เมื่อเริ่มเข้าสู่เขตป่า ก็มีต้นไม้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ภามค่อยๆบังคับให้เจ้าดำชะลอฝีเท้าลง เขาควบม้าเดินเล่นไปเรื่อย “ได้วิ่งเต็มฝีเท้าแล้วเป็นไงบ้าง” ภามเอ่ยกับเจ้าดำ ก่อนจะเอื้อมมือไปตบแผงคอของมันเบาๆฮี้~เจ้าดำร้องกลับมา พร้อมกับขยับเท้าอย่างร่าเริง ภามควบม้าเหยาะๆ ไปตามบริเวณขอบป่าอยู่สักพัก เพื่อให้เจ้าดำได้ยืดเส้นยืดสาย ขณะที่สอดส่ายสายตามองไปตามทางที่ขี่ม้าผ่าน ภามก็สังเกตเห็นต้นไม้ด้านหน้าที่น่าจะเป็นชนิดเดียวกันขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่การมีต้นไม้พันธุ์เดียวกันขึ้นอยู่บริเวณเดียวกัน แต่สิ่งที่ดึงความสนใจของภามคือผลของมันที่ขึ้นอยู่เต็มแทบทุกต้น เขาจึงบังคับบังเหียนให้เจ้าดำเดินไปตามทิศทางที่ต้องการ ภามขยับม้าเข้าไปใกล้ต้นไม้ดังกล่าว ก่อนจะเด็ดผลของมันมาดูอย่างละเอียด ผลของมันกลมๆ เหมือนส้ม ผิวมันวาวเหมือนแอปเปิ้ล แต่สีกลับนวลเนียนสวยเหมือนสีลูกพีช “คงไม่ใช่ผลไม้มีพิษใช่มั้ย” ภามพึมพำกับตัวเอง ขณะมองผลไม้สีน่ากินในมืออย่างลังเล ภามกระโดดลงจากม้า และเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ต้นไม้ชนิดนี้ ที่ขึ้นติดกันอยู่หลายต้น ต้นของมันไม่สูงใหญ่มากนัก แต่กลับมีผลสีสวยน่ากินเต็มต้น จนมีบางผลที่สุกจนตกลงมากลิ้งอยู่ตามพื้น เขาเดินสำรวจไปพลาง ก้มๆ เงยๆ ขณะที่มือก็โยนผลไม้ที่เพิ่งเด็ดมาเล่น เจ้าดำก็เดินตามเขาที่เดินวนรอบต้นไม้กลุ่มนี้ มันทำจมูกฟุดฟิด มองภามโยนผลไม้เล่นอยู่สักพัก ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปงับผลไม้มาจากมือภาม “เฮ้ย!! เจ้าดำ แกคายออกมานะ! ยังไม่รู้เลยว่ามันกินได้รึเปล่า หากมันมีพิษจะทำยังไง คายออกมา!!” ภามร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเข้าไปพยายามง้างปากเจ้าดำ คนกับม้ายื้อยุดกันอยู่สักพัก ก่อนเจ้าดำจะกลืนผลไม้ลงคอไปในที่สุด ภามส่ายหัวเบาๆ อย่างยอมแพ้ ก่อนจะมองสังเกตอาการเจ้าดำอยู่สักพัก จนมั่นใจว่าไม่น่าจะเป็นอะไร จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก ในขณะที่ความสนใจของภามยังอยู่ที่เจ้าดำ เสียงกรอบแกรบเหมือนฝีเท้าเหยียบใบไม้แห้งก็ดังขึ้นใกล้ๆ จากทางใต้ต้นไม้ ทำให้ภามรีบหันกลับไปมอง พร้อมตั้งท่าระวังตัวทันที
เขาหันกลับไปก็เห็นมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนกระรอก แต่มีหู และเขาเหมือนกวาง ขนสีขาวสะอาด สามสี่ตัวกำลังแอบย่องมาเก็บผลไม้ชนิดนี้ที่ตกอยู่ตามใต้ต้น เมื่อพวกมันเห็นว่าภามมองกลับมา ก็ตกใจกลัวจนปล่อยผลไม้หลุดจากอุ้งมือเล็กๆ ของมัน แล้วพากันวิ่งหนีไปหลบหลังต้นไม้ ภามมองภาพตรงหน้าแล้วส่ายหัวอย่างขำๆ นี่เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ? เขาเดินไปเก็บผลไม้ที่ตกอยู่ตามพื้นมากองไว้รวมกัน ก่อนจะนั่งยองๆ อยู่ข้างกองผลไม้นั้น หันหน้าไปทางต้นไม้ที่มีมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ เหล่านั้นซ่อนตัวอยู่ และยื่นผลไม้ไปข้างหน้า เหมือนพยายามผูกมิตร มอนสเตอร์สองตัวยื่นหัวเล็กๆ ของมันออกมาจากหลังต้นไม้ สายตามองภามที มองผลไม้ในมือของภามที มองกลับไปกลับมาอย่างชั่งใจ ก่อนจะมีผู้กล้าตัวแรกค่อยๆ เดินออกมาจากหลังต้นไม้อย่างกล้าๆ กลัวๆ และเมื่อมีตัวแรก ตัวต่อๆ ไปก็เหมือนจะกล้ามากขึ้น จึงค่อยๆ พากันเดินออกมา เมื่อเห็นว่าภามไม่ได้ทำท่าทีคุกคามใดๆ เจ้าดำมองการกระทำของเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อเจ้านายไม่ขยับ มันก็ไปไหนไม่ได้ จึงย่อตัวนอนลงด้านหลังของภาม มอนสเตอร์เหล่านั้นเข้ามาหยิบผลไม้จากมือภาม และจากกองผลไม้ที่ภามรวบรวมมากองไว้ให้ อยู่ๆ ภามก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นหนักๆ ลอยแว่วมาเบาๆ ในตอนแรกเขาคิดว่าเจ้าดำแอบเดินออกไปที่อื่น จึงหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบว่าเจ้าดำยังอยู่ที่เดิม แต่ดูเหมือนมันจะได้ยินเสียงนี้เหมือนกัน เจ้าดำลุกขึ้นยืน กระทืบเท้าหน้าอย่างกระสับกระส่าย หันซ้ายหันขวา หูกระดิกไปมาอยู่สักพัก และเมื่อได้ยินเสียงร้องเบาๆ ลอยมาตามสายลม มันก็รีบพุ่งทะยานไปตามทิศทางต้นตอของเสียงทันที “เฮ้ยๆ เจ้าดำ! นั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ” ภามตะโกน พร้อมกับลุกพรวดขึ้นยืนกะทันหัน เหล่ามอนสเตอร์ตัวเล็กสามสี่ตัวตรงหน้าต่างตกใจ วิ่งกระจัดกระจ่ายหนีกันไปหมดทันที ภามวิ่งตามทิศทางที่เจ้าดำวิ่งผ่านไป เขาเห็นหลังของมันอยู่ข้างหน้าไวๆ มันวิ่งตรงไปข้างหน้าเต็มฝีเท้า ก่อนจะกระโดดทะยานผ่านกลุ่มก้อนบางอย่างไปหยุดอยู่ข้างหน้าเงาร่างขาวสะอาด ภามวิ่งตามมาจนทัน ก้มหน้าเอามือยันเข่าหอบให้ใจแรง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสถานการณ์ตรงหน้า หมาป่าตัวโต ขนาดประมาณเสือโคร่ง ขนสีเทายาวปกคลุมทั่วร่าง กลุ่มหนึ่ง กำลังขู่กรรโชก พร้อมกับย่างเท้าล้อมกรอบเหยื่อของมันที่ย่ำเท้าอย่างกระวนกระวายอยู่กลางวง ร่างสีขาวสะอาดตาที่เจ้าดำกระโจนเข้าไปปกป้อง ก็คือม้าตัวหนึ่ง ขนาดเกือบๆ เท่ากับเจ้าดำ เพียงแต่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย มันขยับเท้า และส่ายหัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย เจ้าดำที่ยืนอยู่ด้านหน้ายกขาหน้าขึ้นก่อนจะกระทืบลงมาบนพื้นอย่างแรงเพื่อข่มขวัญกลุ่มหมาป่า ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลมานัก เพราะหมาป่ากลุ่มนั้นยังคงคำรามขู่อย่างดุร้าย และเดินล้อมกรอบเข้ามาเรื่อยๆ ภามผิวปากเสียงดัง เรียกความสนใจมาจากกลุ่มหมาป่าตรงหน้า พวกมันหันมามอง พร้อมกับขู่คำรามด้วยความไม่พอใจ ภามจ้องพวกมันทุกตัวด้วยสายตาโหดเหี้ยมขึ้น หมายจึงขู่ให้พวกมันถอยไป แต่กลุ่มหมาป่าตรงหน้ายังคงไม่ยอมขยับไปไหน ภามก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดัน กลุ่มหมาป่าเหล่านั้นรู้สึกได้ถึงความกดดัน ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมกับแสดงท่าทีระมัดระวังมากขึ้น ภามยังคงก้าวเข้าไปหากลุ่มหมาป่าอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักแน่น ไม่มีความกลัวแฝงอยู่แม้แต่น้อย จนในที่สุดหมาป่าตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจ่าฝูง ก็หอนออกมายาวๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นหมาป่าทั้งฝูงก็กระโจนหนีหายเข้าไปตามมุมมืดของป่า หลังจากสถานการณ์กลับมาสงบ ภามสังเกตม้าตัวสีขาวที่ยังคงมีท่าทีหวาดกลัว ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเจ้าดำอยู่อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองเจ้าดำ และยิ้มออกมา