ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ภูเขาพังพินาศ

    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ศิษย์สายในจำนวนมากเริ่มมองดูฟางเฉินฝึกแกว่งดาบทุกวันและเมื่อพวกเขาได้เห็นความพยายามและอดทนของฟางเฉินพวกเขาก็เริ่มได้รับแรงบัลดาลใจและหันกลับไปขัดเกลาทักษะของตัวเองให้อยู่ระดับสูงสุด“เจ้าเด็กนี่ทำได้ไม่เลวเลยที่ทำให้บรรยากาศในเขตศิษย์สายในเปลี่ยนไป” ผู้อาวุโสที่ดูแลศิษย์สายในพากันกล่าวชื่นชมฟางเฉินออกมาแต่เจ้าตัวกลับไม่ได้รับรู่อะไรเลย ทุก ๆวันฟางเฉินจะทำเพียงบ่มเพาะ กวัดแกว่งดาบ เพียงแค่นั้น แต่ฟางเฉินก็เริ่มรับรู้ได้ว่าตอนนี้น้ำหนักของดาบใหญ่เบาลงอย่างมากจนฟางเฉินสามารถยกดาบด้วยมือเดียวได้แล้ว แต่นั้นฟางเฉินก็ยังไม่พอใจเป้าหมายของฟางเฉินคือฝึกทักษะดาบเพลิงผลาญสวรรค์ให้สำเร็จขั้นต้นให้ได้“เอาละ” วันนี้ฟางเฉิยหยุดกวัดแกว่งดาบลง เป็นเวลา 15 วันแล้วที่ฟางเฉินกวัดแกว่งดาบไม่หยุดพัก“เพลิง!!!!” ฟางเฉินคำรามออกมาเปลวเพลิงปะทุออกมาจากตัวของฟางเฉินจากนั้นฟางเฉินก็ควบคุมการใหลเวียนของเปลวเพลิงให้ไปควบแน่นอยู่ที่ตัวดาบ“ใช่แล้วฟางเฉินจากนั้นค่อยๆบีบอักเพลิงเข้าไปที่ตัวดาบซะ” ความโลภคอยแนะนำฟางเฉินที่ต้องใช้สมาธิควบคุมการใหลเวียนของเปลวเพลิงแล้วยังต้องแย่งสมาธิมควบคุมการบีบอัดเปลวเพลิงอีกทำให้ฟางเฉินรู้สึกตรึงเครียดอย่างมาก“ดูนั่นฟางเฉินคิดจะทำอะไร”“เพลิงนี่มันอะไรกันทำไมมันร้อนแบบนี้”“ข้าชักไม่ดีแล้ว ถ้าสเพลิงนั่นระเบิดขึ้นมาพวกเราซวยแน่” ศิษย์สายในพากันแตกตื่นและหลบหนีออกมาผู้อาวุโสในระดับปฐพีช่วยไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าแตกตื่นพวกเขารีบกางม่านพลังรอบ ๆ บริเวณฟางเฉินเอาไว้เพราะกลัวว่าเปลวเพลิงที่ฟางเฉินกำลังบีบอักจะระเบิดออกมา“บีบอัดเข้าไปอีกฟางเฉิน เจ้าจะต้องฝึกแบบนี้ทุกวันจนกว่าเจ้าจะใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยวลมหายในการบีบอัดเพลิง” ความโลภกล่าว“แน่นอนแต่ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าเริ่มจะควบคุมไม่อยู่แล้ว” ฟางเฉินที่กำลังแสดงสีหน้าจริงจังหน้าเริ่มถอดสี“เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งให้มันระเบิดตอนนี้ใช่แล้วฟาดฟันออกไปเลย ฟันไปตรงใหนก็ได้” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอถ้างั้น” ฟางเฉินหลับตาพร้อมกลับยกดาบขึ้นและฟาดฟันออกไป“แย่แล้ว!!!!!!!” ผู้อาวุโสทั้งสองคนพากันแสดงสีหน้าแตกตื่นพวกเขาไม่คิดว่าพลังที่ออกมาจากดาบของฟางเฉินจะทรงพลังแบบนี้“ม่านพลังเอาไม่อยู่แน่” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว“ตูม!!!!!!!!!!!!”คลื่นเปลวเพลิงพุ่งทะยานออกไปชนเข้ากับม่านพลังทันที แต่ม่านพลังนั้นเป็นม่านพลังที่ผู้อาวุโสทั้งสองพึ่งสร้างขึ้นมาทำให้มันไม่แข็งแกร่งมากนัก“แก๊ก!!!!!!” ม่านพลังเริ่มเกิดร้อยร้าวและแตกกระจายออกไปคลื่นเปลวเพลิงพุ่งตรงไปยังที่พักหมายเลข 29 ซึ่งติดกับที่พักของฟางเฉินทันที“ตูม!!!!!!!” ที่พักระเบิดอย่างรุนแรงทุกอย่างถูกพลังทำลายล้างกลืนกินเข้าไปทันที“ที่พักข้า!!!!!!!!!!!!!!!” ศิษย์สายในคนหนึ่งแข้งขาอ่อนแรงและกรีดร้องออกมา“เอิ่ม!!!!!!! โทษทีพอดีข้าไม่ได้ตั้งใจ” ฟางเฉินลืมตาขึ้นมาและยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวขอโทษ“ศิษย์สายในฟางเฉินถ้าหากเจ้าจะฝึกแบบนี้อีกข้าแนะนำให้เจ้าไปฝึกหลังเขาจะดีกว่านะที่นั่นไม่มีผู้คนและสิ่งก่อสร้างเจ้าจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องทำลายข้าวของ” ผู้อาวุโสแสดงสีหน้าตกใจกับทักษะของฟางเฉินจากนั้นก็กล่าวแนะนำ“ส่วนเจ้าข้าจะให้ที่พักใหม่แก่เจ้าส่วนของที่อยู่ข้างใน.......” ผู้อาวุโสกล่าวยังไม่ทันจบก็โยนกุญแจให้ศิษย์คนนั้นและเดินจากไป“ดุเหมือนข้าจะต้องหาที่ฝึกใหม่จริง ๆ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้ารู้สึกผิดจากนั้นฟางเฉินก็หาที่ฝึกใหม่ซึ่งเป็นที่หลังเขา ซึ่งนี่นั่นเป็นภูเขาว่างเปล่าและยังไม่มีแผนที่จะทำอะไรทำให้ศิษย์หลายคนมาฝึกฝนทักษะของตนเองที่นี่ เพียงแต่เวลาผ่านไปไม่นานข่าวจำนวนมกาก็ถูกส่งมายังผู้อาวุโส“ผู้อาวุโสแย่แล้วมีคนจุดไฟเผาป่า”“ผู้อาวุโสแย่แล้วมีการระเบิดที่รุนแรงขึ้นทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน”“ผู้อาวุโสแย่แล้ว สัตว์ป่าในภูเขาเริ่มอพยพเข้ามาในสำนักเพราะหวาดกลัวไฟป่า”ในทุก ๆวันจะมีข่าวเหล่านี้ถูกส่งมายังหอผู้อาวุโส แต่ผู้อาวุโสเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเย่เทียนได้สั่งผู้อาวุโสเหล่านี้เอาไว้ว่าอย่าไปรบกวนการงึกของฟางเฉินบนท้องฟ้า ชายชรา หญิงชรา และเย่เทียนมองฟางเฉินระเบิดภูเขาอย่างเมามันด้วยสีหน้าหน่ายใจ ทุกวันนี้ภูเขาลูกนี้กลายเป็นสถานที่ฝึกส่วนตัวของฟางเฉินไปแล้วเพราะแม้แต่ศิษย์หลักก็ยังต้องหวาดกลัวการระเบิดของทักษะฟางเฉิน“เจ้าคิดว่าเป็นยังไง” ชายชรากล่าว“รุนแรงเกินไปถ้าเขาใช้ทักษะนี้ในการประลองคู่ต่อสู้ไม่ถูกย่างสดเลยงั้นเหรอ” เย่เทียนกรีดร้องออกมา“ก็จริงแต่ว่าถ้าเขาสามารถควบคุมพลังของทักษะนี้ได้เมื่อไหร่มันก็ไม่ใช่ปัญหาในการควบคุมพลังโจมตีไม่ใช่เหรอ” หญิงชรากล่าว“ท่านผู้อาวุโส ในสายตาของข้าตอนนี้ข้ายังไม่เห็นเขาจะควบคุมอะไรเลย วันๆเขาเอาแต่ระเบิดภูเขาเล่นไปวันๆ” เย่เทียนกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวดทุกวันนี้เขาได้รับรายงานร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำของฟางเฉินเป็นจำนวนมากแต่เขาก็ไม่สามารถขัดความต้องการของคนชราทั้งสองได้“เจ้าโง่เจ้าไม่เห็นหรือว่าฟางเฉินกำลังฝึกฝนการบีบอัดเปลวเพลิงอยู่เขาต้องการที่จะใช้เวลาในเสี้ยวลมหายใจในการบีบอัดพลังเพราะถ้าใช้เวลานานเกินไปในการต่อสู้อีกฝ่ายคงจะไม่ยอมให้เขามีเวลาบีบอักพลังแน่” หญิงชรากล่าวออกมา“นั่นก็จริง แต่ในเวลานี้ฟางเฉินใช้เวลาเพียงแค่ 1 ลมหายใจในการบีบอัดพลังซึ่งถือว่าเร็วมากแล้วนะ” ชายชรากล่าวเวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือนในที่สุดก็มาถึงวันเลี้ยงน้ำชาที่อาณาจักรฮั่นจัดขึ้นก็มาถึง ฟางเฉินหยุดฝึกฝนและแต่งตัวให้เรียบร้อนก่อนจะออกมาจากที่พักซึ่งมีเย่เซียนและเย่เทียนรออยู่ด้วยความสำคัญของฟางเฉินเย่เทียนจึงไม่ไว้ใจให้ผู้อาวุโสคนอื่นตามไปดูแลแทน ดังนั้นครั้งนี้เย่เทียนจึงได้เป็นคนพาทั้งสองไปงานเลี้ยงน้ำชาด้วยตัวเอง“เอาละเราคงใช้เวลาเพียง 1 วันก็จะไปถึงอานาจักรฮั่น” เย่เทียนกล่าว“นั่นสินะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนึกไปถึงบ้านเก่าที่เขาเคยอยู่“ดูเหมือนข้าคงต้องกลับไปเยี่ยมหลุมศพของท่านปู่เสียหน่อย” ฟางเฉินกล่าวแต่เมื่อนึกถึงการตายของชายชราและการหายตัวไปของน้องสาวดวงตาของฟางเฉินก็กลายเป็นเย็นชาจิตสังหารอ่อนๆเริ่มปะทุออกมา ซึ่งเย่เทียนพอจะรับรู้ได้ว่าฟางเฉินจะต้องคิดถึงเรื่องที่เกิดกับชายชราและน้องสาวของเขาอยู่แน่

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน