ผมนั่งกอดอก คิ้วขมวด
มันเย็นแล้ว บารอนจางกลับไปแล้ว ให้เงินไว้ 3,000 เงินแล้วก็ไป
เื่เงินผมยังทำอะไรไม่ได้มาก เพราะไม่มีข้อมูล 3,000 ผมต้องหาโอกาสรู้ว่าเงินนั่นอยู่ได้นานมากเท่าไหร่ ถึงจะพอหาค่าคร่าวๆของมันได้
แต่ถ้ามันเป็ 3,000 แลกกับคนในยุคนี้ นั่นก็ยังน่าว่าแพงไปอยู่สำหรับแรงงานเด็ก
หรือทาสหรือแรงงานถาวรถือเป็ของแพง
ใช่ เื่ทาสผมต้องรู้ให้ได้ด้วยว่ามีไหม แต่ดูจากสภาพการใช้งานจนตายแรงงานเด็กจนตายไม่เป็ทาสก็เป็แรงงานถาวรที่ไม่มีอิสระ
“ลาลัลลา”
อลิสมา
“โอ้หมายเลขแปด นั่งอะไรอยู่ล่ะนั่น มากินหน่มน้มมาๆ”
“งับ”
“!”
เธอเปิดตากว้าง
โอ๊ะ ผมพูดได้แล้ว
อลิสวิ่งออกไป
“พี่โดโรเธีย! พี่วาเนสซ่า! หมายเลขแปดพูดได้แล้ว!”
ผมได้ยินเสียงอลิสไกลๆแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ
เอาน่ามันน่าจะไม่แย่นักหรอก ผมยังคงเด็กอยู่ น่าจะยังไม่ถูกใช้งานเร็วๆนี้ ประเด็นต่อไป การต่อสู้
จากเท่าที่ดูการต่อสู้ประกอบไปด้วยการะโชื่อท่าสู้กัน ระดับยามกับระดับอันธพาลธรรมดามีกันอยู่ท่าเดียว แล้วไม่มีการเหวี่ยงฟันธรรมดา
แม้อย่างนั้นดูเหมือนสภาพร่างกายแต่ละคนแม้แต่คนที่ฝึกมาก็ยังฟันคนเมาไม่เสียการป้องกัน มันเป็เพราะเขาแข็งแรงพอตัว หรือการฝึกร่างกายไม่พัฒนา
แล้วทำไมถึงฟันกันอยู่ท่าเดียว ทำไมไม่แค่เหวี่ยงๆดาบฟันไปทั้งๆที่มีดาบ ทำเหมือนมี่สกิล 1 ก็กด 1 อย่างเดียวเวลาเล่นเกม
น่าจะเพราะการบอกชื่อท่าก่อนโจมตีเป็อะไรพิเศษบางอย่าง
อีกเื่คือทำไมไม่รุม แล้วยอมแพ้กันง่ายๆ
อาจเป็เื่ศักดิ์ศรีของนักรบที่ปลูกฝังกันมา การต่อสู้ถือเป็เื่มีเกียรติอย่างนั้นหรือ? แล้วทำไมเื่ศีลธรรมถึงไม่ดี หรือคนชื่อบารอนจางแค่นิสัยไม่ดี
หรือ ผมต้องทดสอบ
พร้อมกับดูว่าผมพูดอะไรได้มั่ง ผมต้องหาสิ่งสำคัญ
“หมัดจง”
ท่าต่อยสวยๆถูกส่งออกไป
มันทำให้ปวดกล้ามที่หลัง
เหมือนที่คิด เมื่อชื่อท่าถูกพูดออกไปก่อนใช้งานมันจะออกไปอัตโนมัติ
“โค้งก๋า”
หมัดโค้งขวาถูกส่งออก
มันทำให้เจ็บกล้ามอกใน
เนื่องจากมันเจ็บกล้ามเนื้อการ ‘ใช้ทักษะ’ มันเป็พลังพิเศษอันทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวเต็มกำลัง
ถ้าอย่างนั้นนี่ถือว่าเป็ที่สุดของที่สุดในการต่อสู้ การ ‘ใช้ทักษะ’ หรือท่าถือเป็ทุกอย่างที่คนสู้กัน
น่าจะเป็ความพิเศษของโลกหรือบางอย่าง มันน่าจะมีมานานแล้ว จนมันวิวัฒนาการจากคนป่าเหวี่ยงอาวุธใส่กันถึงการบอกชื่อท่าแล้วสู้กันโดยใช้ร่างกายถึงขีดสุดง่ายๆ จนการเหวี่ยงธรรมดากลายเป็ล้าสมัยไป
แล้วเพราะการใช้ทักษะทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างดีกว่าที่มีความสามารถอยู่ในตัว มันกลายเป็สิ่งเดียวที่คนสู้กันทำกัน
คล้ายๆเกมกับการมีหนึ่งทักษะก็ปล่อยทักษะนั้นรัวๆกับศัตรูทุกตัวเพราะมันแรงกว่าฟันธรรมดา
ศิลปะการต่อสู้ การฝึกฝนร่างกายจึงกลายเป็ไม่พัฒนา น่าจะประมาณนั้น
แต่เนื่องจากผมพูดชื่อท่าแล้วยังทำได้ขณะเป็เด็ก ยิ่งกว่านั้นพูดไม่ชัดอีกต่างหาก โลกนี้น่าจะมีบางอย่างที่ทำให้นั่นเกิดขึ้นจากเจตนา ระบบหรือพลังที่เทพเ้าประทานให้ หรือนั่นคือธรรมชาติของโลก พูดง่ายๆคือ อำนาจเหนือธรรมชาติ หรือมันแค่ธรรมชาติ?
ถ้าดูจากสภาพสถานสงเคราะห์กับการใช้แรงงานเด็กจนตาย เทพเ้ากับความดีงามน่าจะไม่ได้เจริญรุ่งเรืองมากนัก
ส่วนศีลธรรมก็ไม่ได้มีกันมากมาย
ถ้าอย่างนั้นน่าจะเป็ธรรมชาติมากกว่า
ผมเปลี่ยนมานั่งเท้าคาง
แต่ทุกอย่างคือการคาดเดา ไม่มีอะไรรู้แจ่มแจ้งอยู่ดี
“ฟู่”
ผมถอนหายใจ
อลิสกลับเข้ามาพร้อมวาเนสซ่า
“ไหนพูดซิ้พูดซิ้ พี่อลิส”
ผมนิ่งสักพักแล้วก็คิด
“พี่วาเนสซ่า”
“ไม่เห็นจะพูดเลย เธอไม่หูเพี้ยนไปนะ”
ผมอยากซ่อนเจตนาจริง แต่นั่นจะทำให้อลิสเสียใจ
“พี่อายิ้ด พี่วาเนชช่า”
ผมชี้พวกพี่เขาแล้วพูด
“เห็นมั้ยเห็นมั้ยพี่เขาพูดได้แล้ว”
“อืม ก็ดี”
วาเนสซ่ากลับออกไป
ทำไมวาเนสซ่าทำตัวแบบนั้น เธอดูเหมือนไม่ได้อยากทำงานที่นี่ แต่เธอไปจากที่นี่ไม่ได้
“กินหน้มน้มมาๆมั้ย”
“งับ”
อลิสป้อนนม
*จุ่บ*
คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมต้องรู้เื่พวกเธอก่อน
แผนต่อไปของผมคือการหาหนังสือ กับฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง จากนั้นคิดเื่ศิลปะการต่อสู้ ทดสอบธรรมชาติของการต่อสู้ แต่ผมน่าจะต้องขยับร่างกายให้ได้ทุกส่วนอย่างดีก่อน
ถ้ามันขึ้นอยู่กับเจตนา ผมแค่น่าจะต้องนึกภาพท่วงท่าให้ถูกต้องแล้วใช้มัน
แล้วต่อจากนั้นเป็การทำมาหากิน ถ้าร่างกายผมแข็งแรงและสู้ได้เก่งกาจ ผมเป็ทหารหรือทหารรับจ้างได้แต่ผมไม่อยากไปทางนั้นเลย
ผมจะเน้นไปทางออกกำลังกายให้ใช้งานร่างกายให้คล่องก่อน
“ฮ่าาา”
ผมกินเสร็จ
“เสร็จแล้วเหรอ เร็วจังนะ ไม่หิวเหรอไงหนู”
“หมึ่”
“ได้เลย ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ”
อลิสออกไป
เริ่มออกกำลังกายเลยดีไหม?
แต่ต้องดูก่อนว่าทำอะไรไหวบ้าง เพราะแม้แต่ลุกมานั่งผมยังต้องใช้มือประคองตัวอยู่
ผมนึกไปถึงท่าพื้นฐานสำหรับต่อสู้
หลังน่าจะสำคัญ
โอ้ใช่ ถ้าผมใช้ท่าได้การออกกำลังกายก็ได้ง่ายเหมือนยกน้ำหนักสุดกำลัง เพราะมันเป็การใช้แรงกายเกินความสามารถ กล้ามเนื้อจะฉีกขาด และสร้างใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม
แต่ออกกำลังกายั้แ่เด็กเล็กๆมีผลอะไรไม่ดีถาวรไหม? ก็ไม่น่า เพราะมนุษย์ใช้ร่างกายมาั้แ่โบราณ ผมอาจจะแกนๆ แต่นั่นแก้เอาได้โดยการะโเยอะๆเมื่อขยับร่างกายถนัดกว่านี้
หลักๆคือยิ่งใช้ยิ่งทำมากยิ่งดี
แต่มันไม่ได้ง่าย ต้องทนกับการปวดกล้ามเนื้อไปตลอดวันที่จะตามมา และหากินอาหารให้เพียงพอ
มันจะใช้เงิน
อย่างนี้การเลือกไม่กินนมเยอะกว่าปรกติคือเื่พลาดไป? เพราะนั่นคือของฟรีจากการสูญเสียนิดหน่อยของอลิส
แต่ช่างมันเถอะ
“โค้งก๋า”
หนึ่ง
“โค้งก๋า”
สอง
“โค้งก๋า”
สาม
ผมทำไปเรื่อยๆ จนในที่สุดแขนกับหลังและหน้าอกผมเริ่มล้า
ผมง่วงแล้วผมหลับไปทั้งอย่างนั้น
*จิ๊บจิ๊บจิ๊บจิ๊บจิ๊บ*
ตอนเช้ามาถึง
มันรู้สึกแปลกๆเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดไป
“อุ…แงงงงง้”
ผมร้องไห้น้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง ผมร้องเพราะมันปวดหลังมากจนทนไม่ได้
ถ้าหมอวัดมันจะอยู่ที่ระดับ 8
ท่าทางผมทำเกินตัวไป แย่จริง
“แง้ แง้ แง้”
“แง๊ว”
นั่นอะไร? มันเบนความสนใจผมจากความเ็ปไปได้ มันคือเสียงของน้องแมว
เธอจ้องผมค้าง น้ำลายยืด
“แง๊ว”
“ฝัดดี”
ผมจะโบกมือขวา แต่เพราะผมยกแขนไม่ขึ้นผมเปลี่ยนเป็โบกมือซ้าย
เราจ้องกัน
เธอเล่นน้ำลาย แล้วจากนั้นก็นอนต่อ
น้องแมงมุมยังคงหลับ
ผมไม่เคยได้ยินเธอพูดแบบเด็กๆเลย เคยได้ยินแต่เธอร้องไห้พร้อมน้องแมว เธอเป็อะไรไหม?
ผมเพิ่งตั้งใจสังเกต หางเธอสีดำ ส่วนน้องแมงมุมผมบางๆของเธอสีขาว
“สวัสดี หมายเลขแปด”
“งับ”
“หืม หมายเลขหนึ่งกับสอง หลับ ดีจัง”
เธอเริ่มเดินไปให้นมเตียงอื่น
ผมต้องลองหาหนังสือ
“ไปห้องยวม”
“เอ๋?”
“พาไปห้องยวมหน่อย”
“เอ พี่จะโดนดุน่ะสิ แต่ ไม่น่าจะเป็ไรมั้งสำหรับความหายดื้อ อย่างงั้นขอพี่ป้อนนมคนนี้ก่อนนะ”
“งับ”
ผมรอสักพักผ่านไป
แล้วเธอก็มาอุ้มผมไปวางไว้ห้องรวม
“อย่าซนล่ะ แล้วพยายามอย่าไปเล่นของที่ไม่ใช่ของเล่นนะ”
“งับ”
ผมตอบกลับ
อลิสกลับไปห้องเด็ก
ผมมองไปรอบๆ
หนังสือ หนังสือ
มีชั้นวางหนังสืออยู่!
นั่น!
แต่หนังสือสำคัญอยู่สูงชั้นล่างๆมีแต่นิทาน
นิทานก็ยังถือไปการสะท้อนสังคม ผมน่าจะได้อะไรบ้าง ดีกว่าเอื้อมคว้าลม หรือหาเื่เจ็บตัว แต่กระนั้นถ้าต้องเสี่ยงมันก็จำเป็ผมต้องรู้ให้ได้
ผมหยิบนิทานมาหนึ่งเล่ม
‘การเดินทางของอาร์เธอร์’
‘กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว’
สรุปง่ายๆคืออาเธอร์ออกเดินทางตามตำนานหาเ้าหญิงผู้ถูกัจับไว้ เขาเข้าป่าแห่งเวทมนตร์และได้รับพลังเวทมตร์เพื่อในที่สุดไปช่วยเ้าหญิงออกมา
ถ้าอย่างนั้นพลังเวทมนตร์ยังมีตัวตนอยู่ในตำนาน แต่ไม่ถือเป็เื่จริงอย่างนั้นเหรอ? หรือมันถือเป็ไสยศาสตร์
ผมหาหนังสือเพิ่ม
‘ผู้กล้าล่าก็อบลิน’
‘ณ ถ้ำอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยอสูรตัวเล็กเท่าครึ่งคนผิวสีเขียว กับเสื้อผ้าโทรมๆ…’
สรุปคือนายคนนี้คือผู้สุดเชี่ยวชาญการล่าก็อบลิน เข้าถ้ำ แล้วสุดท้ายได้สมบัติทำให้ร่ำรวยไปตลอดกาล
อืม ส่วนเหล่ามอนเตอร์ก็มีอยู่ในนิยายด้วย
ผมหาหนังสืออีก
‘นักรบแห่งแม่น้ำมหาดยุค’
มหาดยุค? จะเป็มหา หรือจะเป็ดยุค เอาให้แน่สิ
‘ข้าชื่อเอกีร์ แกรังแกภรรยาข้า รับมือ! ย่า!!! ฮ่า!!! เหล็กกล้าผ่าศิลา!’
หืม เขาฟันธรรมดาก่อนการฟันด้วยท่ายังมีอยู่ในนักรบระดับตำนานอย่างนั้นหรือ
แต่การใช้ทักษะเพื่อใช้ท่าซ้ำๆเ่าั้ปลูกฝังกันั้แ่เด็ก มันฝังรากลึก
ส่วนเื่ที่รู้ว่าจริงคือการต่อสู้ถือเป็เกียรติสูงของคน
เป็เื่ของชายที่เหล่าเมียไปออกงานแล้วโดนรังแก เลยมาไล่ผ่าหัวคนของคนที่รังแกเมีย
ไม่มีเื่ที่ออกแนวพระเ้าหรือพลังเหนือธรรมชาติแม้ผมจะหาทุกเล่ม
สักพัก ผมอิ่มตัวกับพวกนิทานแล้ว
ภารกิจต่อไปคือหาหนังสือจากชั้นสูงๆ
ผมมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่ ผมคลานออกไปดูหน้าประตู ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนเข้ามา
มีเก้าอี้ที่เตี้ยพอให้ปีนวางอยู่ ณ โต๊ะ ห่างออกไป ได้เลย ภารกิจแรก ภารกิจ: ลากเก้าอี้
ผมคลานไปจับขาเก้าอี้ แต่มันใหญ่ไปที่จะใช้หนึ่งมือกำ ดังนั้นมันต้องใช้สองมือจับ แต่ถ้าใช้สองมือจับไม่มีท่าคลานถอยหลัง มันไม่ถนัด
มีทางเลือกให้ไปผลักเก้าอี้แทน แต่มันจะเสี่ยงทำให้เก้าอี้ล้ม และการยกมันขึ้นมาใหม่จะเป็ไปไม่ได้สำหรับผม
ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ทำได้คือ จับสองมือ ลากกระเถิบ แล้วเลิกจับมาคลานถอยหลัง แล้วทำซ้ำ หลังจะเจ็บกว่านี้ ผมพร้อมรับมัน
มันจะใช้เวลา แต่ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้
ผมเริ่มไปลากเก้าอี้ จับสองมือ ดึงเข้า ถอย จับสองมือ ดึงเข้า ถอย
มันไปถึงหน้าชั้นวางหนังสือ
ภารกิจ: ปีนเก้าอี้ แล้วต่อไปก็ ภารกิจ: ยืนหยิบหนังสือ
ผมต้องซ้อมยืนให้มั่นๆก่อน เพราะมันมีความเสี่ยงตกเก้าอี้ได้
ผมยืนหน้าชั้นหนังสือ อืม มันยังไม่ได้มั่นคงเต็มที่ที่สุด แต่ดีกว่าทำไม่ได้หรือสั่นเซ แล้วเอื้อมไปหยิบหนังสือนิทาน
มันพอทำได้อยู่
ถึงเวลาปีนเก้าอี้
ผมปีน
มันสูง
เสี่ยงนิดหน่อย แต่เอาน่าไม่เป็อะไรหรอก
ผมยืน
อืม ‘แผนที่ทวีปตะวันออก’ ‘บริหารเงินอย่างไรให้อยู่รอด’ ‘ตำราเลี้ยงทารก’
ดูเหมือนจะเป็หนังสือของโดโรเธีย
ผมหยิบ ‘แผนที่ทวีปตะวันออก’
ปีนลง ลากเก้าอี้ไปไว้ที่เดิม
เอาล่ะ ทวีปนี้น่าจะเป็ ‘ทวีปตะวันออก’ มันจะเป็อย่างไร