เทพสงครามมังกรเทวะ

    ไร้ผู้ต่อต้าน

    ตระกูลหยุนในเวลานี้พากันตึงเครียดอย่างถึงที่สุด ต่อหน้ามหาเทวะสองตนพวกเขาจะกล้ายิ่งผยองได้อย่างไร หากมหาเทวะของอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ก็ยังพอต่อกรได้ แต่นี่คือสัตว์เทพทั้งสองมันไม่มีทางแน่นอนที่พวกเขาจะต่อต้านได้

     

    "ท่านผู้ทรงพลัง ไม่ทราบมายังตระกูลหยุนด้วยเหตุใด"ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลหยุนกล่าว เฟยหรงถึงขั้นยกยิ้มดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะลืมใบหน้าของท่านปู่ของเขาไปแล้วเป็นแน่แท้ถึงได้จำใบหน้าพ่อของเขาไม่ได้เช่นนี้ และนี่ก็เป็นการดีที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องตกตะลึง

     

    "มาชำระหนี้"เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เพียงคำกล่าวเดียวมันกลับทำให้ตระกูลหยุนถึงกับขวัญผวา อะไรคือมาชำระหนี้ พวกมันไปติดหนี้ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน

     

    "ท่านหลงเสี่ยวหยาท่านเคยดึงรากปราณออกจากร่างหรือไม่"เฟยเทียนกล่าวถาม

     

    "ไม่เคย"หลงเสี่ยวหยากล่าวตอบสั้นๆเขานั้นจะเคยใช้วิธีต่ำช้าแบบนั้นได้อย่างไร แต่ทันใดนั้นเฟยหรงลุกขึ้นมาแล้วเดินไปหาผู้เป็นพ่อ"เรื่องนั้นไม่ยากเย็นอะไรขอเพียงท่านพ่อจับคนพวกนั้นมาให้ข้าสักคนก็พอ"

     

    "เอาเช่นนั้นก็ได้ พ่อเชื่อลูก"เฟยเทียนกล่าวขึ้นร่างเงาของจักรพรรดิเทวะคว้าจับเอาหนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลหยุนอย่างง่ายดาย อีกฝ่ายพอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่บนหลังของจักรพรรดิมังกรแล้ว

     

    "ผู้อาวุโสเจ็ด!!"พวกมันต่างพากันร้องตะโกนแต่ไม่กล้าแม้แต่ขยับ ผู้อาวุโสเจ็ดเหงื่อแตกพลักไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเองต่อไป

     

    "อดทนอีกหน่อย เจ้าจะได้ไปสบายแล้ว กระชากวิญญาน!!"เฟยหรงยกยิ้มอย่างโหดเหี้ยม เขาใช้ออกด้วยทักษะกระชากวิญญาณเรียกดูความทรงจำทั้งหมดของผุ้อาวุโสคนนี้โดยละเอียดและแน่นอนว่ามันมีความทรงจำในตอนที่เฟยหงผู้เป็นปู่ของเขาเข้ามายังตระกูลหยุนด้วย

     

    "โอ้ ที่แท้เจ้ารากปราณของพ่อข้าคือรากปราณเทพยุทร มิน่าพวกเจ้าถึงอยากได้นักอยากได้หนา"เมื่อถึงรากปราณเทพยุทรมันคือเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ระดับเทวะ เช่นเดียวกับ เส้นลมปราณเก้าหยิน เส้นลมปราณหยกจันทรา เส้นลมปราณแห่งการสังหาร แต่คุณสมบัติของมันคือมันความทนทานมากดังนั้นจึงใช้ดูดซับลมปราณได้ทุกชนิดที่ไม่ใช่ลมปราณพิเศษ และนั่นจะทำให้คนที่ถือครองจะพัฒนาตนเองได้รวดเร็วมากกว่าคนปกติหลายพันเท่าเลยทีเดียว

     

    "รากปราณของท่านพ่อน่าจะอยู่กับลูกชายของผู้อาวุโสสูงสุดสินะ ชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ"จากความทรงจำตอนนี้ลูกชายของผู้อาวุโสใหญ่น่าจะอยู่ระดับราชันเทวะขั้นปลายและนั่นเหมาะจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาพอดี

     

    "คืนให้พวกเจ้า"เฟยหรงโยนร่างไร้วิญญานของผุ้อาวุโสเจ็ดลงไปให้กับพวกมัน ทั้งยังเดินเข้าไปยืนเคียงข้างกับพ่อของตนก่อนจะกล่าว "ท่านพ่อ เรามาทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่กันหน่อยเป็นไง กระบี่ลมปราณ!!"

     

    เฟยหรงกล่าวขึ้นกระบี่ลมปราณสีฟ้าครามนับพันลอยอยู่ด้านบนท้องฟ้า เฟยเทียนเองก็ไม่น้อยหน้า เขาก็สร้างกระบี่ลมปราณออกมาเช่นกันแต่มันกลับเป็นสีแดงฉานราวกับสีของโลหิต

     

    "พะ พวกท่าน!! พวกเราไปทำอะไรให้ถึงได้คิดจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้"ผู้อาวุโสคนเดิมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือในตอนนี้ไม่ได้สนใจร่างอันไร้วิญญานของผู้อาวุโสเจ็ดแต่เป็นกระบี่ลมปราณนับหมื่นที่อยู่เบื้องหน้า

     

    "ทำอะไรไว้ล้วนแต่รู้ดีแก่ใจ วันนี้ข้าขอทำลายตระกูลที่ยิ่งใหญ่เช่นเจ้าสักครึ่งหนึ่งก็แล้วกัน"เฟยเทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น กระบี่ลมปราณของเขาและเฟยหรงก็ล่วงหลนลงมาดุจห่าฝน เหล่าคนของตระกูลหยุนทุกคนล้วนพากันหนีตายส่วนเหล่าราชันเทวะขึ้นไปพากันกางม่านพลังเพื่อตั้งรับการโจมตีด้วยกระบี่ของอีกฝ่ายด้วยความยากลำบาก

     

    "ท่านพ่อเรามาพนันกันหน่อยเป็นอย่างไร กระบี่ลมปราณของท่านกับกระบี่ลมปราณของข้าอะไรจะแหลกสลายไปก่อนกัน"เฟยหรงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์

     

    "พนัน??นั่นก็ย่อมได้แล้วเจ้าจะพนันด้วยอะไรกันละ"เฟยเทียนกล่าวถาม

     

    "หากข้าชนะท่านต้องยอมให้ข้าไปสำรวจพระราชวังเทพมาร แต่หากข้าแพ้ข้ายอมยกบัลลังก์ราชันให้ท่านเลยก็ได้"

     

    "หืม นั่นอาจจะเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจ แต่เสียใจด้วยข้าไม่รับเด็ดขาด ข้าจะไปเอาของๆลูกชายได้อย่างไรกัน ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ"เฟยเทียนกล่าว เฟยหรงถึงกับเบือนหน้าหนีอย่างแง่งอน การยั่วยุเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะหลอกล่อบิดาคนนี้ได้จริงซะด้วย

     

    "สองพ่อเลิกเล่นได้แล้ว ดูเหมือนผู้นำของฝั่นนั้นจะมาแล้วนะ"จักรพรรดิมังกรกล่าว ร่างเงาของคนห้าคนเดินออกมาจากวิหารด้านหลังตระกูลดูส่งส่งผิดกับคนพวกผู้อาวุโสที่กำลังป้องกันการโจมตีของพวกเขาไม่มีผิด

     

    "โอ้ท่านพ่อ คนกลางคือผู้นำตระกูล ข้างๆคือภรรยาของเขา ด้านข้างอีกคนคือลูกสาว ส่วงอีกฝั่งคือผู้อาวุโสสูงสุดแล้วก็ลูกของมัน รากปราณของท่านอยู่กับมันนั่นแหละ"ด้วยความทรงจำของผู้อาวุโสเจ็ดเฟยหรงจึงรู้ถึงคนที่กำลังมาในทันทีว่าเป็นใครบ้างและนั่นทำให้เฟยเทียนชำเลืองมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย

     

    "ผู้มาเยื่อนเหตุใดจึงต้องทำร้ายคนของเราขนาดนี้ พวกเราไม่มีเหตุผลที่ต้องสู้กันด้วยซ้ำ"ผู้นำตระกูลหยุนกล่าว เท้าของเขาเยียบยางอยู่ในอากาศราวกับผู้สูงส่งลงมาจากสวรรค์ ส่วนคนทั้งห้าด้านหลังของเขาก็ลอยตามาเช่นกันทั้งยังมองไปที่ตระกูลหยุนที่เวลานี้หายไปมากกว่าครึ่ง

     

    "มาทวงของคืน!!"เฟยเทียนหันไปกล่าวอย่างเรียบเฉย ทันทีที่สองพ่อลูกหันไปร่างกายของลูกสาวผู้นำตระกูลก็สั่นสะท้านอย่างชัดเจน เฟยเทียนเองแน่นอนในใจของเขาเองก็สั่นไหวเช่นกันแต่ด้วยคำพูดของเฟยหงที่กล่าวเอาไว้ว่า 'ตัวข้ากับตระกูลหยุนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันอีก'นั่นทำให้เขายังคงท่าทีที่แสนเย็นชาเอาไว้ ต่อให้เป็นมารดาแล้วอย่างไรเขาถือว่าเป้นพวกตระกูลหยุนทั้งหมด

     

    "ท่านพ่อข้าขอเล่นกับมันเอง ส่วนท่านจัดการผู้อาวุโสใหญ่ แล้วให้ท่านหลงเสี่ยวหยากับท่านไป๋หู่คอยคุมเชิงผู้นำเอาไว้ตกลงนะขอรับ"เฟยเทียนพยักหน้า เฟยหรงหายวับไปกับตาแล้วมาโผล่อีกทีด้านหลังตรงที่ลูกชายของผุ้อาวุโสใหญ่ยืนอยู่

     

    "อะไร!!"ทุกคนมองไปที่เฟยหรงด้วยแววตาตกตะลึงชายหนุ่มใบหน้าเปื้อนยิ้มฟาดขาลงกลางลำตัวของอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปไกลนับสิบลี้

     

    "เฉียนเอ๋อ!!"ผู้อาวุโสใหญ่พุ่งเข้าไปหมายเข้าไปช่วยลูกชายแต่ก็โดนกระบี่สีแดงฉานขวางเอาไว้พร้อมด้วยเฟยเทียนที่ลอยขึ้นเหนือศรีษะของจักรพรรดิมังกรทอง

     

    "อย่างเจ้าต้องเจอกับข้า!!"เฟยเทียนกล่าวออกมา แววตาไร้ซึ่งความปราณี เฟยเทียนในเวลานี้ด้วยโอสถของเฟยหรงของปรุงให้ทำให้เขาก้าวสู่ระดับจักรพรรดิเทวะขั้นกลางได้ในทันที ดังนั้นในเวลานี้แม้จะมหาเทวะขั้นต้นยังตึงมือหากต่อกรกับเขา นับประสาอะไรกับผู้อาวุโสที่อยู่เพียงจักรพรรดิเทวะขั้นปลาย

     

    ตัดกลับไปทางด้านเฟยหรงเมื่อลากตัวอีกฝ่ายออกมาได้เขายังคงยืนตระหง่านรอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมาใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หยุนเฉียนเองก็ลุกขึ้นพร้อมเลือดที่ไหลรินอยู่ที่ปาก"เจ้าเด็กน้อย บังอาจนักข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าท้าทายคนอย่างข้าแล้วจะเป็นเช่นไร"

     

    หยุนเฉียนเนื้อตัวเปล่งประกายไปด้วยแสงพิสุทธิ์สี่สี แสดงให้เห็นว่ามันสามารถใช้ได้ทุกธาตุไม่ว่าจะเป็นลม น้ำ ดิน ไฟ แต่แล้วอย่างไรต่อ นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะต่อกรกับเฟยหรงได้

     

    "กายมังกรสวรรค์อมตะ"เฟยหรงกล่าวร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีฟ้าคราม นี่คือตัวตัดสินทุกอย่างในตอนนี้อย่างแท้จริง

     

    "สี่ธาตุหลอมรวม คมดาบสี่ภพ!"ดาบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือของของเฟยหรง องค์ประกอบของมันคือสี่ธาตุหลัก พร้อมจะฟาดฟันชายหนุ่มให้สิ้นซาก แต่ในสายตาของเฟยหรงนั้นนี่มันช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี นี่หรือสิ่งที่เส้นลมปราณเทพยุทธทำได้ ดูแล้วช่างน่าผิดหวังนัก

     

    "ตายให้ข้า ฮ่าๆๆ"หยุนเฉียนยกยิ้มอย่างเหี้ยมโหด แต่รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะอยู่ได้ไม่นานนัก เฟยหรงเพียงเอื้อมมือไปจับ คมดาบที่มันภาคภูมิใจก็ค่อยเกิดการแตกสลายลงไปเรื่อยๆ

     

    "บะ บ้าน่า เป็นไปได้อย่างไร"หยุนเฉียนกล่าวอย่างตกตะลึงในใจ คมดาบนี้แม้แต่จักรพรรดิเทวะขั้นต้นก็ยังต้องตายตกแต่เด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่เป็นเพียงระดับเทวะกลับทำลายมันอย่างง่ายดายเรื่องเช่นนี้จะให้อัจฉริยะอย่างมันเชื่อได้อย่างไร

     

    "ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถึงเวลาข้าเอาคืนบ้างแล้ว"เฟยหรงกล่าวออก เขาใช้ออกด้วยทักษะมังกรที่คิดขึ้นกงเล็บมังกรขนาดใหญ่เพียงพอที่จะปิดฟ้าได้ ฟาดลงที่ร่างกายของหยุนเฉียนอย่างจังจนมันกระเด็นไปไกล ในเวลานี้สภาพของมันไม่ต่างอะไรจากนักบุญดาบที่มันคิดจะสังหารเลยแม้แต่น้อยเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและแผลฉีกขาดจำนวนมากและไม่มีทางสู้อีกต่อไป นี่มันไม่ใช่ความต่างของพลังอย่างเดียวแต่เป็นความต่างของประสบการณ์ด้วย

     

    "ของที่ไม่ใช่ของเจ้า ก็ย่อมไม่ใช่ของเจ้า"เฟยหรงรีบผสานมือเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาด เหล่าผู้อาวุโสที่มองดูถึงกับตื่นตระหนก การผสานมือเช่นนั้นไม่ใช่ทักษะกระชากรากปราณหรอกหรือ คนผู้นั้นทำได้อย่างไร!!

     

    "ปกป้อง หยุนเฉียนเร็ว!!"เหล่าผู้อาวุโสพากันพุ่งเข้ามาหาเฟยหรง พวกเขาไม่สามารถเสียอัจฉริยะที่พวกเขาสร้างมากับมือได้ทั้งยังรื้อฟื้นความทรงจำในตอนนั้นขึ้นมาได้อีกด้วย

     

    "ปกป้องมันงั้นหรือ ก็ดี งั้นพวกเจ้าก็ตายไปพร้อมกับมันเลยแล้วกัน!!"เฟยหรงกล่าวขึ้นมงกุฏเปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนศรีษะของอีกฝ่าย เฟยเทียนที่เห็นว่าลูกชายเอาจริงจึงยกยิ้มออกมาในเวลานี้เขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรผู้อาวุโสใหญ่ก็อยู่แทบเท้าเขาเป็นที่เรียบร้อย

     

    "ไม่ดีแน่ หลิงเอ๋อ รีบไปหยุดเด็กคนนั้นเร็ว"ผู้นำตระกูลหยุนกล่าว ตอนนี้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้เนื่องจากมีสองมหาเทวะคอยคุมเชิงอยู่ดังนั้นจึงได้แต่ให้บุตรสาวไปช่วยเหลือแทน

     

    "คิดจะว่าจะขัดขวางลูกชายของข้าได้งั้นหรือ หยุดอยู่ตรงนั้นดีกว่าไม่เช่นนั้นแม้แต่ท่านข้าก็ไม่ละเว้น"เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเย็นชา ผู้นำตระกูลหยุนเซียนถึงกับชะงัก เจ้าหนุ่มคนนี้กล้าขนาดไหนกันถึงได้พูดจาเช่นนี้ แต่ในทางกลับกันเสียงเย็นชานั้นกลับบีบรัดหัวใจของหยุนอู่หลิงอย่างช่วยไม่ได้

     

    ทางฝั่งของเฟยหรงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพากันมาป้องกันให้กับหยุนเฉียนเขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาจากใจ เห็นได้ชัดว่าพวกมันรวมหัวกันเพื่อนำรากปราณของเฟยเทียนผู้เป็นพ่อของเขามาใส่เอาไว้กับหยุนเฉียนอย่างแน่นอนดังนั้นชายหนุ่มจึงหมายจะฆ่าพวกมันจริงๆ

     

    วิหคเพลิงสองตัวห้อมล้อมชายหนุ่มจนในที่สุดก็เกิดเป็นบัลลังก์ราชันแห่งเปลวเพลิงที่ตอนนี้มีเปลวเพลิงสวรรค์ล้อมอยู่ด้านหลังนับสิบเปลวเพลิง นั่นทำให้สีหน้าของเหล่าผุ้อาวุโสทุกคนขาวซีดในทันที อย่าบอกนะว่านี่คือจักรพรรดิแห่งเปลวเพลิงคนใหม่

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน