“โอ๊ยๆ จะไม่มีอีกแล้ว พอแค่นี้แล้วคร๊าบ ไม่มี ไม่มีอีกแล้ว~!” ตงฟางร้องออกมาด้วยท่าทางเจ็บปวดพร้อมกับโยกตัวไปตามแรงดึงของมือที่ดึงใบหูซ้ายเขาไป จากพี่ซิงเยียนที่เข้ามาระบายความโมโหพลางทำหน้างอน
“ห้ามมี แค่นี้พอ”
“คร๊าบๆ แค่นี้พอ ผมสัญญาเลยว่าจะมาหาพี่บ่อยๆ นะ นะ ปล่อยหูผมเถอะนะ”
“ดีมาก เอาล่ะ เรามากินกันเถอะ พี่สาวยังไม่อิ่มเลย”
“ผมกำลังหิวอยู่พอดี งั้นเรามากินข้าวต่อกันเถอะ” ตงฟางเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับหญิงสาวทั้ง 3 ที่พี่ซิงเยียนอยากรู้ไม่ว่าจะเป็นหนิงเหอ ศิษย์พี่เยว่สือ หรือจะเป็นซูฮวา หลังจากเล่าเสร็จกลับไม่ได้ดุด่าอะไรมากเขาจึงรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ถูกห้ามให้พบทั้ง 3 คนนี้
“พี่ไม่กินเหรอ”
“ทำไมป้อนซูฮวาได้ตั้งหลายวัน แล้วทำไมป้อนพี่ไม่ได้ล่ะ”
“เธอบาดเจ็บนะ ตอนพี่บาดเจ็บผมก็ป้อนนี่”
“ก็อยากให้ป้อนนี่ หรือว่า”
ตงฟางตกใจตื่นจู่ๆพี่ซิงเยียนก็ลุกมานั่งตักจนเขาเกร็งไปทั้งตัว
“ฮิฮิ ไม่แกล้งแล้ว เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ตงฟางอยากจะวางแผนทำอะไรต่อจากนี้” ซิงเยียนลงจากตักไปนั่งข้างๆพลางตักข้าวให้ตงฟางคำแล้วคำเล่า
“อย่างที่ผมได้พูดไป ต่อจากนี้จะมีคนเดินทางมามากมาย”
ตงฟางเริ่มเล่าสิ่งที่เขาคิดภายในหัว สิ่งแรกคือแผนการดูดเงินเหล่าคนที่เดินทางมาด้วยเม็ดยาคุณภาพ 9 ส่วน เขาจะไม่หลอมยา 10 ส่วนออกมาขายเพราะจะต้องทำให้ผู้คนวางแผนปล้นหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
จากการปล้นของผู้คนที่มาจากเมืองหลวงภายในประตูเทพธิดา ทำให้ตงฟางเห็นคุณภาพยาที่คนเหล่านี้ใช้งาน แม้พวกเขาจะมียาระดับสูงเยอะมากๆ แต่คุณภาพของยากลับมีเพียงแค่ 6 - 7 ส่วนเท่านั้น มีเพียงยาที่ซูฮวาพกเป็นยา 8 ส่วน
ตงฟางจึงคิดว่าเขาจะทำการเปิดประมูลเม็ดยาคุณภาพ 9 ส่วน เริ่มตั้งแต่ยาระดับ 5 ไปจนถึงยาระดับ 7 มันจะต้องทำให้ทุกคนหลั่งไหลเข้ามาอย่างแน่นอน แล้วมันจะเป็นยาที่ไม่ถูกขายในนามของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เนื่องจากมันจะนำปัญหามาให้ เขาจะใช้นามนักหลอมยานิรนามอีกเช่นเดิม แต่จะเป็นอีกตัวตนที่เขาจะนำไปใช้ที่เมืองหลวง
โดยตัวตนนั้นคือนักหลอมยาที่สลักรูปน้อยหน่าลงไปบนเม็ดยา ด้วยสิ่งนี้หากเขาเดินทางไปยังเมืองหลวงแล้วนำยาเข้าประมูล มันจะต้องได้รับผลตอบรับดีแน่นอน เพราะยาที่เขาส่งเข้าประมูลที่เมืองหลงไห่จะเป็นตัวกระจายชื่อเสียง นักหลอมยาที่ใช้ตรารูปน้อยหน่า
“ผมจะให้พี่ซิงเยียน 30 %”
“ทำไมให้พี่สาวเยอะจังล่ะ ตงฟางไม่เก็บไว้ใช้เหรอ”
“ผมมีเรื่องจะวานพี่ซิงเยียน จึงให้เท่านี้”
“เอ๋ มีเรื่องวานพี่สาวคนนี้เหรอ ทำยังไงดีน่า ทำยังไงพี่สาวคนนี้ถึงจะยอมทำ พี่สาวไม่เอาก็ได้เงินแค่ 30 %” ตงฟางมองไปยังพี่ซิงเยียนที่กำลังอ้าปากรอให้เขาป้อนข้าว เขาจึงยื่นหน้าไปหอมแก้มจากนั้นก็ยัดข้าวเข้าปากพลางมองไปยังใบหน้าของพี่ซิงเยียนที่กำลังตกใจตื่น
“ตงฟางเมื่อกี้นี้มัน….พี่ไม่แน่ใจ ขออีกที”
“ไม่.. รอบเดียวพอ เอาล่ะ ผมอยากให้พี่ซิงเยียนใช้สายของพี่ที่อยู่เมืองหลวงให้หน่อย ”
ตงฟางตักข้าวเข้าปาก พลางป้อนข้าวพี่ซิงเยียนและบอกสิ่งที่เขาต้องการซื้อ ในระหว่างนี้เขาคิดว่าการออกล่าของเขาคงทำไม่ได้เพราะผู้คนล้วนจับตามองการเคลื่อนไหวของเขา ทุกครั้งที่เขาเดินทางออกจากสถาบันจะต้องมีฝูงมนุษย์ตามล่าเขาอย่างแน่นอน
เขาจึงอยากจะเพิ่มความสามารถให้สูงขึ้นด้วยเงินที่หามาได้ ในระหว่างที่เขาเรียนรู้เรื่องค่ายกล การหลอมยา การเล่นแร่แปรธาตุ แล้วก็ฝึกทักษะกับอาจารย์เฟยหง มันจะต้องเสียเวลาไปไม่น้อย เขาจึงไม่อยากให้เสียเปล่าทำการซื้อของมาเพิ่มพลัง
โดยสิ่งที่เขาอยากได้มีด้วยกันหลายอย่าง หนึ่ง เลือดสัตว์อสูรและปีศาจ สองพิษ สามแกนพลังวิญญาณพิษ ทุกอย่างนี้จะต้องเป็นระดับ 7 ขึ้นไปเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณและพัฒนาร่างกายของเขา
ไม่เพียงเท่านั้นตงฟางยังอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของที่ใช้ฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ และอยากได้สิ่งที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของพลังสายเลือด รวมไปถึงเขาอยากได้สิ่งของที่ช่วยในการฝึกจิต ทุกอย่างที่เขาขอ หากซื้อได้ด้วยเงินเขาวานให้พี่ซิงเยียนซื้อมาให้ได้ ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนตงฟางยอมซื้อพวกมัน หากเป็นข้อมูลของสถานที่ตงฟางอยากได้เช่นกัน เขาจะเดินทางไปเก็บมันด้วยตัวเอง
“ตงฟาง แล้ววันนี้สนใจจะพักค้างที่นี่หรือเปล่า นอนเป็นเพื่อนพี่สักวันจะได้ไหม”
“พี่ซิงเยียนผมคงทำไม่ได้ ตอนเช้าตรู่ผมจะต้องไปดูแลแปรงสมุนไพร ตอนบ่ายไปขุดแร่ ตอนเย็นฝึกทักษะแล้วก็ทำความเข้าใจค่ายกล ผมแทบจะหาเวลานอนไม่ได้เลย”
“หืม ทำไมยุ่งขนาดนั้นล่ะ”
“ก็เรื่องผู้สืบทอดนิกายโบราณนั่นแหละครับ ทำให้ผมกลายเป็นศิษย์ผู้นำนิกายเฟยเทียน เลยต้องเพิ่มความแข็งแกรง จะพยายามมาหาพี่ซิงเยียนบ่อยๆนะครับ ส่วนวันนี้ ผมคิดว่าจะหลอมยาที่เราจะนำไปประมูล”
“งั้นพี่ขออยู่ด้วย”
“ได้ แต่อย่าใกล้ผมมากนะ ความร้อนที่ใช้หลอมไฟระดับ 5 และ 6 ร้อนมากๆ”
“อือ พี่สาวจะไม่เข้าไปใกล้เลย”
ตงฟางตั้งเตาหลอมยาแล้วนำสมุนไพรระดับ 5 ที่เขาได้จากประตูเทพธิดาออกมาจัดเรียง ทันใดนั้นเขากลับตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อพี่ซิงเยียนมาหลบด้านหลังของเขา
“มันร้อนนะ”
“พี่สาวมียันต์ธาตุน้ำ ตงฟางหลอมยาเลย”
“อาห์ ถ้าผมเห็นว่ามันร้อนผมจะพาพี่ออกไปห่างแล้วกัน”
“เริ่มเลย”
ตงฟางเริ่มหลอมยาปล่อยให้พี่ซิงเยียนนั่งอยู่ด้านหลังพยายามส่องดูยาที่ตงฟางหลอมด้วยท่าทางไม่ต่างจากเด็กยืนมุงเชฟทำอาหาร ซึ่งเขาเห็นว่าพี่ซิงเยียนทนได้ก็เริ่มหลอมยาต่อไปเรื่อยๆให้ได้ยาเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 5 คุณภาพ 9 ส่วน
แม้เขาจะเคยให้สูตรยาเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 5 กับทางหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปแล้ว คุณภาพที่พวกเขาหลอมได้ยังเป็นแค่ 7 - 8 ส่วนเท่านั้น ยังไม่ถึง 9 ส่วนอย่างที่ตงฟางทำ
“หลับแล้วเหรอ ตอนหลับอย่างกับเด็กเลย”
ตงฟางใช้พลังจิตยกร่างของพี่ซิงเยียนออกไปให้ห่างแล้วปูพื้นด้วยหนังสัตว์อสูรแล้วปิดทับด้วยขนสัตว์อสูรอีกชั้นเพื่อไม่ให้เป็นหวัด จากนั้นเขาก็เริ่มหลอมยาระดับ 6 รวมไปถึงหลอมยาระดับ 7 ที่จะเป็นตัวดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมายังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
—-----------------------------------
“คุณหนู เช้านี้ยังไม่ได้ล้างหน้าเลยนะคะ”
“มู่เอ๋อ ฉันจะไม่ล้างหน้า อยากอยู่แบบนี้สักวัน”
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เมื่อคืนมีคนหอมแก้มฉัน เอาล่ะ เธอออกไปได้แล้วฉันจะนอนต่อ”
“ค่ะ” ซิงเยียนมองไปยังกระจกก่อนจะฉีกยิ้มหน้าบาน เธอยังจำความรู้สึกเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี จนไม่อยากจะลบแป้งบนใบหน้าออก
“ฮิฮิ เตรียมอะไรเอาไว้แกล้งดีนะ”
—----------------------------------
“อาจารย์อี้!”
เสียงร้องเรียกมาพร้อมความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะหมดแรงส่งออกมาจากตงฟาง แม้เขาจะกินยาฟื้นฟูพลังไปแล้ว ร่างกายของเขากลับต้องการงีบสักเล็กน้อย ตลอดทั้งคืนเขาหลอมยาระดับ 5 และ 6 ไปเป็นจำนวนมาก แล้วยาระดับ 7 ที่เขาหลอมมันก็กินพลังไปมหาศาลจนร่างกายของเขาเหนื่อยอ่อน
“แปลกจังนะ กลิ่นหอมบนตัวเจ้านอกจากสมุนไพรแล้วยังมีกลิ่นของหญิงสาว ถ้าข้าเดาไม่ผิดอายุคงจะราวๆ 25 ปี”
“อาจารย์ท่านจะจมูกดีเกินไปแล้ว” ตงฟางพยายามขอร้องให้อาจารย์อี้สอนบทเรียนต่อไปให้กับเขาทันที หากพูดเรื่องผู้หญิงเขาคิดว่าตัวเองจะต้องเล่าเรื่องนี้ให้อาจารย์ฟังอีกแน่นอน แล้วมันจะต้องมีการถามถึงฉายาอสรพิษตงฟาง เขาจึงพยายามพูดให้อาจารย์เข้าเรื่องหลักในวันนี้
“ฮ่าๆๆ กลิ่นยานี้มัน ยาระดับ 7 เจ้าหลอมมันได้หรือ”
“ข้าจะไม่ปกปิดท่านอาจารย์อี้ ข้าหลอมมันมาเมื่อคืน หลอมมา 2 เม็ด”
“หืม ระดับของเจ้ามากพอจะหลอมมันด้วยเหรอ”
“ข้าใช้วิธีที่พิเศษมากๆ บอกได้คำเดียวว่าเหมือนข้าทรมานตัวเองเลย”
“ เอาล่ะ งั้นวันนี้ข้าจะเล่าบางอย่างให้ฟัง หากให้ข้าสอนเจ้าเรื่องการหลอมยา เจ้าคงจะรู้มากพอแล้ว แค่นำหนังสือไปอ่านคงจะเข้าใจได้ ข้าจะสอนเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่มาจากประสบการณ์ของข้า ไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มไหน”
ดวงตาของตงฟางเปล่งประกายหลังจากรู้ว่าสิ่งที่เขาเรียนกลั่นมาจากประสบการณ์ของอาจารย์อี้ ไม่มีบันทึกในหนังสือของสถาบันแห่งนี้
“เรื่องแรกเป็นความรู้ที่นักหลอมยาระดับ 6 จะต้องจำให้ขึ้นใจนั่นคือเรื่องพลังวิญญาณของเม็ดยา”
ตงฟางนั่งฟังอย่างตั้งใจ โดยมีอาจารย์อี้ค่อยอธิบายเรื่องพลังวิญญาณกับเม็ดยาให้เขาฟัง ใจความสำคัญที่ตงฟางสรุปได้คือการรักษาพลังวิญญาณของเม็ดยาให้อยู่ในปริมาณที่มากเหมือนกับนำออกมาจากเตาหลอมยา
ทุกเม็ดยาที่หลอมออกมาล้วนแล้วมีพลังวิญญาณภายในตัว ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆพลังวิญญาณเหล่านี้ก็จะค่อยๆสลายหายไปจนคุณภาพของเม็ดยาลดระดับลงมา เขาจึงจำเป็นต้องเรียนการเขียนยันต์สลักลงไปบนเม็ดยาเพื่อรักษาคุณภาพเม็ดยาเหล่านั้นเอาไว้
“เจ้าดูนะ ข้าจะทำรอบเดียวแล้วเจ้าไปลองทำดู”
ตงฟางมองไปยังเม็ดยาระดับ 1 ที่อาจารย์อี้หลอมขึ้นมาทดสอบ จากนั้นเขาก็มองเห็นนิ้วมือของอาจารย์อี้พยายามเขียนยันต์กลางอากาศแม้ว่ามันจะเป็นยันต์ที่ใหญ่ไม่ต่างจากฝ่ามือ แต่เมื่อเขียนจบยันต์กลับย่อส่วนลงไปหุ้มเม็ดยาสร้างความตกใจให้กับตงฟางไม่น้อย
“มันมีชื่อว่าเทคนิคสลักยันต์สำหรับเม็ดยา หากว่าทำสำเร็จ ข้าจะสอนสิ่งที่นักหลอมยาระดับ 7 เขาทำกัน จะใบ้ให้ก็ได้ มันสามารถหลอมสมุนไพรพร้อมกันได้ทีละหลายๆต้น”
“อาจารย์อี้ ตอนสุดท้ายท่านทำยังไงมันถึงหดเล็กลง” ตงฟางทั้งสงสัยทั้งตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเขาจะได้รู้เทคนิคที่พ่อของเขาเคยใช้ นั่นคือการโยนสมุนไพรลงในเตาหลอมพร้อมกัน
“ข้าทำการบีบอัดด้วยการใช้พลังวิญญาณบีบพวกมัน แต่ต้องระวังเพราะมันสามารถทำให้เม็ดยาเสียหายได้ในระหว่างบีบอัดยันต์ให้เล็กลง”
ตงฟางฟังวิธีคร่าวๆพอจับใจความถึงหัวใจหลักสำคัญในการสลักยันต์ลงไปบนเม็ดยา ระหว่างนำวิธีนี้ไปทดลองที่บ้านพักตงฟางก็มองเห็นศิษย์พี่เยว่สือจึงวิ่งเข้าไปหาทันที
“ศิษย์พี่เยว่สือ” ใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้ๆเพื่อทักทาย หญิงสาวที่เห็นใบหน้าเข้าใกล้เธอก็พยายามถอยห่าง
“ข้าตามหาท่านนานมากๆ”
“ศิษย์น้อง เจ้ามีอะไรเหรอ”
“ข้ามีบางอย่างอยากจะให้ท่าน พอดีข้าเหลือมันอยู่อีกเล็กน้อย อย่าให้ใครเห็นล่ะ พอกลับถึงที่พักให้รีบกินมันเข้าไปเลย ว่าแต่ท่านมาทำอะไรเหรอ”
ตงฟางยัดแหวนเก็บของวงหนึ่งใส่มือเยว่สือพลางถามถึงสาเหตุที่ศิษย์พี่ของเขาเดินทางมาตึกยา
“ข้ามาหาอาจารย์จื่อรั่วเพื่อถามถึงสมุนไพรที่ต้องใช้”
“อ๋อ ถ้าเรื่องนี้หากศิษย์พี่มีปัญหาลองปรึกษาข้าได้นะ ข้าเรียนหลายอย่างจากท่านอาจารย์อี้มาเช่นกัน นี่ๆ เมื่อครู่ข้าพึ่งได้เรียนเรื่อง…”
ตงฟางกระซิบเยว่สือเบาๆบอกเรื่องที่เขาพึ่งได้เรียนมาแล้วโบกมือลาวิ่งไปยังเหมืองแร่เพื่อทำงานของเขาต่อ เยว่สือที่ได้ยินเรื่องของตงฟางเธอก็เริ่มสำรวจแหวนที่ตงฟางให้ก่อนจะแสดงท่าทางตกใจเพราะสิ่งที่อยู่ในแหวนหายากมากแล้วก็ยากที่จะซื้อมาใช้งาน
“ผลน้ำพุแห่งวิญญาณ”