อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 159 ค่าตอบแทน

    ตอนที่ 159


    รายนามทั้ง 9 ของอัจฉริยะรุ่นเยาว์นั้น เรียกเสียงฮือฮาเป็นวงกว้าง...สำหรับ 4 อันดับแรกนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ยังคงเป็นชื่อของ เฉียงตงฟางไป๋หู่จิวหรง เจี่ยโย่วเทียน และ ซวงฉวี่ ไล่ลำดับเรียงกันลงมา...

     

    ทว่าสำหรับรายนามที่ 5 นั้น... เดิมที่เป็นตำแหน่งของ เกาทงหลิน ทว่าด้วยอุบัติเหตุจากการประลองแน่นอนว่า เกาทงหลิน ย่อมมิอาจกลับคืนสู่ตำแหน่งหรือรักษาตำแหน่งต่อไปได้อีกแล้วจึงถูกตัดรายนามทิ้งไปแล้วถูกแทนขึ้นใหม่...

     

    “อัจฉริยะรุ่นเยาว์ ลำดับที่ 5 ซุน แห่งสำนักสายลมประจิม”

     

    สำหรับในลำดับที่ 6 และ ลำดับที่ 7 ถัดมานั้น ยังคงเป็นสองพี่น้องฝาแฝดอี้เหวินเจีย และ อี้เหวินจิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนนี้... ทว่ารายนามลำดับที่ 8คือ ลั่วชิงเหอ แห่งสำนักสายลมประจิม และ ลำดับที่ 9 ซางกวานเฉิน แห่งพรรคมังกรฟ้า...

     

    การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ แน่นอนว่าจะต้องมีการตั้งคำถามเกิดขึ้นในด้านรายนามของ ลั่วชิงเหอ และ ซางกวานเฉิน นั้นมีชื่อเสียงมาสักระยะแล้ว จึงเป็นที่ประจักษ์แก่ความเหมาะสม...แต่สำหรับ ซุน นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งครั้งนี้ ทว่าตัวของ ซุนนั้นยังถือว่ามีผลงานและชื่อเสียงโดยรวมที่น้อยเกินไป การที่ผู้เยาว์ไร้นามสามารถดีดตัวขึ้นมาคว้าอันดับที่5 ในอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ในการประลองครั้งเดียวนั้นมีโอกาสเป็นไปได้ที่น้อยมาก

     

    ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ ซุน ดีดตัวเองขึ้นมาถึงระดับนี้ได้ มีเหตุผลอยู่2 ประการด้วยกัน... อันดับแรกคือพลังฝีมือที่ประจักษ์แจ้งในความแข็งแกร่งและเหมาะสมกับคำจำกัดความว่าเป็นอัจฉริยะมากที่สุด เพราะการที่ ซุนสามารถเอาชนะผู้ที่มีพื้นฐานเหนือล้ำกว่าได้มากมายนั้น คือที่สิ่งที่ทำให้ไม่มีใครข้าเอ่ยแย่งในเรื่องความเป็นอัจฉริยะทั้งในด้านทักษะ สมาธิ ไหวพริบ ทุกอย่างล้วนแตะย่างในขอบเขตสูงสุดตั้งแต่อายุยังน้อยทำให้สมาพันฯ ให้น้ำหนักกับส่วนนี้อย่างมาก

     

    และประการที่สอง... นั่นคือการที่ อวิ๋นหยางหลิ่ง ได้เข้าไปชี้แจงกับทางสมาพันฯ โดยตรง เปิดเผยหลักฐานว่า ซุน คือศิษย์ลับของสำนักสายลมประจิม และให้เหตุผลที่ต้องปิดบังเรื่องนี้ในช่วงแรกจากการถูกศัตรูตามล่าหลักฐานของ อวิ๋นหยางหลิ่ง แน่นหนามาก ทั้งเคล็ดวิชารวมถึงอาวุธที่ ซุนใช้ก็ยังชัดเจน ทางสมาพันฯ จึงให้การยอมรับ...

     

    ซึ่งการมีขุมกำลังใหญ่รองรับเช่นนี้ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าผู้เยาว์ที่ไร้สังกัดเรื่องของตำแหน่งจึงสามารถส่งมอบได้อย่างไม่เป็นกังวล... นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รายนามของ ซุน ถูกกำกับชี้ชัดว่าเป็นศิษย์ของสำนักสายลมประจิม มิใช่ผู้เยาว์สังกัดอย่างที่ได้รายงานตัวในคราแรก...

     

    แน่นอนว่าการประกาศออกมาเช่นนี้ย่อมทำให้ขุมกำลังมากมายที่เพ่งเล็งจะดึง ซุน เข้าร่วมสำนักต่างก็ต้องผิดหวัง...ทั้งยังมีบางส่วนเข้ามาแสดงความยินดีกับทางสำนักสายลมประจิมอีกด้วยที่ในตอนนี้ภายในสำนักมี อัจฉริยะรุ่นเยาว์มากถึง 3 คนเป็นรองเพียงแค่พรรคมังกรฟ้าที่มีจำนวน 4 คน เท่านั้น...

     

    เสียงหัวเราะ และใบหน้าชื่นบานของ อวิ๋นหยางหลิ่งมีออกมาอย่างชัดเจน แม้แต่ เตียมู่หยง และ เป่ยเตียวหุย ก็มิได้แตกต่างกัน ล้วนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ได้รับคำชื่นชมตลอดทั้งวัน...

     

    ภายในห้องพักฟื้น...

     

    ซุน จากที่คราแรกแสร้งหมดสติหลบเลี่ยงการตอบคำตามของ ไป๋หู่จิวหรงทว่าเมื่อมีการประกาศรายนามขึ้นบนเวที ซึ่งได้ฉายภาพนิมิตมายังห้องพักฟื้นแห่งนี้ด้วยดวงตาของ ซุน ก็พลันเบิกโพรงไปในทันที...

     

    ไป๋หู่จิวหรง และ เจี่ยโย่วเทียน แม้จะเอ่ยปากแสดงความยินดี แต่ก็คล้ายว่าจะไม่ได้เข้าหูของซุน สักนิด... เพราะบัดนี้ทุกสิ่งที่เจ้าตัวคิดคะเน วางแผนเอาไว้มันได้ผิดพลาดไปหมดผลประโยชน์มหาศาลที่ ซุน วาดฝันเอาไว้ บัดนี้ได้มลายไปสิ้นในพริบตา...

     

    “บ้าเอ้ย!! เจ้าสำนักอวิ๋น นี่เป็นจิ้งจอกเฒ่าดี ๆ นี่เอง!! ข้าอุตส่าห์ปกปิดตัวตน แต่สุดท้ายยามประกาศรายนาม กลับถูกยัดเยียดเข้าสังกัดสำนักสายลมประจิมอยู่ดี!!” ซุน เผยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวอีกครั้ง สร้างความงุนงงให้กับ ไป๋หู่จิงหรงและ เจี่ยโย่วเทียน เป็นอย่างมาก

     

    “ศิษย์น้อง... เจ้าก็อยู่สังกัดสำนักของเราจริง ๆ นี่ มีสิ่งใดที่ทำให้เจ้าเสียผลประโยชน์งั้นหรือ?!” เจี่ยโย่วเทียน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

     

    ซุน กัดฟันดังกรอด ก่อนจะกล่าว...

    “พวกท่านคิดดู... หากข้าได้รับตำแหน่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ในนามของซุน โดยไร้สังกัด ขุมกำลังมากมายในทวีปพยัคฆ์ขาวแห่งนี้ก็คงพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับข้าไร้ขีดจำกัด เพื่อแลกกับการดึงข้าเข้าสังกัด สร้างชื่อให้กับสำนักขนาดกลางหรือขนาดเล็กเหล่านั้น!!

     

    ทว่าในตอนนี้ มันได้พลังทลายไปหมดแล้ว!!”

     

    ซุน เอ่ยพรรณนาถึงหนทางที่วาดเอาไว้ ตั้งใจจะขายชื่อเสียงตนเองแลกเป็นค่าตอบแทนบางส่วนแต่ในเวลานี้กลับทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะเรื่องที่ตนเป็นคนสำนักสายลมประจิม ล่วงรู้ไปถึงสมาพันฯเรียบร้อยแล้ว...

     

    เด็กหนุ่มหันมอง กระบี่พันชั่ง ที่หมดสภาพในมือด้วยใจที่เศร้าอาดูรก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ อวิ๋นหยางหลิ่งตัดช่องทางรายได้มหาศาลของตนออกไป เพียงเพื่อให้กลายเป็นชื่อเสียงที่ไหลเวียนมาสู่สำนักสายลมประจิม

     

    “คอยดูเถอะ... หากตัวข้าผู้ชักนำชื่อเสียงมากมายมาสู่สำนักไม่ได้รับค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อจากสำนักสายลมประจิมล่ะก็ จะได้รู้กันว่า แมวสวรรค์ผู้นี้จะทำอะไรได้บ้าง!!” เสียงที่แค่นออกมาจากก้นบึ้งแห่งจิตใจ เต็มไปด้วยความมุ่งมาดจริงจัง

     

    ไป๋หู่จิงหรง และ เจี่ยโย่วเทียน ถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ สีหน้าเหยเกเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของ ซุน ในเวลานี้ ที่ดูคล้ายว่าจะมีความแข็งขันมากยิ่งกว่าตอนที่ขึ้นไปบนเวทีประลองเสียอีกบ่งบอกถึงลำดับความสำคัญภายในจิตใจได้เป็นอย่างดี...

     

    ..........................................

     

    การประลองยุทธรุ่นเยาว์ในวังหลวง จบสิ้นลงเพียงเท่านี้... ซึ่งการประลองอาจเป็นเรื่องที่ดูยิ่งใหญ่และเป็นความใฝ่ฝันของหลายๆ คน ทว่ามันกลับเป็นเพียงกิจกรรมส่วนเล็ก ๆ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับงานอภิเษกที่สั่นคลอนยุทธภพเท่านั้นเอง...

     

    เป้าหมายแท้จริงในการสร้างระลอกคลื่นมหึมา ที่ถาโถมสั่นคลอนรากฐานของยุทธภพคือการแสดงแสนยานุภาพของขุมกำลังต่าง ๆ ภายในงานอภิเษกนี้ต่างหากและมันก็ยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลกับชนชั้นผู้เยาว์ ชนิดที่ว่าแม้ต้องการจะเข้าไปรับชมก็ยังไม่อาจทำได้...

     

    ภายในวังหลวงยังคงมีการดำเนินงานต่อไปอีกหลายวัน ทว่าในส่วนนั้นซุน ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอีกแล้ว ถูกส่งตัวกลับไปยังสำนักสายลมประจิม ท่ามกลางการคุ้มกันของ3 ผู้นำสำนักสายลมประจิม และยังมีการขอเรียกกำลังพลบางส่วนกับทางราชวงศ์ไป๋หู่ ให้ช่วยในการคุ้มกันอีกด้วย

     

    แน่นอนว่าทั้งหมดเพราะทุกคนทราบดี

    ว่าเวลานี้ ซุน ได้เริ่มถูกเพ่งเล็งอีกครั้งแล้ว...

     

    เกาเทียนฉี และ ลู่เหรินฮ่าว ได้แต่เฝ้าจากที่ไกล ๆไม่อาจทำอะไรได้ จริงอยู่ที่หากคิดจะลงมือก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเสียเลย ทว่าด้วยจำนวนของผู้ปกป้องที่มากมายระดับนี้ตัวของลู่เหรินฮ่าว ก็ไม่คิดที่จะแสดงตัวโจ่งแจ้งออกมา การจะสังหารปิดปากทุกคนที่ตามมาปกป้องนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

     

    และหากมีใครคนใดคนหนึ่งหลบหนีออกไปได้ล่ะก็ ต่อให้ได้ตัว ซุนมาไว้ในกำมือ แต่ก็จะทำให้ข่าวแพร่กระจายออกไปในทันทีว่า เทพปรมาจารย์ อย่างตนเองนั้นเป็นหนึ่งในคนของกลุ่มองค์กรมืดคิดมาถึงตรงนี้แล้ว ลู่เหรินฮ่าว จึงทำได้เพียงเฝ้ามอง ซุน ด้วยสายตาที่ล้ำลึกเท่านั้น...

     

    “เวลานี้ ซุน เป็นที่จับสังเกตเกินไป จากตำแหน่งชนะเลิศในระดับผู้เยาว์ของทวีปคงต้องรอให้เรื่องเงียบลงกว่านี้เสียก่อน ต่อให้เป็นสำนักสายลมประจิม ต่อให้เป็นอวิ๋นหยางหลิ่ง ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับข้าได้...” ลู่เหรินฮ่าวกล่าวเนิบนาบทั้งรอยยิ้มน่าขนลุก

     

    ในเมื่อรู้ที่อยู่ของ ซุน แล้ว ตนก็มิจำเป็นต้องเร่งร้อนใจหากเทียบกับก่อนหน้านี้ที่เด็กหนุ่มหายเข้ากลีบเมฆไปไร้ร่องรอย การทราบถึงสถานที่หลบซ่อนเช่นนี้แม้อีกฝ่ายจะเป็นหนึ่งในสำนักใหญ่ของทวีป แต่ในด้านวิธีการ ลู่เหรินฮ่าวก็ยังมีอยู่หลายวิธีเพื่อใช้จัดการ

     

    ทว่าสิ่งที่ทำให้ ลู่เหรินฮ่าว เป็นกังวล กลับเป็นเรื่องของเกาเทียนฉี... ดวงตาของผู้ชราคนนี้ เปี่ยมล้นไปด้วยไอสังหารยามจ้องไปยัง ซุน แม้ตนจะกำชับไปอย่างหนักว่า ซุน คือคนที่มิอาจทำการสังหารได้ มิเช่นนั้นจะยิ่งกระตุ้นให้ เหยาหมิงเงียบงันมากยิ่งขึ้น และอาจไม่สามารถเปิดปากของ เหยาหมิง ได้อีกแล้ว

     

    “อย่าได้คิดทำอะไรโง่ ๆ เด็ดขาด... ต่อให้เจ้าเป็น 1 ใน 10 แกนนำกลุ่มข้าก็ยังมีอำนาจพอจะสังหารเจ้าได้... เกาเทียนฉี!!” ลู่เหรินฮ่าว ข่มขู่อีกครั้งหากแต่ก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของไอสังหารจาก เกาเทียนฉี แม้สักนิด จึงได้แต่รู้สึกเอือมระอา...

     

    สุดท้ายท่ามกลางขบวนป้องกันที่แน่นหนา ซุน ก็สามารถไปถึงเขตสำนักสายลมประจิมยังพื้นที่ 4 ขุนเขา 1 ทะเลสาบได้ในที่สุด และเข้ารับการรักษาตัวอย่างดีที่สุดจากผู้อาวุโสมู่ แห่งหอธาตุพฤกษา คนเดียวกับที่เคยทำการรักษา ซุน ตอนที่ตกลงมาจาก ผาเสียดฟ้า...

     

    ทั้ง เจี่ยโย่วเทียน และ ลั่วชิงเหอ ก็ยังเข้ารับการรักษาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน...ในวันแรกที่เข้ารักษาตัว ชัดเจนว่าอาการของ ซุน นับว่าย่ำแย่ที่สุด มีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่งที่ลึกจนเห็นกระดูกเส้นลมปราณก็เกิดความเสียหาย เพราะหลังจากที่เพิ่งฝ่าทะลุขั้นก็เร่งร้อนดึงพลังออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีเวลาปรับสภาพลมปราณสาหัสยิ่งกว่าผู้ใด

     

    ทว่าหลังผ่านไป 3 วัน การฟื้นตัว ซุน กลับเหนือล้ำกว่าคนอื่น ๆ อย่างไม่อาจเปรียบเทียบ!! บาดแผลของ เจี่ยโย่วเทียน และ ลั่วชิงเหอ ยังไม่แห้งดีเสียด้วยซ้ำทว่าของ ซุน กลับเริ่มสมานติดกันเข้าแล้ว สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้อาวุโสมู่อย่างมาก

     

    อีก 2 วันต่อไป ซุน เริ่มที่จะปรับลมปราณให้เข้าที่ บาดแผลโดยรวมฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว...ตลอดเวลาที่ทำการรักษา ซุน มักจะเอ่ยถามกับผู้อาวุโสมู่มาโดยตลอดถึงการกลับมาของเจ้าสำนักอวิ๋น...

     

    เพราะหลังจากที่ได้กลับมาส่ง ซุน เข้าเขตสำนักแล้ว อวิ๋นหยางหลิ่ง ก็กลับเข้าไปที่วังหลวงเพื่อเข้าร่วมงานพิธีอภิเษกต่อในทันทีไม่เปิดโอกาสให้ ซุน ได้เอ่ยปากใด ๆ ขึ้น ถึงแม้ช่วงที่ เตียมู่หยง และเป่ยเตียวหุย จะเข้ามาเยี่ยมเยือน ตัวของ ซุน ที่ยังไม่ยอมแพ้เรื่องค่าตอบแทนที่ตนสูญเสียไปเอ่ยปากตรง ๆ กับรองเจ้าสำนักทั้งสอง ทว่าทั้งคู่ก็ได้แต่อึ้งงัน ไม่อาจให้คำตอบกับซุน ได้ชัดเจน จำเป็นต้องรอให้เป็นการตัดสินใจของ เจ้าสำนักอวิ๋น เท่านั้น...

     

    ซุน จึงเฝ้ารอด้วยความร้อนรน... และในวันนี้ พอได้ข่าวว่า อวิ๋นหยางหลิ่งกลับมาที่สำนักแล้ว ทั้งยังประจำอยู่ที่ตำหนักสายลมเหนือ... ตัวของ ซุน ก็ไม่คิดที่จะนอนซบอยู่ที่นี่อีกต่อไปขอตัวลาผู้อาวุโสมู่ ให้เหตุผลว่าแข็งแรงดีแล้ว ไม่ทันที่ชายชราจะเอ่ยตอบ ซุนก็พุ่งทะยานดุจดาวตกออกจากหอพฤกษา มองไม่ออกสักนิดว่าเคยบาดเจ็บสาหัสเมื่อไม่กี่วันก่อนตรงไปยังตำหนักสายลมเหนือทันที...

     

    ดวงตาของ ซุน เผยความไม่ยินยอม... แม้สำนักสายลมประจิมจะมีบุญคุณกับตนมากมายทว่าในบุญคุณย่อมเป็นส่วนของบุญคุณ ชื่อเสียงที่ได้รับมาก็ทำให้ความยิ่งใหญ่ของสำนักสายลมประจิมถูกยกระดับขึ้นไปมากแล้วจนเวลานี้อยู่เหนือล้ำกว่า สำนักบุปผาประจิม และพรรคราชสีห์สวรรค์ ขึ้นไปอีกขั้นในทวีปพยัคฆ์ขาวเป็นรองแค่ ราชวงศ์ไป๋หู่ และพรรคมังกรฟ้าเท่านั้น...

     

    แต่ในส่วนของค่าตอบแทนที่ขาดทุนไป ก็ย่อมต้องเก็บคืนให้เหมาะสม!! นี่ต่างหากคือความยุติธรรมในความคิดของ ซุน ความตระหนี่ถี่เหนียวในจิตใจของเด็กหนุ่มมันเริ่มพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ที่เริ่มรู้ถึงค่าใช้จ่ายในการ หมักบ่มสุรา และหล่อหลอมศพ ดังนั้นจิตใจที่มีความแรงกล้าในส่วนนี้ จึงไม่ยินดีที่จะปล่อยผ่านเลยไปโดยถูกเอารัดเอาเปรียบ...

     

    “คอยดูเถอะ หากไม่ให้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อล่ะก็...

    ข้าจะขอย้ายไปที่หน่วยมือปราบเทพพยัคฆ์ให้ดู!!”

     

    ………………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810