สวรรค์นิรันดร์กาล

เสี่ยวเฮ่ยกลายเป็นระดับพระเจ้า

        ขณะที่ฉางเฟิงได้ผ่านการทดสอบเข้าใกล้ชั้นที่100 มากขึ้นเรื่อยๆ ทางแนวป้องกันเองก็ตรึงวเครียดขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้เสี่ยวจินที่อยู่โลกกระบี่และศิลาน้อยได้กลับมาและบอกข่าวร้ายกับทุกคน

        “โลกกระบี่จบสิ้นแล้วเผ่ามารนั้นโหดร้ายป่าเถื่อนพวกมันไม่สนสิ่งใดหรือการเจรจาอะไรทั้งสิ้นพวกมันทำแค่สังหารและทำให้ผู้คนกลายเป็นทาสเท่านั้นแม้แต่หอสมบัติและสมาคมนักปรุงยาในโลกกระบี่ก็ไม่เว้น ตอนนี้คนของโลกกระบี่จึงเตรียมหลบหนีมาที่โลกนี้”เสี่ยวจินกล่าว

        “พวกเขาคิดจะเข้ามาแย่งชิงโลกของพวกเรางั้นเหรอ”ตงจวิ้นถาม

        “สำหรับนิกายเทพกระบี่พวกมันคิดจะลงมือจริงๆเพราะพวกมันมีคนของวังสวรรค์และบรรพชนของพวกมันอยู่ทำให้พวกมันมีความกล้าที่จะโจมตีพวกเรา”

        “แล้วขุมอำนาจอื่นๆละ”

        “นิกายพิษและสมาคมผู้ใช้พลังจิตดูเหมือนจะยังไม่แน่ใจและให้นิกายเทพกระบี่ลงมือก่อนส่วนหอสมบัติและสมาคมนักปรุงยาดูเหมือนจะต้องการเจรจากับฝั่งเรา”

        “ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนั้นสำหรับสามขุมอำนาจถ้าพวกมันเข้ามาก็โจมตีได้เลย ส่วนหอสมบัติและสมาคมนักปรุงยาพวกเจ้าก็จัดการเองก็แล้วกัน”ตงจวิ้นมองไปยังโหลวซิวเถียนและสามปรมาจารย์นักปรุงยา

        “พวกเราจะลองคุยกับพวกเขาดู”

        “เอาละบอกให้ทุกคนรู้ข้อมูลนี้และให้พวกที่ปิดด่านฝึกฝนออกมาให้หมดซะ”ตงจวิ้นคำราม

        สงครามนี้แน่นอนว่าต้องรุนแรงกว่าที่ผ่านมาแน่แต่พวกเขาไม่คิดว่าเผ่ามารจะแข็งแกร่งขนาดนี้ต้องรู้ก่อนว่าเผ่ามารไม่สามารถส่งตัวตนระดับพระเจ้าเข้าสู่โลกกระบี่ได้ดังนั้นจึงมีเพียงจักรพรรดิเทพที่ลงมือแต่โลกกระบี่ก็ยังพ่ายแพ้ในเวลาแค่10 ปีเท่านั้น

        “แล้วนายน้อยเป็นยังไงบ้าง”เสี่ยวจินกล่าว

        “เขาแยกวิญญาณออกไปและผสานเข้ากับร่างใหม่ของเขาแล้วตอนนี้เขากำลังฝึกฝนอยู่ในหอคอยแห่งการทดสอบที่ถูกสร้างเมื่อสมัยโบราณอยู่”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว

        “อะไรนะหอคอยแห่งการทดสอบปรากฏแล้วงั้นเหรอ ดี สิ่งนี้จะช่วยให้อัจฉริยะของพวกเราเติบโตเร็วขึ้นและพวกเขาจะสามารถสัมผัสกับประสบการณ์ต่อสู้กับเผ่าต่างๆได้”ตงจวิ้นกล่าว

        “หรือว่านายน้อยคิดจะทิ้งร่างหลักไป”เสี่ยวจินกังวล

        “ไม่เชิงเห็นว่าร่างมนุษย์ที่เขาอยู่เป็นหนึ่งในทักษะที่เขาสร้างขึ้นมาในอนาคตมันอาจจะหลอมรวมกับร่างหลักได้”เจี้ยนอี้กล่าว

        “เอาละถ้างั้นก็ปล่อยให้นายน้อยฝึกฝนไปเพราะตอนนี้เราไม่สามารถไปขัดขวางนายน้อยได้ อ้อว่าแต่เจ้ากิ้งก่าเป็นอย่างไรบ้างเขาหายตัวไปหลายปีแล้วนี่”

        “ข้าเองก็ไม่แน่ใจล่าสุดที่ข้าเข้าไปใกล้จุดที่เขาเก็บตัวข้าพบว่าสายเลือดของเขาเกือบจะพัฒนาสมบูรณ์แล้วจากเวลาที่ดูน่าจะเร็วๆนี้”ตงจวิ้นกล่าว

        “ตูม!!!!!!!!!!!!”

        สิ้นเสียงแรงสั่นสะเทือนก็ปรากฎจากภูเขาไฟลูกหนึ่งแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวปะทุออกมาพร้อมกับเสียงเต๋าก้องกังวาล

        “การทดสอบเต๋านี่มันการทดสอบเต๋าเขาทำสำเร็จแล้ว” ตงจวิ้นตื่นเต้นมาก

        “ในที่สุดเจ้ากิ้งก่าก็ยกระดับสายเลือดสำเร็จไม่สิตอนนี้คงไม่ใช่กิ้งก่าแล้วแต่เป็นมังกรทมิฬต่างหาก” เสี่ยวจินตื่นเต้น

        “คราวนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพวกนิกายเทพกระบี่อีกต่อไปแล้ว”หลายคนที่เห็นก็พากันตื่นเต้น

        ร่างมังกรสีดำพร้อมกับดวงตาสีเหลืองทองอาบแสงของเต๋าที่สาดส่องลงมาเป็นเวลานานก่อนที่เสียงของเต๋าจะหายไปพร้อมกับกลิ่นอายของพระเจ้าได้เข้าปกคลุมโลก

        “นายน้อยข้าทำสำเร็จแล้ว”ร่างมังกรขนาดใหญ่เท่าภูเขาบินตรงมายังแนวป้องกันและเมื่อมาถึงร่างของมังกรก็หายไปและเปลี่ยนเป็นชายวัยกลางคนที่มีร่างกายเหมือนมนุษย์แต่มีเขามังกรสีดำปรากฎบนหัว

        “เจ้ากิ้งก่าเจ้าทำได้แล้ว”เสี่ยวจินกระโดดเข้าไปด้วยความตื่นเต้น

        “เจ้าหนูขี้ขโมยข้าไม่ใช่กิ้งก่าแล้วตอนนี้ข้าคือราชันมังกร”เสี่ยวเฮ่ยกล่าวด้วยสีหน้าอวดดี

        “เจ้าอย่าได้ยโสไปนักข้าเองก็อีกไม่นานก็สามารถทำได้เหมือนกัน”เสี่ยวจินกล่าว

        “เอาเถอะว่าแต่นายน้อยเล่าทำไมข้าถึงสัมผัสกลิ่นอายของนายน้อยไม่ได้” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว

        “นายน้อย....”

        “เกิดอะไรขึ้น”เสี่ยวเฮ่ยขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเสี่ยวจิน

        สุดท้ายเสี่ยวจินก็เล่าให้กับเสี่ยวเฮ่ยฟังเสี่ยวเฮ่ยโกรธแค้นอย่างมากแรงกดดันของเสี่ยวเฮ่ยทำให้หลายคนพากันยืนไม่ไหว

        “เจ้ารีบควบคุมพลังตัวเองเร็วเขาเจ้าอยากจะฆ่าทุกคนตรงนี้หรือยังไง”เสี่ยวจินรีบกล่าว

        “ไอ้พวกบัดซบวังสวรรค์มันอยู่ใหนข้าจะฆ่ามัน”เสี่ยวเฮ่ยคำราม

        “อีกไม่นานพวกมันก็มาแล้วละ”เสี่ยวจินบอกถึงสิ่งทีเกิดขึ้นกับโลกกระบี่ให้กับเสี่ยวเฮ่ยฟังอีกครั้ง

        “ดีเมื่อพวกมันมาข้าจะได้ลงมือได้อย่างเต็มที่ ว่าแต่ทำไมข้าไม่เห็นนางเด็กตัวแสบเลยละ”เสี่ยเวฮ่ยมองหาเสี่ยวเสี่ยวแต่ไม่พบ

        “ตั้งแต่นายท่านหลับใหลนางก็ไม่ร่าเริงเลยทุกวันนางจะนั่งฝึกฝนจนไม่เที่ยวเล่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เสี่ยวจินกล่าว

        “สำหรับนางนายท่านคือไม่ต่างจากผู้ให้กำเนิดจึงไม่แปลกที่จะเจ็บปวดใจที่เห็นคนที่ตนรักต้องตกอยู่ในสภาพนี้แต่ก็ดีนางนั้นสมควรจะแข็งแกร่งขึ้นได้แล้วไม่เพียงแต่เพื่อนายท่านแต่เพื่อนางเองด้วย”

        ขณะที่เสี่ยวเฮ่ยทะลวงขั้นพระเจ้าสำเร็จกำลังใจของฝ่ายโลกโกลาหลก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในตอนนี้สามารถบอกได้แล้วว่ายุคสมัยใหม่ได้ปรากฏแล้ว เมื่อใดก็ตามโลกนั้นให้กำเนิดระดับพระเจ้าได้โลกนั้นก็จะกลับมาอยู่ในสถานะโลกระดับสูงสุดอีกครั้ง

        อีกด้านหอการค้าและสมาคมนักปรุงยาตัดสินใจที่จะเดินทางข้าผ่านประตูแล้วพวกเขาไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไปเพราะเผ่ามารไม่คิดจะไว้หน้าพวกเขาเลยและคิดจะจับพวกเขาไปเรียกเงินจากหอสมบัติอีกด้วย

        “พวกเขาจะไม่โจมตีพวกเราจริงๆงั้นเหรอ”ถันโจวกล่าว

        “นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าปฏิบัติตัวอย่างไรขอบอกไว้ก่อนถ้าเจ้าทำอะไรไม่เข้าท่าและทำให้อีกฝ่ายโกรธข้าจะไม่ช่วยเจ้า” หญิงสาวกล่าว

        “เจ้า!!!!!”ถันโจวไม่สามารถทำอะไรได้เพราะตอนนี้สถานะหรืออำนาจของบิดามารไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้อีกต่อไป

        “หยุดอยู่ตรงนั้น”พริบตาที่พวกเจ้าเมืองออกมาจากประตูเสียงคำรามก็ดังขึ้น

        “พวกเราคือคนของหอสมบัติและสมาคมนักปรุงยาโปรดอย่าโจมตี”เจ้าเมืองก้าวออกไปข้างหน้าแล้วกล่าวขึ้น

        “เจ้าไปตรวจสอบสิว่าจริงหรือไม่”เสี่ยวเฮ่ยที่เผยแรงกดดันออกมาทำให้พวกถันโจวหน้าซีดเพราะอีกฝ่ายคือพระเจ้า

        “เป็นพวกเขาจริงๆพวกเขาค่อนข้างให้ความช่วยเหลือนายน้อยหลายครั้ง” ลั่วจีปรากฏออกมาที่นางเรียกฉางเฟิงว่านายน้อยเพราะกลัวว่าเสี่ยวเฮ่ยจะไม่พอใจและลงมือกับนาง

 

คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน