“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า”

    ตอนที่ 58 : เสียงสะท้อนจากสวรรค์เก่า

    — เศษลมหายใจหลังความพินาศ

    กลิ่นโลหิตในลมยังไม่จาง หินปริแตกจากพลังศึกยังก้องสะท้อน
    หมอกปราณลอยอ้อยอิ่งเหมือนยังตกใจไม่หาย ว่ามนุษย์คนหนึ่ง—
    ผู้ที่อยู่เพียงระดับ แก่นจิตอมตะ
    กล้าท้าตีท้าต่อยกับเหล่าศัตรูยุคสวรรค์โบราณถึงห้าผู้ได้จริง ๆ

    เฉินหยวนยังยืนนิ่งเหมือนรูปสลัก
    ร่างกายสั่นวูบเบา ๆ แต่ดวงตายังคมเหมือนกำลังกวาดท้องฟ้าหาคำตอบ

    เสียงหัวใจเขาดังก้องในอก
    ตุบ… ตุบ… ตุบ…
    ดั่งตีกลองเรียกชะตา

    พลังสายเลือดที่เพิ่งตื่นเต็มตัว
    ยังแผดเผาเส้นปราณในร่างเหมือนไฟสุมใต้กระดูก
    บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกในชีวิต…
    ที่เฉินหยวนรู้สึกว่า “ร่างกายตัวเอง” ไม่ใช่ของตัวเอง

     ความเงียบที่กรีดใจ

    รอบตัวเงียบผิดปกติ
    ไม่มีเสียงนกร้อง ไม่มีสายลม ไร้แม้แต่เสียงปราณไหลผ่านอากาศ

    เหมือนทั้งสวรรค์จ้องมองเขาอยู่อย่างเงียบเชียบ
    เหมือนโลกกำลังกลั้นลมหายใจ

    เฉินหยวนหลับตา—สูดลมเข้าช้า ๆ
    ความเงียบนี้ไม่ใช่ความสงบ
    แต่มันคือ “ผลกระทบ” จากการที่เขาทะลวงขึ้นมาอยู่เหนือกรอบพลังของโลกเดิม

    ราวกับระบบสวรรค์กำลังตรวจสอบว่า
    “สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น… เกิดขึ้นจริงหรือไม่”

     เสียงต้องห้ามจากในสายเลือด

    ทันทีที่เขาผ่อนลมหายใจออก
    เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางสติ คล้ายอยู่ทั้งใกล้สุดและไกลสุดในเวลาเดียวกัน

    “เจ้ามาช้าไปเกินกว่าที่ข้าคาดไว้… เฉินหยวน”

    เฉินหยวนเบิกตา
    ไม่เคยมีเสียงใดหลุดเข้ามาในจิตได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวมาก่อน
    เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของเขา ไม่ใช่ของแม่…
    และไม่ใช่เสียงใดในโลกมนุษย์

    มันเป็นเสียงที่ลึก ล้ำ และเหมือนบิดจากความทรงจำไกลเกินยุคกาล
    เหมือนเสียงของผู้เคยมองเห็นความตายของสวรรค์มาแล้วหลายครั้ง

    “เจ้าได้ยินข้า…ก็แปลว่าเส้นเลือดของพวกเราตื่นอีกชั้นหนึ่ง”

    ความขนลุกไหลผ่านสันหลังเฉินหยวน
    เขากัดฟันแน่น
    “เจ้าเป็นใคร?”

    เสียงนั้นหัวเราะ…เบา ๆ แต่กรีดลึกถึงไขสันหลัง

    “ในยุคของเจ้า—ข้าไม่มีชื่อให้จดจำ”
    “แต่เจ้าอาจเรียกข้าว่า…ผู้ที่ฟ้าหวั่นกลัว”

    วินาทีนี้เฉินหยวนรู้ทันที
    นี่คือเสียงของ “คนในสายเลือด” เขา
    คนที่พลังของเขาสืบทอดมาจากใครสักคนในอดีตกาล…
    คนที่ยืนอยู่เหนือกฎของฟ้าเก่ามาก่อน

     ภาพที่ไม่ควรเห็น

    เสียงนั้นยังไม่หายดี ภาพในหัวเฉินหยวนก็ไหลย้อนเข้ามาราวกระแสน้ำสีทอง

    ภาพแรก—
    วังสวรรค์สูง 81 ชั้น กำลังล่มสลาย
    ชั้นสวรรค์แตกออกเป็นเศษแก้วแสง
    เสียงร้องของเทพเซียนดังก้องเหมือนฟ้าร้อง

    ภาพที่สอง—
    โถงสวรรค์กว้างใหญ่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าเทพ
    ทุกดวงตาจ้องขึ้นฟ้าเหมือนถามว่าทำไม

    ภาพที่สาม—
    ชายในชุดขาวผู้หนึ่งยืนเหนือซากโลก
    เขาถือกระบี่เดียวกับเฉินหยวน…
    แต่กระบี่ของเขานั้นหนักด้วยชะตากรรมราวหมื่นปี

    “ผู้เฝ้ารอยแยก” ปรากฏ

    จังหวะเดียวกับที่ภาพดับวูบ
    อากาศรอบตัวเฉินหยวน “ถูกฉีกออก”
    เหมือนมีมือมองไม่เห็นบิดท้องฟ้าให้เป็นรอยแยก

    จากรอยแยกนั้น ชายชราผมยาวสีขาวก้าวออกมา
    ผิวเหมือนกระดาษเก่า แววตาว่างเปล่าราวกับผ่านการเห็นความสูญสิ้นทุกแบบบนโลกมาแล้ว

    เขาหายใจหนึ่งครั้ง
    เวลาแถวนั้นหยุดไปหนึ่งลมหายใจ

    เฉินหยวนจับกระบี่แน่น
    “เจ้าเป็นใคร”

    ชายชรายกมือขึ้นเล็กน้อย
    “วางกระบี่ลงเถิด เด็กน้อย… หากข้าประสงค์ฆ่าเจ้า เจ้าคงไม่ทันลืมตาดูหน้าข้า”

    น้ำเสียงนั้นไม่อวดดี
    มันเป็นความจริงล้วน ๆ

    เขายิ้มเหมือนคนที่ไม่มีอะไรเหลือให้กลัว
    “ข้าเป็นเพียงเงา… ผู้เฝ้ารอยแยกที่สวรรค์ลืมเลือน”

    เฉินหยวนยังไม่คลายระวัง
    “มาทำไม”

    ชายชราตอบเหมือนกำลังนับเวลาถอยหลัง
    “มาส่งคำเตือน… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

     คำเตือนที่เขย่าหัวใจเฉินหยวน

    ชายชรามองท้องฟ้าสีหม่นราวกับกำลังลังเลจะพูดหรือไม่
    แต่ท้ายที่สุดเขาพูด… และคำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าใส่กลางอกเฉินหยวน

    “เจ้าทำให้ฟ้าเก่า รู้ตำแหน่งของเจ้าแล้ว”

    เฉินหยวนชะงัก
    ลมหายใจขาดห้วงชั่ววินาที

    ชายชราพูดต่อ
    “ทุกครั้งที่เจ้าปลดพลังสายเลือด…
    ทุกครั้งที่เจ้าขยับเข้าใกล้ความจริงของมารดาเจ้า…
    มันคือการตบหน้าสวรรค์เก่าโดยตรง”

    “และสวรรค์เก่า…ไม่เคยให้อภัยผู้ที่ตบมัน”

    เขาก้าวเข้ามาใกล้
    แววตาที่ว่างเปล่าเริ่มสั่นไหวเหมือนกำลังเจ็บปวดกับความจริงบางอย่าง

    “เฉินหยวน… เจ้าต้องรู้สิ่งหนึ่ง”

    เขาหยุด
    เสียงแผ่วลงจนเหมือนกระซิบลับโลก

    “แม่ของเจ้า… ไม่ได้ตาย”

    เฉินหยวนตัวแข็งทื่อทันที

    ชายชรากลืนน้ำลายเหมือนคำต่อไปยิ่งยากกว่าเดิม

    “นางถูกขังอยู่ ‘ระหว่างชั้นสวรรค์’—ในที่ที่แม้แต่เทพยังไม่กล้าเหลียวมอง”
    “และใช่… นางกำลังพยายามส่งข่าวถึงเจ้าอยู่”

    เสียงสุดท้ายของเขาแตกพร่า
    ราวกับกลัวว่า ‘บางสิ่ง’ จะได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งพูด

    รอยแยกปิดลง—
    ทิ้งเฉินหยวนยืนคนเดียวกลางความว่างเปล่า
    แต่ภายในกลับเหมือนกำลังเกิดพายุขึ้น

    แสงจันทรา 3 ดวงตอบสนองสายเลือด

    เมื่อท้องฟ้ากลับมาเป็นปกติ
    เฉินหยวนหันขึ้นไปมองท้องฟ้าโดยไม่รู้ตัว

    จันทราสามดวงซ้อนเหลื่อมกัน
    เหมือนสัญลักษณ์ของสวรรค์โบราณ
    เหมือนภาพบนปกนิยายที่เขายืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทรานั้น

    แสงของมันสั่น—
    สั่นเหมือนกำลังสะท้อนพลังของสายเลือดเขากลับมา

    เฉินหยวนกำมือแน่น
    ลมหายใจร้อนขึ้นเหมือนมีไฟในอก

    “แม่ข้า…ยังมีชีวิตอยู่?”

    คำถามนั้นเหมือนเข็มเจาะหัวใจ
    แต่มันทำให้สายตาของเขาคมขึ้น แข็งขึ้น และหนักแน่นยิ่งกว่าโลหะพันปี

     ปิดท้ายด้วยสัญญา

    เฉินหยวนพึมพำในลมหายใจ
    เสียงเบาแต่แน่นจนฟ้าต้องฟัง

    “ไม่ว่าเจ้าอยู่ในโลกไหน…”
    “ไม่ว่าสวรรค์เก่าจะขวางอย่างไร…”
    “ข้าจะไปหาเจ้า—และพาเจ้าออกมา”

    เขาก้าวไปหนึ่งก้าว
    พื้นดินใต้เท้าแตกเป็นเสี้ยน
    เหมือนโลกตอบรับเจตจำนงของเขา

    และก็ปิดลงด้วยภาพ
    ดวงตาของเฉินหยวนสะท้อน “วังสวรรค์เก่า”
    ที่กำลังสั่นไหวเหมือนกำลังรอเขาอยู่   

    คล้ายกับเรื่อง“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า” ที่คุณอ่าน