ซุปเปอร์เมียยุค 70

    8 การอยู่ไฟและสารพัดข้อห้าม

            “ ไหนมาดูสิ ลูกชายส้มหล่นทั้งสองคนของแม่หน้าตาเป็นยังไงนะ ยังไม่มีโอกาสได้ดูชัด ๆ เลย ” มู่เสี่ยวหลันนอนตะแคงข้างพูดกับทารกน้อยเสียงเบา


             ก่อนหน้านี้ในขณะที่เธอให้นมเด็กทั้งสองคนก่อนหน้านั้นแสงสว่างในห้องยังสลัวอยู่ ทำให้มองเห็นหน้าลูกทั้งสองคนไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่จึงรู้เพียงแค่ว่าเด็กทั้งสองคนนี้ตัวเล็กมากจนน่าใจหาย และคาดว่าแต่ละคนคงจะมีน้ำหนักตัวเพียงแค่สองกิโลกรัมกว่า ๆ เท่านั้น มู่เสี่ยวหลันใช้ความเคยชินในการยกของในห้องครัวของตนในการคาดคะเนน้ำหนักของเด็กแฝดทั้งสองคน


            “ ทำไมถึงได้ตัวเล็กเหมือนลูกแมวแบบนี้กันนะ  เอาไว้แม่คนนี้จะขุนให้เป็นลูกหมูไวไวนะจ๊ะเด็ก ๆ ว่าแต่ได้เค้าหน้าพ่อมาเยอะเลยนะเนี่ย โตมาลูกแม่หล่อแน่นอน ฮิฮิ ” คุณแม่มือใหม่พูดหยอกล้อกับเด็กแฝดทั้งสองคนที่นอนเรียงกันอยู่ด้านข้างของเธอบนเตียงเตา 


            มู่เสี่ยวหลันอดใจไม่ไหวเอานิ้วจิ้มที่แก้มของเด็กทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู แต่ดูเหมือนเด็กที่กำลังโดนรบกวนการนอนจะไม่ค่อยพอใจนักจึงหน้าเบ้เพราะไม่พอใจที่พวกเขาโดนแกล้งขณะหลับ


    “ ต่อไปนี้แม่จะดูแลลูกทั้งสองคนเอง ขอให้ลูกเป็นเด็กดีและมีสุขภาพแข็งแรงนะจ๊ะ ” มู่เสี่ยวหลันรู้สึกทั้งรักและสงสารทารกสองคนนี้ที่แม่แท้ ๆ ได้จากไปตั้งแต่พวกเขาเพิ่งจะเกิดมา เธอจึงตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ในเมื่อเธอและเด็กน้อยทั้งสองมีวาสนาต่อกันเช่นนี้


             และอาจเป็นเพราะว่าสายใยระหว่างแม่ลูกเมื่อเธอมีโอกาสคลอดเองหนึ่งคนและให้นมทั้งสองคนจากเต้าด้วยตัวเองความผูกพันธ์และสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ในร่างเดิมจึงทำให้มู่เสี่ยวหลันตกหลุมรักเจ้าลูกแมวน้อยน่าสงสารสองคนนี้อย่างหมดใจ


            เห็นหน้าลูกก็นึกถึงคนเป็นพ่อ เมื่อคืนนี้เห็นเว่ยอี้หานในความมืดสลัวก็ว่าหล่อมากแล้ว แต่เมื่อได้เห็นอีกครั้งตอนที่เขาเดินกลับเข้ามาในห้องนอนที่มีแสงสว่างเต็มที่แล้ว มู่เสี่ยวหลันถึงกับลมหายใจกระตุกเพราะสะดุดกับความหล่อของสามีฟ้าประทาน โชคดีที่เธอไม่เผลออ้าปากค้างกับคนหล่อที่อย่างกับก็อปปี้ออกมาจากพิมพ์เดียวกันกับพ่อจตุรเทพหน้าหยกกัวฟู่เฉิง อะไรมันจะคล้ายกับดาราดังในตำนานขนาดนั้น

     

            ขณะที่กำลังเพ้อถึงคนพ่อและก่อกวนลูก ๆ อยู่นั้น มู่เสี่ยวหลันก็สังเกตเห็นปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยวบนข้อมือข้างขวา และเมื่อเธอใช้มืออีกข้างลูบเบา ๆ ที่รอยปานแดงร่างทั้งร่างก็หายพรึ่บแล้วโผล่มาในสถานที่ที่เธอฝันถึงเมื่อคืนนี้ในพริบตา


            “ นี่มัน… เรื่องจริงนี่นา นึกว่าแค่ฝันไปซะอีก ทีนี่ก็รอดแล้วสิเรา โชคดีนะเนี่ยที่มีมิตินี้อยู่ นึกว่าจะต้องอยู่เลี้ยงลูกแบบอด ๆ อยาก ๆ ซะแล้วสิ ” มู่เสี่ยวหลันกระโดดโลดเต้นแบบลืมอายุจริงด้วยความตื่นเต้นดีใจ เธอจะรวยยยยย


            “ อาาา สระน้ำนี่มันเป็นสระวิเศษเหมือนในนิยายทะลุมิติที่เธอเคยอ่านมาก่อนหรือเปล่านะ ” อยากรู้มันต้องลอง ไหน ๆ เธอก็กำลังกระหายน้ำคอแห้งอยู่แล้วเหมือนกัน พอดีเลยลองดื่มมันเลยก็แล้วกันว่าน้ำในสระมิติวิเศษนี้จะเป็นน้ำธรรมดา หรือจะทรงคุณค่าเหมาะกับการมีอยู่ในมิติแบบนี้ และแม้จะยังไม่ผ่านการต้มหรือฆ่าเชื่อโรคก่อนนำมาดื่มก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเพราะใสขนาดนี้ ไม่รอช้ามู่เสี่ยวหลันรีบนั่งคุกเข่าลง ใช้มือสองข้างกวักเอาน้ำในสระขึ้นมาดื่มทันที


            “ อาาาา สดชื่นจริง ๆ เลย " เพิ่งดื่มน้ำเข้าไปไม่กี่อึกมู่เสี่ยวหลันก็รู้สึกถึงความพิเศษของน้ำในสระนี้เกือบจะทันทีเลยทีเดียว


            " …ไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วยแฮะอาการปวดเนื้อปวดตัวก่อนหน้านี้ก็หายสนิทเลย , เดี๋ยวนะขอลองเดินดูหน่อย…..  , โอ๊ววววว น้ำตาจะไหล ฮือ… โมโม๊ะฉันหายเจ็บแล้ว! " มู่เสี่ยวหลันรู้สึกกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันทีเมื่อความรู้สึกเจ็บระบมตรงส่วนนั้นหาบไป


            ด้วยความสัตย์จริง มารดามันเถอะเมื่อเช้านี้ตอนที่เธอออกไปเข้าห้องน้ำ ตอนที่กำลัง…อยู่นั้น มันแสบบบบบบบ จนน้ำตาไหลพรากเลยทีเดียว แต่ตอนนี้เธอจะไม่ต้องทรมานอีกต่อไปเพราะน้ำวิเศษนี่


             มู่เสี่ยวหลันอยากจะอยู่สำรวจมิติของเธอดูให้ทั่ว แต่เธอก็ไม่สามารถทิ้งให้เด็กทารกสองคนอยู่ตามลำพังในห้องนอนได้ เข้ามาอย่างไร ก็คงจะออกอย่างนั้นสิ มู่เสี่ยวหลันจึงลองสัมผัสที่ปานแดงนั้นอีกครั้ง


            พรึ่บ! ไม่ผิดจากที่คาดไว้ เธอออกมาอยู่ด้านนอกมิติเหมือนก่อนหน้านี้ มองสำรวจดูเด็กทั้งสองก็ยังคงนอนหลับดีอยู่มู่เสี่ยวหลันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กทั้งสองคนระหว่างที่เธอหายไป


            หลังจากที่นางหลิงซื่อยุ่งหัวหมุนเตรียมทั้งอาหารและยาให้กับลูกสะใภ้เสร็จ นางก็รีบยกอาหารเข้าไปให้มู่เสี่ยวหลันถึงห้องนอนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหิวเนื่องจากตั้งแต่เมื่อวานลูกสะใภ้ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย


            “ เสี่ยวหลันแม่ทำซุปไก่มาให้เธอกินบำรุงก่อน เดี๋ยววันนี้ตอนที่เข้าไปในเมืองแม่จะซื้อขาหมูมาตุ๋นใส่ถั่วลิสงให้เธอทานบำรุงน้ำนม” มู่เสี่ยวหลันหัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้ เธอเพิ่งจะพูดอยู่หยก ๆ ว่าจะขุนลูก ๆ ให้เป็นหมูน้อย แต่ตอนนี้เธอเองก็น่าจะไม่รอด เตรียมตัวโดนขุนเป็นวัวแม่พันธุ์เช่นกัน ฮือไม่นะ มู่เสี่ยวหลันรู้สึกซาบซึ้งที่แม่เว่ยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีแต่เธอก็ไม่อยากโดนบำรุงจนอ้วนเป็นหมูตอนเช่นกัน


            “ ขอบคุณค่ะแม่ ต้องลำบากแม่แล้วที่ต้องมาดูแลหนูและเด็ก ๆ ทั้งวันแบบนี้ ”


            “ ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เองแม่เต็มใจทำเพื่อพวกเธอและครอบครัวของเรา ทำงานในนายังหนักกว่านี้เยอะ ” นางเว่ยยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่ลูกสะใภ้ผู้ที่เคยเย็นชากล่าวขอบคุณเธอที่ดูแล


             เมื่อมู่เสี่ยวหลันทานตุ๋นซุปไก่กับวัววัวโถวเสร็จ เธอก็ต้องกินยาจีนที่แม่เว่ยให้ชิงชิงต้มเสร็จแล้วนำมาให้เธอ


             “ เอานี่เสี่ยวหลัน เธอต้องทานยาจีนนี้นะ มันจะช่วยขับน้ำคาวปลาหลังคลอดออกมา หมอตำแยตู้มีสมุนไพรเหลืออยู่แค่ชุดเดียว เดี๋ยววันนี้แม่จะไปซื้อเพิ่มมาอีก เธอต้องกินติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ”


            “ ต้องกินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ ลดลงหน่อยได้ไหมคะ สักสองสามวันก็พอแล้ว สุขภาพหนูแข็งแรงและดีขึ้นเร็วมาก แม่ดูสิคะ " มู่เสี่ยวหลันพยายามต่อรองเพราะใคร ๆ ต่างก็รู้ว่ายาต้มนั้นมันขมขนาดไหนและเธอก็ไม่อยากดื่มเจ้าน้ำดำ ๆ นี่เลยสักนิด เมื่อได้ยินว่าเธอต้องกินทุกวันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์จึงแทบอยากจะกลั้นใจตาย อยากรู้ว่ายาต้มนั้นขมขนาดไหน ทุกคนต้องลองเอง แต่คิดก็เหม็นเขียวขมขึ้นคอแล้ว 


            “ ไม่ได้หรอกจ้ะ เพื่อสุขภาพของเธอเอง ทนเอาหน่อยนะจ๊ะ ” นางหลิงซื่อปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด แถมด้วยยื่นถ้วยยามาตรงหน้ามู่เสี่ยวหลันเสร็จสรรพ พร้อมกับสายตายิ้ม ๆ ที่สื่อความหมายมาให้ลูกสะใภ้ว่า' ดื่มเสียเถอะนะจ๊ะ'


            มู่เสี่ยวหลันทำหน้าแหย กลั้นใจยกถ้วยยาขึ้นดื่ม เธอนับหนึ่ง สอง สาม อยู่ในใจก่อนที่จะกลั้นใจดื่มยาน้ำดำๆ นี่ลงคอ แล้วก็ต้องหลับตาปี๋ทันทีเพราะความขม 


            “ น้ำ น้ำ ชิงชิงเอาน้ำมาให้พี่หน่อย แหวะขมเป็นบ้าเลย ”


            นางเว่ยและเว่ยชิงชิงได้แต่หัวเราะขำกับท่าทางตลกจากการทรมานเพราะกินยาขมของมู่เสี่ยวหลัน


            “ นี่ค่ะ ค่อย ๆ ดื่มนะคะ เดี๋ยวจะสำลัก ” 


            “ แค่ก แค่ก แค่ก ”


            “ เห็นไหมล่ะ ฉับบอกกว่าให้ค่อย ๆ ดื่ม ฉันพูดไม่ทันขาดคำเลย พี่ก็กระดกยาเข้าไปทีเดียวหมดเลย ”


            “ เอาเถอะจ้ะ พี่จะรอดูวันที่เธอคลอดลูกแล้วพี่จะเป็นคนส่งยาถ้วยนั้นให้เธอเองกับมือ เธอจะได้รู้ว่ารสชาติมันแย่แค่ไหน ”


            “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่นี่ก็ตลกจัง ทำยังกับไม่เคยกินยาสมุนไพรไปได้ ”


            มู่เสี่ยวหลันคิดอยู่ในใจ ก็ใช่นะสิ เธอมาจากยุคสองพันยี่สิบเอ็ดที่มียาเม็ด ยาฉีดนะ ใครจะมาทนกินยาสมุนไพรต้มขม ๆ แบบนี้กันละ


            เฮ้อ…การที่เธอต้องมาอยู่ไฟหลังคลอดในช่วงหน้าร้อนนี้มันช่างทรมานจริง ๆ เลย อากาศร้อนก็ร้อน พัดลมไฟฟ้าก็ไม่มี นอกจากต้องทนอยู่แต่ในห้องออกไปไหนไม่ได้นอกจากจะไปเข้าห้องแล้ว ยังมีสารพัดข้อห้ามที่เธอต้องทำตาม 


            ทั้ง ห้ามกินอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ห้ามกินเผ็ด ห้ามยืนนานเกินไป ห้ามยกของหนัก ห้ามโดนลมโดนฝน(ที่แทบจะไม่มีอยู่แล้ว) โอ้เกือบลืมอีกหนึ่งห้าม ห้ามโดนสามีจิ้มหรือห้ามจิ้มกับสามีจนกว่าจะครบสามเดือน แค่ก แค่ก อันนี้ทำเอาเธอแอบเสียดายเล็กน้อย(มาก)ที่ต้องรออีกนานนนขนาดนั้นสวรรค์ช่างกลั่นแกล้งผ่านมาแล้วสามสิบเก้าปียังต่องรอต่อไปอีกตั้งสามเดือน เธอถึงจะได้เสีย.. เอ๊ย ได้บรรลุสัจธรรมของมนุษย์โลก 


            แต่ห้ามอะไรก็ยังไม่แย่เท่าการที่ไม่สามารถอาบน้ำสระผมได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน! มู่เสี่ยวหลันอยากร้องตะโกนเป็นภาษาอังกฤษเสียงดัง ๆ ใส่แม่สามีว่า AER YOU KIDDING ME! แต่ตะโกนไปก็ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเธอหรอก นอกจากพวกเขาจะหาว่าเธอเสียสติเป็นบ้าไปแล้ว


            สรุปคือมู่เสี่ยวหลันต้องอยู่แต่ในห้องเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน ล้อเธอเล่นเถอะ เอาวะมีมิติวิเศษอยู่กับตัวค่อยหาเวลาที่ทุกคนเผลอแล้วค่อยแว๊บเข้าไปแอบอาบน้ำในนั้นเอาก็ได้ ข้าวของเครื่องใช้อะไรก็มีครบอยู่ในนั้นหมดแล้วนี่นา


            “ โอ๊ยร้อนจริง ร้อนจัง อยากกินบิงซูมะม่วงจังเลย ” มู่เสี่ยวหลันโอดครวญเบา ๆ ขณะที่มือก็ใช้พัดสานพัดให้ตัวเองกับทารกน้อบสลับกันไปมา


            ตอนนี้เธออยากจะหอบลูกเข้าไปเปิดแอร์เย็น ๆ นอนบนที่นอนนุ่ม ๆ ใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังมีคนอื่น ๆ คอยเข้ามาดูแลพวกเธอสามแม่ลูกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะแม่ของสามีส้มหล่นที่ดูแลเธอและทารกน้อยทั้งสองคนแทบจะตลอดเวลาจนไม่สามารถแอบเข้าไปในมิติได้เลยมู่เสี่ยวหลันจึงต้องทนอยู่กับความร้อนอบอ้าวต่อไป

     

            ……….

     

            “ แม่คะ แม่จะเข้าเมืองไปตอนไหนคะ " มู่หลันถามแม่สามี แค่ก แค่ก เรียก‘แม่’ทีไรเธอก็รู้สึกกระดากปากทุกที มันรู้สึกไม่ชินจริง ๆ ที่อยู่ ๆ ก็มีแม่สามีอายุพอ ๆ ตัวเองเมื่อชาติที่แล้ว แต่จะให้เรียกแทนตัวว่า ‘เธอ’ ‘ฉัน’ ก็ไม่ได้เพราะตอนนี้อีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นแม่สามีของผู้หญิงที่เธอมาครอบครองร่างอยู่ในตอนนี้


            “ อีกสักพักก็ไปแล้วจ้ะ เสี่ยวหลันอยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า แม่จะได้ซื้อกลับมาให้ทีเดียวเลย ” 


            " ไม่ค่ะ หนูแค่กังวลว่าแม่จะเหนื่อยเกินไป แม่ยุ่งจนไม่ได้พักเลยมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ เมื่อคืนก็ช่วยพวกเราดูแลลูก ๆ อยู่เกือบค่อนคืน แล้วไหนวันนี้จะต้องเดินเข้าไปในเมืองอีก ถ้ายังไงตอนนี้หนูว่าแม่ไปพักสักนิดก่อนเถอะนะคะ ทางนี้ก็มีชิงชิงคอยอยู่ช่วยแล้ว พวกหนูดูแลเด็ก ๆ ทั้งสองคนได้ค่ะ ”


            เมื่อลูกสะใภ้บอกให้ตนเองไปพักผ่อนด้านแม่เว่ยเองก็รู้สึกเหนื่อยอยู่เหมือนกัน อีกทั้งวันนี้นางจะต้องเดินเท้าเกือบชั่วโมงไปซื้อของที่จำเป็นในเมืองอีก ไปพักสักนิดก่อนออกเดินทางก็ดีเหมือนกัน 


            “ เอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นชิงชิงช่วยพี่สะใภ้อยู่ในห้องนี้นะ แม่จะไปพักก่อน อีกสักพักหนึ่งแม่ค่อยออกไปซื้อของก็แล้วกัน ”


            “แม่ไปพักเถอะหนูดูแลพี่สะใภ้กับหลาน ๆ ได้ หรือไม่แม่ก็บอกหนูมาว่าต้องซื้ออะไรบ้าง แล้วเดี๋ยวหนูเดินไปซื้อให้เอง ”


            “ ไม่ล่ะ แม่ไปเองดีกว่ามีของหลายอย่างที่ต้องซื้อ ถ้าไม่ไปซื้อเองเดี๋ยวลูกซื้อของมาไม่ครบแล้วก็ต้องลำบากไปซื้อมาอีกรอบ ”


            “ ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจแม่ก็แล้วกันค่ะ ”


            “ อืม แม่ขอไปเอนหลังสักพักก่อนละกันนะ "


            ได้ยินที่สองแม่ลูกพูดจากันมู่เสี่ยวหลันก็รู้สึกไม่สบายใจที่นางหลิงซื่อต้องเดินเท้าเป็นชั่วโมงเพื่อไปซื้อของในตัวเมืองให้กับเธอ แล้วยังต้องจ่ายเงินและใช้คูปองที่มีอยู่ไม่มากเพื่อซื้อของที่บางอย่างก็มีอยู่แล้วในมิติของเธอ 


            ‘ เฮ้อ มีแล้วเอาออกมาใช้ไม่ได้นี่มันทรมานใจจังวุ้ย ’ มู่เสี่ยวหลันได้แค่คิดและบ่นอยู่ในใจไปตามระเบียบ เอาเถอะไว้ค่อยหาโอกาสไปสำรวจในห้องครัวอีกที หากมีโอกาสเธอก็จะนำของที่มีอยู่ในมิติออกมาเติมผสมไปกับของที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว ตอนนี้ยังไม่สะดวกทำอะไรคงต้องทำหน้าที่แม่ไปก่อนละกัน 


            นั่นไงล่ะ มาละเสียงเจ้านายตัวน้อย


            “ อุ๊แว๊….อุ๊แว๊ อุ๊แว๊ ” เสียงร้องดังขนาดนี้ต้องเป็นเจ้าถิ่นต้าเป่าคนนี้แน่นอน


            “ ชิงชิง เอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาให้พี่หน่อยสิจ๊ะ ” ขณะที่ขอให้น้องสาวสามีเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาให้เพื่อใช้เช็ดทำความสะอาดเต้านม มู่เสี่ยวหลันก็อุ้มต้าเป่าตัวน้อยขึ้นด้วยท่าทางที่ยังดูเก้ ๆ กัง ๆ ตามประสาคุณแม่มือใหม่ผู้ด้อยประสบการณ์


            “ ค่ะ… พี่รอแป๊บนึงนะ ฉันขอผสมน้ำอุ่นก่อนนะคะ ” เว่ยชิงชิงขานรับพร้อมกับหยิบกระติกน้ำร้อนของทหารที่พี่ชายเคยใช้มาก่อนที่เธอได้ต้มน้ำร้อนแล้วเตรียมไว้ใช้ก่อนหน้านี้ เธอเทน้ำร้อนในกระติกลงไปผสมกับน้ำธรรมดาพออุ่น ๆ แล้วนำผ้าผืนเล็กลงไปชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด ก่อนจะยื่นให้มู่เสี่ยวหลัน


            “ ขอบใจนะจ๊ะชิงชิง จุ๊ ๆ พ่อคุณทูนหัวคนเก่งของแม่ อย่าร้องเสียงดังสิจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยวเป่าก็ตื่นมาแย่งหนูกินนมนะลูก ” มู่เสี่ยวหลันหยอกล้อต้าเป่าพร้อมกับตบที่ก้นเด็กน้อยเบา ๆ 


            “ ได้แล้วค่ะพี่เสี่ยวหลัน…., นี่ค่ะพี่ ” 


            เมื่อได้ผ้าชุบน้ำมาแล้วมู่เสี่ยวหลันก็ใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดทำความสะอาดไปที่เต้านมทั้งสองข้าง ก่อนจะอุ้มลูกเข้าเต้า ไม่ชิน! ยังไงเธอก็ยังไม่ชินอยู่ดีที่ต้องมาโดนดูดนมแบบนี้ T^T


            ‘ นี่คือลูก ลูกของเธอ มู่เสี่ยวหลัน เธอเป็นแม่ของเด็ก ๆ นี่คือหน้าที่ของคนเป็นแม่ เธอเคยอยากมีลูกมีผั..เอ้ยมีสามีนี่นา นี่ไงทั้งลูกทั้งสามี ยังไงก็ต้องโดนดูด เหอะ เหอะ ทำใจให้ชินซะนะมู่เสี่ยวหลัน ’ มู่เสี่ยวหลันสะกดจิตตัวเองให้ชินกับการเป็นแม่กะทันหัน

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องซุปเปอร์เมียยุค 70 ที่คุณอ่าน