เทพสงครามหวนคืน [จบ]

    ตอนที่ 194 ไร้ประโยชน์

    ตอนที่ 194 ไร้ประโยชน์ หลายวันต่อมาหลังจากหยางเฉินสร้างเขตอาคมณ ด้านนอกเขตอาคมของเมืองจิน หลังจากที่หยางเฉินสร้างเขตอาคมปกครองเมืองจินได้ไม่ถึงสามอาทิตย์ กองทัพของนิกายโลหิตทองคำและกองทัพที่เข้าร่วมที่อยู่รอบเมืองจินก็เดินทางมาถึง ในเวลานี้ทั้งบนฟ้าและบนดินรอบเมืองจินต่างก็เต็มไปด้วยพวกนักสู้ ทั้งจากนิกายโลหิตทองคำและนักสู้จากเมืองต่างๆ“-บ้าจริงนี้มันเรื่องบ้าอะไร ทำยังไงก็ไม่พัง”หนึ่งในนักสู้นิกายโลหิตทองคำที่ลอยบนฟ้าเอ่ยขึ้นกับเพื่อนข้างๆ ของตน“-นั่นสิ! นี่มันไม่ใช้เขตอาคมธรรมดาแล้ว”“-ข้าก็ว่าแบบนั้น ทำไมท่านประมุขยังไม่มีคำสั่งอื่นออกมาอีก”พวกนักสู้และคนของนิกายโลหิตทองคำต่างก็กำลังสงสัยกับเขตอาคมด้านหน้า  เพราะตั้งแต่ที่พวกนี้เดินทางมาถึงก็ผ่านมาประมาณเกือบสองวันได้แล้ว แต่ทว่า ตลอดทั้งสองวันที่ผ่านมาก็ยังทำอะไรเมืองจินไม่ได้เลยสักนิด ซึ่งสิ่งที่ขวางกันพวกนี้อยู่ก็คือ เขตอาคมระดับศักดิ์สิทธิ์ของหยางเฉินนั่นเองตอนนี้ ไม่ใช่เพียงพวกที่อยู่บนฟ้าเท่านั้น แต่ทางพวกนักสู้ที่อยู่บนดินเองต่างก็พากันหมดกำลังใจจากการโจมตีไปตามๆ กัน ณ เต็นท์ของฮั่นจูประมุขนิกายโลหิตทองคำ เพล้ง!เสียงแก้วกระทบลงกับพื้นดินดังลั่นเต็นท์ของฮั่นจู ส่วนคนที่ทำมันแตกก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นฮั่นจูที่กำลังอยู่ในท่าทางอารมณ์เสีย ใบหน้าบูดเส้นเลือดขึ้น ‘บ้าจริง! ทำไมถึงได้มีของแบบนี้ปรากฏออกมาได้ ก่อนที่จะทัพมามันไม่มีไม่ใช่หรือไง’เวลานี้ฮั่นจูที่โมโหอยู่ก็เพราะเรื่องการบุกโจมตีเมืองจิน ส่วนเรื่องที่เขากำลังไม่พอใจอยู่ก็แน่นอน มันเป็นเรื่องเขตอาคมระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นมาโดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย ก่อนที่จะเดินทางมาในความคิดของเขานั้นเมืองจินก็เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่จะทำลายตอนไหนก็ได้แต่ทว่าเวลานี้กลับไม่เป็นแบบที่คิด แถมตอนนี้ชายที่เป็นรองประมุขอย่าง เสี่ยวอี้! ที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าหนึ่งข้างต่อหน้า ยังมารายงานให้ถอนทัพกลับเพื่อเตรียมตัวกับการเปิดของประตูมิติอีกเสี่ยวอี้ที่กำลังนั่งคุกเข่าหนึ่งข้างต่อหน้าฮั่นจูอยู่ตอนนี้เป็นชายรูปร่างใหญ่ บนหัวไม่มีผมเหมือนกับพระ ร่างกายของเขาบวกกับชุดสีทองของนิกายแล้วดูเป็นประมุขมากกว่าฮั่นจูที่กำลังโมโหอยู่เสียอีก“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่!!!”ฮั่นจูตะโกนใส่เสี่ยวอี้“ต้องขอโทษด้วยท่านประมุข แต่ก็อย่างที่ท่านเข้าใจ เวลานี้รอบเมืองจินถูกปกป้องไปด้วยเขตอาคมระดับศักดิ์สิทธิ์แบบเมืองป้อมปราการทั้งห้า ต่อให้ข้า ให้ท่านและให้ผู้อาวุโสของนิกายโจมตีก็คงทำลายไม่ได้… ไม่สิ! อาจจะทำลายได้ก็ได้ แต่ว่า หลังจากนั้นพวกเราก็คงต้องพักฟื้นพลัง 1 หรือ 2 ปี ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสภาพของนิกายโลหิตทองคำของพวกเราจะเป็นยังไง”เสี่ยวอี้อธิบายให้ฮั่นจูฟังด้วยสีหน้าเย็นช้าส่วนสิ่งที่เสี่ยวอี้พูดมันก็เป็นเรื่องจริง ตอนนี้ถ้ารวมพลังคนระดับสูงอาจจะทำลายเขตอาคมของหยางเฉินได้ แต่ถึงแบบนั้น ผลที่ตามมามันก็คือการล่มสลายของนิกายอยู่ดีเพราะพวกที่ทำลายต้องได้รับความบาดเจ็บและฟื้นพลังเป็นแรมปีช่วงเวลาขนาดนั้นบวกกับนิกายโลหิตทองคำก็ทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้มาก ไม่ว่าจะคิดยังไงนิกายก็ต้องล่มสลายก่อนที่พวกมีพลังระดับสูงจะฟื้นฟูเสร็จแน่นอน ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้เสี่ยวอี้เสนอการถอนทัพและเตรียมตัวกับการเปิดของประตูมิติที่จะเกิดขึ้นแทน เพราะไม่ว่าจะคิดยังไงการเตรียมตัวจับทาสก็ต้องดีกว่ามาเปลืองแรงในที่แบบนี้“ไม่ได้! ในฐานะประมุขข้าคงยอมถอนทัพกลับสภาพนี้ไม่ได้”“ท่านคิดว่าตอนนี้พะ-”ฮั่นจูจับคอเสื้อของเสี่ยวอี้และดึงขึ้นก่อนที่จะพูดจบ“เจ้าจะให้คนอื่นมองข้าเป็นตัวตลกหรือไง ห่ะ!!!”“มะ ไม่ใช่แบบนั้นครับ”“งั้นก็ดี ถ้างั้นก็หาวิธีทำลายให้ได้ ถ้าไม่ได้ฆ่าพวกมันยังไงข้าก็ไม่กลับเด็ดขาด”“แต่ท่านประมุข ถ้ายังเป็นแบบนี้พวกเรามีแต่เสียกับเสียนะครับ”ถึงตอนนี้เสี่ยวอี้จะกังวลแต่ก็พยามกลั้นใจพูดกับฮั่นจูแบบตรงๆ และที่เสี่ยวอี้ดึงดันให้ถอนทัพกลับเช่นนี้มันไม่ได้มีเพียงเรื่องของการทำลายและการเก็บทาสจากการเปิดของประตูมิติเท่านั้น แต่ทว่า มันยังมีเรื่องที่เป็นปัญหาอย่างเรื่อง อาหาร ยารักษา กำลังใจของนักสู้และยังมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมายส่วนที่มีปัญหาตามมาเยอะเช่นนี้ก็เพราะนิกายโลหิตทองคำเตรียมของมาแค่ เดินทางมาและเดินทางกลับเพียงเท่านั้น ไม่ได้เผื่อเอาไว้ว่าต้องมาตั้งทัพรอบเมืองจินแบบในตอนนี้ และแน่นอน ในส่วนของเรื่องอาหารเวลานี้ยังพอหาได้จากเมืองรอบๆ เมืองจินอยู่ แต่ถึงแบบนั้น การที่เอาอาหารมาเลี้ยงคนของนิกายโลหิตทองคำที่มีจำนวนหลักล้านคนมันต้องใช้อาหารจำนวนมาก ถึงแม้นิกายจะมีเงินซื้ออยู่ก็ตาม แต่ถ้าในเมืองไม่มีขายการเงินในเวลาเช่นนี้มันก็ไร้ประโยชน์“รายงานครับ!!!”เสียงผู้ชายดังขึ้นด้านนอกเต็นท์ระหว่างทั้งสองคุยกันอยู่ เสียงที่ดังขึ้นมาตอนนี้เป็นน้ำเสียงที่ตื่นมาก ราวกับว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น‘ชิ! เรื่องอะไรอีกละ’ ฮั่นจูคิดด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะตั้งแต่เริ่มตั้งค่ายมาถึงมันจะผ่านไปได้ไม่กี่วันแต่ก็มีปัญหามากมายเข้าหูตลอด และเขาก็รู้ได้ทันทีว่าทหารที่ทำเสียงตื่นหน้าเต็นท์ตอนนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องปัญหาอีกตามเคย “เข้ามา!”“ครับท่าน!”