การที่เชสเตอร์ถอดตัวหลักทีเดียวถึงสามคนพร้อมกัน ทำเอาผู้คนต่างรู้สึกช็อกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักเตะทีมโคเวนทรี้เอง หรือแม้แต่กองเชียร์ของพวกพวกเขา
ในเวลาต่อมาทีมเจ้าบ้านก็รู้สึกว่าตนเองกำลังโดนดูถูก แววตาของพวกเขาก็แน่วแน่มากขึ้นพร้อมที่จะพิสูจน์ตนเอง ขณะเดียวกันพวกกองเชียร์ก็ต่างร้องตะโกนดุด่ามาที่เชสเตอร์ไม่หยุดไม่หย่อน
แต่ทว่าผู้คนส่วนมากก็พอเข้าใจความตั้งใจของเชสเตอร์ได้ ทว่ามันก็น่าโมโหอยู่ดีนั่นแหละ ที่ทีมรักของพวกเขาได้รับการดูถูกเช่นนี้
อย่างไรก็ตามทีมวูล์ฟแฮมป์ตันก็ทิ้งห่างทีมคู่แข่งไปถึงสามประตูแล้ว จะพักผู้เล่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เขาก็พักผู้เล่นเช่นนี้บ่อยครั้ง
ก็อย่างว่าโปรแกรมการแข่งขันของทีมวูล์ฟแฮมป์ตันค่อนข้างหนัก สามวันเตะหนึ่งครั้งแทบจะตลอด มีแค่นักนี้เองที่ได้พักหนึ่งสัปดาห์ก่อนแข่ง ดังนั้นการโรเตชั่นนักเตะจึงเป็นการที่เลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตามอย่าลืมนะว่าทีมวูล์ฟแฮมป์ตันเคยเป็นทีมกลางตารางมาก่อน การที่พวกเขาถอดเอาผู้เล่นคนสำคัญทีเดียวสามคนพร้อมกัน มันย่อมส่งผลต่อภาพรวมของทีมอย่างใหญ่หลวงแน่นอน
เวลานี้นักเตะภายในทีมสับสนมึนงงกันยกใหญ่ ครึ่งแรกพวกเขายังต่อบอลกันอย่างลื่นไหลอยู่เลย แต่พอเริ่มแข่งครึ่งเวลาหลัง ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรมันก็ติดจัดไปหมด
ด้วยเหตุผลนั้น ทำให้ทีมโคเวนทรี้ได้โอกาสครอบครองบอลมากขึ้น ยิ่งเวลานานเข้าทีมเจ้าบ้านก็มีโอกาสลุ้นประตูด้วย เวลานี้รูปเกมของทั้งสองทีมกลับมาสูสีกันแล้ว
ราวกับว่าทีมทั้งสองทีมนี่อยู่ในระดับเดียวกัน
ด้วยเหตุผลนั้นส่งผลให้กองเชียร์ฝั่งเจ้าบ้านที่เคยเงียบเหงาในครึ่งแรก กลับดุเดือดลุกเป็นไฟ!! พวกเขามองเห็นโอกาสที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง!
ขณะที่ภายในสนามกำลังแข่งขันกันอย่างเมามัน เจษก็ลอบหันไปมองหน้าเชสเตอร์ที่ม้านั่งโซฟา ปรากฏว่าใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับไก่ต้มแม้จะพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดแล้วก็ตาม เห็นแล้วช่างน่าสงสารนัก
เจษคิดในใจ
‘การทำแบบนี้เป็นการบอกจุดอ่อนให้ศัตรูได้ศึกษาทีมของตนเองอย่างทะลุปรุโปร่งชัดๆ พวกเขากล้าทำไปได้อย่างไร ผลประโยชน์ที่ได้มันคุ้มเสี่ยงเช่นนั้นหรือ?..’
‘แต่เอาเถอะ เงินมันหอมหวานนี่นะ!’ เจษประชดในใจ เขาไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังจะตกลงกันไว้ที่เท่าไหร่ แต่ถ้าเบื้องบนยอมทำได้ถึงขนาดนี้ เงินคงจะมากน่าดู
อย่างไรก็ตามนาทีที่60 ในที่สุดทีมโคเวนทรี้ก็ตีไข่แตกได้สำเร็จ หลังจากที่บดใส่ทีมวูล์ฟแฮมป์ตันอยู่นาน
เห็นเช่นนั้นเจษก็พลางถอนหายใจ พลางคิดในใจอีกว่านี่เป็นเพียงเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้รอรับพายุได้เลย
เกมกลับมาเริ่มแข่งขันต่อ เมื่อเคยบุกสำเร็จตรงจุดไหน ทีมโคเวนทรี้ก็บุกจากจุดเดิม แม้จะไม่สำเร็จ ทว่าก็มีลุ้นแทบทุกครั้งไป ทำเอาเชสเตอร์อกสั่นขวัญแขวนแทบเป็นแทบตายแล้วเวลานี้
จนท้ายที่สุดนาทีที่70ทีมโคเวนทรี้ก็ทำประตูเพิ่มได้อีกครั้ง โดยการขึ้นเกมที่เหมือนครึ่งแรกเปะๆ
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้สนามริโคห์อารีนารังเหย้าของทีมโคเวนทรี้แทบระเบิด กองเชียร์ฝั่งเจ้าบ้านกว่าสองหมื่นคนตะโกนร้องอย่างสะใจหลังจากที่ทีมรักทำประตูที่สองได้
พลางร้องเพลงเชียร์ทีมรักไม่หยุดพักเพื่อเป็นกำลังใจอย่างต่อเนื่อง หวังว่าทีมรักจะตีเสมอได้สำเร็จ
พอโดนทำประตูติดๆ กันสองลูก ลูกทีมวูล์ฟแฮมป์ตันก็คอตก ต่างสูญเสียกำลังใจกันถ้วนหน้า ยิ่งไม่มีผู้เป็นกัปตันทีมที่คอยเตือนให้กำลังใจแล้วด้วย อารมณ์ของพวกเขายิ่งดำดิ่งจมลงสู่ก้นสมุทร
กลับกันนักเตะของทีมโคเวนทรี้ต่างกระหายกันมากขึ้น แววตาของพวกเขาแต่ละคนจริงจังกันอย่างมาก พวกเขามองเห็นโอกาสเสมอ แม้แต่ชัยชนะ..
ทีมหนึ่งมีกระจิตกระใจจะสู้ อีกทีมหนึ่งไม่มีแม้กำลังใจจะเล่นต่อ ผลมันก็ออกมาเห็นๆ กันอยู่ว่าจะเป็นเช่นไรในท้ายที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างทีมวูล์ฟแฮมป์ตันอยู่บ้าง เพราะตั้งแต่นาทีที่เจ็ดสิบเป็นต้นมาพวกเขาก็ยังคงรักษาสกอร์นี้เอาไว้ได้จนจบเกม ไม่ว่าทีมโคเวนทรี้จะกระเสือกกระสนยิงเท่าไหร่ ก็ยิงไม่เข้าเป้า เฉี่ยวชนเสาไปหลายที
พอผู้ตัดสินเป่านกหวีด ใครหลายคนจากทีมวูล์ฟแฮมป์ตันต่างถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดตัวได้
หลังจากนั้นเจษก็ไม่คุยกับใครอีกเลยจนเดินทางกลับสโมสร ไม่สิ ในรถบัสเงียบเป็นเป่าสากตั้งแต่ทุกคนขึ้นรถบัส กลับสโมสร
ไม่มีใครพูดคุยกันเป็นจริงเป็นจังแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าก็มีพูดคุยกันอยู่บ้าง แต่บทสนทนานั้นสั้นมาก ไม่เกินสามคำ..
..
..
กลับมาถึงบ้าน เจษก็ทิ้งตัวลงบนอ่าง เขานอนแช่น้ำอยู่อย่างนั้นพร้อมกับครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อย
เจษใช้เวลานี้นึกหวนกลับไปในชาติก่อน ช่วงที่เขาเล่นฟุตบอลอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น
ในช่วงก่อนที่เขาจะเข้าสู่ช่วงพีค พบเจอเรื่องคล้ายๆ กันนี้เป็นครั้งแรก เขาก็เคว้งคว้างอยู่นาน จนทำให้ฟอร์มของเขาก็ดรอปลงไป ทำเอาผู้คนต่างสงสัยกันยกใหญ่ ว่าเด็กพรสวรรค์เช่นเขาคงใช้พรสวรรค์นั้นจนหมดแล้ว
ขณะเดียวกันเขาก็ตั้งคำถามในใจว่า ฟุตบอลที่เขารักทำไมถึงปนเปื้อนสิ่งโสมมแบบนี้เต็มไปหมด ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? มันเป็นเพราะอะไรกัน?
ในตอนนั้นเขาตรึกตรองอยู่นานนับเดือน ถึงจะกลับเข้าร่องเข้ารอยได้
สุดท้ายเขาก็ได้คำตอบว่า ทุกอย่างมันมีผลประโยชน์รวมอยู่ด้วย ขอแค่มีประโยชน์มากพอและคุ้มค่า มนุษย์ที่มีความโลภย่อมทำโดยไม่สนสิ่งใดอย่างแน่นอน..
‘นี่เราคิดอะไรอยู่เนี่ย? อย่างกับเราไม่เคยเผชิญเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน? ตื่นได้แล้วเจษ!’
เจษเตือนสติของตนเอง แล้วรีบอาบน้ำในเวลาต่อมา ตอนนี้การพักผ่อนคือเรื่องที่ควรทำที่สุด ไม่ใช่มาคิดมากแบบนี้ให้ปวดสมองเล่น
..
ขณะเดียวกันที่บ้านของเชสเตอร์ เวลานี้เขาเองผู้เป็นบอสใหญ่ของทีมก็คิดมากไม่ต่างจากเจษสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ห่วงเรื่องอื่นเลย ห่วงแค่กำลังใจของทีมอย่างเดียว
ยิ่งตอนนี้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน การที่กำลังใจของนักเตะหลุดลอยเช่นนี้ไม่เป็นผลดีเอาเสียเลย เผลอๆ มันจะส่งผลกระทบนัดถัดไปเสียด้วยซ้ำ
ยิ่งคิดเชสเตอร์ยิ่งเครียด ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี ในใจอยากจะโทรไปด่าดาวน์นิ่งแทบใจจะขาด ผู้เป็นสาเหตุให้ทีม ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
แต่จะทำอย่างไรได้ เขาเป็นเพียงลูกจ้างจะไปกล้าโทรด่าเจ้านายได้อย่างไร ถ้าทำเช่นนั้นจริงพอจบฤดูกาลลง มีหวังเขาโดนเด้งเป็นแน่ เขาไม่อยากตกงานในตอนนี้ สุดท้ายเชสเตอร์ก็ได้แต่สาปส่งอย่างไม่พอใจ
“แม่ง! ฉันอยากรู้นัก พวกมันให้เท่าไหร่กันนะ ถึงได้ยอมทำถึงขนาดนี้! ไม่กลัวทีมศัตรูพบเจอจุดอ่อนหรืออย่างไร ไม่กลัวพวกนักเตะจิตตกจนกู่ไม่กลับหรืออย่างไร แม่งเอ๊ย!!”
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel