บทที่ 122
แม่ทัพหวงกลับเมือง
เมืองชายแดนเริ่มกลับสู่สภาพเดิม ข่าวการมีชีวิตอยู่ของแม่ทัพหวงเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับผู้คนภายในเมือง
หวงเจียวลู่ยังคงมีชีวิตอยู่ เขาหายไปภายในป่าหลายสิบวัน ผู้คนภายในเมืองพากันวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะเกรงว่าการหายตัวไปของแม่ทัพหนุ่มมันจะทำให้เมืองแห่งนี้เกิดสงครามขึ้นมาอีก ตรวจคนที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากภายในเมืองและดินแดนแถบนี้อย่างหวงเจียวลู่ขาดไม่ได้
เสี่ยวเฉินรับคำสั่งจากแม่ทัพนมเดินทางกลับมาที่เมือง แจ้งข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับขุนพลสือรับรู้
หลังจากที่ขุนพลคู่กายได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ป่าวประกาศออกไปอย่างรวดเร็ว ให้กับผู้คนภายในเมืองส่วนใหญ่ได้ล่วงรู้
แน่นอนว่าการปรับอากาศเกี่ยวกับข่าวการมีชีวิตอยู่ของหวงเจียวลู่ มันทำให้ผู้คนภายในเมืองพากันดีใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
การมีอยู่ของแม่ทัพหนุ่มแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของกองทัพ การรุกรานดินแดนและการต่อสู้แย่งชิงเองก็จะลดน้อยลง
บ่งบอกถึงความปลอดภัยของเหล่าผู้คนภายในเมือง เพราะเช่นนั้นผู้คนภายในเมืองด้วยพากันโล่งใจเมื่อได้ยินว่าท่านแม่ทัพหนุ่มยังคงปลอดภัยดี
เพียงแค่นี้ภายในเมืองมันเองก็กลับสู่สถานการณ์ปกติ ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องสงครามก่อนหน้านี้ที่เคยพูดถึงมันหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ผู้ที่ปล่อยข่าวประสงค์ร้ายให้กับเมืองแห่งนี้หายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไม่มีร่องรอย แต่ถึงอย่างไรในยามนี้ก็ถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้
หวงเจียวลู่เดินทางมุ่งตรงกับเข้ามาภายในเมือง หลังจากที่พวกทหารที่บาดเจ็บได้พักฟื้นร่างกาย เร่งเดินทางผ่านป่ากลับเข้ามาภายในเมือง
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพหนุ่มเดินทางกลับเข้ามาภายในเมือง ผู้คนภายในเมืองมากมายยิ่งยินดี
เพียงแค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าการมีอยู่ของแม่ทัพหนุ่มนั้นเป็นจริง เขาไม่ได้ตายอยู่ภายในป่าอย่างข่าวลือ
และก็ไม่มีสงครามที่เกิดขึ้นอย่างที่มีผู้คนมากมายปล่อยข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซูฉีเดินทางกลับมาพร้อมกับกองทัพของแม่ทัพหวง
เมื่อนางเดินทางกลับมาถึงเมืองก็มาตรวจสอบกิจการของตนเอง ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ 2 วันเมื่อมีข่าวคราวว่าแม่ทัพหนุ่มยังมีชีวิตอยู่
มันจะทำให้ผู้คนที่อพยพออกไปจากเมือง พากันทยอยกลับเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้อีกครั้ง
แม้ว่าจำนวนจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันเองก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากอยู่ การกลับมาของผู้คนจำนวนมาก ย่อมกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเมืองแห่งนี้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ
“ คุณหนูท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ ” ลี่ถังชะโงกหน้าชะโงกตา ใช้ดวงตาสอดส่องร่างกายของซูฉี
นางตรวจสอบร่างกายของคุณหนูของนางเพื่อความแน่ใจ ให้มั่นใจว่าคุณหนูของนางไม่เป็นอันใดจริงๆ
หลังจากลองตรวจสอบร่างกายของคุณหนูของนางแล้ว พบว่าไม่มีบาดแผลปรากฏขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
อาจจะมีความเหนื่อยล้าที่ปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าบ้างแต่มันเองก็ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์
ซูฉีเหนื่อยล้ากับการเดินทางเป็นเพราะว่าต้องเดินทางไกล นอกจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทางแล้วมันเองก็ไม่มีบาดแผลหรือว่าอันใดที่ส่งผลกับร่างกายของนาง
การเดินทางในครั้งนี้แม้จะดูลึกลับในอันตรายไปบ้าง แต่ว่านางก็ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการเดินทางในครั้งนี้
“ ก็ไม่เป็นอันใดอย่างไรเล่า ข้าจะเป็นอันใดได้ก็บอกแล้วอย่างไรว่าเดินทางครั้งนี้เจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวล ” ซูฉีพึมพำกับสาวรับใช้
“ ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะเจ้าค่ะแต่ว่าผู้ใดจะวางใจได้ข้าเองก็เกรงกลัวว่าคุณหนูจะเป็นอันตราย ”
“ ด้านนอกกำแพงเมืองที่ชายแดนแห่งนี้มีแต่สิ่งอันตราย ผู้ใดจะไม่เป็นกังวลล่ะเจ้าคะ ”
“ แต่คุณหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัยเช่นนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ อย่างน้อยข้าเองก็โล่งใจที่ท่านกลับมาได้อย่างปลอดภัย ”
“ เรื่องนั้นช่างเถอะแต่สิ่งที่เขาอยากรู้ตอนนี้ก็คือภายในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง ”
“ สถานการณ์ภายในเมืองร่วมกับสู่สถานการณ์ปกติแล้วเจ้าค่ะ หลังจากที่เมื่อประมาณ 2 วันก่อนข่าวคราวการมีชีวิตอยู่ของแม่ทัพหวงได้ถูกส่งมาถึงผู้คนภายในเมือง ”
“ เมื่อป่าวประกาศเกี่ยวกับเรื่องนั้นให้กับผู้คนภายในเมืองล่วงรู้ มันก็ทำให้คนภายในเมืองเริ่มคายความตื่นตระหนกตกใจ ”
“ ความกังวลก่อนหน้านี้ของผู้คนแอบเปลี่ยนใจเป็นความยินดี ”
“ สถานการณ์ภายในเมืองเลยสามารถสยบเอาไว้ได้ ก่อนหน้านี้ถ้าเกิดว่าข่าวการมีอยู่ของแม่ทัพหวงส่งมาช้ากว่านี้อีกเล็กน้อยมันอาจจะทำให้ภายในเมืองสถานการณ์ย่ำแย่ลงก็ได้ ”
“ แต่ถือได้ว่าข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ส่งมาได้ทันเวลาพอดี ”
“ ในยามนี้ผู้คนภายในเมืองที่เดินทางออกไปก็เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ามาภายในเมืองมากขึ้น ”
“ ส่วนเรื่องที่คุณหนูได้สั่งเอาไว้ไม่จำเป็นจะต้องกังวลนะเจ้าคะ ถ้าสามารถควบคุมคนงานของพวกเราได้ ”
“ ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่จำเป็นจะต้องกังวล กิจการภายในสวนมันเองก็กำลังไปในทิศทางที่ดี ”
“ ผักของเราก็ส่งขายให้กองทัพอย่างต่อเนื่อง ผักและผลผลิตที่ได้รับมาก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ” ลี่ถังรายงานเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดให้กับคุณหนูได้ล่วงรู้
ซูฉีไม่ได้กังวล ก่อนที่นายจะเดินทางออกไปจากเมืองแห่งนี้ งานคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอย่างไรบ่าวรับใช้คนสนิทของนางผู้นี้ก็สามารถจัดการเรื่องต่างๆแทนนางได้
เพราะแบบนั้นนางเลยไม่มีความกังวลและมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะสามารถทำได้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆสถานการณ์ทุกอย่างของกิจการที่กำลังทำอยู่ก็ดำเนินไปได้ด้วย
“ ข้ามั่นใจอยู่แล้วว่าเจ้าสามารถทำได้ ”
“ เอาล่ะข้าคงต้องไปพักผ่อนสักหน่อย เดินทางมาหลายวันเต็มๆได้พักเหนื่อยเพียงแค่เล็กน้อยตอนนี้ร่างกายของข้าเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ”
“ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะข้าจะเตรียมน้ำอุ่นให้ ” ลี่ถังรีบกระตือรือร้นจัดเตรียมที่พักผ่อนให้กับคุณหนูของนาง
“ ว่าแต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ? ” บ่าวรับใช้คนสนิทชะงักถามอย่างสงสัย
คนส่วนใหญ่ภายในเมืองรู้ว่าแม่ทัพหนุ่มเดินทางกลับมาแล้ว แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากกว่านั้นก็คือตอนนี้แม่ทัพหนุ่มเป็นอย่างไรบ้าง
ซูฉีเหลือบสายตามองบน ก่อนที่นางจะพึมพำออกมา “ นั่นสินะตอนนี้อย่างนั้นหรือ… ก็คงจะจัดการเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆภายในกองทัพอยู่กระมัง ”
…
ในอีกด้านหนึ่ง
ณ กองทัพเกราะดำ
กองทัพขนาดใหญ่ต้องขนาดอยู่บริเวณรอบเมือง สถานที่ตั้งมั่นของกองทัพเกราะดำพันเกรียงไกร แม่ทัพหนุ่มไม่ได้เดินทางกลับมาหลายวัน
เขาเดินทางกลับมาภายในเมือง หลังจากที่ช่วยผู้คนที่ออกไปสำรวจได้สำเร็จ เดินทางกลับมาแม้ว่าสถานการณ์ภายในกองทัพจะดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้
แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่มั่นคงสักเท่าไหร่ แม่ทัพหนุ่มรู้ดีเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้ราวกับว่าถูกจัดสรรมาแล้วจากใครสักคน
หวงเจียวลู่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้า ตำแหน่งที่นั่งประธานภายในกระโจมขนาดใหญ่ใจกลางกองทัพ
ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ด้านหน้ามีสือหยางและเสี่ยวเฉินกับเสี่ยวหลงยืนอยู่
“ ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่ตัวของข้าคิดจริงๆสิ ” หวงเจียวลู่กล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“ ใช่ขอรับท่านแม่ทัพเป็นอย่างที่ท่านคิด”
“ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าทางเมืองหลวง จะเปิดสงครามกับพวกเราอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ”
เหตุการณ์ที่ผ่านพ้นมาก่อนหน้าหนาว มันทำให้การบาดหมางของกองทัพและราชสำนักใหญ่โตมากขึ้น
จนตอนนี้มันกลายเป็นสงครามเย็นภายในอาณาจักรเดียวกันไปแล้ว ในครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยเพราะแบบนั้นใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มจึงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
จบบท