**ปฐมบทแห่งความพังทลายซากอุกกาบาตและเทพที่ร่วงหล่น**
อวกาศจำลองแห่งสมรภูมิสุดยอดดารา (StarlightZenith Arena) ตกอยู่ในสภาวะสุญญากาศที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่ดังกึกก้องที่สุดในประวัติศาสตร์ของนครสวรรค์อุกกาบาตเหล็กดาราขนาดยักษ์ที่ถูกกระบี่ของหลินเทียนผ่าออกเป็นสองซีก กำลังค่อยๆลอยแยกตัวออกจากกันอย่างเชื่องช้ารอยตัดที่เรียบเนียนดุจผิวกระจกยังคงหลงเหลือความร้อนระอุจากปราณอัสนีสีม่วงทองที่แผดเผาจนโลหะหลอมละลายเป็นสีส้มสว่าง
บนซีกหนึ่งของอุกกาบาต 'เหลยขวง' จักรพรรดิอัสนีแห่งตระกูลอัสนีม่วงคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่น่าสมเพชเกินกว่าจะบรรยายเกราะอุกกาบาตอัสนีที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความไร้พ่ายถูกผ่าเปิดออกตั้งแต่หัวไหล่จรดเอว รอยประทับสายฟ้าสามแฉกบนหน้าผากที่เคยส่องสว่างบัดนี้แตกร้าวและหม่นหมองประหนึ่งถ่านที่มอดดับเลือดสีแดงสดที่ผสมกับประจุไฟฟ้าที่กำลังแตกซ่านไหลทะลักลงมาอาบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
"พะ... พรสวรรค์ของข้า...กายาสวรรค์ของข้า..." เหลยขวงพึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นระริกดวงตาของมันเบิกกว้างจ้องมองมือของตนเองที่กำลังสูญเสียพลังไปอย่างถาวร"แก... แกทำลายรากฐานของข้า... แกทำลายอนาคตของตระกูลอัสนีม่วง..."
หลินเทียนยืนอยู่บนขอบอุกกาบาตอีกซีกหนึ่งห่างออกไปเพียงห้าวา เรือนร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขาอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ถูกสลักเสลาด้วยรอยแผลเป็นแห่งการดิ้นรนเกล็ดมังกรสีทองที่เคยเปล่งประกายค่อยๆ จางหายไปทว่ารังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของเขากลับยิ่งใหญ่และหนักหน่วงประหนึ่งขุนเขาที่กดทับสวรรค์ทั้งใบ
ดวงตาสีทองคำบริสุทธิ์ (TrueDragon's Eyes) ของหลินเทียนมองลงมาที่เหลยขวงอย่างไร้ความปรานี
> **"อนาคตของพวกเจ้า...มันถูกสร้างขึ้นมาจากการสูบเลือดสูบเนื้อของผู้อ่อนแอข้าไม่ได้ทำลายพรสวรรค์ของเจ้า ข้าเพียงแค่ 'ทวงคืน' ความยุติธรรมที่พวกเจ้าขโมยไปจากโลกใบนี้...และนี่ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น"**
หลินเทียนสะบัดปลายกระบี่มังกรพลิกฟ้าคราบเลือดของจักรพรรดิอัสนีสาดกระเซ็นลงสู่ความว่างเปล่าก่อนที่เขาจะเก็บกระบี่เข้าฝักดัง *กริ๊ก* เสียงนั้นแม้จะแผ่วเบาแต่มันกลับดังก้องเข้าไปในหัวใจของอัจฉริยะนับหมื่นคนบนระเบียงผู้ชมประหนึ่งเสียงระฆังมรณะ!
**โทสะแห่งประมุขและการละเมิดกฎแห่งสวรรค์**
*ตึงงงงงงง!*
ทันใดนั้นเอง!ระเบียงหยกวีไอพีของตระกูลอัสนีม่วงที่ลอยอยู่รอบนอกลานประลองพลันเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง!บัลลังก์สายฟ้าที่สร้างจากหินอุกกาบาตแตกละเอียดเป็นผุยผง!
"ไอ้สัตว์เดรัจฉานนิรนาม!บังอาจทำลายรากฐานของบุตรชายข้า! ข้าจะสับแกให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น!"
เสียงคำรามที่แฝงไปด้วยโทสะระดับ 'พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน' ดังกังวานไปทั่วระบบสุริยะจำลอง!ร่างของบุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงเข้มพุ่งทะยานออกจากระเบียงวีไอพีด้วยความเร็วดุจแสงอุกกาบาต! เขาคือ **'ประมุขอัสนีม่วง' (PurpleLightning Patriarch)** ผู้นำสูงสุดแห่งหนึ่งในสี่มหาอำนาจผู้มีระดับการบ่มเพาะก้าวเข้าสู่ **'ผสานจิตวิญญาณขั้นปลาย ระดับสูงสุด' (PeakLate-stage Soul Merge)** ซึ่งห่างจากขอบเขตจักรพรรดิเพียงแค่ก้าวเดียว!
การกระทำของประมุขอัสนีม่วงคือการแหกกฎเหล็กของการประลองอย่างอุกอาจที่สุด!ทว่าความแค้นที่เห็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนถูกทำลายพรสวรรค์ไปต่อหน้าต่อตาทำให้มันหน้ามืดตามัว ไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ ของวิหารพิสุทธิ์สวรรค์อีกต่อไป!
"ประมุขอัสนี! หยุดเดี๋ยวนี้! ท่านกำลังละเมิดกฎของการประลอง!"ผู้อาวุโสไป๋มู่ตวาดลั่น พร้อมกับพุ่งทะยานร่างเข้าสกัดกั้น
ทว่าประมุขอัสนีม่วงได้เตรียมการไว้แล้ว! มันบีบยันต์มิติสีเลือดในมือจนแตกละเอียดสร้างม่านพลังงานสายฟ้าปิดกั้นการแทรกแซงของผู้อาวุโสไป๋มู่ชั่วคราว!
"ใครกล้าขวางข้าข้าจะลบมันให้หายไปพร้อมกับไอ้สวะนี่! ตายซะ! **'หัตถ์เทวะอัสนีกลืนสวรรค์!'**"
ประมุขอัสนีม่วงซัดฝ่ามือขวาลงมาจากฟากฟ้า!พลังปราณระดับผสานจิตวิญญาณขั้นสูงสุด ควบแน่นกลายเป็น 'ฝ่ามือสายฟ้าขนาดยักษ์' ที่มีขนาดใหญ่กว่าอุกกาบาตทั้งลูก!ประจุไฟฟ้าสีม่วงดำนับร้อยล้านโวลต์แผดเผาอากาศจำลองจนกลายเป็นสูญญากาศที่ลุกไหม้แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนอุกกาบาตที่หลินเทียนยืนอยู่เริ่มปริแตกและทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว!
นี่คือการโจมตีระดับล้างบางเมืองทั้งเมือง!ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่อยู่บนอุกกาบาตรอบข้างต่างกระอักเลือดและถูกแรงกดดันกระแทกจนปลิวละลิ่ว!
เหยียนฟานที่อยู่ห่างออกไปตะโกนสุดเสียง"หลินเทียน! หนีเร็ว! พลังระดับนั้นเจ้าตั้งรับไม่ไหวหรอก!"
ทว่าท่ามกลางวิกฤตแห่งความตายที่กำลังร่วงหล่นลงมาทับร่างหลินเทียนกลับไม่ขยับเท้าหนีแม้แต่ก้าวเดียว! แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของเขายืดตรงอย่างองอาจทรวงอกสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสีทองคำทอประกายดุดันและเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด!
> **"หากนี่คือความยุติธรรมของพวกขุนนางสวรรค์...ที่เมื่อพ่ายแพ้ก็ใช้กฎหมู่เข้าข่มเหง... งั้นข้าก็จะใช้สัจธรรมของข้าบดขยี้กฎเกณฑ์จอมปลอมของพวกเจ้าให้ดู!"**
หลินเทียนไม่ได้หลบหลีก! เขาโคจร 'หัวใจมังกรคราม' ในจุดตันเถียนจนถึงขีดจำกัดสูงสุด!ปราณสีม่วงทองและสีขาวบริสุทธิ์ที่ได้รับการชำระล้างจากหอคอยชั้นที่หนึ่งร้อยระเบิดออกจากร่างกลายเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์!
"กระบี่นิรนาม...ขีดสุดแห่งเจตจำนง!"
หลินเทียนชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าออกจากฝักอีกครั้ง!ทว่าคราวนี้ เขาไม่ได้ฟันออกไปเป็นคลื่นกระบี่ แต่เขาชูกระบี่ขึ้นชี้ฟ้าใช้คมดาบสีดำขลับที่แผ่รังสีแห่งการทำลายล้าง พุ่งเข้า 'ปะทะ' กับฝ่ามือสายฟ้าขนาดยักษ์ของประมุขอัสนีม่วงโดยตรง!
*บูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!*
การปะทะที่รุนแรงเหนือล้ำกว่าการต่อสู้ครั้งใดๆในนครสวรรค์อุบัติขึ้น! ฝ่ามือเทวะอัสนีระดับสูงสุดปะทะกับกระบี่สัจธรรมของเด็กหนุ่มผู้เพิ่งบรรลุผสานจิตวิญญาณขั้นต้น!
แรงระเบิดทำให้มิติของอวกาศจำลองถึงกับฉีกขาดเป็นรอยแยกสีดำขนาดยักษ์!คลื่นพลังงานสีม่วงดำและสีม่วงทองซัดกระจายออกไปกระแทกม่านพลังของระเบียงวีไอพีจนสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง!แสงสว่างจ้าจนผู้คนนับหมื่นต้องหลับตาแน่น
อุกกาบาตที่หลินเทียนยืนอยู่ทนรับแรงอัดไม่ไหว มันแหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา!
"ฮ่าๆๆ! มันต้องตาย! ต่อให้มันเป็นปีศาจมันก็ไม่อาจทนรับพลังของข้าได้!" ประมุขอัสนีม่วงคำรามด้วยความสะใจ
ทว่า...เมื่อแสงสว่างและฝุ่นควันจางลง...เสียงหัวเราะของประมุขอัสนีม่วงก็ชะงักค้างอยู่ก้นลำคอ!
ท่ามกลางเศษฝุ่นอุกกาบาตที่ล่องลอย...ร่างของหลินเทียนยังคงลอยตัวอยู่อย่างสงบนิ่ง!
แม้ว่ามุมปากของเขาจะมีเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาและกล้ามเนื้อท่อนแขนขวาจะปริแตกจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนทว่ากระบี่มังกรพลิกฟ้าในมือของเขากลับ **'แทงทะลุ'** ฝ่ามือสายฟ้าขนาดยักษ์นั้นจนเป็นรูโหว่!สัจธรรมแห่งการทำลายล้างของเขา ได้ดูดกลืนและบดขยี้เจตจำนงของประมุขอัสนีม่วงไปกว่าครึ่ง!
ชายหนุ่มในขอบเขตผสานจิตวิญญาณขั้นต้น...สามารถยืนหยัดรับการโจมตีสังหารเต็มกำลังจากยอดฝีมือขั้นปลายระดับสูงสุดได้โดยไม่ตาย!นี่มันปาฏิหาริย์ที่ขัดต่อกฎของสวรรค์ชัดๆ!
**คำพิพากษาของวิหารพิสุทธิ์และการประกาศสงคราม**
"พอได้แล้ว!!!"
เสียงตวาดที่แฝงไปด้วยปราณสวรรค์อันบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ดังกังวานก้องมาจากระเบียงของวิหารพิสุทธิ์สวรรค์!ลำแสงสีฟ้าอมเขียวที่เย็นเยียบและทรงอำนาจพุ่งทะลวงเข้ามากระแทกม่านพลังสายฟ้าของประมุขอัสนีม่วงจนแตกกระจาย!
ผู้ที่ลงมือคือ **'เจ้าวิหารพิสุทธิ์' (Master ofthe Pure Heaven Temple)** หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้างดงามและสูงส่งนางสวมมงกุฎบุปผาสวรรค์และถือคทาหยกวารี ระดับพลังของนางคือ **'จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ครึ่งก้าว'**! อำนาจที่สูงที่สุดในมหาทวีปฝั่งตะวันออก!
"ประมุขอัสนีม่วง!ท่านกล้าละเมิดกฎของการประลองคัดเลือกดาราลอบสังหารผู้เข้าแข่งขันต่อหน้าสาธารณชน!ท่านคิดว่าวิหารพิสุทธิ์สวรรค์ของข้าไร้ตัวตนงั้นรึ!" เจ้าวิหารตวาดรังสีพลังของนางกดทับจนประมุขอัสนีม่วงต้องกระอักเลือดและร่วงหล่นลงไปยืนบนเศษอุกกาบาต
ประมุขอัสนีม่วงกัดฟันแน่น"ท่านเจ้าวิหาร! ไอ้เด็กนั่นมันมีเจตนาอำมหิต! มันทำลายรากฐานของลูกชายข้า!มันเป็นภัยคุกคามต่อนครสวรรค์!"
"การต่อสู้บนลานประลองดาบและกระบี่ไร้ตา! เหลยขวงเป็นผู้ท้าทายด้วยตนเองเมื่อพ่ายแพ้ก็ต้องยอมรับชะตากรรม!" เจ้าวิหารประกาศกร้าว"หากท่านกล้าลงมืออีกครั้ง ข้าจะถือว่าตระกูลอัสนีม่วงประกาศสงครามกับวิหารพิสุทธิ์สวรรค์และข้าจะลบชื่อตระกูลท่านออกจากมหาทวีปเดี๋ยวนี้!"
คำประกาศที่เด็ดขาดของเจ้าวิหารทำให้ประมุขอัสนีม่วงต้องกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อมันรู้ดีว่าแม้สี่มหาอำนาจจะยิ่งใหญ่ ทว่าวิหารพิสุทธิ์สวรรค์คือตัวแทนของกฎเกณฑ์ที่แท้จริงหากเปิดศึกตอนนี้ ตระกูลของมันต้องพินาศอย่างแน่นอน
มันตวัดสายตาอาฆาตมาที่หลินเทียน"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้สวะ! ออกจากลานประลองนี้เมื่อไหร่ข้าจะตามล่าแกไปจนสุดขอบนรก!" มันสะบัดแขนเสื้อคว้าท่อนร่างของเหลยขวงที่สลบไสล ก่อนจะทะยานร่างกลับขึ้นไปยังระเบียงวีไอพีด้วยความอัปยศอดสูที่สุด
ความเงียบเข้าปกคลุมสมรภูมิสุดยอดดาราอีกครั้งทว่าครั้งนี้ ทุกสายตาไม่ได้จับจ้องไปที่ความพ่ายแพ้ของตระกูลอัสนีม่วง แต่พวกเขาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะรอดชีวิตจากการโจมตีของประมุข
หลินเทียนใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปากอย่างลวกๆเขาไม่ได้แสดงความดีใจที่รอดตาย หรือความขอบคุณต่อเจ้าวิหารพิสุทธิ์ทว่าดวงตาสีทองของเขากลับกวาดมองไปยังระเบียงของ 'หอหมื่นวิญญาณ' 'สำนักดาบเหมันต์ดับสูญ' และ 'ตระกูลอัสนีม่วง' อย่างท้าทาย
หลินเทียนยกกระบี่มังกรพลิกฟ้าขึ้นชี้ตรงไปยังกลุ่มผู้นำของสี่มหาอำนาจ!
> **"ไม่ต้องรอให้ออกไปจากลานประลองหรอก...หากพวกเจ้าขลาดกลัวสัจธรรมของข้าจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ก็จงส่งอัจฉริยะที่พวกเจ้าภาคภูมิใจที่สุดลงมาให้หมด!ไม่ว่าจะส่งมาทีละคน หรือจะลงมารุมข้าพร้อมกันข้าก็จะสับพวกมันให้แหลกคาอุกกาบาตลูกนี้แหละ!"**
คำประกาศกร้าวที่โอหังทะลุขีดจำกัดของมนุษย์!
การท้าทายสี่มหาอำนาจพร้อมกันกลางลานประลอง!ไม่เคยมียอดฝีมือคนใดในประวัติศาสตร์กล้าทำเช่นนี้มาก่อน!
"บ้าไปแล้ว...มันบ้าไปแล้วจริงๆ!" เหยียนฟานเอามือกุมขมับ ทว่าลึกๆในใจกลับเดือดพล่านไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
เซียวเฉียนที่มองดูอยู่บนระเบียงวิหารพิสุทธิ์ถอนหายใจยาว นางรู้ดีว่า บัดนี้ นครสวรรค์ไม่อาจกลับไปสงบสุขได้อีกต่อไป มังกรที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะ แต่มันต้องการจะ 'ล้างบาง' โครงสร้างอำนาจทั้งหมดของมหาทวีป!
มหาสงครามแห่งดวงดาวรอบต่อไปกำลังจะเปิดม่านขึ้นด้วยความเคียดแค้นและบ้าคลั่งที่สุดในประวัติศาสตร์!
**จบบทที่ 53(การพิพากษาของกระบี่นิรนาม)**