ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 73 ค่ายกลมิติ

            เฟิ่งหยูกลับเข้าไปยังเจดีย์ฟ้าสวรรค์เขานำของฝากไปให้ยายฮวาเป็นคนแรกตามคำแนะนำยายฮวาหัวเราะฃอบใจ นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกนับตั้งแต่เขาเสียลูกไป ยายฮวาน้ำตาคลอนับเป็นครั้งแรกในหลายสิบปีที่เกิดภาพเหตุการณ์นี้

            เฟิ่งหยูนำสุราชั้นดีไปฝากผู้อาวุโสใหญ่และซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆให้กับทุกๆ คนถึงแม้ของแต่ละชิ้นจะมีค่าไม่มากมายนักแต่เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายกลับยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับจากเฟิ่งหยูของไม่มีค่าในสายตาคนอื่นแต่กลับมีความหมายกับเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายในด้านจิตใจเป็นอย่างมากแม้แต่เหล้าเพียงแก้วเดียวของผู้อาวุโสใหญ่ก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            เฟิ่งหยูจัดแจงวัตถุดิบทุกอย่างอย่างรอบคอบเขาจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจนหลังจากนั้นไม่นานการทดสอบครั้งแรกของเฟิ่งหยูได้เริ่มขึ้น ตามมาด้วยครั้งที่สองสาม สี่ ห้า ไปเรื่อย ๆ  เฟิ่งหยูพยายามทำความเข้าใจและเริ่มเรียนรู้ทุกครั้งที่ผิดพลาดเขาเริ่มเข้าใจทีละน้อย ทีละน้อย อย่างเป็นระบบและเขาศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงค่ายกลที่สร้างคน แต่ในครั้งนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการขึ้นมากมาย

            เฟิ่งหยูได้ทดลองนำเศษเสี้ยวของหินมิติมาประสานเข้ากับค่ายกลดู  มันเกิดพลังลึกลับบางอย่างที่เฟิ่งหยูไม่เคยพบเจอมาก่อนมันเหมือนกับถ้ำที่มืดมิดมองไม่เห็นทางออกเฟิ่งหยูมองดูค่ายกลที่สร้างขึ้น เขาเรียกผู้อาวุโสอู่หวังฉีและปู่ซือมาดูทั้งสองเองก็ตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเฟิ่งหยูหยิบกิ่งไม้อันหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับโยนเข้าไปในค่ายกล

            อีกทางด้านหนึ่ง ห่างไปประมาณห้าร้อยลี้โหวจื่อกำลังฝึกกับมังกรน้อยอยู่พลันมีกิ่งไม้มาจากไหนไม่ทราบ มาโดนหัวของโหวจื่อเข้าอย่างจังโหวจื่อหัวเสียเป็นอย่างมากเขามองไปยังจุดที่ไม้ลอยมาพร้อมกับมังกรน้อย

             

            “นั่นอะไรนะ” มังกรน้อยเอ่ยถามขึ้นมา

            “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับหลุมดำเลย”โหวจื่อกล่าวตอบมังกรน้อย

            “พวกเราเข้าไปดูใกล้ ๆ กันเถอะ” มังกรน้อยเอ่ยด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            พวกเขาทั้งสองคนพลันค่อยๆ เข้าไปใกล้กับหลุมดำนั้นพวกเขาต่างสงสัยหลายๆ อย่างที่นี่เป็นมิติของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่อยู่ ๆ เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร ทั้งสองสงสัยเป็นอย่างมากคงไม่มีใครสามารถเข้ามาในนี้ได้ง่าย ๆ หากเฟิ่งหยูไม่พาเข้ามาแล้วเหตุการณ์แบบนี้ก็เพิ่งจะเกิดเป็นครั้งแรกด้วย

            พวกเขาสังเกตการณ์อยู่นาน แต่ก็ไม่ทราบว่าสิ่งนี้คืออะไรอยู่ดีพวกเขาลองโยนก้อนหินเข้าไปในนั้นแต่มันกลับเด้งกลับมาทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นต้นม้าหรือสิ่งมีชีวิต ก็ไม่สามารถเข้าไปได้เลย

            อีกทางด้านหนึ่ง

            “ท่านผู้อาวุโสอู่ ท่านพอจะทราบไหมว่ากิ่งไม้นั้นหลังจากโยนเข้าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?”ข้าจับสัมผัสไม่ได้เพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากอย่างยิ่งที่จะรู้ว่ากิ่งไม้นั้นไปโผล่หรือว่าหายสาบสูญไปหรือว่าถูกทำลายไปแล้ว ข้าเองก็อยากทราบคำตอบเช่นเดียวกับเจ้าเช่นกัน

            “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เฟิ่งหยูมองดูรอบ ๆพลันเหลือบไปเห็นกระต่ายตัวหนึ่ง วิ่งผ่านพวกเขาไปกระต่ายตัวนั้นมีกระดิ่งอันหนึ่งห้อยคอมันอยู่”

            เฟิ่งหยูจึงไปจับมา พร้อมกับถ่ายโอนพลังปราณของเขาเข้าไปในตัวกระต่ายตัวนั้นอย่างไม่ลังเลเขาจับกระต่ายตัวนั้นโยนเข้าไปในค่ายกลทันที

            “เจ้าหนู นั่นมันกระต่ายที่หนิงเอ๋อนำมาเลี้ยงและนำมาฝากให้ข้าดูแลอยู่” อู่หวังฉีพลันเอ่ยขึ้นมา

            “อ้าว ซวยแล้วไง หวังว่ามันคงมีชีวิตอยู่นะ” เฟิ่งหยูพึมพำขึ้นมา

            “ท่านผู้อาวุโสเป็นไงบ้างสัมผัสได้ไหม ว่ามันตายหรือยัง”เฟิ่งหยูรีบกล่าวถามทันที

            “ยัง มันยังไม่ตายแถมมันอยู่ห่างจากพวกเราไปประมาณห้าร้อยลี้ทางทิศนั้น”อู่หวังฉีกล่าวพร้อมกับชี้มือไปทางที่เขาจับสัมผัสพลังของเฟิ่งหยูได้

            ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง มังกรน้อยและโหวจื่อพลันตกตะลึงเมื่อเห็นกระต่ายตัวหนึ่งออกมาจากหลุมนั้น

            “นั้นมันกระต่างของพี่สะใภ้นี่สงสัยผู้อาวุโสอู่หวังฉีคงจะทำอะไรสักอย่าง” เป็นมังกรน้อยเอ่ยออกมาพร้อมกับรีบวิ่งไปอุ้มกระต่ายตัวนั้นด้วยความทะนุถนอม

            กลับมาทางด้านของเฟิ่งหยู………………..

            หลังจากที่ ผู้อาวุโสอู่หวังฉีกล่าวเสร็จพวกเขาเร่งเดินทางไปยังทิศทางที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีชี้ไปในทันทีไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงยังจุดที่โหวจื่อและมังกรน้อยอยู่พวกเขาต่างมองไปยังมังกรน้อยอย่างโล่งใจเหตุเพราะมังกรน้อยอุ้มกระต่ายน้อยอยู่นั่นเองพวกเขาต่างมองไปยังทั้สอง พลันกล่าวถาม

            “พวกเจ้าพบเจออะไรบ้าง”

            “พวกเราฝึกซ้อมกันอยู่ดี ๆ แต่ก็มีกิ่งไม้ปลิวออกมาจากหลุมดำแล้วมาโดนหัวข้าอย่างจังเลย” โหวจื่อพลันเอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบ

            “จากนั้นไม่นาน กระต่ายของหนิงเอ๋อก็ออกมาจากหลุมดำนั้น”มังกรน้อยเอ่ยออกมาพร้อมกับนำกิ่งไม้ที่โดนหัวของโหวจื่อยื่นให้กับเฒ่าซือ

            ทั้งสามพลันตกตะลึงออกมา

            “เจ้าว่าอะไรนะ กิ่งไม้และกระต่ายน้อยออกมาจากหลุมดำนั้นอย่างนั้นหรือ” เป็นเฒ่าซือ กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น

            ใช่ครับ ท่านปู่ จู่ๆ มันก็ออกมาเราไม่รู้ว่ามันออกมาได้อย่างไรด้วยซ้ำ หลุมดำนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก แต่หลังจากที่กระต่ายน้อยของพี่สะใภ้ออกมามันก็หายไปทันทีเลยครับ”มังกรน้อยอธิบาย

            “ใช่แล้วท่านปู่ซือ ข้าและโหวจื่อกำลังฝึกกันอยู่ จู่ ๆเจ้ากิ่งไม้อันนี้มันก็มาโดนหัว และไม่นานก็มีกระต่ายของหนิงเอ๋องออกมาจากหลุมดำและหลังจากนั้นไม่นานหลุมดำนั้นก็หายไปเลย” โหวจื่อยืนยันค่ำพูดของมังกรน้อยเอ่ยบอกกับทั้งสามคนที่พึ่งจะมาถึงไม่นาน

            “แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่น่าแปลกเป็นอย่างมากคือพวกเราพยายามขว้างสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปในหลุมดำแต่พวกมันกลับสะท้อนออกมาหมดเลยบางอย่างเกือบทำให้หัวของพี่โหวจื่อแตกเลย” มังกรน้อยอธิบาย

            “เฟิ่งหยู ก่อนเจ้าไปเรียกพวกเรามา เจ้าทำอะไรอยู่” เป็นผู้อาวุโสอู่เป็นคนเอ่ยขึ้นมา

            “ก่อนหน้านั้น ข้าพยายามจะผสานศาสตร์แห่งค่ายกลและศาสตร์แห่งมิติให้ทำงานร่วมกันได้ แต่ทำยังไงข้าก็ทำให้มันผสานกันไม่ได้ ข้าจึงนำหินมิติ ออกมาผสานแทนแล้วผลก็ออกมาดังที่พวกท่านทั้งสองเห็นนั่นแหละ” เฟิ่งหยูอธิบาย

            “เจ้าใช้หินมิติไปมากน้อยเท่าใด พอจะบอกข้าได้ไหม” เฒ่าซือเอ่ย

            “นิดเดียวเองท่านปู่ ไม่เชื่อพวกเราไปดูค่ายกลที่ข้าสร้างดูก็ได้ข้าว่ามันน่าจะยังใช้งานได้อยู่ก็เป็นไปได้”

            พวกเขาทั้งหมดต่างมุ่งหน้าไปยังค่ายกลที่เฟิงหยูสร้างไว้ ก่อนหน้านี้เมื่อทุกคนมาถึงพลันต่างสังเกตและพบว่าค่ายกลนั้นเป็นค่ายกลที่ลึกซึ้งเพียงแต่ว่าหินวิญญาณนั้นหม่นแสงลงกลายเป็นก้อนกรวดธรรมดาแทนเสียอย่างนั้น

            ‘ช่างบังเอิญเสียจริงสิ่งนี้ที่เจ้าสร้างขึ้นมามันช่างบังเอิญเสียจริง ๆ’  เฒ่าซือพึมพำก่อนจะเอ่ยถาม

            “เมื่อกี้เจ้าใส่หินวิญญาณไปกี่ก้อนกัน” เฒ่าซือเอ่ยถามเฟิ่งหยู

            “ข้าใส่ไปห้าร้อยก้อน เป็นหินวิญญาณระดับต่ำทั้งหมดข้าแค่อยากจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเฉย ๆ จึงใส่ไปไม่มาก” เฟิ่งหยูตอบ

            “ห้าร้อยก้อน ระยะทางที่เราจากมาเมื่อกี้ก็ประมาณ 500 ลี้ “อู่หวังฉีพลันเอ่ยขึ้นมา

            “งั้นเจ้าลองใส่เข้าไปสิบก้อนดู” เฒ่าซือกล่าว

            “ได้ครับท่านปู่”เฟิ่งหยูหยิบหินวิญญาณระดับต่ำขึ้นมาวางสิบก้อนพร้อมกับถ่ายพลังปราณเข้าไป

            “ฟุบบบ” พลันเกิดหลุมดำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

            “โยนกระต่ายเข้าไป” เฒ่าซือเอ่ยขึ้นมา

            มังกรน้อยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะโยนกระต่ายตัวนั้นเข้าไปในหลุมดำนั้น

            “ท่านผู้อาวุโสอู่ กระต่ายตัวนั้นอยู่ทางไหน” เป็นเฒ่าซือกล่าวถาม

            “อยู่ทางทิศนั้น ห่างไปสิบลี้” ผู้อาวุโสอู่หวังฉีตอบกลับอย่างรวดเร็ว

            พวกเขารีบเดินทางไปทางทิศที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีบอกทันทีไม่นานพวกเขาก็พบกับกระต่ายตัวนั้นอยู่ห่างไปสิบลี้แต่เป็นทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางเดิมอย่างสิ้นเชิง

            “เฟิ่งหยูข้าคิดว่าเจ้าได้ประดิษฐ์สิ่งของล้ำค่าขึ้นมาแล้วหละ”เฒ่าซือกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

            “ข้าขอทดสอบอะไรสักอย่างได้หรือไม่ พวกเรากลับไปที่เดิมกันก่อน”

            พวกเขาทั้งหมดกลับไปยังที่ค่ายกลที่เฟิ่งหยูสร้างขึ้นมา

            “เจ้า ใส่หินวิญญาณไปสิบก้อนเหมือนเดิม”

            เฟิ่งหยูนำหินวิญญาณสิบก้อนใส่ลงในค่ายกลพร้อมกับถ่ายทอดพลังปราณของเขาเข้าไปในค่ายกลทางด้านเฒ่าซือวิ่งเข้าไปในหลุมดำที่เกิดขึ้นทันที

            “ท่านปู่”

            “ท่านปู่”

            ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเฟิ่งหยูและมังกรแทบจะร้องให้ออกมาเพราะไม่คิดว่าปู่ซือจะกระทำการแบบนี้ลงไป

            “ท่านผู้อาวุโสอู่ ท่านปู่อยู่ที่ไหน”มังกรน้อยและเฟิ่งหยูถามพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่สั่นครืน

            “อยู่ทางทิศนั้นห่างไปสิบลี้”

            พวกเขาทุกคนต่างรีบเดินทางไปในทิศทางที่ผู้อาวุโสอู่หวังฉีแจ้งทันทีเมื่อไปถึงพบกับเฒ่าซือ ที่ยืนรอพวกเขาอยู่

            “ท่านปู่ท่านเป็นอะไรบ้าง”

            “ท่านบาดเจ็บที่ไหนบ้าง”

                เฟิ่งหยูและมังกรน้อยต่างรีบถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

                “ข้ายังอยู่ดี สบายดีเพียงแต่รู้สึกมึนหัวเล็กน้อยหลังจากผ่านห้วงมิตินั้นมา”เฒ่าซือเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม

                “เฟิ่งหยูเจ้าได้สร้างสิ่งที่ไม่เคยมีใครสร้างขึ้นมาได้แล้วเจ้าสามารถทำให้พวกเราเดินทางผ่านมิติ ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังกำหนดทิศทางไม่ได้แต่ระยะที่แน่นอนและหินวิญญาณที่ใช้ไปพวกเราสามารถกำหนดได้แล้ว ข้าละภูมิใจในตัวเจ้าจริงๆ” เฒ่าซือพูดด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น

                “ท่านปู่คราวหน้าท่านอย่าทำอย่างนี้อีกนะพวกเราเป็นห่วงท่าน” เฟิ่งหยูกล่าว

                “ใช่ ๆ ท่านปู่ท่านอย่างได้ทำอย่างนี้อีก” มังกรน้อยน้ำตาซึม

                “ฮ่า ๆๆๆๆ พวกเจ้าก็กังวลมากไปหากไม่ทดสอบกับตัวเองแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าผลมันจะเป็นอย่างไรถึงวันนี้ข้าตายไป ข้าก็ไม่เสียใจแม้แต่น้อยตอนนี้ข้าเป็นคนแรกที่สามารถเดินทางข้ามมิติ ถึงแม้จะเป็นระยะทางใกล้ ๆแต่ก็ไม่เคยมีใครทำได้” เฒ่าซือพูดด้วยความภูมิใจในความสามารถของเฟิ่งหยูอย่างแท้จริง

                “แต่ว่า ท่านปู”

                “ไม่มีแต่ใด ๆ ทั้งสิ้นตอนนี้เจ้าสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแล้ว หากเจ้าสามารถกำหนดทิศทางเป้าหมายได้แค่นี้พวกเราก็สามารถเดินทางได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วแล้ว ข้าละตื่นเต้นจริง ๆ เลย”เฒ่าซือเอ่ย

                “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ท่านปู่”เฟิ่งหยูน้ำตาคลอ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครคาดหวังกับตัวเขามากมายขนาดนี้หากว่าสิ่งนี้เขาสามารถสร้างสำเร็จขึ้นมาได้พวกเขาสามารถสร้างรายได้จากของสิ่งนี้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน

                “ท่านปู่ ท่านผู้อาวุโสอู่หวังฉีเรื่องนี้ข้าต้องอาศัยท่านแล้วพวกท่านต้องช่วยข้าสร้างเจ้าของสิ่งนี้ขึ้นมาให้สำเร็จให้ได้” เฟิ่งหยูหันไปมองปู่ซือและอู่หวังฉีด้วยแววตาที่จริงใจ

                “ได้พวกเราจะช่วยเจ้าอย่างเต็มที่พวกเราเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสิ่งนี้จะสามารถสร้างด้วยมือของพวกเราได้จริง ๆพวกเราจะช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมา”

                หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาต่างแยกตัวกันไป เหลือไว้เพียงแค่เฟิ่งหยูเฒ่าซือและผู้อาวุโสอู่หวังฉีเท่านั้นพวกเขาทั้งสามต่างศึกษาค่ายกลที่เฟิ่งหยูสร้างขึ้นมาอย่างละเอียดต่างคนต่างอธิบายในสิ่งที่ตนเข้าใจให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังโดยมีเฟิ่งหยูคอยร่วมปรึกษาโดยตลอด

                พวกเขาทั้งสามต่างลองผิด ลองถูกตลอดระยะเวลาหนึ่งปีภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์สุดท้ายพวกเขาก็สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ พวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายมิติไปในที่ต่าง ๆ ได้โดยมีค่ายกลเป็นตัวเชื่อมประสาน อย่างแม่นยำ            

                เฟิ่งหยูและผู้อาวุโสทั้งสองสามารถสร้างค่ายกลชนิดไปกลับได้ เพียงแต่ว่าใช้หินวิญญาณในปริมาณที่มากกว่าเดิมถึงสิบเท่าจากเดิมที่เดินทางผ่านหนึ่งลี้ต้องใช้หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนตอนนี้หนึ่งลี้ต้องใช้หินวิญญาณระดับต่ำสิบก้อน  แต่ก็ยังอยู่ในอัตราที่สามารถรับได้อยู่ยิ่งระยะทางห่างไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้หินวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น

                และอีกทางเลือกหนึ่งคือสามารถเดินทางไปได้อย่างเดียวจะใช้หินวิญญาณเท่าเดิม เพียงแต่ว่าหากจะสร้างค่ายกลแบบนี้ชนิดที่ไปได้แต่อีกด้านหนึ่งไม่สามารถเดินทางมาได้กลับต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าเดิมจำนวนมากจึงไม่คุ้มที่จะสร้างของแบบนั้นขึ้นมา

                โดยการเดินทางข้ามมิติในแต่ละครั้งต้องเสียหินวิญญาณจำนวนมากที่ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวในการเดินทาง

            การสร้างค่ายกลมิติครั้งนี้นับเป็นการสร้างค่ายกลที่ค้นพบโดยบังเอิญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะต้องจารึกไว้ เฟิ่งหยู ผู้อาวุโสอู่หวังฉี และเฒ่าซือต่างดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่พวกเขาได้ร่วมกันพัฒนาและสร้างขึ้นมาโดยมีเหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบ และโหวจื่อมังกรน้อยเท่านั้นที่ร่วมฉลองความสำเร็จในครั้งนี้

            หากโลกภายนอกได้รับรู้ถึงสิ่งทั้งสามช่วยกันประดิษฐ์สำเร็จขึ้นมาทั่วโลก ทุกทวีปจะต้องยกย่องพวกเขาเป็นปรมาจารย์อย่างแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244