บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
ศิษย์มีครู
เสือโคร่งร่างใหญ่ขู่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว เงาพร่าเลือนสีดำวูบไหวอยู่รอบตัวมัน พร้อมกับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมา เ้าเสือร้ายจ้องตาแดงก่ำตรงไปยังชายชรา ก่อนจะสืบเท้าเข้าหาเขาอย่างช้าๆ
“หนีเร็วเถรเ้า! มันไม่ใช่เสือธรรมดา มันเป็เสือสมิง!” แสนร้องะโ
เถรเ้ายังคงนั่งขัดสมาธิสงบนิ่งไม่ลืมตาหรือแสดงอาการใดๆ
เสือร้ายย่างกรายตรงเข้าไปห่างเหลือแค่หนึ่ง่ตัว มันแยกเขี้ยวออกอย่างดุร้าย หมอบย่อต่ำพร้อมที่จะพุ่งกระโจน
“หยุดได้แล้ว... จะสร้างกรรมไปถึงเมื่อไรกันหนอ หนทางเบื้องหน้ามีแต่จะร่วงลงสู่ความทุกข์ทรมาน หากยอมหยุดเสียบัดนี้ ยังอาจได้ผ่อนหนักเป็เบา” เถรเ้าเปล่งวาจาเพียงเล็กน้อย แต่เสียงนั้นก็ดังกังวานใสราวกับระฆัง
ร่างของเสือโคร่งหยุดชะงัก ดวงตาของมันเบิกโพลง ร่างกายมันคล้ายไม่ยอมขยับ แต่เงาดำรอบตัวกลับพลุ่งพล่านสั่นไหวไปมาดั่งเปลวเทียนต้องลม เสียงกรีดร้องแหลมดังยิ่งขึ้น พร้อมกับเงาดำที่ลุกโชนมากขึ้นราวกับเปลวไฟสีดำ มันกระตุ้นเตือนให้เสือร้ายกระโจนไปข้างหน้า
เถรเ้าลืมตาขึ้นช้าๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย
“ิญญาอาฆาตทั้งหลายเอ๋ย พวกเ้าสิงสู่บังคับให้เสือตัวนี้ ต้องเข่นฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมายเท่าไรกันแล้วหนอ ทั้งหมดก็เพียงเพื่อสนองความคับแค้นของตนเท่านั้น หากพวกเ้ายังไม่ปล่อยวางความอาฆาตพยาบาท ิญญาของพวกเ้าก็จะไม่มีวันได้พบความสงบ” เสียงกังวานใสของเถรเ้าดังขึ้นกว่าเดิม
เงาดำรอบตัวเสือร้ายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงนั้น มันสั่นไหวรุนแรงขึ้นราวกับถูกลมแรงกระโชกใส่ ทั้งทั้งที่รอบบริเวณนั้นสายลมนิ่งสงบ
แสน ‘เพ่งมอง’ ไปที่ร่างทั้งสอง
[เสือสมิง: เพศเมีย]
[อายุ: 13 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 11]
-พลังกาย: 110/110
[-พลังแฝง-อำนาจผีตายโหง: 50]
* * * *
[เผ่ามนุษย์: เพศชาย]
[อายุ: 82 วงรอบดวงอาทิตย์]
[ระดับพลังขั้นที่ 30]
-พลังกาย: 16 /20
-พลังปราณจิต: 280/280
[-พลังแฝง: อำนาจพุทธคุณ: ---]
เถรเ้าลุกขึ้นก้าวเดินออกมาจากมุ้งสีน้ำตาล ทุกการเคลื่อนไหวของชายชราล้วนเนิบช้า แต่เ้าเสือร้ายตรงหน้าก็ยังคงหมอบสั่นระริก คล้ายจะเดินหน้าก็ไม่ได้ถอยหลังก็ไม่เชิง ยิ่งเถรเ้าก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่าไร เงาดำรอบตัวเสือร้ายก็ยิ่งสั่นไหวลุกโชน เ้าเสือโคร่งก็ดูสับสนทรมานมากขึ้นตามไปด้วย
ในที่สุด เถรเ้าก็เดินมาถึงยังเบื้องหน้าของมัน แววตาของเ้าเสือเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ยังคงหมอบสั่น
เถรเ้ายกมือข้างหนึ่งวางลงบนหน้าผากของเสือร่างใหญ่ เขาััขนหยาบหนาของมันอย่างอ่อนโยน
“เหล่าิญญาอาฆาตเอ๋ย จงปลดปล่อยเสือตัวนี้เสียเถิด มันเ็ปทรมานมามากแล้ว”
[-พลังปราณจิต: 280-279-278-277- - - ---230/280]
* * *
‘ค่าพลังปราณจิตของเถรเ้าเคลื่อนไหว!!’ แสนใในสิ่งที่เห็น
แล้วทันใด เงาดำที่ลุกโชนอยู่รอบตัวของเสือโคร่งใหญ่ ก็คล้ายถูกลมพายุพัดกระหน่ำเข้าใส่อย่างแรง เงาดำพวกนั้นพยายามสะบัดขัดขืน แต่ก็ได้เพียงไม่กี่อึดใจ พวกมันถูกพัดวูบหายออกไปดั่งเปลวเทียนถูกลมกระโชกดับ
ร่างของเสือโคร่งหยุดสั่นในทันใด แล้วมันก็ก้มหัวหมอบแทบเท้าของชายชรา เถรเ้าลูบหัวมันราวกับเป็แมวน้อย ใบหน้านั้นยิ้มให้อย่างเมตตา
“หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะลูก แต่กรรมที่เ้าได้ร่วมก่อก็ไม่อาจลบล้างได้... ต่อไปก็จงเร่งสร้างกุศล เพื่อชดเชยในกรรมที่ได้กระทำลงไป” เถรเ้าเอ่ย
เ้าเสือใหญ่พยักหน้าราวกับรู้ความ ก่อนจะซุกหัวคลอเคลียกับเท้าของชายชราเยี่ยงแมวน้อยเชื่องๆ ตัวหนึ่ง
แสนมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นระคนแปลกใจ สิ่งที่เขาเห็นคือเถรเ้าใช้พลังปราณจิต ผลักเงาดำเ่าั้ออกจากร่างของเสือร้าย แล้วเ้าเสือนั่นก็กลับกลายเป็สัตว์เชื่องๆ ได้ในบัดดล แต่ยังไม่ทันที่แสนจะคิดอะไรต่อ เสียงกรีดแหลมก็ดังขึ้นเหนือหัว เงาดำเ่าั้ลอยวนอยู่บนท้องฟ้า ก่อนจะพุ่งลงมาหาเถรเ้าราวกับดาวตกสีดำ
เถรเ้ายกมือทั้งสองขึ้นประคองกลางหน้าอก ก่อนจะหลับตาสร้างสมาธิ
“นโม พุทธา ยะ!”
[-พลังแฝง: อำนาจพุทธคุณ: 300]
* * *
แสนมองเห็นแสงสีทองเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน สาดแสงสว่างขึ้นรอบตัวเถรเ้า เหล่าเงาดำที่พุ่งลงมาเป็สายนั้น ล้วนถูกแผดเผาเป็เถ้าธุลีทันทีที่ัักับแสงทอง แล้วเสียงร้องกรีดแหลมนั้นก็เงียบหายไปทันที ทิ้งให้ชายป่ากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
แสนมองเห็นทุกอย่าง แต่ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขายืนนิ่งตะลึง มองจ้องชายชราด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เถรเ้าหันมามองแสน แล้วพยักหน้าเรียกให้เด็กชายเดินเข้ามาหา แสนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างระแวดระวังเ้าเสือร่างใหญ่ที่นอนหมอบอยู่
“เ้ากลัวรึ... เท่าที่ข้ารู้ ไม่น่าจะมีสิ่งใดในโลกนี้ที่ทำให้เ้ากลัวได้นะ” ชายชราเอ่ยขึ้น
“...?” แสนฟังแล้วก็นึกสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ยังขยับก้าวเดินเข้าไปต่อ
“ทำไมเสือตัวนี้ ถึงได้เชื่องกับเถรเ้านักละจ๊ะ?” แสนเอ่ยถาม
“เดิมทีเสือตัวนี้ก็เป็เพียงเสือโคร่งธรรมดาทั่วไป แต่มันถูกเหล่าิญญาอาฆาตเข้าสิงสู่ จนต้องกลายเป็เสือกินคน ออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เมื่อสักครู่อาตมาเพียงขับไล่ิญญาร้ายเ่าั้ออกไป เสือตัวนี้จึงได้กลับคืนสู่นิสัยดั้งเดิมของมัน”
แสนฟังแล้วก็เข้าใจทั้งหมด
“เอ่อ... เมื่อกี้ฉันมองเห็น... เถรเ้าใช้พลังปราณจิตขับไล่เงาดำพวกนั้น... พลังปราณจิตมันคืออะไรหรือจ๊ะ?”
เถรเ้ายิ้มน้อยก่อนจะเอ่ย “ปราณจิตคือ พลังที่เกิดจากการฝึกฝนฌานสมาธิ พูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ การฝึกนำลมหายใจ หรือปราณในร่างกายมาใช้ให้ก่อเกิดเป็พลัง”
“... แล้วแสงสีทองที่เปล่งมาจากตัวเถรเ้านั้นล่ะ สิ่งนั้นก็คือพลังปราณจิตด้วยเหรอ?” แสนถามอีก
“เ้ามองเห็นทุกอย่างเลยรึเด็กน้อย...” เถรเ้ายิ้มมากขึ้น “สิ่งนั้นไม่ใช่พลังปราณจิต มันคือพลังอำนาจพุทธคุณ เป็พลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้ปฏิบัติธรรมของพระโคดม มันเป็พลังที่ปัดเป่าความชั่วร้ายได้ทั้งปวง”
“...” แสนยืนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ “เถรเ้า... ท่านสอนฉันใช้พลังนั้นได้มั้ยจ๊ะ?”
ชายชรายิ้มกว้างอย่างเมตตา “อาตมาสอนใครใช้พลังไม่เป็หรอก อาตมาสอนได้แต่ธรรมะของพระโคดมเท่านั้น”
“...?” ยังไม่ทันที่แสนจะพูดต่อ เ้าเสือโคร่งที่นอนหมอบอยู่ก็ลุกพรวดขึ้น หันหน้าจ้องมาทางแสน และขู่ขึ้นเสียงดังในลำคอ
แสนใกับท่าทีของมัน จนไม่สังเกตเห็นว่า เงาดำเล็กๆ เส้นหนึ่งกำลังลอยละเลียดพื้นมุ่งตรงมายังเขาทางด้านหลัง เงาดำเส้นนั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของแสนทันที
แสนรู้สึกราวกับโลกมืดไปในพริบตา ร่างกายหนาวเหน็บขึ้นทันใด สติสัมปชัญญะถูกบางสิ่งเข้าแทรกแซง แขนขาอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงจน ควบคุมไม่ได้
“กะ-เกิดอะไรขึ้น!!!” แสนพูดออกมาอย่างยากลำบาก
จู่ๆ กล้ามเนื้อของแสนก็เกร็งไปทั่วร่าง ขาของเขาถูกบังคับให้ก้าวตรงเข้าหาเถรเ้า มือทั้งสองข้างยกกางออก จิตใจพลุ่งพล่านอยากบีบทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เ้าเสือโคร่งรีบก้าวออกมาขวางกั้นเถรเ้าไว้ พร้อมกับคำรามออกมาเสียงดังใส่แสน
“ตั้งสติของเ้าไว้ให้มั่น...” เถรเ้าเอ่ยขึ้นช้าๆ “ไม่ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงลมหายใจของเราเท่านั้นที่เราควบคุมได้ จงจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจของตัวเอง”
เสียงกังวานใสของเถรเ้าดังก้องอยู่ในหัวของแสน
“ลมหายใจเข้าและออก จะก่อเกิดเป็ปราณไหลเวียนไปทั่วร่างกาย จงตั้งสติให้รับรู้ถึงกระแสปราณที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็ไปตามกฎแห่งธรรม และเมื่อรับรู้ได้แล้ว ก็จะจำแนกได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้ามา จงใช้ลมหายใจนั้นผลักดันมันออกไป”
สิ้นเสียงของเถรเ้า แสนที่สติกำลังเลือนลาง ก็พยายามทำตามทีละขั้นตอน จนเขาเริ่มััได้ตามที่เถรเ้าบอก แล้วอีกไม่ถึงอึดใจ แสนก็พบกับไอเย็นะเืแปลกปลอมที่แทรกอยู่ในร่างกาย แสนตั้งสติมั่น และกลั้นใจผลักมันออกไปตามที่เถรเ้าแนะนำ
“ย๊ากกกก!!!” แสนเปล่งเสียงร้องออกมา
[กำเนิดใหม่]
[-พลังปราณจิต: 10/10]
* * *
เงาดำเส้นเล็กๆ เส้นหนึ่งพุ่งกระเด็นออกมาจากร่างของแสน เมื่อออกมาพ้นร่างของแสนมันก็เลื้อยตัวถดหนีหายไปในพงหญ้าทันที เ้าเสือโคร่งกระโจนไปตะปบไล่ต้อน แต่เถรเ้าก็เอ่ยปากห้ามไว้
ร่างกายและสติสัมปชัญญะของแสน คืนกลับมาควบคุมได้อีกครั้ง แต่แสนกลับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น
“เถรเ้า... ได้โปรดสอนทุกอย่างให้แก่ฉันด้วยเถิด” แสนพูดขึ้น
“อาตมาบอกแล้วไงว่า อาตมาสอนได้แต่ธรรมะของพระโคดมเท่านั้น หากเ้าอยากเรียน ก็ต้องเรียนธรรมะของพระโคดม”
“ฉันอยากเรียนจ้ะ ฉันอยากเรียนธรรมะของพระโคดม” แสนพูดเสียงดัง
เถรเ้าแย้มยิ้มออกมาอีกครั้ง “หากเ้าตั้งใจจริงเยี่ยงนี้ เราภิกษุผู้ชราก็จะสอนสั่งให้ จงจำไว้ว่า ธรรมะของพระโคดมนั้นเป็ของประเสริฐ แม้แต่เทพเทวาก็ปรารถนาจะศึกษาธรรมนี้ ขอจงตั้งใจเล่าเรียนเถิด ภายภาคหน้าจะได้นำไปใช้ปัดเป่าทุกข์ภัยให้แก่สรรพสัตว์ทั้งสามโลก อาตมาขอเจริญพร...”
สิ้นคำของเถรเ้า สายลมอ่อนโยนวูบหนึ่งก็พัดผ่านมา ร่างกายของแสนก็พลันรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นทันใด...
....................
....................