ตระกูลอ๋าว เมืองหลงเทียน
“คุณชายสี่ตกน้ำ คุณชายสี่จมน้ำไปแล้ว ใครก็ได้รีบมาช่วยที ทางนั้น! เขาอยู่ทางนั้น!” เสียงกรีดร้องจากบ่าวรับใช้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นมาจากทางสระบัวขนาดใหญ่ภายในจวนตระกูลอ๋าว
บ่าวรับใช้สตรีผู้นี้มาเก็บดอกบัวเพื่อไปบูชาเทพัตามคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่ากัว สตรีหม้ายที่เป็ทั้งผู้นำตระกูล และเป็ท่านย่าแท้ๆ ของคุณชายสี่อ๋าวหลวนหลง
นางเห็นคุณชายสี่ยืนอยู่เพียงลำพังบนสะพาน และคิดว่าเขาก็คงจะมาชื่นชมความงามของดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในสระจึงไม่ได้สนใจมากนัก เพียงครู่เดียวนางก็ต้องใเมื่อได้ยินเสียงแตกกระจายของน้ำและเห็นร่างของอ๋าวหลวนหลงจมลงสู่ก้นสระด้วยตาของตนเอง
บ่าวรับใช้บุรุษที่กำลังทำงานอยู่โดยรอบ วิ่งกรูกันไปยังทิศทางที่หญิงสาวชี้มือไป แต่เป็เพราะดอกบัวกำลังบานสะพรั่งอยู่เต็มสระ กอปรกับผิวน้ำไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้บ่าวรับใช้ยังไม่เห็นว่าคุณชายสี่ของพวกตนจมน้ำไปจากบริเวณไหนกันแน่
ก้นสระเซียนหนุ่มหลวนหลงกับทูต์ฝูซีกลั้นหายใจกันจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่พ้นจากผืนน้ำของบ่อศักดิ์สิทธิ์กันเสียที จากทิศทางที่ตนเองะโลงมาสองบุรุษผู้กล้าหาญคิดว่าส่วนขาของตนจะต้องหลุดพ้นจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วโผล่ไปยังแดนมนุษย์ก่อน จึงพยายามมุดลงสู่เบื้องล่างเพียงทิศทางเดียว
แต่หลังจากที่พยายามอยู่นานสองนาน เบื้องล่างก็มีเพียงดินโคลนกับพืชน้ำบางอย่างที่พันแข้งพันขาทั้งสองข้างเอาไว้รอบ หลวนหลงจึงตัดสินใจสะกิดฝูซีที่อยู่ข้างกายตลอดเวลาให้เปลี่ยนทิศทางว่ายขึ้นสู่เบื้องบนแทน ตั้งใจจะไปถามมหาเทพเบื้องบนให้แน่ชัดว่าพวกเขาสองคนหาทางลงสู่แดนมนุษย์ผิดวิธีหรืออย่างไร
เมื่อโผล่ศีรษะขึ้นจากน้ำคนทั้งคู่ก็รีบสูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่กันทันที แต่เสียงและจำนวนผู้คนที่เห็นอยู่ในระยะสายตาก็เกือบจะทำให้สองบุรุษผู้กล้ามุดหัวลงน้ำกลับไปอีกครั้งด้วยความใ
“นั่น! เขาอยู่ทางนั้น!”
“ตูม! ตูม! ตูม!” บ่าวรับใช้ชายสามคนะโลงสู่สระบัวทันที พยายามจะเข้าไปช่วยชีวิตคุณชายสี่หลวนหลงผู้มีร่างกายอ่อนแอ
หลวนหลงกับฝูซีงุนงงกับสถานการณ์ประหลาดตรงหน้า ดูเหมือนว่าจะมีบุรุษสามคนว่ายน้ำมาทางพวกเขา?
ไม่ต้องส่งสัญญาณอะไรกันหลวนหลงกับฝูซีก็รีบว่ายน้ำหนีคนแปลกหน้าสามคนที่ยังไม่รู้ว่าจะมาดีหรือมาร้าย แล้วพวกเขาเป็ใคร?
ฝูซีว่ายน้ำตามหลังหลวนหลงอยู่เล็กน้อย จังหวะหนึ่งที่หลวนหลงหันกลับมามองด้านหลัง ฝูซีก็ต้องใไปอีกครั้ง
“ท่าน!”
เมื่อมองให้ดีฝูซีก็เห็นว่ายังคงเป็หลวนหลงคนเดิม เพียงแต่.. เหตุใดท่านเซียนจึงได้ดูผ่ายผอม ซูบซีดถึงเพียงนั้น และยังดูเหมือนว่าเขาจะอายุน้อยลง จากที่ควรจะเป็ชายหนุ่มวัย 20 เศษ ก็กลายเป็เด็กหนุ่มวัยประมาณ 15-16 ปีเท่านั้น
เห็นความผิดปกติผู้ที่ตนสัญญาว่าจะติดตามมาช่วยเหลือเขา สภาพร่างกายบอบบางอ่อนแรงเช่นนั้น หลวนหลงอาจจะว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่งไม่ไหวก็เป็ได้
ฝูซีจัดการเร่งความเร็วของตนขึ้นมาอีกนิด ลากหลังคอเสื้อของชายหนุ่มทุ่นแรงของอีกฝ่ายให้มากที่สุดแล้วดึงเขาขึ้นมาอยู่บนฝั่งจนสำเร็จ
“คุณชายสี่ ท่านทำสิ่งใดลงไป! ท่านต้องคิดถึงจิตใจของฮูหยินผู้เฒ่าบ้างสิเ้าคะ” บ่าวสตรีคนที่เห็นเหตุการณ์ร้องไห้น้ำตานอง วิ่งเข้ามาถึงตัวของอ๋าวหลวนหลง
“พวกเ้ายืนบื้ออันใดกันอยู่เล่า! รีบหาผ้ามาห่มให้คุณชายเร็วเข้า ร่างกายของคุณชายสี่ยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย! ส่งคนไปแจ้งกับนายท่านสามให้ทราบเื่ก่อน อย่าเพิ่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าล่วงรู้เด็ดขาด!” ตู้เม่ยบ่าวรับใช้ในเรือนฮูหยินผู้เฒ่ากัวรู้ดีว่าท่านย่าของคุณชายสี่รักใคร่หลานชายคนนี้ยิ่งกว่าอะไร เื่ใหญ่เช่นนี้นางไม่กล้าให้กัวฮูหยินล่วงรู้จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณชายสี่ปลอดภัยดี
หลวนหลงกับฝูซีมองหน้ากันไปมา พยายามปรับความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้โดยเร็วที่สุด
อ๋าวหลวนหลงถูกบ่าวชายใช้ผ้าห่มหลายผืนคลุมร่างเอาไว้จนแทบมองไม่เห็นตัวคน พวกเขาแบกร่างบอบบางของอ๋าวหลวนหลงมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งเป็เหตุให้ฝูซีซึ่งยังทำสิ่งใดไม่ถูกต้องรีบลุกตามไปด้วย
“เ้าคือใคร? เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน?” บ่าวชายคนหนึ่งร้องทักฝูซี เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้าแน่นอน
“เขาคือคนของข้า” หลวนหลงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรูปร่างและอายุของตน แต่อย่างไรฝูซีก็คือคนของตนจริงๆ ไม่อาจทอดทิ้งได้
ได้ยินคุณชายสี่เป็ผู้ยืนยันตัวตนของอีกฝ่าย กอปรกับเมื่อครู่เ้าั์นี่ก็เป็ผู้ช่วยเหลือคุณชายขึ้นมาจากน้ำ บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่รอบจึงปล่อยให้ฝูซีเดินตามคุณชายกลับไปยังเรือนพักของเขา
“เกิดอะไรขึ้น คุณชายของข้าเป็อะไร!" ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับอ๋าวหลวนหลงวิ่งสวนทางมาและได้พบกับคุณชายสี่ที่ถูกแบกกลับมาเข้าพอดี
“หูกุ้ยเ้าต่างหากเหตุใดจึงไม่อยู่ดูแลคุณชายสี่ ปล่อยให้เขาอยู่ลำพังได้อย่างไรกัน! คอยดูเถิดหากฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าเ้าละเลยหน้าที่ เ้าต้องถูกโบยจนหลังลายเป็แน่” ตู้เม่ยตวาดกลับทันควัน
“คุณชายสั่งให้ข้ากลับมาเอาเสื้อคลุม ข้ารีบวิ่งกลับมาเร็วที่สุดแล้ว บอกข้ามาเถิดว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่ได้ตั้งใจนะขอรับ”
“เขาะโน้ำฆ่าตัวตายน่ะสิ ดีนะที่คนผู้นี้ช่วยเอาไว้ได้ทัน” กล่าวจบตู้เม่ยก็รีบปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น ไม่ยอมกล่าวสิ่งใดต่อ
“คุณชาย..” เด็กหนุ่มหูกุ้ยที่หลวนหลงเริ่มจะจับใจความได้แล้วว่าน่าจะเป็บ่าวรับใช้ประจำตัวของตนเอง ทรุดตัวลงไปกับพื้น ใบหน้าซีดขาวด้วยความหวั่นเกรงความผิด
“ลุกขึ้นมา ข้าไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ข้าหน้ามืดเป็ลมไปเท่านั้น” หลวนหลงเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน อาจเป็เพราะร่างมนุษย์ของตนอ่อนแอเกินไป เวลานี้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวราวกับจะเป็ไข้ แต่ก็ยังฝืนเอ่ยปากช่วยเหลือบ่าวรับใช้หนุ่มผู้น่าสงสาร
ฝูซีได้รับการช่วยเหลือในการหาเสื้อผ้ามาผลัดเปลี่ยนโดยเด็กหนุ่มหูกุ้ย ส่วนภายในเรือนคุณชายสี่ เวลานี้ก็ท่านหมอประจำจวนตระกูลอ๋าวมาถึงและกำลังตรวจอาการให้อ๋าวหลวนหลงอยู่ด้านใน
“เ้าคือคนใหม่ที่ฮูหยินหามาให้คุณชายสินะ”
“ใช่ ข้ามีหน้าที่ติดตามเขา เ้าช่วยอธิบายเื่เมื่อครู่ให้ข้าฟังอีกครั้งได้หรือไม่ ข้าเพิ่งมาอยู่ที่นี่ ข้ายังไม่เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด”
คำถามนี้ไม่ได้แปลกสำหรับหูกุ้ยบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของอ๋าวหลวนหลง คุณชายสี่ของตนร่างกายอ่อนแอ ปกติก็มักจะเก็บตัวไม่พูดคุยกับผู้ใดมีเพียงหูกุ้ยที่เติบโตมาพร้อมกับเขาเท่านั้นที่อ๋าวหลวนหลงไว้ใจ เรือนของคุณชายสี่จึงเงียบเหงาเพราะเขาไม่ชอบให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวายนัก
แต่เมื่อไม่นานมานี้เองฟางฮูหยิน มารดาของคุณชายสี่ส่งตัวฝูซีให้เข้ามาให้ความคุ้มครองบุตรชายของนาง แต่เป็เพราะคุณชายสี่เบื่อหน่ายกับการถูกจับตามองจึงไม่ยอมให้ฝูซีอยู่ใกล้ๆ ตนจึงเพิ่งได้พบบุรุษร่างใหญ่ผู้นี้เป็ครั้งแรก
ชายหนุ่มอายุราว 15-16 ปี ดึงมือฝูซีให้ห่างออกมาจากตัวเรือน
“เป็เพราะใกล้จะถึง่เวลาบูชาเทพประจำตระกูลแล้วน่ะสิ อีกไม่นานลูกหลานสกุลอ๋าวก็จะกลับมารวมตัวกันที่จวนเพื่อบูชาเทพั คุณชายสี่อ่อนแอที่สุดในบรรดาพี่น้อง ก็ต้องตกเป็เป้าหมายให้ผู้อื่นเหยียบย่ำกลั่นแกล้งเหมือนทุกปี เหตุนี้ฟางฮูหยินจึงจ้างเ้ามาคอยคุ้มกันคุณชายนั่นล่ะ”
ฝูซีขมวดคิ้วแน่น ตั้งใจฟังหูกุ้ยพร่ำบ่นอยู่อีกหลายประโยค พยายามทำความเข้าใจกับตัวตนใหม่ของหลวนหลง
“หูกุ้ย!” บทสนทนาของหูกุ้ยและฝูซีจำต้องหยุดชะงักไป พวกเขาทั้งสองมองตามเสียงเรียกเห็นเป็ตู้เม่ย สาวใช้ประจำตัวของนายหญิงผู้เฒ่ากัวกำลังกวักมือเรียก แต่คนด้านข้างกลับเป็บุรุษสูงวัยอีกผู้หนึ่งซึ่งฝูซียังไม่รู้จัก เขาได้แต่เดินตามหูกุ้ยที่วิ่งนำหน้าไปอย่างรีบเร่ง