ตามกลิ่นมา
“แกหูหนวกรึไงหลินฉง?” หลินเฉินก้าวเข้ามาใกล้หลินฉง ดึงคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามา ก่อนชกไปที่ใบหน้าของเขาหมัดหนึ่ง
เพียงหมัดเดียวก็ส่งหลินฉงลงไปคลุกฝุ่นที่พื้น เลือดไหลออกมาจากปาก
“ฉันบอกว่ารถใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก?”
“อ้าก! หลินเฉินแกกล้าชกฉัน!” หลินฉงรู้สึกเจ็บที่ถูกชกอย่างมาก แต่ที่มากกว่าความเจ็บนั้นก็คือความโกรธ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเฉินจะกล้าชกเขา
เขารีบลุกขึ้นมา วิ่งเข้าใส่หลินเฉิน เพื่อที่จะเอาคืน
ปัก!
แต่เขาก็ถูกหลินเฉินชกใส่อีกหนึ่งหมัด ล้มหน้าหงายลงพื้น
“หลินฉง แกยังมีหน้ามาที่บ้านอีกเหรอ ทั้งๆ ที่พูดแบบนั้นกับพ่อและแม่” หลินเฉินเตะเข้าไปที่ท้องของหลินฉง จนอีกฝ่ายตัวงอด้วยความเจ็บปวด
“นี่เป็นบทเรียนเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันมอบให้แก อย่าได้โผล่หน้ามาเหยียบที่นี่อีก!” หลินเฉินจับแขนของหลินฉงที่ร้องด้วยความเจ็บปวดขึ้นมา ก่อนที่จะโยนออกไป
ด้วยแรงของผู้ฝึกตน ทำให้หลินฉงถูกโยนไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนน
“อ้ากกก!” หลินฉงดิ้นรนไปมาที่พื้น โหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขา เพราะหลินเฉินได้ใช้พลังปราณทำให้หลินฉงอยู่ในสภาพเสมือนไร้ตัวตนชั่วระยะเวลาหนึ่ง
หลินเฉินเหลือบมองไปที่หลินฉงเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป ไม่ได้ให้ความสนใจอีก
“หลินเฉิน!”
เวลาผ่านไประดับหนึ่ง จนความเจ็บปวดที่ได้รับบรรเทาลง หลินฉงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น
แต่นอกจากความโกรธแค้นแล้ว เขายังมีความหวาดกลัวอยู่ด้วย บอกตามตรงว่าหลินเฉินในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างแท้จริง
และด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้เขาไม่กล้าที่จะไปเคาะประตูบ้านอีก เร่งรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ภายในบ้าน หลินเฉินกลับเข้ามา และเริ่มงานเลี้ยงฉลองที่เขาได้งานกับพ่อและแม่ของเขาอย่างอบอุ่น
เมื่อการเลี้ยงฉลองของครอบครัวจบลง หลินเฉินก็เข้าไปภายในมุกมิติ วันนี้เขาตั้งใจที่จะเพิ่มพื้นฐานการฝึกตน
พื้นฐานการฝึกตนระดับกำเนิดปราณขั้นกลางของเขามั่นคงมากแล้ว สมควรที่จะทะลวงไปยังระดับกำเนิดปราณขั้นปลายเสียที
เขาจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องครอบครัวของเขาและไปนำตัวภรรยาของเขา มู่อิงเสวี่ยกลับคืนมาจากตระกูลมู่ที่มีผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์อยู่เบื้องหลัง
“นายท่าน ข้าหิวแล้ว” ทันทีที่เข้ามาภายในมุกมิติ เสี่ยวไป๋ในร่างเด็กสาวผู้น่ารักก็มายืนรอเขา ทำท่าทีน่าสงสาร
หลินเฉินได้แต่ส่ายหน้าไปมาและไปจับสัตว์วิญญาณมาทำอาหารให้เธอ จากนั้นเขาก็ไปเริ่มฝึกตน เพื่อทะลวงไปยังระดับกำเนิดปราณขั้นปลาย
..........................................
เหนือท้องฟ้าบ้านของหลินเฉิน ในตอนนี้มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาอยู่ในชุดจีนสีดำ จากการที่เขาสามารถยืนอยู่บนอากาศได้ ชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภา!
อันที่จริง เขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากผู้ฝึกตนที่เล่อไห่จากกรมความมั่นคงแผ่นดินว่าจ้างมาด้วยเงินจำนวนยี่สิบล้านหยวน เพื่อให้หาตัวคนที่ฆ่าคนโดยใช้ปราณทำลายหัวใจ
“จากกลิ่นนั่น เป็นที่บ้านหลังนี้ไม่ผิดแน่” ชายคนนี้พูด เขามีชื่อว่าตวนซาน เป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นกลาง และเป็นคนที่มีสัมผัสเฉียบคมที่สุดในบรรดาผู้ฝึกตนทั้งหมดที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้
สาเหตุที่เขามายืนอยู่เหนือบ้านของหลินเฉินเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเขาตามกลิ่นมา เป็นกลิ่นที่บางเบา ถ้าไม่ใช่เขา ก็ไม่มีทางสัมผัสถึงกลิ่นนี้ได้
แน่นอนว่ากลิ่นนี้มันเป็นกลิ่นยันต์ล่องหน ซึ่งเป็นยันต์ระดับต่ำที่หลินเฉินใช้ เขาคงจะนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่ามีคนที่ตามกลิ่นจากยันต์ล่องหนมาได้
“แต่ที่นี่ นอกจากคนแก่สองคนกับเด็กแล้วก็ไม่มีใครอื่นอยู่อีก” ตวนซานขมวดคิ้ว
เขาลองกวาดผ่านจิตสัมผัสลงไปตรวจสอบภายในบ้านดูแล้ว พบเพียงแค่คนสามคนเท่านั้น ซึ่งทั้งสามคนล้วนเป็นคนธรรมดา
“แสดงว่ามันไม่อยู่สินะ” แต่ตวนซานไม่ใช่คนโง่ ย่อมคิดออกได้ว่าคนที่เขาตามหาน่าจะไม่อยู่
“หึหึ เจ้าคงจะนึกไม่ถึงสินะว่าจะมีคนอย่างข้าอยู่ถึงได้ตามรอยเจ้ามาได้”
ตวนซานหัวเราะออกมา ตัดสินใจที่จะลงไปจับตัวหลินไค หรันหยูและหลิงหลิง เพื่อใช้เป็นตัวประกัน ล่อให้คนที่เขาตามหาอยู่ออกมา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำนั้น ไม่คาดฝันว่าตรงหน้าจะมีเด็กสาวคนหนึ่งในวัยสิบกว่าปีปรากฏตัวขึ้นมา เธอแน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเสี่ยวไป๋
เดิมทีเธอเพิ่งจะกินอาหารที่หลินเฉินทำอิ่ม กำลังจะนอนด้วยอารมณ์ที่มีความสุข ทว่าเธอก็สัมผัสได้ถึงจิตมุ่งร้ายจากโลกภายนอกที่มีต่อครอบครัวของหลินเฉิน
หลินเฉินที่ตอนนี้กำลังมุ่งสมาธิไปที่การฝึกตน จึงไม่อาจสัมผัสถึงจิตมุ่งร้ายได้ เธอจึงไม่ลังเลที่จะออกมาจัดการกับจิตมุ่งร้ายนี้ให้
“จะ...เจ้าเป็นใคร?!” ด้วยการปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันของเสี่ยวไป๋ ส่งผลให้ตวนซานตกใจ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าก็คือคนที่ปรากฏตัวออกมานั้น เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุสิบกว่าปีและเธอก็ยังยืนอยู่บนอากาศในระดับเดียวกันกับเขา!
นี่ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาด้วยเหรอ?
‘จะเป็นไปได้อย่างไร?!’ ภายในใจของตวนซานแน่นอนว่าไม่อยากจะเชื่อและไม่ยอมรับ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กอายุสิบกว่าปีคนหนึ่ง จะเป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภา
“เป็นใครนั้นสำคัญหรือ? คนที่มีจิตมุ่งร้ายต่อครอบครัวของนายท่านของข้าอย่างเจ้าสมควรตาย!” เสี่ยวไป๋พูดอย่างเย็นชา พลางโบกสะบัดฝ่ามือเรียวเล็ก
พลังปราณสีขาวพลันพุ่งออกไปจากมือของเธอ ตรงไปยังร่างของตวนซาน
ทันทีที่พลังปราณสีขาวกระทบถูกร่างกายของตวนซาน ร่างกายของเขาก็ระเบิดออกเป็นฝุ่นผง ตายไปโดยที่แทบจะไม่รู้เลยว่าตัวเองตายได้อย่างไร!
เมื่อจัดการกับตวนซานแล้วเสร็จ เสี่ยวไป๋ก็แอบเข้าไปในห้องนอนของบ้าน มองดูหลิงหลิงที่นอนอยู่กับหลินไคกับหรันหยูด้วยความรักใคร่เอ็นดู
จากวันนั้นที่หลินเฉินบอกว่าเธอจะมีน้องสาว เธอก็ได้แอบออกมาดูแล้ว และเธอก็ชอบน้องสาวคนนี้มาก
ถึงแม้ว่าตอนแรกเธอจะประหลาดใจที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากเดิมที่เคยรู้จัก อย่างไรก็ตาม เธอก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะอยู่ที่โลกแบบไหน สำหรับเธอแล้ว ขอเพียงแค่มีนายท่านอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะอยู่ทั้งนั้น
“น้องสาว ข้ารอวันที่นายท่านจะแนะนำเจ้าต่อข้าอยู่นะรู้หรือไม่?” เสี่ยวไป๋จ้องมองหลิงหลิงที่นอนหลับปุยด้วยความเอ็นดู
“แต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่านายท่านจะมีภรรยาและลูกสาวแล้วแบบนี้ นี่มันน่าสนใจยิ่งนัก” เธอพึมพำกับตัวเอง
ภรรยาของนายท่าน แม้นายท่านยังไม่บอกเธอออกมา เธอก็รู้ว่าต้องเป็นผู้หญิงคนที่ให้เธอตรวจสอบดูคราวก่อนอย่างแน่นอน เพราะอีกฝ่ายมีสายเลือดแบบเดียวกันกับหลิงหลิง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าหลิงหลิงมีใบหน้าเหมือนกับผู้หญิงคนนั้น ราวกับถอดแบบกันมาหลายส่วน เธอมองดูหลิงหลิงอยู่ไม่นานนักก็กลับเข้าไปภายในมุกมิติ
จบบทที่ 34