Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 45 การต่อสู้ของพรศักดิ์สิทธิ์

    การต่อสู้ของพรศักดิ์สิทธิ์

     

                เมื่อออกมาจากวิหารเทพจริงแท้กัสก็เพิ่มความตื่นตัวของเขาขึ้นในทันทีสัมผัสวิญญาณของเขาแผ่ขยายออกไปโดยรอบจนกินพื้นที่ไปมากกว่า 100 เมตรรอบตัว

                และแทบจะในทันทีที่กัสแผ่ขยายสัมผัสวิญญาณออกไปจนเกินขอบเขตที่ทำได้เขาก็สัมผัสได้ถึงกลุ่มก้อนพลังที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งโอบล้อมอยู่รอบตัวเขา

                ‘น่าสนใจ..พวกไหนนะทำไมถึงได้ใจร้อนแบบนี้หรือว่าจะเป็นพวกมัน’

                กัสคิดในใจขณะที่เดินต่อไปด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติบนใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขประดับเอาไว้อยู่ ด้านข้างของเขาคืออิจิโกะที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ต่างกันเพราะข่าวดีที่เธอได้รับในวันนี้

                “สุดยอดไปเลยนะคะท่านกัสนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะโชคดีถึงเพียงนี้..”

                “นั่นสินะ คะแนนความดีความชอบที่เพิ่มขึ้นกว่า 5 ส่วนสำหรับผักวิเศษตระกูลของพวกเรากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไงนะ”

                แม้ว่ากัสจะยินดีจากใจจริงแต่เขาก็ไม่อาจสลัดความสงสัยทิ้งไปได้เช่นกันเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตที่แล้วของเขา

                อนาคตมันเปลี่ยนไปเพราะอะไรนั้นกัสเองก็ไม่ทราบสิ่งเดียวที่กัสคิดได้คือ มันอาจจะเกิดขึ้นเพราะการกระทำบางอย่างของเขาไปเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์บางอย่างหรือไม่ก็มันเป็นความน่าจะเป็นบางอย่างที่เปลี่ยนไปตามธรรมชาติซึ่งก็ไม่มีใครสามารถอธิบายได้

                เรื่องของกาลเวลานั้นเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมากจริงๆขนาดตัวเขาที่ข้ามเวลากลับมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง

                หากไม่ติดว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ในสภาพนี้มานานหลายเดือนแล้วละก็ตัวเขาก็คงไม่กล้าที่จะคิดเช่นกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในตอนนี้แท้จริงแล้วเป็นเพียงความฝันหรือไม่

                ช่วงเวลาที่เขาคิดถึงความเป็นไปได้นี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

                ทว่าคิดไปได้ไม่กี่นาทีเท่านั้นดวงตาของกัสก็ทอประกายเย็นเยียบขึ้นมาอิจิโกะเองก็สัมผัสได้ถึงการจ้องมองที่น่ากลัวของคนจำนวนหนึ่งจนตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

                “ท..ท่านกัสเจ้าค่ะข้ารู้สึกไม่ดีเลย..เหมือนมีใครกำลังจ้องมองอยู่”

                รอยยิ้มของกัสอ่อนลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกไปกุมมือของอิจิโกะเอาไว้แน่นซึ่งช่วยทำให้ความหวาดกลัวของเด็กสาวจางหายไปอย่างรวดเร็ว

                “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคนข้าไม่มีวันปล่อยให้ใครทำอะไรเจ้าแน่..อีกอย่างตรงนี้อยู่ใกล้กับวิหารเทพจริงแท้มาก หากพวกเราสู้ไม่ได้ก็สมควรที่จะหนีไปขอความช่วยเหลือได้บ้าง”

                ในขณะที่กัสพูดปลอบใจอิจิโกะอยู่นั้นดวงตาของเขาก็ทอประกายเย็นเยียบออกมาก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังมองไปยังเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่วิหารเทพจริงแท้ซึ่งบัดนี้ถูกปิดเอาไว้ด้วยบุรุษหัวล้านผู้หนึ่ง

                “เกรงว่าความหวังของพวกเจ้าจะไม่มีวันเป็นจริง..เด็กน้อยในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ!!”

                น้ำเสียงของบุรุษผู้นี้เย็นเยียบถึงที่สุดจิตสังหารเองก็แผ่ขยายออกมาไม่มีหยุดและพุ่งตรงไปยังอิจิโกะอย่างรุนแรงซึ่งทำให้ใบหน้าของเด็กสาวถึงกับซีดขาวลงในทันที

                กัสเห็นแบบนั้นก็เค้นเสียงออกมาเบาๆจากนั้นปลดปล่อยจิตสังหารของเขาออกมาบ้างและใช้มันต่อต้านจิตสังหารที่น่ากลัวของบุรุษเบื้องหน้า

                การตอบรับของกัสนั้นทำให้สีหน้าของบุรุษหัวล้านเปลี่ยนไปมันมีท่าทีประหลาดใจและเริ่มหรี่ตาลง

                “ไอ้หนู..เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ถอยไป!!”

                “โฮ่..ไม่เกี่ยวกับข้างั้นหรือ งั้นช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าพวกเจ้าต้องการอะไร”

                ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาของกัสชั่วขณะก่อนจะมองไปยังคนในชุดคลุมดำที่เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาจากรอบด้าน

                ชุดคลุมสีดำและรูปร่างของคนเหล่านี้ทำให้ดวงตาของกัสหรี่ลงเล็กน้อยในขณะที่ภายในใจเริ่มเข้าใจถึงเป้าหมายของคนกลุ่มนี้แล้ว

                ‘เป็นพวกมันจริงๆ’

                แม้จะตกใจและประหลาดใจที่คนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวได้เร็วถึงเพียงนี้แต่สีหน้าของกัสก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิดเขาเพียงเหยียดยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามไปยังบุรุษหัวล้านเบื้องหน้าซึ่งทำให้ใบหน้าของบุรุษผู้นี้แดงก่ำด้วยความเดือดดาลขึ้นมา

                “เด็กเลว..เจ้าอยากตายใช่หรือไม่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า!! แค่ส่งตัวนังเด็กผมทองนั่นมาก็พอแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”

                ดวงตาของกัสหรี่ลงในทันทีจิตสังหารของเขายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกจนทำให้คนชุดดำที่อยู่โดยรอบถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

                บุรุษหัวล้านเองก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปดวงตาของมันหดตัวลงด้วยความหวาดกลัวแต่มันก็รีบปลอบใจตัวเองในทันทีและใช้ความแค้นที่มีต่อศัตรูของมันเป็นแรงผลักดันให้มันยืนหยัดอยู่กับที่ได้

                “อย่าได้พยายามทดสอบความอดทนของข้า!! หากไม่แล้วต่อให้วิหารเทพจริงแท้จะช่วยเจ้า ข้าก็ไม่มีวันปล่อยเจ้าไป!!”

                ท่าทางเช่นนี้ทำให้กัสยิ่งรู้สึกดูถูกเหยียดหยามพวกมันมากขึ้นไปอีกการคุยโตเช่นนี้หากเป็นคนทั่วไปคงนึกกลัวกันบ้าง

                แต่สำหรับกัสคำพูดของคนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากเสียงเห่าหอนของสุนัขที่ไม่มีความน่ากลัวเอาเสียเลยเพราะเขารู้ดีว่าพวกมันนั้นดีแต่ปากเท่านั้น

                “น่าสนใจดีนี่..เจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่กลัววิหารเทพจริงแท้เลยสินะต่อให้ข้าเป็นคนของวิหาร เจ้าก็ไม่สนใจงั้นหรือ”

                เหล่าคนชุดดำมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาทันทีบุรุษหัวล้านเองก็มีท่าทีที่ตื่นกลัวขึ้นมา แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น มันก็ขับไล่ความกลัวทิ้งไปและปลอบตัวเองหลายต่อหลายครั้งเพื่อเตือนให้มันคิดถึงความเป็นไปได้ที่ยากจะเกิดขึ้น

                “อย่าได้ปากดีนักไอ้หนูวิหารเทพจริงแท้ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะเอาชื่อมาอ้างได้ง่ายๆอีกอย่าง..พวกเจ้ามีฐานะอะไรถึงทำให้วิหารเทพจริงแท้ออกตัวปกป้องกัน หรือต่อให้เจ้ามีฐานะจริงแต่ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆวันนี้ไม่ว่ายังไงเจ้าต้องทิ้งนังเด็กผมทองเอาไว้ที่นี่”

                “แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ละ..เจ้าจะทำยังไงกับข้า”

                น้ำเสียงของกัสเย็นลงทุกขณะเช่นเดียวกับบรรยากาศโดยรอบที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจากการปะทะกันของจิตสังหารทั้งสองสาย

                พริบตานั้นดวงตาของบุรุษหัวล้านก็เบิกกว้างขึ้นและกลายเป็นสีแดงก่ำท่าทางที่เดือดดาลของมันแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งในทันที

                “เช่นนั้นข้าก็จะฆ่าเจ้า!! แล้วเค้นที่อยู่ของไอ้เด็กอ้วนนั้นออกมา!!”

                พูดจบบุรุษหัวล้านก็พุ่งเข้าใส่กัสราวกับดาวตกฝ่ามือทั้งสองข้างสะบัดขึ้นแล้วตบฟาดลงไปอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นแสนแสงสีเงินที่แหลมคมสิบสายพุ่งตรงเข้าไปยังจุดที่กัสยืนอยู่

                วินาทีที่การโจมตีนี้ปรากฏขึ้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นม่านตาของเขาหดตัวและพริบตานั้นหัวสิงโตสีดำทั้งสิบหัวก็ปรากฏขึ้นและพุ่งออกไปปะทะกับลำแสงสีเงินทั้งสิบสาย

                เสียระเบิดดังขึ้นมาครั้งหนึ่งลำแสงสิบสายและหัวสิงโตสิบหัวก็แตกสลายไปพร้อมกัน

                ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้กัสหรี่ตาลงด้วยท่าทางที่เคร่งเครียดเพราะเขาตระหนักได้ว่าบุรุษหัวล้านผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาหากแต่เป็นผู้ครอบครองพรศักดิ์สิทธิ์ที่มีทักษะต่อสู้

                ในขณะที่กัสนิ่งคิดด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดทางด้านของคนชุดดำกลับมีท่าทีที่ตื่นเต้นตกใจและตัวสั่นไปด้วยความโกรธแค้น

                โดยเฉพาะบุรุษหัวล้านที่เบิกตากว้างมองดูกัสอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

                แต่แล้วมันก็ยิ้มออกมายิ้มออกมาด้วยท่าทีที่บ้าคลั่งเป็นอย่างมากมันยิ้มออกมาราวกับคนที่สติไม่ปกติก่อนจะหัวเราะออกมาไม่มีหยุด

                “เป็นเจ้า!! เป็นเจ้านั่นเอง!!เจ้าสารเลวที่ฆ่าพี่ชายของข้า!!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!!”

                เมื่อกัสใช้พลังของพรออกมารูปลักษณ์ของหัวสิงโตสีดำก็ได้กลายเป็นเครื่องมือยืนยันตัวตนของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยทำให้คนกลุ่มนี้ตระหนักว่าเป้าหมายที่พวกมันต้องการตัวนั้นแท้จริงแล้วคือกัสนั่นเอง

                ทั้งนี้จะโทษพวกมันก็ไม่ได้ที่เข้าใจผิดเนื่องจากรูปลักษณ์ของกัสเปลี่ยนแปลงไปมากเกินไปทำให้พวกมันจดจำเขาไม่ได้

                สิ่งเดียวที่พวกมันจำได้มีเพียงอิจิโกะเท่านั้นทำให้พวกมันตัดสินใจที่จะลงมือจับตัวอิจิโกะเพื่อเค้นถามที่อยู่ของกัส

                แต่ทันทีที่กัสเปิดเผยตัวพวกมันก็เปลี่ยนความตั้งใจทันทีเป้าหมายของพวกมันคือการล้างแค้นกัสที่ได้ฆ่าคนของพวกมันไป

                นี่เป็นนิสัยของคนกลุ่มนี้พวกมันอ่อนแอและไร้ความสามารถแต่พวกมันจะไม่ยอมให้ใครที่ฆ่าพวกของมันไปหนีรอดไปได้

                นี่เป็นวิถีของพวกมันวิถีที่ถูกดูถูกเหยียดหยามและมองว่าสกปรกแต่มันก็เป็นทางรอดเดียวของพวกมันที่จะอยู่รอดท่ามกลางการต่อสู้ที่น่ากลัวของเมืองแห่งนี้

                หากไม่มีความน่ากลัวหรือความน่าขยะแขยงที่ทำให้กลุ่มอื่นหลีกเลี่ยงพวกมันแล้วละก็พวกมันก็ไม่มีวันอยู่รอดต่อไปได้ในดินแดนแห่งนี้

                ทว่ากัสไม่ได้รู้และก็ไม่ได้สนใจด้วยทันทีที่จิตสังหารของบุรุษหัวล้านเปลี่ยนจากอิจิโกะมายังกัสนั้น เขาก็รู้ตัวในทันทีว่าพวกมันจดจำเขาได้แล้ว

                และในเวลาเดียวกันกัสก็เข้าใจจุดประสงค์ของพวกมันแล้วเช่นกันดังนั้นเขาจึงไม่มีความคิดที่จะปล่อยใครไปอีก

                เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูประเภทนี้มีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นหนึ่งนั้นคือต่อสู้กับพวกมันและฆ่าพวกมันเสียให้หมดหรือไม่ก็ยอมแพ้และถูกพวกมันฆ่าตายเท่านั้น

                ซึ่งกัสไม่มีวันที่จะยอมแพ้และจะสู้ต่อให้ไม่อาจเอาชนะได้ก็ตาม

                พริบตานั้นจิตสังหารของกัสก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกกลิ่นอายของความหิวกระหายแผ่ขยายออกไปรอบบริเวณกดดันจนทำให้สัญชาตญาณของผู้คนทั้งหมดถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

                นี่คือกลิ่นอายของนักล่ากลิ่นอายที่ทำให้พวกมันรู้สึกราวกับกลายเป็นเหยื่อที่ไร้ทางสู้

                คนชุดดำที่โอบล้อมอยู่นั้นพากันตัวสั่นและเกือบจะหมดสิ้นความสามารถในการต่อสู้ไปชั่วขณะเพราะความหวาดกลัวที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจ

                ในกลุ่มนี้มีเพียงบุรุษหัวล้านเท่านั้นที่แม้จะตัวสั่นแต่มันก็ส่งเสียงขู่คำรามออกมากระโจนเข้าใส่กัสอีกครั้ง

                “อย่าฝันว่าลูกไม้นี้จะใช้กับข้าได้!! ตายซะ!!”

                บุรุษหัวหน้าขู่คำรามด้วยความโกรธแค้นชิงชังพร้อมกันนั้นมือทั้งคู่ของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยกล้ามเนื้อปูดโปนไปทั่วทั้งมือจนมองเห็นเส้นเลือดที่ขดไปมาจนดูน่าเกลียดน่ากลัวได้ในทันที

                และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการโจมตีนี้คือเล็บที่แหลมคมและพลังสีเงินที่ห่อหุ้มเล็บของมันอยู่

                พริบตาสั้นๆมือทั้งคู่ของบุรุษหัวล้านก็ตะปบลงติดๆ กันนับครั้งไม่ถ้วนมันส่งลำแสงที่แหลมคมดังหอกพุ่งเข้าใส่กัสราวกับห่าฝน

                เมื่อเห็นแบบนั้นกัสก็ไม่รอช้าเขารีบสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอดแล้วปลดปล่อยออกมาในทันทีด้วยทักษะราชสีห์คำราม

                บรรยากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทว่าลำแสงที่แหลมคมนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเสียงคำรามนี้เลยพวกมันยังคงพุ่งทะยานต่อไปเจาะทะลวงคลื่นอากาศไปราวกับเยื่อกระดาษที่บอบบาง

                กัสเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้นึกหวาดกลัวเพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเสียงคำรามของเขาไม่อาจทำอะไรได้

                ทว่าเขาก็ยังทำและตั้งใจทำอีกด้วยเนื่องจากเขานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้เสียงนี้ทำลายลำแสงที่แหลมคมแต่ตั้งใจจู่โจมใส่บุรุษหัวล้านโดยตรงต่างหาก

                การโจมตีด้วยเสียงเป็นการโจมตีที่น่ากลัวที่สุดรูปแบบหนึ่งเพราะมันยากที่จะป้องกันได้และทันทีที่คลื่นเสียงระเบิดออกไปดวงตาของบุรุษหัวล้านก็สั่นสะท้านหัวสมองของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

                และพริบตานั้นกัสก็ลงมือหัวสิงโตขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของบุรุษหัวล้านก่อนจะอ้าปากกว้างและกัดลงยังตำแหน่งที่บุรุษหัวล้านยืนอยู่

                วินาทีนั้นดวงตาทุกคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเพราะมันไม่คิดว่าเด็กหนุ่มอย่างกัสจะใช้วิธีตกตายตามกันเช่นนี้ได้

                กัสไม่เพียงที่จะไม่หลบแต่ยังใช้วิธีโจมตีสวนกลับมาถึงสองครั้งติดต่อกัน ด้วยวิธีนี้ต่อให้กัสสามารถสร้างความเสียหายให้กับบุรุษหัวล้านได้แต่ตัวเขาก็ต้องบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน

                ทว่าสิ่งที่ทุกคนติดกลับผิดพลาดไปจนหมดเพราะลำแสงสีเงินนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้าใส่กัสนั้นได้ถูกม่านแสงสีขาวสกัดเอาไว้จนหมดสิ้นจากนั้นในพริบตาต่อมาหัวสิงโตนับสิบก็ปรากฏขึ้นและกัดเข้าใส่ลำแสงสีเงินทุกเส้นจนแตกสลาย

                การปรากฏขึ้นของม่านแสงสีเงินนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจและตกใจไปตามๆกันเพราะพวกมันมองออกว่านี่เป็นพลังของอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ล้ำค่าไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีได้

                แต่ที่ทำให้พวกมันแปลกใจยิ่งกว่าคือเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันถึงได้กล้าใช้อุปกรณ์เวทมนตร์คุ้มกันออกมาโดยไม่เกรงกลัวอะไรแบบนี้

                อุปกรณ์เวทมนตร์ชนิดนี้เป็นที่รู้กันว่ามีค่าอย่างมากมันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการแต่กลับไม่มีใครที่ยินดีที่จะใช้มันเพราะทุกคนทราบดีว่ามันกินพลังมากขนาดไหน

                ในการต่อสู้ครั้งหนึ่งหากต้องเปิดใช้งานอุปกรณ์ช่วยชีวิตเหล่านี้ก็หมายความว่าช่วงเวลานั้นต้องตกอยู่ในสภาพที่อันตรายจริงๆมันถึงจะถูกใช้

                ทว่ากัสกลับเลือกที่จะใช้งานมันทันทีเพื่อแลกชีวิตกับบุรุษหัวล้านวิธีนี้ทำให้คนชุดดำทุกคนต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและรู้สึกชิงชังรังเกียจขึ้นมาพร้อมกัน

                เหตุผลที่พวกมันเกลียดชังกัสก็เพราะว่าวิธีการเช่นนี้เป็นวิธีของพวกลูกคุณหนูที่ร่ำรวยซึ่งมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตจำนวนมากชอบใช้นั่นเอง

                การที่กัสใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ออกมาโดยไม่ลังเลเช่นนี้ย่อมไม่แปลกเลยที่จะทำให้ทุกคนคิดไปแบบนั้น

                ทว่าคนที่รู้ความจริงคงมีเพียงกัสเท่านั้นและในความเป็นจริงนั้นเขาก็ไม่ได้คิดที่จะใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้เพราะต้องการอวดความร่ำรวยอะไรเพราะตัวเขาเองก็มีอุปกรณ์ป้องกันนี้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น

                เหตุผลเดียวที่กัสต้องทำแบบนี้ก็เพราะเขารู้ว่าการต่อสู้นี้จะเกิดขึ้นและจบลงในเวลาอันสั้น

                หากเขาไม่สามารถจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วก็มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะพ่ายแพ้หรือไม่ก็ศัตรูก็อาจจะหลบหนีไปได้

                เพื่อป้องกันปัญหาบางอย่างในอนาคตกัสจำต้องฆ่าคนกลุ่มนี้ให้มากที่สุดไม่เช่นนั้นครั้งต่อไปที่เขาออกมาจากดันเจี้ยนเขาอาจจะต้องเจอกับการโจมตีที่รุนแรงยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้

                นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้กัสจำต้องลงมือและทุ่มเททุกสิ่งลงไปในการโจมตีครั้งแรกแบบนี้

                ทว่าความหวังของเขาก็ไม่อาจเป็นจริงได้ทันทีที่ฝุ่นควันจางหายไปเขาก็มองเห็นบุรุษหัวล้านที่มีร่างกายซีกหนึ่งเต็มไปด้วยเลือดแขนของมันขาดหายไปแล้วข้างหนึ่งซึ่งถูกหัวสิงโตสีดำของกัสกัดจนขาด

                ใบหน้าของบุรุษหัวล้านซีดขาวหากแต่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมมาก

                “สารเลว!! พวกคนมีเงินอย่างเจ้าข้าเกลียดที่สุด!!!”

                อาการบาดเจ็บสาหัสนี้แทนที่จะทำให้บุรุษหัวล้านหวาดกลัวหรืออ่อนแอลงทว่ามันกลับทวีความดุดันและบ้าคลั่งมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

                ความผิดพลาดนี้ทำให้กัสเริ่มเครียดขึ้นมาบ้างแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ตกใจหรือร้อนรนเพราะความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะหลบรอดไปได้เองก็มีอยู่มากและเขาก็ไม่ได้หวังว่ามันจะจบลงง่ายๆแบบนี้แต่แรก

                “หึ! ทนมือทนเท้าดีนี่งั้นลองอีกครั้งเป็นไง!!”

                พูดจบหัวสิงโตแบบเดียวกันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งนี้มันพุ่งตรงเข้าไปด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่า

                ทว่าบุรุษหัวล้านนั้นราวกับบ้าไปแล้วมันไม่มีความหวาดกลัวใดๆอยู่ในดวงตาเลยหากแต่เบิกตากว้างด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากนั้นตวัดมือเข้าใส่หัวสิงโตอย่างรุนแรงจนมันขาดออกเป็นชิ้นๆ

                “เปล่าประโยชน์!!! ไม่ว่าเจ้าจะร่ำรวยเพียงใดก็ไม่มีทางสู้ข้าได้”

                บุรุษหัวล้านตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นตะปบลงอีกครั้งทำเอาพื้นดินแถบหนึ่งถูกฟันจนกลายเป็นรอยยาวถึง5 เส้นด้วยกัน

                กัสขยับหลบไปด้านข้างด้วยใบหน้าที่เยือกเย็นรอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเต็มที่และพริบตานั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังของพรออกไป

                ราวกับเปลวไฟไหลผ่านเข้าไปในปอดลมหายใจของเขาแปรเปลี่ยนไปในพริบตา ต่อจากนั้นมวลอากาศปริมาณมหาศาลก็ถูกดูดเข้าไปในปอดของเขาก่อนจะถูกปลดปล่อยออกมากลายเป็นลำแสงไร้สภาพพวยพุ่งออกไปตรงหน้า

                ภาพนี้ทำให้ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างและก่อนที่ใครจะไหวตัวทันบุรุษหัวล้านก็ถูกลำแสงนี้กลืนเข้าไปจนหมดสิ้น

                เมื่อเป้าหมายถูกยิงเข้าไปเต็มๆกัสก็รีบคลายพลังออกจากปอดทันทีจากนั้นก็หอบหายใจหนักเพราะผลกระทบที่ยังไม่จางหายทำให้ลมหายใจของเขารุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าก่อนจะค่อยๆบรรเทาลงทีละน้อย

                ‘เป็นไงบ้าง..สำเร็จไหม’

                นี่นับเป็นครั้งแรกที่กัสนำทักษะที่ยังไม่สมบูรณ์นี้ออกมาใช้งานจริงมันยากมากที่จะควบคุม ทว่าผลลัพธ์ของมันก็ไม่นับว่าเลวเลย

                แม้ว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรกที่เขาใช้แต่ด้วยการกระตุ้นพลังแบบเฉียบพลันนี้ทำให้อากาศถูกบีบอัดจนหนาแน่นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดและทำให้พลังทำลายล้างของมันรวมศูนย์มากยิ่งขึ้นจนเกิดเป็นพลังเจาะทะลวงที่รุนแรง

                ทว่าพริบตาเดียวนั้นฝุ่นควันก็ถูกฉีกออกด้วยมือที่เต็มไปด้วยเลือด

                ใบหน้าของบุรุษหัวล้านอาบไปด้วยเลือดแล้วมันบาดเจ็บสาหัสทีเดียว ทว่าความบ้าคลั่งของมันก็ยังไม่จางหายมันยังส่งเสียงขู่คำรามออกมาราวกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง

                “อย่าหวังเลยไอ้หนูพลังของพรศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่ความมั่งคั่งของตระกูลเจ้าจะช่วยได้สิ่งนี้มันต้องใช้เวลาบ่มเพาะที่ยาวนาน..แล้วเจ้าคิดหรือว่าเด็กน้อยเช่นเจ้าจะสู้ข้าได้”

                ในขณะที่พูดมือที่เหลือเพียงข้างเดียวของมันก็เรืองแสงสีเงินที่น่ากลัวออกมาขนาดของฝ่ามือใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว เล็บเองก็ยืดยาวออกมาราวกับคมดาบ

                พริบตานั้นบรรยากาศก็ถูกฉีกกระชากด้วยพลังที่แหลมคมละน่ากลัวจนถึงกับทำให้พื้นที่โดยรอบปรากฏรอยขีดข่วนจำนวนมาก

                คำพูดของบุรุษหัวล้านนี้ไม่ผิดเลยกัสเองก็เห็นด้วยอย่างมากเพราะพรศักดิ์สิทธิ์เป็นพลังที่พิเศษมันเป็นเหมือนพรสวรรค์ส่วนตัวที่มีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่เข้าใจมันได้

                แล้วเช่นนี้คนนอกจะช่วยพัฒนาได้ยังไงนอกจากพยายามค้นหาแนวทางด้วยตัวเองแล้วมันก็เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่จะพัฒนาพรศักดิ์สิทธิ์ให้แข็งแกร่งขึ้นได้จริงๆ

                เช่นนี้อายุจึงมีผลอย่างมากต่อความแข็งแกร่งของผู้ที่ครอบครองพรศักดิ์สิทธิ์กัสที่อายุเพียงสิบกว่าปีย่อมไม่มีทางเทียบกับบุรุษหัวล้านที่มีอายุมากกว่าได้จริงๆ

                ทว่าคำพูดนี้เมื่อนำมาพูดกับกัสในตอนนี้มันกลับทำให้เขาเหยียดยิ้มออกมาแทน

                “ข้าเห็นด้วย..พลังของพรศักดิ์สิทธิ์ยิ่งบ่มเพาะมานานแค่ไหนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น..แต่เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพรศักดิ์สิทธิ์ของข้า..มันอ่อนแอกว่าเจ้า”

                วินาทีที่คำพูดสุดท้ายหลุดออกมา เงาสีดำที่ใหญ่ราวกับภูเขาก็ปรากฏขึ้นมาจากใต้เท้าของบุรุษหัวล้านจากนั้นมันก็ยกตัวสูงขึ้นและปิดลงจนเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมัน

                สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาคือหัวสิงโตที่มีขนาดใหญ่เท่ากับภูเขาลูกย่อมๆและตอนนี้มันกำลังบดขยี้คมเขี้ยวของมันอย่างหนักหน่วงก่อนจะจางหายไปและเผยให้เห็นร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณของบุรุษหัวล้าน

                

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน