TW : Abortion มีการบรรยายวิธีการทำแท้ง
บทที่ 44 รักษาเด็กคนนี้ไว้
เซี่ยงหว่านยกยิ้มสูง ดวงตาเต็มไปด้วยแสงแห่งความพึงพอใจ เธอยกก้นขึ้นหารีโมตคอนโทรลแล้วกดเปิดเครื่อง ใบหน้าผุดรอยยิ้มเขินอาย “ส่าวฉิง ด้วยวัยของฉันตอนนี้ อาจจะดูละครที่มีแต่เรื่องผู้หญิงจู้จี้ขี้บ่น คุณจะไม่ชอบหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไร คุณอยากดูเรื่องไหนก็ดูเรื่องนั้น”
ฉีส่าวฉิงยกมุมปากบาง ๆ ไม่มีอารมณ์ใด ๆ ในดวงตา เขาไม่อยากดูทีวีเลยสักนิด ที่ตกลงเพราะอยากชดเชยความยากลำบากที่เธอต้องตั้งครรภ์และคลอดลูกคนเดียวมาตลอดสามปีกว่าเท่านั้น
“ได้”
เซี่ยงหว่านมองอารมณ์บนใบหน้าของเขาอย่างละเอียด แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอเปลี่ยนช่องไปหลายช่อง แค่ก็ไม่มีรายการอะไรดี ๆ ให้ดู “มีแต่ช่องนี้ที่กำลังฉายละคร ดูท่าจะต้องดูไปก่อนแล้วกัน”
ฉีส่าวฉิงตอบรับในลำคอ สายตาเลื่อนไปที่จอทีวี แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร
บนจอทีวี ผู้หญิงสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่บนบันได นางเอกที่ดูอ่อนแอก้มหน้าพลางพูดกระซิบกระซาบ เห็นได้ชัดว่าสู้นางรองที่ดูเกรี้ยวกราดไม่ได้
[คิดว่าแค่มีลูกของเจิ้นซวนแล้วจะอยู่ในบ้านหลังนี้ไปได้ตลอดเหรอ อย่าฝันไปเลย]
นางรองหัวเราะเบา ๆ แล้วจู่ ๆ ก็คว้าแขนนางเอกก่อนจะผลักเบา ๆ ทีเดียวนางเอกก็ตกบันไดลงไป
“โหดร้ายจัง ถ้าเด็กในท้องแท้งขึ้นมาคงน่าสงสารแย่”
เซี่ยงหว่านจ้องภาพในจอด้วยสายตาเวทนา แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หญิงสาวส่งเสียงร้องไห้โหยหวน “ท้องฉันปวดมาก ลูกของฉัน!”
ฉีส่าวฉิงถูกเสียงร้องไห้ดึงความสนใจกลับมาและเหลือบมองนางเอกในจอ “แค่ปกป้องลูกตัวเองยังทำไม่ได้ เธออ่อนแอเกินไป”
ผู้หญิงแบบนี้มีอะไรให้น่าสงสารกัน
“ใช่แล้ว หรือไม่ในใจเธอก็อาจจะไม่ได้อยากมีลูกคนนี้ ละครทีวีสมัยนี้ช่างน้ำเน่าเสียจริง”
เซี่ยงหว่านส่ายหัวยิ้มเบา ๆ และมองโทรทัศน์ต่อไป ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่กลับมีสมาธิจดจ่อและดูต่อไปพร้อมกัน
…
เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วลู่จั่นเหยียนก็กลับมาที่อะพาร์ตเมนต์โดยตรง เธอนอนอยู่บนเตียงคนเดียวอย่างเหม่อลอย
‘ตอนนี้ท้องไม่นานยังทำแท้งได้อยู่’
‘เหยียนเหยียน เอาลูกคนนี้ออกเถอะ!’
เสียงของหมอและจิ้งจิ้งดังก้องอยู่ข้างหู เธอกัดริมฝีปากและมองท้องที่แบนราบของตัวเอง
“ฉันควรเอาเธอออกไหมนะ ถ้าให้เธอลืมตาดูโลก แต่ไม่สามารถมอบครอบครัวที่แข็งแรงและมีความสุขให้เธอได้ ต่อไปเธอจะโทษฉันไหมที่ให้เธอเกิดมา”
ลู่จั่นเหยียนน้ำตาไหลออกจากหางตา เธอหันไปควานหาโทรศัพท์มือถือด้วยมืออันสั่นเทาก่อนจะปลดล็อกหน้าจอ
“สวัสดีค่ะ ฉันอยากปรึกษาเรื่องการทำแท้ง”
“คุณท้องมากี่เดือนแล้วคะ?”
เสียงอ่อนโยนดังขึ้น มือเธอกำแน่นด้วยความกังวล “เพิ่งครบหนึ่งเดือนค่ะ”
“อ๋อ งั้นก็ง่ายค่ะ คุณเลือกทำแท้งด้วยยาหรือการผ่าตัดก็ได้ ที่นี่เรามีการผ่าตัดแบบไม่เจ็บปวดซึ่งเป็นตัวเลือกแรกของคุณ ถ้าคุณกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ก็เลือกทำแท้งด้วยยาได้ กินยาเข้าไป แล้วรอในห้องน้ำสักสิบห้านาทีถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะ”
เสียงในโทรศัพท์ฟังดูสบาย ๆ แต่ใจของลู่จั่นเหยียนกลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
สิบห้านาทีถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถจัดการชีวิตเล็ก ๆ ได้เลยเหรอ?
“แน่นอนค่ะ แต่จะมีอาการปวดนะคะ ความรุนแรงก็แตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย คิดซะว่าเหมือนประจำเดือนมาแล้วปวดท้องครั้งหนึ่งเดี๋ยวก็ผ่านไป พอรู้สึกว่ามีอะไรตกลงในชักโครก เป็นก้อนเล็ก ๆ นั่นคือถุงน้ำคร่ำของตัวอ่อน พอเลือดหยุดไหลแล้วก็มาตรวจอัลตราซาวด์ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่มีเลือดค้างก็เรียบร้อยค่ะ”
ปวดประจำเดือนครั้งหนึ่ง?
ลู่จั่นเหยียนได้ยินแล้วอยากหัวเราะ มือปล่อยลงอย่างอ่อนแรง แต่น้ำตากลับไหลออกมามากขึ้น
นั่นคือชีวิตหนึ่ง ไม่ใช่ปวดประจำเดือนครั้งหนึ่ง เธอไม่สามารถจินตนาการว่าจะมองไปที่โถส้วมแล้วเห็นก้อนเล็ก ๆ นั่นได้ นั่นคือลูกของเธอ มีครึ่งหนึ่งของเธออยู่ในนั้น
“คุณยังฟังอยู่หรือเปล่าคะ? คุณต้องการนัดหมายไหม ถ้านัดหมายเรามีส่วนลดค่าใช้จ่ายให้นะคะ”
เสียงไพเราะในโทรศัพท์ยังคงดังต่อไป แต่แล้วเธอก็กดปุ่มวางสาย “ฉันจะไม่ทำแท้ง”
เขามาแล้ว และก็คือชีวิตหนึ่ง เธอจะไปพรากโอกาสในการมีชีวิตอยู่ของเขาและกลายเป็นฆาตกรได้อย่างไร
เมื่อตัดสินใจแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อคลุมแล้วลงไปข้างล่าง
“คุณต้องการความช่วยเหลืออะไรไหมคะ?”
พนักงานขายยาเห็นเธอเข้ามาก็ยิ้มทักทายทันที ลู่จั่นเหยียนมองไปรอบ ๆ ชั้นวางของ แล้วจึงเอ่ยถาม “มียาโฟลิกที่คนท้องกินไหมคะ?”
“มีค่ะ ทางนี้เลยค่ะ”
พนักงานหยิบยาสองยี่ห้อออกมาแนะนำราคาและวิธีกินให้ฟัง ลู่จั่นเหยียนเลือกยี่ห้อที่แพงกว่า เธอจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ และให้สิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างกับเขา เพราะเธอจะเป็นหนี้เขาในเรื่องของพ่อ
เจียงจิ้งกลับมาจากบริษัทและเห็นยาโฟลิกนำเข้าวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง เธอก็เข้าใจในทันทีว่าเธอตัดสินใจแล้ว
“ตัดสินใจแน่นอนแล้วใช่ไหม ที่จะเก็บเด็กคนนี้ไว้?”
“อืม”
ลู่จั่นเหยียนพยักหน้า เธอต้องการเด็กคนนี้
“แล้วเธอคิดว่าถ้าฉีส่าวฉิงรู้ว่าในท้องเธอมีลูกของเขาจะเป็นยังไง?”
ถ้าเขาจะมาแย่งลูกไปจากเหยียนเหยียนจะทำอย่างไร?
“ฉันจะไม่ให้เขารู้ อีกสามวันฉันจะไปที่บ้านตระกูลฉีเพื่อเซ็นใบหย่ากับเขา แล้วให้หลินต้าช่วยจัดการเรื่องวีซ่าทำงานไปอเมริกาให้ฉัน”
ในเวลาหนึ่งปี เธอสามารถอยู่อย่างสงบเพื่อให้กำเนิดลูกได้ และต่อไปก็จะไม่ให้ฉีส่าวฉิงรู้ เขาแค่ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและหวานชื่นกับเซี่ยงหว่านและลูกของพวกเขาก็พอแล้ว
“แล้วอนาคตของเธอล่ะ เธอวางแผนจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง?”
เจียงจิ้งจำเป็นต้องโยนคำถามที่เป็นจริงที่สุดออกไป ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลูกติดตัว การเริ่มต้นชีวิตแต่งงานใหม่จะเป็นเรื่องยาก
“ชีวิตต่อไปของฉันมีแค่ลูกก็เพียงพอแล้ว แล้วก็มีเธอด้วย”
ลู่จั่นเหยียนมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอไม่สามารถปล่อยให้เด็กในท้องของเธอกลายเป็นก้อนเนื้อสีเลือดในชักโครกและถูกชะล้างลงไปในท่อระบายน้ำที่มืดมิดและสกปรกได้
“ดูเหมือนฉันจะห้ามเธอไม่ได้แล้ว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ฉันจะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ ต่อไปฉันจะเป็นแม่คนที่สองของลูกเธอเอง เราสองคนจะช่วยกันเลี้ยงเขา ถึงตอนนั้นฉันจะได้มีคนดูแลยามแก่เฒ่าด้วย”
เจียงจิ้งยิ้มอย่างคลายความกังวลบนใบหน้า บางเรื่องมันก็ซับซ้อนเกินไป แต่พอตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไป
ก็แค่ยืมเมล็ดพันธุ์ของฉีส่าวฉิงมาหนึ่งเมล็ดแล้วปล่อยให้งอกงามเท่านั้นเอง พวกเธอจะช่วยกันเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี
“จิ้งจิ้ง ขอบคุณนะ”
มุมปากของลู่จั่นเหยียนยกขึ้น สีหน้าซีดเซียวผ่อนคลายลงไม่น้อย ไม่ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหนก็ตาม แค่มีลูกในท้องและจิ้งจิ้งก็จะมีความอบอุ่นอยู่ในใจเสมอ
“ขอบคุณอะไรกัน พอคิดว่าฉันต้องเสียเงินเลี้ยงลูกที่มีความเกี่ยวข้องกับฉีส่าวฉิง ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ อย่าลืมนะ อีกสามวันก็หย่าแล้ว เรียกร้องทรัพย์สินให้หนักเลย ถือว่าเป็นของลูกเรา”
ลู่จั่นเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ได้เปิดปากโต้แย้ง แต่ในใจกลับตัดสินใจได้แล้ว เธอจะหย่ากับฉีส่าวฉิง เธอต้องการแค่บริษัทลู่เท่านั้น! ส่วนเรื่องอื่น ๆ เธอไม่ต้องการ
เพราะลูกของเธอ เธอสามารถเลี้ยงดูเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับฉีส่าวฉิงอีกต่อไป