“ข้าพอจะแนะนำได้อยู่ผู้หนึ่งเขาเป็นเจ้าเมืองไผ่เขียวมาก่อนตอนนี้เมืองไผ่เขียวได้ถูกยกให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เขียวเรียบร้อยแล้วข้าคิดว่าคนผู้นี้มีคุณธรรม และมีความคิดช่วยเหลือผู้คนส่วนรวมและเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าโลกแห่งนี้มากที่สุด” เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา
ทั้งสิบห้าคนหันหน้าไปมองกันพวกเขาพอจะรู้จักกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวอยู่บ้าง
“ช่วยไปตามกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวมาพบพวกเราหน่อยพวกเราอยากจะดูนิสัยใจคอของเขาก่อนที่จะตัดสินใจ”เจ้าโลกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
เพียงไม่นานกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวพร้อมกับแม่ทัพใหญ่หู่กันเดินทางมาถึงยังห้องโถงที่พวกเขาปรึกษาหารือกันอยู่
“คารวะเจ้าโลกทุกท่านข้าน้อยเทียนหลันเซ่อ กษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียว”กษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวเอ่ยทันทีเมื่อเข้ามายังห้องโถง
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกองค์กษัตริย์เจ้าเองพึ่งได้รับการเลื่อนขั้นเป็นกษัตริย์เมื่อไม่นานมานี้ หากพวกเราจำไม่ผิดเพราะพวกท่านทำความดีความชอบในการค้นหาและสังหารเผ่าปีศาจใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วขอรับข้าน้อยได้รับการเลื่อนขั้นเพราะสามารถหาผู้ที่ค้นหาและสังหารเผ่าปีศาจได้ และแม่ทัพใหญ่ของเราก็เป็นหนึ่งในนั้นขอรับส่วนอีกคนหนึ่งนั้นหายสาบสูญไป ตอนนี้ยังค้นหาไม่พบเลยเขาเป็นคนที่ทำให้พวกเราได้มีวันนี้ขอรับ”
“คนผู้นั้นเป็นใครกันหรือถึงมีความสามารถทำให้พวกท่านก้าวมาถึงจุดนี้ได้”
“เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเขามีความสามารถมากที่ข้าน้อยได้เป็นแม่ทัพใหญ่ทุกวันนี้ก็เพราะตัวเขาเช่นกันขอรับ”
“แล้วชายหนุ่มคนนั้นหายสาบสูญไปได้ยังไง”
“ล่าสุดที่ได้พบกันเขาได้เข้าหน่วยข่าวกรองของราชันย์จุ้ยเสอเขาได้แนะนำวิธีกำจัดเผ่าปีศาจให้กับราชันย์จุ้ยเสอ และสอนนกเพลิงตามหาและสังหารเผ่าปีศาจแล้วหลังจากราชันย์ออกไปช่วยจักรวาลที่สี่กลับมา เขากลับหายตัวไปก่อนแล้วราชันย์จุ้ยเสอเองก็ให้คนออกตามหาชายหนุ่มคนนั้นไปทั่วเช่นเดียวกันขอรับ”
“ส่วนพวกเราเองก็ตามหาเขามาตลอดเช่นเดียวกันแต่หายังไงก็หาเขาไม่เจอเลยขอรับ” แม่ทัพหู่กันพูดเสริมกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียว
“หากพวกเราให้ท่านปกครองโลกใบนี้แทนองค์ราชันย์จุ้ยเสอ ท่านจะรับตำแหน่งนี้ไหม”ราชันย์ฟางหลงเอ่ยขึ้นมา
“ข้าคงรับตำแหน่งนี้ไม่ได้หากจะให้คนที่ปกครองโลกใบนี้ที่เหมาะสมมากที่สุดก็น่าจะเป็นชายหนุ่มคนนั้นเพราะความสามารถของเขานั้นมีมากกว่าพวกเรามากการคิดการอ่านของเขาลึกซึ้งมากกว่าพวกเราเยอะข้าน้อยได้รับตำแหน่งกษัตริย์แห่งอาณาจักรไผ่เขียวมาได้ก็เพราะเขาและข้าน้อยเองก็พอใจกับตำแหน่งนี้ นี่ถือเป็นจุดสูงสุดของชีวิตของข้าน้อยแล้วขอรับข้าน้อยขออยู่ในตำแหน่งกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวเพื่อช่วยเหลือผู้คนในอาณาจักรให้อยู่ดีแค่นี้ข้าน้อยก็พอใจแล้วขอรับ”
“เป็นยังไงบ้างพวกท่านพอใจกับคำตอบของกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวหรือไม่”ราชันย์ฟางหรงเอ่ยกล่าวถามเจ้าโลกทั้งสิบห้า
“นับว่าเป็นคนที่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้นำพวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าโลกแทนราชันย์จุ้ยเสอขอรับ”เจ้าโลกที่หกของจักรวาลที่หนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“พวกเราเองทั้งหมดก็ยินดียอมรับให้กษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวขึ้นมาปกครองโลกใบนี้แทนราชันย์จุ้ยเสอเช่นเดียวกัน”
เทียนหลันเซ่อกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวพร้อมด้วยขุนพลหู่กันยืนมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“พวกท่านหมายความว่าพวกท่านจะให้องค์กษัตริย์ของพวกเราขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าโลกแห่งนี้เช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วท่านขุนพลหู่กันพวกเรายินดีให้กษัตริย์ของพวกท่านขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าโลกแทนราชันย์จุ้ยเสอ”
“แต่ข้าน้อยคงรับตำแหน่งนี้ไม่ได้ชายหนุ่มคนนั้นน่าจะได้รับตำแหน่งนี้ไป ข้าน้อยไม่อาจที่จะแย่งตำแหน่งของเขาได้ถึงแม้ว่าเขาจะหายสาบสูญไปแต่พวกเราเองยังคงเชื่อมั่นว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน”
“ชายหนุ่มคนนั้นชื่ออะไรอย่างนั้นหรือทำไมพวกท่านนับถือเขามากถึงขนาดนี้ ตำแหน่งนี้มีแต่คนอยากเป็นถึงขั้นแย่งชิงกันเลยก็มี แต่พวกท่านกลับมอบให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งพวกท่านไม่เสียดายโอกาสบ้างหรือไง”
“พวกเราไม่ได้ดายหรอกที่พวกเรามีวันนี้ได้ก็เพราะเขาอีกอย่างชายหนุ่มคนนั้นก็เป็นเพื่อนของขุนพลหู่กันด้วย พวกเราไม่อาจทรยศเขาได้หรอก”กษัตริย์เทียนหลันเซ่อกล่าว
“ส่วนชื่อของเขานั้น“เฟิ่งหยู” ชายหนุ่มคนนั้นชื่อเฟิ่งหยู ขอรับ”
เจ้าโลกทั้งหมดหันไปมองยังเฟิ่งหยูที่ยืนอยู่ใกล้กับราชันย์ฟางหรงในทันทีเฟิ่งหยูเห็นดังนั้นจึงมองไปยังราชันย์ฟางหรง พร้อมกับพยักหน้า ราชันย์ฟางหรงเข้าใจในทันทีว่าชายหนุ่มที่พวกเขาพูดถึงคือเฟิ่งหยูที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
“เอาหละพวกท่านไม่ต้องกังวลเฟิ่งหยูที่พวกท่านตามหา เป็นคนแนะนำท่านให้กับเหล่าเจ้าโลกทั้งหมดที่นี่เอง”
“องค์ราชันย์ท่านหมายความว่า?........”
“ใช่แล้วหละเฟิ่งหยูที่พวกเขาตามหาคือน้องชายของข้า เฟิ่งหยูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ข้าเอง”
เฟิ่งหยูหยิบหน้ากากของเขาออกมาพร้อมกับสวมใส่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที เมื่อเทียนหลันเซ่อกษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวและขุนพลหู่กันเห็นพลันดีใจวิ่งเข้าไปหาเฟิ่งหยูในทันที
“ข้าว่าแล้วว่าเจ้าจะต้องปลอดภัยแต่ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาจากจักรวาลอื่น”
“ข้าต้องขอโทษพวกท่านด้วยที่ไม่ได้บอกความจริงกับพวกท่านเป็นเพราะข้ามีความจำเป็นที่จะต้องหาความจริงบางอย่างดังนั้นข้าจึงไม่สามารถบอกพวกท่านได้”
“เจ้าปล่อยให้พวกเราเป็นห่วงตั้งนานแต่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เจ้าเองก็รับตำแหน่งเจ้าโลกนี้ไปแทนข้าก็แล้วกัน”
“ข้ารับตำแหน่งนี้ไม่ได้หรอกแค่ที่ข้าเป็นอยู่ ข้าเองก็แทบจะรับไม่ไหวแล้วพวกท่านเป็นคนของโลกนี้อยู่แล้วพวกท่านเองเข้าใจโลกนี้มากกว่าข้าดังนั้นพวกท่านจึงเหมาะสมที่สุดที่จะปกครองโลกแห่งนี้ส่วนตัวข้านั้นยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมากคงไม่สามารถดูแลโลกนี้ได้ดีเหมือนพวกท่าน”
“เจ้าหมายความว่าเจ้าไม่อยากเป็นเจ้าโลกแห่งนี้เช่นนั้นหรือ?”
“ใช่ข้าไม่อยากเป็นเจ้าโลกแห่งนี้ ข้าถึงได้แนะนำท่านยังไงหละข้ารู้ท่านมีความสามารถมากพอที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้ส่วนข้าเองต้องทำงานร่วมกับราชันย์ฟางหรง แค่นี้งานของข้าก็ยุ่งมากพอแล้วท่านรับตำแหน่งนี้ไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
“เช่นนั้นก็ได้ข้าจะยอมรับตำแหน่งนี้เอาไว้ และข้าจะให้พวกเขาดู ว่าเจ้ามองคนไม่ผิด”เทียนหลันเซ่อ กษัตริย์อาณาจักรไผ่เขียวเอ่ย
“เช่นนั้นก็ดีข้าต้องขอฝากทั้งสองคนให้พวกท่านทั้งสิบห้าคนช่วยดูแลเขาด้วย” เฟิ่งหยูกล่าว
“พวกเรารับปากเจ้าจะช่วยฟื้นฟูโลกแห่งนี้และช่วยดูแลเพื่อนของเจ้าเอง”
“พวกท่านไม่จำเป็นต้องฟื้นฟูโลกใบนี้หรอกอีกไม่นานมันก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง”
“พวกท่านไม่ต้องกังวลสิ่งที่เฟิ่งหยูพูดเป็นความจริง อีกไม่นานโลกใบนี้จะฟื้นฟูตัวของมันเองตอนนี้ทุกเรื่องก็เสร็จสิ้นแล้ว พวกเรากลับไปพักผ่อนและรอการวางแผนในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง”ราชันย์ฟางหรงเอ่ย
วันต่อมาเหล่าจอมยุทธ์ทั่วทุกเขตจักรวาลมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อปรึกษาหารือกันเรื่องของดวงดาวของเผ่าปีศาจที่พวกเขาจะต้องกำจัดเผ่าพันธุ์นี้ให้สิ้นโดยเร็วที่สุดเพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจคุกคามทุกเขตจักรวาลอยู่ในทุกวันนี้และพวกมันเริ่มจะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
“พวกท่านมีความคิดเห็นยังไงบ้างเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ”
“คราวก่อนจักรวาลที่สี่ของพวกเราได้องค์ราชันย์จุ้ยเสอและกองกำลังของจักรวาลที่หนึ่งช่วยเอาไว้จึงสามารถกำจัดเผ่าปีศาจได้หากพวกเขายอมบอกวิธีกำจัดเผ่าปีศาจให้กับพวกเรา พวกเราคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อย”
“เรื่องนั้นพวกท่านไม่ต้องกังวลข้าจะเป็นคนบอกวิธีสังหารและตามหาเผ่าปีศาจให้กับพวกท่านเอง เพียงแต่ตอนนี้พวกเราควรที่จะกำจัดที่ต้นเหตุของปัญหาคือดวงดาวของเผ่าปีศาจพวกเราสมควรที่จะรวบรวมกำลังพลให้มากที่สุดเพื่อบุกไปยังดวงดาวของเผ่าปีศาจและสังหารเผ่าปีศาจราชาปีศาจให้สิ้น”
“แต่พวกเราไม่รู้ว่าเผ่าปีศาจพวกนี้มาจากดาวดวงไหนจะให้ออกตามหาทุกดวงดาวพวกเราเกรงว่าคงใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะตามหาเจอ”
“เรื่องที่อยู่ของดวงดาวเผ่าปีศาจนั้นพวกเรารู้แล้วว่าอยู่ตำแหน่งไหนแต่ตอนนี้ที่พวกเราต้องการมากที่สุดคือกองกำลังที่จะร่วมรบกับพวกเรามากกว่าพวกท่านสามารถรวบรวมผู้คนที่มีฐานวิญญาณธาตุไฟมาให้มากที่สุด พวกท่านพอจะทำได้ไหม”ราชันย์ฟางหรงเอ่ย
“หากเรื่องกองกำลังพวกเราจะกลับไปยังจักรวาลของพวกเราและรวบรวมกองกำลังมาช่วยสนับสนุนในการกำจัดเผ่าปีศาจในครั้งนี้ร่วมกับองค์ราชันย์ฟางหรง ขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี ส่วนจักรวาลที่หนึ่งพวกท่านมีประสบการณ์ในการสังหารเผ่าปีศาจมาแล้วพวกท่านเองก็นำกองกำลังของพวกท่านช่วยฝึกฝนพวกเขาให้สามารถรบกับเผ่าปีศาจในครั้งนี้พวกเราจะออกเดินทางไปกำจัดเผ่าปีศาจในอีกสิบห้าวันข้างหน้าขอให้พวกท่านนำกองกำลังมารวมตัวกันที่นี่ พวกเราจะฝึกฝนในเรือรบเพราะเวลาที่พวกเราต้องใช้ในการเดินทางไปยังดวงดาวของเผ่าปีศาจพวกเราคาดว่าคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือน กว่าจะไปถึงที่นั่น”
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นพวกเขาทั้งหมดต่างรีบออกเดินทางกลับไปยังจักรวาลของตนเพื่อกลับไปรวบรวมกำลังพลเพื่อเข้าร่วมบุกดวงดาวเผ่าปีศาจพวกเขาทุกคนต่างตระหนักถึงอันตรายที่เกิดจากเผ่าปีศาจทั่วทุกเขตจักรวาลที่ได้รับทราบข่าวพวกเขาต่างรีบนำกองกำลังเร่งเดินทางมาเข้าร่วมศึกในครั้งนี้
กษัตริย์เทียนหลันเซ่อ เมื่อได้แต่งตั้งเป็นเจ้าโลกแห่งนี้แต่เดิมโลกใบนี้เคยเป็นโลกที่หนึ่งซึ่งราชันย์จุ้ยเสอได้ใช้ชื่อของเขาแทนดังนั้นกษัตริย์เทียนหลันเซ่อ จึงกลับมาใช้ชื่อโลกที่หนึ่งดังเดิม ผ่านไปเพียงไม่ถึงเจ็ดวันเริ่มมีกองกำลังเดินทางมาถึงยังโลกที่หนึ่งแห่งนี้ พวกเขาเริ่มทยอยเดินทางมามากขึ้นเรื่อยๆ