนส้อมเข้าหากัน แล้วดื่มน้ำตาม มองหน้าลูกชายคนเล็ก ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ
“เออ เออ ป๋าว่าให้หนูแพรกลับมาก่อนไม่ดีกว่าหรือ” ทนงเกียรติบอกตะกุกตะกัก สมองวุ่นวายหาทางหลบเลี่ยงความจริง
“นี่ก็ต้องหลายวันแล้วนะครับ นั้นผมขอเบอร์โทรโรงแรม ที่แพรพักก็ได้ครับ”
“เออ พอดีว่า ป๋าจำเบอร์โรงแรมไม่ได้” ทนงเกียรติบอกเลี่ยงไปเสีย
“ป๋าช่วยหาเบอร์โทรให้ผมทีซิ ผมอยากจะคุยกับแพรให้หายคิดถึง” ภูผาพูดเมื่อเดินเข้าไปนั่งใกล้ ๆ บิดา
“ได้ ได้ เดี๋ยวป๋าจัดการให้”
“ขอบคุณครับป๋า”
ภูผากอดต้นแขนบิดาราวกับว่าตัวเองเป็เด็ก ที่ได้รับของเล่นถูกอกถูกใจ แสดงความดีใจอย่างเห็นได้ชัดจนทนงเกียรติต้องแอบถอนหายใจเล็ก ๆ ด้วยความกังวล แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ ถ้าภูผารู้เื่แพรพิมพ์จะมีอะไรเกิดขึ้น เขาจะหาทางออกเกี่ยวกับเื่นี้อย่างไรดีหนอ โชคชะตาช่างหาเื่น่าปวดหัว ให้เขาคอยตามแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา
“พงศ์ เป็อย่างไรบ้าง” ศิลาถามปลายสาย
“ไม่มีท่าทีอ่อนลงเลยหรือ” สีหน้าของศิลาเริ่มเปลี่ยนสี
“แล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ ฉันบอกนายตรง ๆ เลยน่ะว่าฉันรักเขามาก รักมากเจียนจะบ้าตายอยู่แล้ว” เสียงศิลาสั่นเครือ ขณะที่พูดกับปลายสาย
“นั้นเท่านี้ก่อนแล้วกัน ฉันไม่มีแรงจะพูดต่อไปอีกแล้ว มันอ่อนแรงอ่อนใจเสียเหลือเกิน ฝากนายดูแลลูกและเมียของฉันให้ด้วยน่ะ”
ศิลาพูดจบทรุดตัวฮวบลงกับพื้น ประจวบกับภูผาเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี มองเห็นสีหน้าซีดเซียวแทบจะไม่มีสีเืของพี่ชาย เขาวิ่งเข้ามาพยุงให้ศิลาลุกขึ้น แล้วพามานั่งบนโซฟา
“ขอบใจมาก นายเล็ก” ศิลาบอกเสียงแ่ ๆ รอบดวงตารื้นด้วยน้ำใส ๆ
ภูผามองหน้าศิลาด้วยความสงสัย เกิดอะไรขึ้น ศิลาร้องไห้ทำไม ทำไมต้องร้องไห้
“คุณใหญ่ไม่สบายหรือเปล่าครับ” ภูผาถามด้วยความห่วงใย แต่ก็อดที่ประหลาดใจไม่ได้ว่า ใครกันน่ะที่สามารถทำให้ชายผู้หยิ่งยโสผู้นี้ถึงกับน้ำตาตก
“เปล่า” ศิลาบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน แล้วสาวเท้าเดินจากที่ตรงนั้นไปทันที
ชายหนุ่มเดินไปเกือบพ้นประตู เขาชะงักเท้าสักครู่ แล้วหันหน้ามาพูดกับน้องชายด้วยความรู้สึกผิด
“นายเล็ก ฉันขอโทษ”
ภูผามองเขาด้วยความแปลกใจ
ศิลาพูดจบหันหลังเดินจากเขาไปทันที ปล่อยให้ภูผาฉงนงงงวยกับคำพูดของพี่ชาย คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก จับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าศิลาขอโทษตนด้วยเื่อะไร
“ป๋าครับ ไหนครับเบอร์โทรโรงแรมที่แพรพิมพ์พัก” ภูผาทวง
“อุ๊ย ! ป๋าลืมถามเลขา เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน” ทนงเกียรติบอกปัด
“อีกแล้วหรือป๋า ไม่เอาละพรุ่งนี้ผมจะเข้าบริษัท ไปขอเบอร์เองดีกว่า ไม่งั้นป๋าก็ลืมเรื่อยเลย” ภูผาตัดพ้อ
“ป๋าว่าไม่ต้องหรอก พักผ่อนให้สบายก่อน ป๋ารับรองว่า คราวนี้ป๋าไม่ลืมแน่นอน” ทนงเกียรติรีบบอกบุตรชายทันที
“ป๋าผมกลับมาตั้งหลายวันแล้วน่ะ จะพักอะไรกันนักกันหนา ผมน่ะคิดถึงแพรจะแย่อยู่แล้ว อยากเห็นหน้าแพรเสียเหลือเกิน ป๋าก็รู้นิว่าผมไม่ได้เห็นหน้าแพรตั้งหลายปีแล้ว ผมอยากจะบอกกับแพรว่าผมพร้อมแล้ว ผมจะมารับแพรไปอยู่ด้วย ตามสัญญาที่ผมให้ไว้กับเธอ ดีแล้วไหน ๆ ก็พูดถึงเื่นี้แล้ว ผมอยากจะให้ป๋าจัดงานแต่งให้ผมกับแพรด้วยครับ ถ้าแพรกลับมาแล้ว ป๋าช่วยจัดการให้ผมด้วยน่ะครับ น่ะครับ” ภูผาออดอ้อนบิดา
ศิลาเดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี จึงหยุดฟังเื่ราวที่ทั้งคู่กำลังสนทนากัน ถึงกับทำให้เขายืนใจสั่นหวิว ชาวาบไปทั้งตัวและหัวใจ เมื่อได้ยินคำพูดของภูผา ในขณะที่ทนงเกียรติก็เริ่มกระวนกระวาย อึก ๆ อัก ๆ พูดอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร
“ป๋าว่า รอให้หนูแพรกลับมาก่อน แล้วเราค่อยคุยกันไม่ดีกว่าหรือ”
“ป๋า ผมกับแพรตกลงกันไว้แล้ว ก่อนที่ผมจะบินไปเสียอีก เอาอย่างงี้ ผมไม่รอป๋าแล้ว ผมโทรไปถามเลขาป๋าตอนนี้เลยดีกว่า” ภูผาลุกพรวดเดินตรงไปยังโทรศัพท์ทันที ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์ทันที
ทนงเกียรติเดินไปปราบบุตรชาย พร้อมกับห้ามไว้
“ป๋าว่าพรุ่งนี้เถอะ นี่มันนอกเวลางาน ป๋าว่ามันไม่เหมาะสม ที่เราจะไปรบกวนเขานอกเวลางาน” ทนงเกียรติให้เหตุผล
“ไม่เป็ไรหรอกป๋า ผมไม่ได้รบกวนอะไรเขามากมายเลย แค่ถามเบอร์โทรก็เท่านั้นเอง” ภูผาแย้ง
“ป๋าว่าอย่าดีกว่าน่ะ ป๋ารับรองพรุ่งนี้ ป๋าจะจัดการให้เรียบร้อย และอีกอย่างป๋าก็ไม่อยากให้พนักงานมานินทาลับหลัง ว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่ใช้งานเขาจนไม่รู้เวล่ำเวลา” ทนงเกียรติไม่ละความพยายาม
ชายหนุ่มยืนครุ่นคิดสักครู่ แล้ววางโทรศัพท์กลับเข้าที่
“ก็ได้ครับป๋า แต่ป๋าต้องรับปากกับผมก่อนว่าจะไม่ลืมอีก ถ้าคราวนี้ป๋าลืมผมจะไม่รอป๋าแล้ว ผมจะไปหาแพรที่โรงแรมเองเลย” ภูผาขู่
“รับรอง รับรองป๋าไม่ลืมแน่นอน” ทนงเกียรติรับปากลูก ด้วยความกลุ้มใจ
“ขอบคุณครับป๋า” ชายหนุ่ม กอดบิดาอย่างประจบประแจง เขาคลายกอดแล้ว จึงเดินฮัมเพลงเบา ๆ จากไปอย่างมีความสุข
ทนงเกียรติเดินมานั่งทรุดตัวลงข้าง ๆ ภรรยาอย่างอ่อนใจ
" คุณดวงแล้วพรุ่งนี้ผมจะทำอย่างไรดี คราวนี้คงหนีความจริงไม่พ้นแน่เลย
ดวงมณีกุมมือสามีแล้วบีบเบา ๆ ด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่รู้จะให้คำแนะนำอย่างไร เพราะตัวเธอเองก็จนปัญญาเหมือนกัน
“คงจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพูด ความจริงเสียแล้วกระมัง” ภรรยาลองเสนอความคิดเห็น
“แต่ผมสงสารลูก และอีกอย่างผมไม่รู้จะอ้างเหตุผลอย่างไร ว่าทำไมหนูแพรถึงหายตัวไปอย่างนี้ ผมคงจะถูกถอนหงอกก็คราวนี้เอง”
“ฉันว่าลูกคงเข้าใจ เราค่อย ๆ อธิบายให้แกฟัง แกคงจะเข้าใจเราทั้งสองดี” ดวงมณีบอกทั้ง ๆ ที่ก็ยังกังวลใจไม่น้อยกว่าสามี
“ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าหนูแพรไปอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับแก ถึงหายเงียบไปอย่างนี้ ขนาดผมให้คนไปสืบ ก็ไม่มีความคืบหน้าเลย รู้แต่ว่าย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่รู้อยู่จังหวัดไหน แล้วทำไมต้องรีบร้อนไป แล้วทำไมแกถึงไม่โทรมาบอกข่าวคราวทางเราบ้างเลย ทำตัวเงียบราวกับว่า .…” ทนงเกียรติพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ไม่เอาน่า คุณอย่าคิดมากซิคะ หนูแพรคงจะมีเหตุผลของแก ว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ เราช่วยกันคิดดีกว่าว่าพรุ่งนี้เราจะบอกตาเล็กว่าอย่างไรดี” ดวงมณีบอก พร้อมกับพยายามหาทางแก้ไขปัญหา
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สำหรับความรู้สึกของทนงเกียรติและดวงมณี
“ป๋า ไหนเบอร์โทรศัพท์ครับ” ภูผาถามอย่างหน้าทะเล้น
“เออ คือว่า .…” ทนงเกียรติมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่รู้จะพูดอย่างดี
“ป๋าอย่าบอกน่ะครับว่าป๋าลืม คราวนี้ผมไม่ยอมแน่ ๆ ” ภูผาเริ่มเปลี่ยนสีหน้า
“เออ เออ”
“ป๋าก็บอกไปซิครับว่า แพรพิมพ์หายตัวไป ั้แ่วันที่นายเล็กไปเมืองนอก”
ทั้งสามหันพรึบพร้อมกันทันที มองไปยังเ้าของคำพูด ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงทางเข้าห้องนั่งเล่น
“ตาใหญ่” ทนงเกียรติอุทาน
สีหน้าของดวงมณีซีดเผือดลงทันที เธอปรับความรู้สึกแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินคำพูดของลูกเลี้ยง
ภูผาหันมามองหน้าบิดามารดาทันที ในแววตาเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย ในคำพูดของพี่ชายต่างมารดา
“ป๋าครับผมเข้าใจ ในความรักของพ่อแม่ดีแล้วครับ ผมรู้แล้วว่าความรักของพ่อแม่นั้น ยิ่งใหญ่ขนาดไหน”
ศิลาพูดจบก็สาวเท้าเดินช้า ๆ ตรงมาหาบิดา ย่อเข่านั่งลงบนพื้น แล้วก้มกราบที่เท้าของทนงเกียรติอย่างคนสำนึกผิด ทั้งสามมองดูกริยาของชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ
“ป๋าครับผมขอโทษ ที่ผมทำให้ป๋าลำบากใจมาตลอด ผมขอโทษครับ ที่ผมไม่เชื่อในคำสั่งสอนของป๋า ผมเอาแต่ใจตัวเองไม่ยอมฟังเหตุผลของป๋า ผมรู้แล้วว่าป๋ารักผมมากแค่ไหน ถ้าผมเชื่อคำสั่งสอนของป๋าั้แ่แรก ผมคงไม่ต้องมาตกนรกทั้งเป็เช่นนี้
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนตาใหญ่ ป๋างงไปหมดแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นอยู่ ๆ ก็มาขอโทษป๋า มันเื่อะไรกัน”
ทนงเกียรติจับไหล่ทั้งสอง ของบุตรชายให้ตั้งตรง เพื่อจะได้สอบถามเื่ราวทั้งหมด
“ป๋าครับ ผมขอรับผิดทุก ๆ เื่ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็เื่ที่ผมดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังป๋า รวมทั้งเื่ของแพรพิมพ์ด้วยครับ”
คำพูดจากปากชายหนุ่มทำให้ทั้งสามถึงกับอึ้ง จ้องมองเขาด้วยความสงสัย ว่าเขามาเกี่ยวข้องอะไรกับแพรพิมพ์ด้วย
">