เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 39 เพลงกระบี่พายุดาวตก!


    เจียงเยี่ยนไม่เคยเห็นหน้าหลี่กวนหยาง เพราะการต่อสู้ครั้งก่อนหลี่กวนหยางอยู่แต่ในเกี้ยว จึงมิทราบว่าบุรุษเบื้องหน้าเป็นใคร แต่เด็กหนุ่มรู้สึกใบหน้าหลี่กวนหยางเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เมื่อสบตาด้วยอดรู้สึกหนาวสะท้านมิได้
    “เจ้า เจ้าเป็นใคร?” เจียงเยี่ยนถาม
    หลี่กวนหยางไม่ตอบ มันเอ่ยว่า
    “ไปกับข้า ข้ามีวิธีรักษาอาการเจ็บปวดจากชีพจรเทพดับสูญให้เจ้า”
    เจียงเยี่ยนงุนงงยิ่งรู้สึกน้ำเสียงคนผู้นี้คุ้นเคย เหตุใดบุรุษเบื้องหน้าจึงรู้จักเขา เจียงเยี่ยนรู้สึกไม่ไว้ใจบุรุษผู้นี้จึงค่อยๆ ก้าวถอยหลังจากนั้นหันกายไป
    ทันใดนั้นเจียงเยี่ยนรู้สึกร่างตนเองหยุดนิ่งคล้ายถูกควบคุมไว้ ร่างค่อยๆ ถอยหลังอย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้
    หลี่กวนหยางยื่นมือออก ใช้ลมปราณคุมจักรวาลดูดกายของเจียงเยี่ยนเข้าไปหาอย่างช้าๆ
    เจียงเยี่ยนรู้สึกอึดอัดร่างกายไม่เป็นตัวของตัวเอง ชั่ววูบเดียว ร่างเจียงเยี่ยนก็ถอยไปหาหลี่กวนหยางอย่างรวดเร็ว!

    ด้านซูโหยวเสวียนต่อสู้กับเหลียงจื่อเจ้าสำนักคุนหลุน วิชาฝ่ามือหฤทัยหมื่นบุปผาของนาง คล้ายบุปผานับร้อยพันครอบคลุมร่างเหลียงจื่อไว้ แต่วิชากระบี่พายุดาวตกของเหลียงจื่อเกรี้ยวกราดรุนแรง ประหนึ่งดั่งดาวตกถล่มจากฟากฟ้า ซูโหยวเสวียนมิอาจเข้าใกล้เหลียงจื่อได้
    เหลียนจื่อเร่งความเร็วเพลงกระบี่ขึ้น คุกคามซูโหยวเสวียนให้หลบไปมา ยากตอบโต้กลับ
    ทันใด ซูโหยวเสวียนพลันขมวดคิ้วเรียวงาม สีหน้าปรากฏแววอำมหิต นางเตะใส่ข้อมือเหลียงจื่อที่กำลังจะแทงกระบี่มา แต่เหลียงจื่อขยับแขนหลบได้อย่างว่องไว จากนั้นแทงกระบี่ออกอีก ตัวกระบี่เปล่งสีเหลืองเข้มพุ่งใส่อกซูโหยวเสวียนทันที
    ซูโหยวเสวียนพลันใช้สองมือแนบบริเวณอก หมายประกบกระบี่เหลียงจื่อไว้!
    เหลียงจื่อแปลกใจไม่น้อยที่ซูโหยวเสวียนใช้วิธีนี้ ตอนนี้พลังลมปราณของเหลียงจื่อล้วนทุ่มเทอยู่ที่ตัวกระบี่ ทำให้กระบี่เพิ่มความแหลมคมหลายเท่า หากซูโหยวเสวียนประกบสองมือใส่กระบี่มัน มือนางต้องขาดแน่นอน!
    มิคาด ระหว่างที่สองมือซูโหยวเสวียนห่างจากกระบี่เหลียงจื่อเพียงนิ้วเดียว ก็มีสายใยลมปราณสะกดกระบี่เหลียงจื่อมิให้แทงต่อได้อีก เหลียงจื่อเพิ่มแรงแทงกระบี่แต่ก็หามีผลไม่
    นี่คือยอดวิชาสลายดาราขั้นสูง พลังสายใยลมปราณมิเพียงสะกดมิให้กระบี่เหลียงจื่อยากแทงต่อได้ ยังค่อยๆ สลายลมปราณของเหลียงจื่อไปด้วย
    เหลียงจื่อเร่งลมปราณตนเองสุดกำลัง แต่ลมปราณเขาคล้ายกับจมหายไปในห้วงทะเลลึก ทำให้กระบี่ตนเองถูกฝ่ายตรงข้ามควบคุมไว้
    ซูโหยวเสวียนผลักสองมือไปเบื้องหน้า ทันใดนั้นกระบี่เหลียงจื่อก็หลุดลอยออกจากมือมัน พุ่งย้อนกลับไป แต่มิใช่แทงใส่มันเอง แต่เป็นแทงใส่กงซุนเฉินซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล
    กงซุนเฉินและศิษย์คุนหลุนนับสิบคน กำลังต่อสู้กับเฮ่อจวง กระบี่เหลียงจื่อพุ่งมาใส่มันอย่างรวดเร็ว กงซุนเฉินใจหายวาบมิอาจหลบกระบี่ทัน มันรีบสะบัดกระบี่เข้าปะทะกับกระบี่เจ้าสำนัก
    เคร้ง!
    เสียงกระบี่สองเล่มปะทะกันดังอึ้งอลราวมังกรคำราม กระบี่เหลียงจื่อแฝงไปด้วยลมปราณของเหลียงจื่อเองและลมปราณของซูโหยวเสวียน กงซุนเฉินย่อมไม่อาจต้านทานได้ กระบี่กงซุนเฉินถึงกับหักสะบั้นเป็นหลายท่อน เศษกระบี่ปลิวกระเด็นกลางอากาศ
    แต่ตัวกระบี่ของเหลียงจื่อยังไม่หมดสิ้นพลัง ยังคงพุ่งแทงใส่ไหล่กงซุนเฉินจมลึกเข้าไป กงซุนเฉินได้รับบาดเจ็บไม่น้อยถึงกับร้องโอยออกมา
    เห็นซูโหยวเสวียนพุ่งมา ตอนนั้นเศษกระบี่ของกงซุนเฉินกำลังร่วงหล่น ซูโหยวเสวียนใช้ยอดวิชาสลายดาราสร้างเส้นใยจากฝ่ามือควบคุมเศษกระบี่ไว้ นางสะบัดมือออกเศษกระบี่ก็พุ่งใส่ศิษย์คุนหลุนหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บร้องโอดโอย
    “ไป” ซูโหยวเสวียนกล่าวกับเฮ่อจวง
    “ข้ามิอาจทิ้งเทพธิดา” เฮ่อจวงกล่าว
    ซูโหยวเสวียนกล่าวว่า “รีบช่วยเจียงเยี่ยนและจินเซียะกลับวัง”
    เฮ่อจวงรีบรับคำ มันสะบัดกระบี่กรีดเป็นเส้นแดงดุจสายโลหิต ทำร้ายศิษย์คุนหลุนอีกหลายคน เข้าไปช่วยเหลือจินเซียะซึ่งได้รับบาดเจ็บไม่น้อย สองคนต่างพากันฝ่าวงล้อมศิษย์สำนักคุนหลุนออกไป

    เหลียงจื่อฝึกกระบี่มากกว่าห้าสิบปี กลับพ่ายแพ้ต่อสตรีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีก็ท้อแท้ใจ เห็นฝ่ามือซูโหยวเสวียนมีสีชมพูจางๆ ล้อมรอบ นางสะบัดฝ่ามืออย่างสุดกำลังเกิดเป็นกลีบดอกไม้นับพันเข้าโจมตีศิษย์คุนหลุน
    ศิษย์คุนหลุนที่มีฝีมือบ้างต่างควงกระบี่คุ้มครองตนเองพอจะสกัดลมปราณหมื่นบุปผาของซูโหยวเสวียนได้ แต่ศิษย์ที่ฝีมืออ่อนด้อยบ้างก็วิ่งหนี บ้างก็ได้รับบาดเจ็บโลหิตไหลโซมกาย
    เหลียงจื่อตวาดก้องพุ่งเข้าหาซูโหยวเสวียน มันกระแทกสองมือออกใช้วิชาฝ่ามือคุนหลุน นามถล่มภูเขาศักดิ์สิทธิ์ พลังฝ่ามือแกร่งกร้าวถึงกับก่อเกิดกระแสลมลูกใหญ่ทำเอาเศษหิน เศษดินปลิวว่อน
    ซูโหยวเสวียนยื่นมือออก อากาศรอบกายนางก็เบาหวิวราวไร้น้ำหนัก แม้แต่ร่างเหลียงจื่อก็แทบจะลอยขึ้น ซูโหยวเสวียนกวาดมือไปทางขวา ร่างเหลียงจื่อก็ถูกมือที่มองไม่เห็นลากไปทางขวา มันรีบใช้สองเท้ากดพื้นดินเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวไม่ให้ตนเองถูกลากไป
    ชั่วพริบตานั้นซูโหยวเสวียนก็พุงเข้าหามัน จากนั้นใช้ฝ่ามือหฤทัยหมื่นบุปผา เพลงฝ่ามือพลิกแพลงยอกย้อน เหลียงจื่อรีบปัดป้องสุดกำลัง แต่เพลงฝ่ามือซูโหยวเสวียนรวดเร็วเกินไป มีทั้งจริงจังหลอกล่อ ผ่านไปห้าสิบกระบวนท่าก็ฟาดถูกไหล่เหลียงจื่อถนัดถนี่
    เหลียงจื่อได้รับบาดเจ็บภายในเล็กน้อยก็ถอยกายไปสองก้าว ซูโหยวเสวียนกำมือแน่น นางต้องจัดการเจ้าสำนักคุนหลุนนี้ให้ได้ ซูโหยวเสวียนก้าวเดินช้าๆ เพื่อจัดการเหลียงจื่อ ได้ยินจินเซียะตะโกนว่า
    “เทพธิดา คุณชายเจียงหายไปแล้ว!”
    ซูโหยวเสวียนใจหายวาบ นางรีบถาม
    “หายไปที่ใด?”
    “ไม่ทราบ”
    ซูโหยวเสวียนมองหน้าเหลียงจื่อ นางร้องอ้อ
    “ที่แท้มีคนบอกเจ้าว่าข้าจะผ่านมาทางนี้ มิน่าพอจินเซียะพูดถึงเจียงเยี่ยน พวกเจ้าก็เดาออกทันทีว่าเจียงเยี่ยนที่ว่าคือคุณชายเจียงแห่งซีหู ที่เจ้ามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อจับตัวเฮ่อจวง แต่ต้องการตัวเจียงเยี่ยน!”
    เหลียงจื่อมีสีหน้าเคร่งเครียด ซูโหยวเสวียนตวาดว่า
    “ผู้ใดบอกเจ้าว่าพวกข้าจะผ่านมาที่นี่”
    เหลียงจื่อกล่าวว่า
    “ถึงรู้ไปเจ้าก็สู้เขาไม่ได้”
    “ใคร?”
    เหลียงจื่อตอบช้าๆ “หลี่กวนหยาง”
    ซูโหยวเสวียนใจสั่นสะท้าน ประมุขตำหนักเทพธรณินมาที่นี่หรือ มาได้อย่างไร? ซูโหยวเสวียนสติปัญญาฉลาดเฉลียวนางฉุกคิดได้ นางกัดฟัดกรอด
    “เสิ่นเฟิง มีแต่มันเท่านั้นที่รู้ว่าพวกข้าจะนำตัวเจียงเยี่ยนกลับวังนิรมล”
    ซูโหยวเสวียนกล่าวขึ้นอีก “นึกไม่ถึงพวกอ้างตัวเป็นธัมมะอย่างเจ้าจะร่วมมือกับจอมอสูรหลี่กวนหยาง”
    เหลียงจื่อส่ายหน้าช้าๆ “เมื่อสู้ไม่ได้ ก็ได้แต่ทำตามคำสั่ง”
    จากคำพูดนี้แสดงว่าสำนักคุนหลุนยอมจำนนต้องวังเทพธรณินแล้ว
    เหลียงจื่อส่ายหน้าช้าๆ เขาสั่ง
    “กลับเถอะ”
    ศิษย์คุนหลุนต่างถอนกำลังไป คนที่ไม่เป็นอะไรก็ประคองผู้บาดเจ็บ ส่วนซูโหยวเสวียนบอกว่า
    “พวกเจ้ารีบกลับวังนิรมล ข้าจะไปตามหาเจียงเยี่ยน”

    ร่างเจียงเยี่ยนถูกลมปราณคุมจักรวาลดึงดูดไป เขามิอาจต้านทานขัดขืนได้ จึงหันกายยิงดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ใส่หลี่กวนหยาง
    แสงสีขาวอันแหลมคมพุ่งใส่ใบหน้าหลี่กวนหยางอย่างรวดเร็ว แต่แสงนั้นกลับสลายเป็นธาตุอากาศ โดยที่หลี่กวนหยางมิได้ขยับกายอันใด
    ลมปราณคุมจักรวาลช่างร้ายกาจนัก!
    หลี่กวนหยางยื่นมือออกกำลังจะคว้าจับตัวเจียงเยี่ยนไว้ แต่เจียงเยี่ยนพลันดวงตาเหลือกขาว ร่างเจียงเยี่ยนเกิดไอสีดำครอบคลุม เด็กหนุ่มสะบัดฝ่ามือจนเป็นสายฟ้าสีทองนับสิบสายพุ่งใส่หลี่กวนหยางอย่างรวดเร็ว
    ประมุขตำหนักเทพธรณินยังคงยืนเฉย สายฟ้าสีทองพอใกล้จะถึงร่างหลี่กวนหยางก็สลายไปอีก
    “ยอมไปกับข้า เจ้าสู้ข้าไม่ได้” หลี่กวนหยางกล่าว
    เจียงเยี่ยนคุ้นเคยกับเสียงหลี่กวนหยางยิ่ง เขาพอจะจำได้ว่าเจ้าของเสียงเย็นชาผู้นี้คล้ายหลี่กวนหยาง ผู้ที่สังหารเจียงเหลียวและเจียงฮูหยินบิดามารดาบุญธรรมของเขา!
    เจียงเยี่ยนตวาดถาม “เจ้าคือหลี่กวนหยางใช่หรือไม่?”
    หลี่กวนหยางไม่ตอบ เจียงเยี่ยนรู้สึกมีความแค้นคับอก โทสะพุ่งขึ้น เด็กหนุ่มเร่งพลังขึ้นสู่จุดสูงสุด ยอมให้อาการอสูรสถิตครอบงำ ไอสีดำก่อเกิดเป็นแสงสีดำเข้ม เจียงเยี่ยนสะบัดฝ่ามือเกิดเป็นสายฟ้าสีดำกระแทกใส่หลี่กวนหยางทันที
    หลี่กวนหยางยกฝ่ามือเข้าปะทะ
    โครม!!
    สายฟ้าทมิฬพอกระทบถูกมือหลี่กวนหยางก็กระจายออกรอบด้าน กระทบถูกทั้งต้นไม้ทั้งพสุธา จนระเบิดดังลั่น ไฟลุกไหม้ท่วมต้นไม้บริเวณนั้น
    ร่างเจียงเยี่ยนถอยไปยี่สิบฉื่อขณะที่หลี่กวนหยางยังคงนิ่งเฉย เจียงเยี่ยนตอนนี้คล้ายคลุ้มคลั่ง มิสนใจอันใดอีกแล้ว ไอมังกรสีดำวิ่งวนรอบกายเขาพร้อมประกายสายฟ้าทมิฬ พลังเทพดับสูญพุ่งขึ้นสูงสุด!

    ---- จบตอน ---- เจียงเยี่ยนในร่างอสูรสถิต จะสู้หลี่กวนหยางได้หรือไม่โปรดติดตาม!

    *1 ฉื่อ ราว 23.1 เซนติเมตร

    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน