ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่230 ความลับของกระบี่ยาว

  อี้เฉิน ที่เฝ้ามองการต่อสู้ของพวกจอมยุทธต่างโลกอยู่หลายลมหายใจ ไกลๆ เขาเห็น ชายหนุ่มที่มีเกล็ดสีดำทมิฬปกคลุมไปครึ่งร่าง กายาเต็มไปด้วยมัดกล้าม ที่หลังสะพายดาบใหญ่ ฝ่าเข้าไปเกือบจะถึง กระบี่ยาวเล่มนั้นที่อยู่ส่วนปลายยอดหน้าผ่าได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเขาเข้าไปใกล้มันมากเท่าใด เหล่าซากศพกับ แข็งแกร่งขึ้นมาอีกหลายเท่า ราวกับไม่มีทางฝ่าเข้าไปได้อย่างไรอย่างนั้น มันทำให้อี้เฉินแปลกใจ หรือว่านี่จะเป็นการทดสอบของบางอย่าง แต่เขาก็ทำได้เพียงคิดเท่านั้นไม่มีอะไรมายืนยัน



 ชายหนุ่มผมทอง ที่มีปีกอยู่ที่หลัง เขาก็คือเทียนตี้ แห่งตำหนักภูต เหมือนเขาจะร่วมมือกับชายหนุ่มผิวขาวซีด ชุดที่เขาสวมใส่คล้ายกับมีโครงกระดูกคุ้มกันกายา เขาก็คือซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ พวกเขาก็ฝ่าไปได้จนถึงใจกลางของกระบี่ แต่ก็ไม่อาจไปได้มากกว่านี้ ถูกเหล่าซากศพขวางกั้นไว้อย่างแน่นหนา



 จนพวกเขาเหล่านั้นที่ฝ่าเข้าไปหมายจะช่วงชิงกระบี่ยาวเล่มนั้นกลับมา ต้องถอยร่นกลับมาด้วยความไม่เต็มใจ หากไม่เข้าไปใกล้กระบี่เล่มนั้น พวกเขาก็จะปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถหลบหนีออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ได้เช่นกันถ้าหากไม่ ปลดเขตแดนที่ขวางกั้นพื้นที่แห่งนี้ออก



อี้เฉินที่เห็นหลายๆ คน มาหลบพักตามมุมต่างๆ ทำให้เขารู้ได้ในทันทีพวกเขาเหล่านี้คงติดอยู่ที่นี่มาหลาย พันลมหายใจแล้วเป็นแน่ คิดอยากจะทดสอบพลังของเหล่าซากศพเหล่านั้น มันจะเหมือนที่เขาคิดไว้หรือไม่



"ข้าจะลองออกไปเอากระบี่ยาวเล่มนั้นดู พวกเจ้าระวังตัวกันด้วย" ภายในพื้นที่แห่งนี้กลับกลายเป็นกลุ่มของพวกเขาที่อ่อนแอที่สุด หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดคงจะเป็นพวกเขาที่ตายตกกันเป็นกลุ่มแรกเป็นแน่



"เจ้าระวังตัวด้วยอี้เฉิน หากไม่ไหวอย่าฝืน แม้แต่พวกต่างโลกที่ว่าเก่งกาจยังไม่อาจ ฝ่าไปได้"



"ข้าเข้าใจแล้วองค์หญิงเมิ่งอี้ ท่านเองก็ระวังตัวด้วย" ก่อนที่อี้เฉินจะพุ่งออกไปในทิศทางของกระบี่ยาวที่ปลดปล่อยปราณพลังออกมา อี้เฉินเพียงก้าวเดินออกไปด้านหน้าเพียงไม่ถึง100ก้าว ด้านหน้าตัวเขาก็มีซากศพตนหนึ่งโผล่ออกมา



  กลุ่มคนต่างโลกเมื่อพวกเขาเห็นเด็กหนุ่มผมขาวออกไปต่อสู้ต่างพากันส่ายหัวออกมา แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถฝ่ามันออกไปได้ แล้วเด็กหนุ่มที่มีพลังอ่อนด้อยจะทำได้อย่างไร



ซากศพตนนั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ถึงมันจะดูคล้ายกับผีดิบ ไร้เรี่ยวแรงแต่ปราณพลังที่มันปลดปล่อยออกมา แทบไม่ต่างอะไรกับอี้เฉิน ภายในมือของมันถือกระบี่ผุๆ พังๆ เข้าฟาดฟันอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง



อี้เฉินเองก็หยิบกระบี่สีขาว ราวงาช้าง ของเยี่ยฉิน ออกมาปัดป้องการโจมตีนั้นเอาไว้ เป็นกระบี่ที่ดีจริงๆ เขามองกระบี่ในมือด้วยความชื่นชอบ



 เยี่ยฉินที่เห็นกระบี่ของนางถูกอี้เฉินแอบเอาไปใช้ นางถึงกับเดือดดาล ใบหน้าเขียวคล้ำในทันที ที่เอวของนางเหลือไว้เพียงฝักกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างกาย "ไอ้บ้าเอ๊ย เจ้าแอบหยิบกระบี่ของข้าไปตอนไหนกัน"



แม้แต่เยี่ยฉุนกับเทียนซินที่เห็นยังส่ายหัว เหมือนพวกเขาต้องระวังเด็กหนุ่มคนนี้เสียแล้วไม่เช่นนั้น ศาสตราวุธของพวกเขาอาจถูกอี้เฉินนำไปใช้ก็เป็นได้


  อี้เฉินเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนว่าซากศพพวกนี้ จะมีการตอบสนองที่ดีเป็นอย่างมาก ถึงขนาดต่อสู้กับตัวเขาได้อย่างสูสี หากไม่ใช้พลังทั้งหมดที่มี คงชนะซากศพพวกนี้ไม่ได้ง่ายๆ เป็นแน่ เขาระเบิดปราณพลังออกมา ก่อนส่งปราณพลังอัดแน่นไปที่ใบกระบี่สีขาว หวดไปในทิศทางด้านหน้าอย่างแรง จนร่างโครงกระดูกถึงกับแตกสลายหายไป



   เขาไม่รอช้า พุ่งไปในทิศทางด้านหน้าต่อในทันที แต่คราวนี้ซากศพกลับสวมใส่ชุดเกาะสีฟ้า ผุพัง พุ่งเข้ามาขวางตัวเขาไว้ ปราณพลังที่มันปล่อยออกมากลับกลายเป็นเหมือนคลื่นทะเลซัดสาดมาที่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง จนร่างของอี้เฉินรู้สึกถึงแรงกดดัน ก่อนมันจะง้างคันศร ปล่อยปราณพลังเข้าไปภายในคันธนูอย่างบ้าคลั่ง จนอากาศรอบๆ ถึงกับบิดเบี้ยว แล้วปล่อยศรปราณพลังพุ่งเข้าใส่อี้เฉินอย่างรุนแรง ทางที่ศรผ่านอากาศรอบๆ ถึงกับแหลกลาญ



  อี้เฉินที่เห็นถึงกับหนังตากระตุก ระเบิดปราณพลังสีแดงออกมาท่วมท้นทั่วบริเวณ จนรอบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง ก่อนที่เขาจะควบคุมปราณพลังเหล่านั้นสร้างเกาะป้องกันล้อมพันกายาไว้



เสียง"ตูม"ดังก้องจนพื้นด้านล่างมีหลุมยุบขนาดใหญ่ เกาะป้องกันของอี้เฉินถึงกับแตกร้าว จนเขาถอยไปอยู่หลายก้าว



พวกต่างโลกที่เห็นอี้เฉินต่อสู้ต่างพากันส่ายหัว "ไอ้เด็กหนุ่มนั้นเหมือนจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็ยังอ่อนด้อยกว่าพวกเราอยู่มาก"



จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิง ยกยิ้ม "ข้าว่าเขาก็ไม่เลวนะ สำหรับคนดินแดนที่ต่ำต้อยเช่นนี้ มาได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลว"



องค์ชายใหญ่ส่ายหัว "พวกเขาก็เป็นแค่เพียงปลาก้นบ่อ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้แหวกไหว้ในแม่น้ำที่กว้างใหญ่ จะมีค่าอะไรให้ใส่ใจ"



เยว่ชิงเซียน นางเองก็ไม่ได้เอ่ยพูดคำใด จ้องมองไปที่เด็กหนุ่มผมขาว ด้วยความรู้สึกแปลกๆ





...อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมาได้ เขาพุ่งเข้าไปฟาดฟันกับ ซากศพที่สวมใส่ชุดเกาะสีฟ้า ผุพัง อยู่หลายร้อยกระบวนท่า แต่ที่เขาแปลกใจก็คือ เหมือนว่าซากศพพวกนี้ มีโอกาสฆ่าตัวเขาทิ้งตั้งหลายครั้งมันกลับไม่ทำ มันทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจ ไหนจะเรื่องของพลังของซากศพแต่ละตัวที่ปล่อยออกมานั้นอีกมันเหมือนกับว่า ต้องการถ่วงเวลาพวกเขาไว้ที่แห่งนี้เสียมากกว่า



 มันทำให้อี้เฉินรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีกหลายเท่า เขาค่อยๆ เปิดเปลือกตา เพื่อตรวจดู สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ พื้นที่แห่งนี้ดูในทันที

อี้เฉินที่เปิดดวงตาออกไปตรวจดูภาพเบื้องหน้า ตัวเขาถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็น กลับเลือนรางคล้ายกับ ซากศพพวกนี้เป็นแค่ปราณจิตที่มีชีวิต ก่อรูปขึ้นมาเท่านั้น การโจมตีของพวกมันแค่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเท่านั้นราวกับภาพลวงตา ถึงว่าซากศพพวกนี้ มันไม่คิดฆ่าพวกเขาลงแม้แต่น้อย เพราะมันฆ่าพวกเขาไม่ได้นี่เอง



แต่อยู่ๆ ซากศพที่อยู่ต่อหน้าอี้เฉิน เมื่อมันเห็นดวงตาคู่นั้นของอี้เฉิน มันกลับร่างกายสั่นเทิ้มออกมาด้วยความหวาดกลัว กายาของมันแข็งค้างราวกับถูกอี้เฉินพันธนาการร่างไว้ชั่วคราว



อี้เฉินเองก็ไม่รอช้าไม่คิดปล่อยโอกาสทองนี้ไป กระบี่ในมือของเขาตัดไปที่ซากศพจนขาดเป็นสองท่อน ก่อนร่างของมันจะถูกไฟสีฟ้าเผาร่างเนื่องจากไร้ปราณจิตอีกต่อไป



กลุ่มคนต่างโลกที่เฝ้ามอง อยู่ห่างๆ พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ ที่ซากศพเหล่านั้นแสดงอาการ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร มองว่าอี้เฉินคงโชคดีชนะการต่อสู้ไปได้เท่านั้น



   อี้เฉินไม่รอช้าเขาเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ๆ กระบี่ยาวที่อยู่ปลายหน้าผาต่อในทันที หมายมั่นเข้าไปช่วงชิงกระบี่เล่มนั้นมาเป็นของตน แต่คราวนี้ เหล่าซากศพกลับไม่ได้มีแค่ตนเดียวอีกต่อไป มันโผล่ออกมาถึง3ตน แต่ละตนพลังไม่น้อยไปกว่าตัวของอี้เฉินแม้แต่น้อย

ถึงมันจะเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ก็ทำให้ปราณจิตในร่างรู้สึกเจ็บปวดได้



   อี้เฉินคำรามเสียง "ฆ่า"ออกมาดังก้อง ฟาดฟันกระบี่ในมือไปอีกหลายร้อยลมหายใจก่อนเขาเริ่มที่จะมั่นใจ ว่ามันคือการทดสอบของบางอย่าง อย่างแน่นอน ตัวเขาไม่รอช้า ก่อนที่คนอื่นๆ จะรู้ความลับนี้ เขาจึงลองทดสอบยกมือขึ้นมาปัดป้อง ดาบที่เหล่าซากศพฟาดฟันเข้ามา ทันทีที่แขนของเขาถูกฟันจนขาด มันกลับสลายหายไปในทันใด ราวกับแขนซ้ายของเขาหายไปราวกับอากาศ แต่ตัวเขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย แต่ก็ต้องเล่นละครไปตามน้ำ ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากๆ"



กลุ่มขององค์หญิงเมิ่งอี้ เยี่ยฉิน ที่อยู่ด้านนอกต่างตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงอี้เฉิน "รีบถอยออกมาเร็วเข้า อี้เฉิน"



กลุ่มพวกต่างโลกที่เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด พวกเขาต่างพากันยกยิ้ม พวกเขาที่ถอยกลับมาไม่มีแม้แต่คนเดียวที่บาดเจ็บ มองดูเด็กหนุ่มที่บาดเจ็บด้วยความสะใจ



หลี่หยวนยกยิ้มเย้ยหยันก่อนเขาจะพูดโพล่งออกมา "ไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั้นตายแน่"



เทียนตี้ หงส์เหมิง องค์ชายใหญ่  พวกเขาถึงกับส่ายหัวไม่คิดเด็กหนุ่มจะดื้อรั้นไม่ยอมถอยหนี

"นี่สินะที่เขาเรียกว่า ลาโง่"




   อี้เฉินเขาที่โดนฟันเขายิ่งเอะใจ หรือหากตัวเขาตายภายในพื้นที่แห่งนี้ ตัวเขาจะไปโผล่ในอีกที่หนึ่งคล้ายกับเกมทดสอบ เขาไม่รอช้า เล่นละครออกไปอีกหลายครั้ง ทำเป็นเหมือนไม่ยอมจำนน ก่อนที่เขาจะโดน กระบี่ ดาบ หอก ของเหล่าซากศพทั้ง3ตนแทงร่าง จนร่างของเขาสลายหายไปในทันที ก่อนเขาจะหายไปเขาแสยะยิ้มออกไปให้พวกต่างโลก



แต่ในทันใดพวกต่างโลกเห็นรอยยิ้มก่อนตายของอี้เฉิน พวกเขาถึงกับหนังตากระตุกอย่างรุนแรง ราวกับว่าพวกเขาถูกเด็กหนุ่มเย้ยหยัน อย่างไรอย่างนั้น แต่บางคนก็ไม่เก็บมาใส่ใจเป็นเพียงรอยยิ้มของคนที่ตายเท่านั้น



แต่มันก็มีบางอย่างที่ทำให้พวกเขาสะกิดใจกับรอยยิ้มของ เด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน