หยางโจว ดวงใจมหาเทพเทวะ

    ตอนที่ 39 ลูกแก้วมังกร

    ตอนที่ 39 ลูกแก้วมังกร


     " ณ ใจกลางดวงดาวมังกร สถานที่ทั้งสี่ทวีปมาบรรจบกัน และยังเป็นสถานที่ของ 3 นิกายใหญ่ และสำนักน้อยใหญ่อีกหลายร้อยสำนักที่มาร่วมคัดเลือกศิษย์เข้าร่วมนิกายและสำนักของตนเอง โดยสำนักน้อยใหญ่จะสามารถคัดเลือกศิษย์ได้ก็ต่อเมื่อนิกายใหญ่ทั้งสามคัดเลือกศิษย์ของตัวเองเสร็จแล้วเท่านั้น โดยนิกายใหญ่ทั้งสามได้แก่ "


     " นิกายเทพอสูรมังกรฟ้า เป็นนิกายที่คัดเลือกเฉพาะมนุษย์ที่มีพลังลมปราณขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 1 ขึ้นไปเท่านั้น โดยประมุขนิกายอยู่ขั้นเทพยุทธขั้นที่ 1 และบรรพชนขั้นเทพยุทธขั้นที่ 2 และ 3 มีบรรพชนเพียง 2 คนนั้น โดยนิกายเทพอสูรมังกรฟ้าที่ผ่านมานั้นได้คัดเลือกศิษย์ในแต่ละครั้งนั้น ได้ศิษย์มาน้อยมากเนื่องจากจะหาศิษย์ที่เป็นมนุษย์ที่มีพลังบ่มเพาะขั้นจักรพรรดิยุทธได้น้อยมากในแต่ละครั้ง และส่วนมากที่ได้มาก็อายุค่อนข้างมากแล้ว จึงทำให้นิกายนั้นอยู่ในอันดับท้ายของทั้ง 3 นิกายใหญ่ 


     " นิกายเทพอสูรมังกรแดง เป็นนิกายที่คัดเลือกเฉพาะอสูรหรือครึ่งอสูรที่จะสามารถเข้าร่วมนิกายได้เท่านั้น อสูรหรือครึ่งอสูรที่จะสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ได้ต้องมีขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 1 เช่นกันแต่ในแต่ละครั้งที่นิกายคัดเลือกศิษย์จะได้ศิษย์ที่มีขั้นจักรพรรดิยุทธหลายร้อยคน เนื่องจากในทวีปอสูรมังกรแดงมีคนแต่ละชนเผ่าที่มีขั้นจักรพรรดิยุทธจำนวนมากที่สุดของทุกทวีป และมีประมุขประจำนิกายอยู่ขั้นเทพยุทธ ขั้นที่ 1 และมีบรรพชนขั้นเทพยุทธขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 ถึง 4 คน "


     " นิกายเทพอสูรมังกรคราม เป็นนิกายที่คัดเลือกปีศาจมารเท่านั้น นิกายนี้เป็นนิกายที่ชั่วร้ายที่องค์จอมเทพไม่อยากให้มีอยู่ในสุริยะดวงดาวดาราจักร 12 นักษัตร สักเท่าไร แต่จำเป็นต้องมีอยู่ไว้เพื่อถ่วงดุลปีศาจมารจากสุริยะดวงดาวอื่นโดยเฉพาะสุริยะดวงดาวปีศาจมาร ที่คอยเข้ามารุกรานสุริยะดวงดาวดาราจักร 12 นักษัตร ของตนเองตลอดเวลา โดยนิกายนี้มีประมุขพรรคอยู่ขั้นเทพปีศาจมารยุทธขั้นที่ 1 และมีบรรพชนขั้นปีศาจมารยุทธขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 ถึง 5 ด้วยกัน ถึงแม้แต่ละปีจะรับศิษย์เข้ามาได้น้อยกว่านิกายเทพอสูรมังกรแดง แต่วิธีการบ่มเพาะของนิกายปีศาจมารนี้ใช้สิ่งพลังลมปราณของสิ่งมีชิวิตและดวงจิตในการบ่มเพาะพลังลมปราณและขั้นยุทธนั้นจึงทำให้เหล่าศิษย์ของนิกายปีศาจมารนี้มีการบ่มเพาะที่ก้าวหน้ากว่านิกายอื่น ๆ จึงทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างนิกายเทพอสูรมังกรแดง นิกายเทพอสูรมังกรฟ้าบ่อยครั้งมาก จนเจ้าสำนักและบรรพชนทั้ง 3 นิกายต้องออกมาขัดขวางการต่อสู้กันบ่อยครั้งมาก "


     " ส่วนเจ้าสำนักแต่ละสำนักที่เหลืออีกมากกว่า 100 สำนักนั้น ในแต่ละครั้งนั้นจะได้ลูกศิษย์กลับไปครั้งละคนสองคนเท่านั้น โดยส่วนมากสำนักเหล่านี้จะได้ศิษย์ที่ถูกขับไล่หรือศิษย์ที่ทำผิดกฏนิกายใหญ่ทั้งสามมาเท่านั้น และโดยส่วนมากศิษย์ที่ถูกขับไล่แต่ละนิกายจะออกมาตั้งสำนักขึ้นมาเอง โดยครั้งนี้มีหนึ่งสำนักที่ตั้งขึ้นมาใหม่ได้รวบรวมศิษย์ที่ถูกขับไล่มาจากนิกายใหญ่ทั้ง 3 สำนักโดยศิษย์ที่ถูกขับไล่มานั้นได้ไปขัดขวางการทำงานผู้อาวุโสและศิษย์หลักของแต่ละนิกายที่ทำผิดกฏนิกายจึงถูกใส่ร้ายและโดนขับไล่ออกมาจากนิกายของตนเอง พวกเขาได้รวมตัวกันทั้งหมดได้ 8 คนด้วยกัน โดยตั้งสำนักใหม่ขึ้นมาว่า สำนัก 8 มังกร โดยมีมนุษย์ 3 อสูร 4 ปีศาจมาร 1 รวมเป็น 8 คน โดยผู้ที่เป็นเจ้าสำนักมีพลังลมปราณและขั้นเซียนยุทธขั้นที่ 9 สูงสุด ถูกขับไล่ออกมาจากนิกายของมนุษย์เนื่องจากถูกศิษย์พี่ร่วมสำนักใส่ร้ายเนื่องจากเขานั้นมีความโดดเด่นมากกว่าใครในสำนักและศิษย์พี่ที่ใส่ร้ายก้ใส่ร้ายในเรื่องที่เขาแอบมีการติดต่อกับศิษย์หญิงนิกายเทพอสูรมังกรครามซึ่งเป็นศิษย์ที่เป็นนิกายปีศาจมาร และศิษย์หญิงคนนี้ก้ถูกขับไล่ออกมาจากนิกายเทพอสูรมังกรครามเช่นกัน ซึ่งทั้งสองคนนั้นรักใคร่ชอบพอกันมานานตั้งแต่เข้าร่วมนิกายและได้พบเจอกันตั้งแต่ครั้งแรก ส่วนคนอื่น ๆ ชะตากรรมก็ไม่แตกต่างกันมากนักโดยถูกใส่ร้ายในเรื่องต่าง ๆ มาเช่นเดียวกัน และทุกคนก็ได้มีอุดมการณ์เดียวกันคือการจัดตั้งพรรคที่ไม่แบ่งแยกมนุษย์อสูรหรือแม้แต่ปีศาจมารซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับหยางโจวเช่นกัน "


                                                        ....................................................


     " ณ ใจกลางดวงดาวมังกร สถานที่ทั้งสี่ทวีปมาบรรจบกัน "


     " ฮ่า ฮ่า ฮ่า "


     " คาราวะท่านประมุขนิกายเทพอสูรมังกรฟ้า ประมุขนิกายเทพอสูรมังกรแดง และเจ้าสำนักทุกท่านที่ตั้งขึ้นมานานแล้วและเพิ่งจะตั้งขึ้นมาใหม่ ข้าประมุขเทพอสูรมังกรครามผู้ยิ่งใหญ่ยินดีต้อนรับเจ้าสำนักใหญ่น้อยทุกท่านเข้ามาร่วมกับสำนักของข้า ฮ่ ฮ่า ฮ่า "


     " ขณะนั้นเองประมุขนิกายทั้งสองและเจ้าสำนักของอสูรและมนุษย์หรือแม้แต่สำนักปีศาจมารบางสำนักต่างก็ไม่พอใจคำพูดคำพูดของประมุขนิกายเทพอสูรมังกรคครามเนื่องจากรู้ความหมายของคำพูดของประมุขนิกายปีศาจมารนี้ดี ว่าสิ่งที่ประมุขปีศาจมารต้องการคือพลังลมปราณและดวงจิตของพวกตนเองมากกว่าเพื่อนำไปใช้ในการบ่มเพาะของนิกายปีศาจมารอันชั่วร้ายนี้ "


     " ข้าประมุขพรรคเทพอสูรมังกรแดงข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไรจากคำพูดของเจ้าประมุขพรรคเทพอสูรมังกรคราม และข้าขอเตือนเจ้าสำนักต่าง ๆ อย่าได้หลงกลเจ้าปีศาจมารนี้เป็นอันขาด พวกท่านก็รู้ว่าศิษย์ของเราบางคนหายไปได้อย่างไร คงไม่ต้องให้ข้าบอกความหมายสิ่งที่ข้าพูดกับทุกท่านนะ "


     " เจ้าอสูร เจ้าพูดแบบนี้ก็หมายความว่าลูกศิษย์ของพวกเจ้าที่หายไปเกิดจากนิกายของข้าสินะ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ ถึงได้กล้ามาปรักปรำนิกายของข้า เจ้าคิดว่าข้ากลัวนิกายของเจ้าที่มีคนมากกว่าหรืออย่างไรกัน "


     " เจ้าก็เข้าใจความหมายของข้าแล้วเจ้าปีศาจมารร้าย ถ้าเจ้าแน่จริงเจ้าก็เข้ามา "


     " ขณะนั้นเองบรรยากาศก็เริ่มตรึงเครียดขึ้นมาทันที่ แม้แต่ลูกศิษย์ทั้งสองนิกายก็เตรียมจะเผชิญหน้ากันทันที จนประมุขนิกายเทพอสูรมังกรฟ้าต้องออกมาห้ามศึกทั้งสองนิกายที่กำลังจะปะทุขึ้นในครั้งนี้ "


     " ช้าก่อนพวกท่านทั้งสองพวกท่านก็อายุกันมากแล้ว พวกท่านพอเจอหน้ากันที่ไรก็ต้องทะเลาะกันทุกครั้งไป ครั้งนี้ถือเป็นโอกาศที่ดีที่พวกเราได้มาพบหน้ากัน พวกท่านก็คงรู้ข่าวจากท่านเทพอสูรมังกรที่ปกปักรักษาแต่ละนิกายของพวกเราแล้วว่าในปีนี้เป็นปีที่พิเศษยิ่งนัก ที่คนของทวีปทั้งสามที่เราคัดเลือกในครั้งนี้มีผู้มีพลังลมปราณขั้นจักรพรรดิยุทธและกึ่งเซียนยุทธหลายหมื่นคนจากทุกทวีปหรือแม้กระทั้งยังมีผู้ที่มาคัดเลือกบางคนมีพลังลมปราณและถึงขั้นเซียนยุทธมาคัดเลือกเป็นศิษย์ประจำนิกายของพวกเรานี้ก็นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายแสนปีมานี้ ที่มีผู้มาสมัครคัดเลือกเข้านิกายของพวกเรามากขนาดนี้จนท่านเทพอสูรมังกรทุกตนต้องให้พวกเราประมุขทั้ง 3 นิกาย และเจ้าสำนักต่าง ๆ มาคัดเลือกครั้งนี้ด้วยตนเองพวกท่านก็ควรหยุดทะเลาะกันได้แล้ว "


     " ได้ข้าประมุขนิกายเทพอสูรมังกรครามเห็นแก่หน้าท่านประมุขพรรคเทพอสูรมังกรฟ้าครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าอสูรนี้ไปก่อน "


     " เชอะ ! เจ้าปีศาจมารร้ายทำมาเป็นพูดดี ถ้าแน่จริงครั้งนี้เจ้ากับข้ามาวัดกันที่จำนวนศิษย์ที่จะรับเข้ามาในครั้งนี้ว่าศิษย์ของใครจะมีพลังลมปราณและขั้นยุทธและได้รับจำนวนคนที่จะมาเป็นศิษย์มากกว่ากันดีกว่า "


     " เจ้า ! พอเถียงสู้ข้าไม่ได้ก็หาหนทางอื่นมาชนะข้า ถ้าเจ้าแน่จริงเจ้าก็ไปท้าท่านประมุขนิกายเทพอสูรมังกรฟ้าสิ เพราะปีนี้ข้าได้ข่าวมาว่าแค่ทวีปอสูรมังกรฟ้าปีนี้มีผู้ที่มาคัดเลือกเป็นศิษย์มากกว่าหมื่นคนและยังมีขั้นกึ่งเซียนยุทธและเซียนยุทธอีกหลายร้อยคนด้วยกัน มากกว่าทวีปของเราทั้ง 2 ทวีปร่วมกันเสียอีก "


     " เอาละ เอาละพวกท่านทั้งสองคนไม่ต้องเถียงกันแล้ว ด้วยความพิเศษของการคัดเลือกศิษย์ในครั้งนี้ ข้าคิดว่าเราควรจัดวธีการคัดเลือกใหม่ เราควรใช้ลูกแก้วมังกรแต่ละนิกายใช้ตรวจวัดพลังลมปราณที่ใช้คัดเลือกศิษย์ในทวีปเทพอสูรมังกรทองของเรามาใช้คัดเลือกศิษย์ใหม่ในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยใช้ลูกแก้วมังกรมาคัดเลือกศิษย์ใหม่นอกนิกายเลย เราควรแบ่งคนเป็น 3  กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คนที่วัดได้ขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 4 ไม่เกินขั้นที่ 4 สูงสุดให้ไปคัดเลือกเข้ายังสำนักต่าง ๆ ทั้ง 100 กว่าสำนักที่มาร่วมคัดเลือกศิษย์ในครั้งนี้ด้วย และกลุ่มที่ 2 คนที่มีขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 5 ถึงขั้นที่ 9 สูงสุด เข้ามาคัดเลือกเป็นศิษย์นิกายของเราทั้ง 3 นิกายถ้าใครผ่านเข้ามาได้ก็ให้เข้าเป็นศิษย์สายนอกของแต่ละนิกายได้เลย ถ้าใครไม่ผ่านการทดสอบของนิกายพวกเราก็ให้เขาเหล่านั้นไปคัดเลือกเข้ายังสำนักต่าง ๆ ทั้ง 100 กว่าสำนักนี้ได้เลย ส่วนกลุ่มที่ 3 สุดท้ายนี้ ใครที่มีขั้นกึ่งเซียนยุทธขึ้นไปก็ให้ผ่านเข้าเป็นศิษย์สายในหรือศิษย์หลักได้เลย พวกท่านเห็นควรว่าอย่างไร "


     " เฮอะ เฮอะ เฮอะ ข้าประมุขนิกายเทพอสูรมังกรครามนั้นไม่มีปัญหาข้าได้เตรียมบททดสอบศิษย์ที่จะเข้าร่วมนิกายของข้าไว้แล้ว ข้าว่านิกายของท่านในครั้งนี้คงได้ศิษย์ทีมีความสามารถมากที่สุดในรอบแสนกว่าปีมานี้ ข้าเองภาวนาให้ได้ขั้นเซียนปีศาจมารยุทธสัก 2-3 คนก็พอแล้ว "


     " เฮอะ ! เจ้าฝันหวานไปเถอะแค่กึ่งเซียนยุทธข้าก็ขอให้เจ้าได้สักคนเถอะ "


     " เจ้านี้มัน ตัวเจ้าก็เองเถอะถ้าทหารและคนในราชวงค์ของชนเผ่าอสูรมังกรแดงและชนเผ่าอสูรพฤกษาไม่ส่งเข้ามาคัดเลือกในครั้งนี้ เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้ขั้นกึ่งเซียนยุทธสักคนเลย 


     " เอาละ เอาละพวกท่านก็ทะเลาะกันอยู่ได้พวกท่านไม่อายเจ้าสำนักต่าง ๆ และบรรดาศิษย์แต่ละนิกายแต่ละสำนักหรืออย่างไรกัน ตอนนี้ให้นิกายใหญ่ทั้งสามนำลูกแก้วมังกรมาคัดเลือกผู้ที่มาสมัครเป็นศิษย์กันก่อนดีกว่า "


                                                                     ...................................................


     " ขณะนั้นเองหยางโจวและภรรยาทั้งสี่ และทหารติดตามทั้งสามเผ่าพันธ์ได้แก่มนุษย์อสูรและปีศาจมาร ทั้งหมดสี่ร้อยคนโดยสองร้อยคนมาจากชนเผ่าอสูรมังกรแดงและชนเผ่าอสูรพฤษา และที่เหลือเผ่าพันธ์มนุษย์และเผ่าพันธ์ปีศาจมาร "


     " หยางโจวก็ได้กล่าวกับทุกคนไปว่า "


     " ภรรยาของข้าทุกคนและเหล่าทหารที่จะตามไปอารักขาภรรยาของข้า พวกเจ้าทุกคนคงรู้หน้าที่กันแล้วและคงรู้กันแล้วว่าภรรยาข้าแต่ละคนนั้นสามารถบ่มเพาะพลังลมปราณและมีขั้นยุทธถึงขั้นเทพยุทธและเทพปีศาจมารยุทธกันแล้ว ทหารทุกคนที่ข้าให้พวกเจ้าติดตามภรรยาข้าไปครั้งนี้ ถึงแม้พวกเจ้าจะมีขั้นเซียนยุทธและขั้นเซียนปีศาจมารยุทธแล้ว อาจจะไม่กล้าแกร่งเท่ากับภรรยาของข้า แต่เพื่อความไม่ประมาทอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ข้าจึงจำเป็นให้พวกเจ้าปลอมตัวเข้าไปแทรกซึมเข้าไปแต่ละนิกายเพื่อดูแลพวกนางแทนข้า ตัวข้านั้นไม่สามารถไปดูแลพวกนางได้ตลอดเวลา และพวกเจ้าต้องเก็บความลับเหล่านี้เอาไว้ทุกอย่างทั้งสถานที่พวกเจ้าไปบ่มเพาะมา ถ้าใครกล้าเปิดเผยข้านั้นสามารถรับรู้ได้ทันที่และคนนั้นจะต้องสูญหายไปจากดวงดาวนี้ทันที่ และการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ในครั้งนี้พวกเจ้าทุกคนรวมถึงตัวข้าจะต้องกดพลังบ่มเพาะและขั้นยุทธเอาไว้ไม่เกินขั้นจักรพรรดิขั้นที่ 9 เท่านั้นเพื่อจะไม่ได้เป็นที่ผิดสังเกตุ ในครั้งนี้ทั้ง 3 นิกายได้นำลูกแก้วมังกรมาตรวจสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธของทุกคน พวกเจ้าทุกคนไม่ต้องห่วงข้าได้ร่ายค่ายกลสะกดพลังเจ้าทุกคนรวมถึงภรรยาข้าทั้งสี่คนไว้ที่ขั้นจักรพรรดิยุทธขั้นที่ 9 สูงสุดไว้ทุกคนแล้วเพื่อป้องกันการผิดพลาดแล้วถูกคัดออกตั้งแต่รอบแรก พวกเจ้าเข้าใจหน้าที่ของพวกเจ้ากันดีหรือไม่ "


      " พวกเราทุกคนรับทราบหน้าที่ของตนเองในครั้งนี้ท่านราชบุตรเขย "


                                                                    .................................................

     

     " ณ.สถานที่คัดเลือกสิษย์ที่จะเข้านิกายต่าง ๆ "


     " ศิษพี่ใหญ่จินเก๋อ ปีนี้พวกเราโชคดียิ่งนักที่ท่านประมุขนิกายปีศาจมารของเรา ได้ให้พวกเราและท่านซึ่งเป็นศิษย์เอกของท่านประมุขมาร่วมคัดเลือกศิษย์ใหม่ในครั้งนี้ด้วย ดูเจ้าผู้ที่มาคัดเลือกปีนี้สิมากมายหลายหมื่นคนยิ่งนักศิษย์พี่ใหญ่จินเก๋อ โดยเฉพาะพวกมนุษย์พวกนั้นพวกมันมากันมากมายกว่าทุกเผ่าพันธ์เลย ทั้งพลังลมปราณและขั้นจักรพรรดิยุทธของพวกมันน่าเอามาเป็นพลังบ่มเพาะของพวกเรายิ่งนักศิษย์พี่ใหญ่ "


     " พวกเจ้าหยุดคิดเรื่องนี้ได้เลยสถานที่นี้ไม่เหมาะสมที่เราจะจับตัวใครมาได้ เพราะมีทั้งนิกายและสำนักต่าง ๆ มากมายอยู่ที่นี้ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาทั้งนิกายของมนุษย์นิกายอสูรและสำนักต่าง ๆ อีกหลายร้อยสำนักคงไม่ยอมปล่อยพวกเราไปแน่ และข้ายังรู้มาว่าท่านจอมเทพอสูรมังกรทั้ง 4 ท่านก็ได้เฝ้าติดตามการคัดเลือกศิษย์ในครั้งนี้ด้วย ถ้าพวกเราทำอะไรผิดพลาดขึ้นมาท่านจอมเทพอสูรมังกรก็จะรู้ได้ทันที่ ครั้งนี้ไม่เหมาะสมที่เราจะลงมือจับใคร ไว้กลับไปยังทวีปอสูรมังกรทองของพวกเราก่อนพวกเราจะลงมืออีกครั้งก็ยังไม่สาย เพราะจะต้องมีคนทุกเผ่าพันธ์ผ่านการคัดเลือกครั้งนี้เข้ามาเยอะมาก เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะลงมือกันเมื่อไรก็ได้ "


     " ขณะนั้นเองซูผิงผิงได้เข้ามาทดสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธด้วยลูกแก้วมังกรที่นิกายปีศาจมารพอดี ทำให้เหล่าคนที่เข้ามาคัดเลือก ทั้งศิษย์หลักและเหล่าผู้อาวุโสของนิกายปีศาจมารถึงกับตกตะลึงในความงดงามของนางโดยเฉพาะศิษย์พี่ใหญ่จินเก๋อเองก็ได้ตกหลุ่มรักนางในทันที ที่ได้เห็นหน้านาง "


     " ศิษย์พี่ใหญ่ดูแม่นางคนนั้นสิที่เข้ามาคัดเลือกเข้านิกายปีศาจมารของเรา นางช่างงดงามยิ่งนักและเหมาะสมกับพี่ใหญ่จินเก๋อของเราอย่างมาก ศิษย์พี่ใหญ่ให้พวกเราไปสอบถามนางหรือไม่ว่านางเป็นใครมีชื่อแซ่ว่าอะไรกัน "


     " พวกเจ้าไม่ต้องเดี๋ยวข้าไปถามแม่นางเองและพวกเจ้าทุกคนหรือแม้แต่ผู้ใดก็ตามห้ามยุ่งเกี่ยวกับแม่นางคนนี้เป็นอันขาด มีเพียงข้าเท่านั้นที่เหมาะสมเป็นคู่ครองของนาง ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวกับนางข้าจะสังหารพวกมันให้สิ้น พวกเจ้าจำเอาไว้และไปแจ้งแก่ทุกคนแม้แต่ผู้อาวุโสของนิกายก็ตามห้ามยุ่งเกี่ยวกับแม่นางเป็นอันขาด 


     " พวกเราทุกคนรับทราบศิษย์พี่ใหญ่ "


     " และอีกสองนิกายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนิกายเทพอสูรมังกรฟ้าซึ่งเป็นนิกายของมนุษย์และนิกายเทพอสูรมังกรแดงซึ่งเป็นนิกายของเหล่าอสูรก็เกิดเหตุการณ์ไม่แตกต่างจากนิกายเทพอสูรมังกรครามมากนัก โดยเฉพาะนิกายของอสูรที่ปรากฏสาวงามถึงสองนางด้วยกัน โดยไม่มีใครรู้ว่าพวกนางเป็นถึงองค์หญิงของอณาจักรเทพอสูรมังกรแดงและอีกคนเป็นถึงธิดาของชนเผ่าพฤกษามีแค่เพียงผู้ที่แอบตามมาอารักขาทั้งสองร้อยคนเท่านั้นที่รู้สถานะที่แท้จริงของพวกนาง โดยครั้งนี้บุตรชายของประมุขนิกายอสูรซึ่งมีสถานะสูงสุดในบรรดาศิษย์หลักของนิกายก็ได้ตกหลุมรักนางทั้งสองคนทันที่ จึงได้ประกาศเจตนาของตนออกมาเหมือนกับศิษย์เอกของนิกายปีศาจมารทันที่ และทางฝ่ายนิกายเทพอสูรมังกรฟ้าก็เกิดเหตุการที่รุ่นแรงมากยิ่งกว่านิกายอื่น ๆ เมื่อศิษย์หลักอันดับหนึ่งของนิกายที่มีปัญหาขัดแย้งกับบุตรชายของประมุขของนิกายมนุษย์ เมื่อทั้งสองได้พบเจอเสวี่ยเอ๋อก็เกิดตกหลุ่มรักนางท่านที่เช่นกัน ทำให้ทั้งสองคนเกิดการโต้เถียงและทำการอวดศักดิ์ดาของตนเองต่อหน้าเสวี่ยเอ๋อทันทีเพื่อที่ตัวเองจะได้ดูโดดเด่นที่สุดและจะได้เรียกร้องความสนใจจากนางได้ ทั้งศิษย์เอกและบุตรชายของผู้นำนิกายแต่ละคนต่างไม่รู้เลยว่าพวกตนนั้นถูกจับตามองจากหยางโจวและผู้ติดตามทั้งสี่ร้อยคนแล้ว "


     " ทางด้านหยางโจวเองเมื่อเห็นพฤติกรรมของบรรดาศิษย์เอกและบุตรชายผูนำนิกายต่าง ๆ ก็เกิดไม่สบอารมณ์ที่พวกมันบังอาจมาข้องแวะยุ่งเกี่ยวทำเจ้าชู้กับภรรยาของตนเอง "


     " ไอ้พวกไม่รู้จักเจียมตัวเองริอาจจะมายุ่งเกี่ยวกับภรรยาของข้า ที่แรกข้าว่าจะไปคัดเลือกลงยังสำนักเล็ก ๆ ทันที เห็นทีคราวนี้ข้าจะต้องไปสอนบทเรียนให้แก่พวกเจ้าทุกคนก่อน พอถึงเวลาทดสอบข้าจะไปจัดการคนที่มายุ่งเกี่ยวกับภรรยาข้าให้พวกเจ้าได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มเลย "