“ฮ่าๆๆ พูดมากจริงๆ เดิมทีที่เจ้ามาท้าสู้กับข้าก็เพื่อชื่อเสียงอันจอมปลอมเท่านั้นเองแค่อยากจะพิสูจน์ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าคริสซัตตันด้วยการเอาชนะข้าล่ะสิ ถูกไหม?” ซุนเฟยหัวเราะลั่น“ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ข้าก็จะยอมลดสายตาลงมามองเจ้าสักหน่อยก็ได้ ฮ่าๆๆ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้งหนึ่งเป็นไง? ท่าเดียวแค่เจ้ารับกระบวนท่าเดียวของข้าได้ นับว่าเจ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าซัตตันแล้ว!”
ซุนเฟยพูดจบเท้าทั้งสองข้างก็กดย่ำลงไปบนพื้นดิน
การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายนี้กลับตามมาด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ไม่น่าเชื่อพลังที่มองไม่เห็นทะลักออกมาจากร่างของเขาประหนึ่งเขื่อนแตกอากาศเริ่มหนาแน่นขึ้นราวกับมีกระแสน้ำแห่งความตายกำลังไหลผ่านอย่างช้าๆและที่ทำให้ดิลเลอร์สรู้สึกตกใจก็คือด้านหลังของราชาเมืองแซมบอร์ดปรากฏเทวรูปขนาดใหญ่ที่สูงกว่าร้อยเมตรขึ้นมารางๆเทวรูปนั้นดูไม่สมบูรณ์เท่าไรนักเขาเห็นเพียงร่างสูงใหญ่ดุจภูเขากำลังถือค้อนสงครามไว้ในมือทั่วร่างเต็มไปด้วยชุดเกราะสีสดใสระยิบระยับทั้งร่างเผยให้เห็นถึงกลิ่นอายที่ไร้เทียมทาน ดูองอาจและน่าเกรงขาม
“ชื่อของกระบวนท่านี้คือ...หมัด...หิมะ...เยือก...แข็ง!”
ซุนเฟยก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนที่จะชกหมัดออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า หมัดโปร่งแสงเริ่มปรากฏขึ้นมาในอากาศจากนั้นซุนเฟยก็ปล่อยหมัดออกมาซ้อนทับกันมากขึ้นเรื่อยๆทันทีที่หมัดที่สามสิบถูกปล่อยออกไปซ้อนทับหมัดก่อนหน้านี้ทำให้หมัดโปร่งแสงเริ่มเปล่งประกายดุจคริสตัลรายละเอียดของหมัดโปร่งแสงก็เริ่มเด่นชัดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นนิ้ว รอยข้อต่อ เล็บมือแม้กระทั่งสามารถมองเห็นการไหลของเวียนโลหิตที่อยู่ภายใต้ผิวหนังของหมัดโปร่งแสง หมัดนี้ดูเหมือนจริงมากและแฝงไปด้วยพลังที่ร้ายกาจ
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนดิลเลอร์สพลันขมวดคิ้วแน่น
เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากหมัดโปร่งแสงนี้ ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
“ทักษะคลื่นพลังธาตุไฟ...ลมหายใจจักรพรรดิอสูร!”
ตามรายงานชื่อทักษะนี้เป็นชื่อทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของดิลเลอร์ส ทันใดนั้น เปลวไฟบนร่างของเขาก็เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้มอุณหภูมิก็ร้อนระอุขึ้นมาจนสามารถหลอมละลายอากาศบริเวณรอบๆ ของเขาได้ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ปรากฏร่างของสัตว์อสูรที่ดุร้ายออกมาตัวหนึ่งในขณะที่มันร้องคำรามออกมาก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันไปแล้วกว่าหมื่นครั้งไม่ช้าก็มาหยุดอยู่ที่รูปลักษณ์ของสัตว์อสูรเลื้อยคลานขนาดยักษ์ที่มีปีกงอกออกมากลางหลังถึงแปดคู่เปลวเพลิงบนร่างของดิลเลอร์สก็ไหลเข้าไปที่ร่างของจักรพรรดิอสูรตัวนั้นจักรพรรดิอสูรเริ่มวิ่งไปด้านหน้า ก่อนจะร้องคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวโกรธจากนั้นมันก็สยายปีกที่หลังของมันออกกว้างแล้วทะยานขึ้นไปในอากาศ
ทักษะคลื่นพลัง'ลมหายใจจักรพรรดิอสูร' แข็งแกร่งมากไม่ว่าจะในแง่ของการป้องกันหรือการโจมตีก็มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมอย่างมากกล่าวได้ว่าทักษะนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า 'หอกทองสึนามึ' ของซัตตันเลย ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองน้ำพุร้อนทายาทคนสำคัญของตระกูลปโตเลมีและนายกองผู้ควบคุม 'กองกำลังพายุคลั่ง'ช่างเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ
“เยี่ยม!”
ซุนเฟยชมออกมาประโยคหนึ่งเขาถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ จากนั้นก็ชกหมัดออกไป
ตูม!
แผ่นดินพลันสั่นสะเทือนหมัดโปร่งแสงที่อยู่ด้านหน้าก็พุ่งทะยานไปออกไปประหนึ่งดาวตก
หมัดโปร่งแสงพุ่งเข้าไปปะทะกับสัตว์อสูรสิบหกปีกวินาทีต่อมาเสียงระเบิดก็ดังสนั่นกึกก้อง แอนดรูว์และคนอื่นๆรู้สึกหูอื้อขึ้นมาทันที ทหารบางนายถึงกับมีเลือดไหลออกมาจากหู
ผู้ชนะกำลังจะปรากฏ
จักรพรรดิอสูรสิบหกปีกไม่ทันจะได้แผดเสียงร้องคำรามออกมาก็ถูกหมัดโปร่งแสงโจมตีเข้าที่ร่างขนาดยักษ์ของมันหมัดโปร่งแสงทะลวงผ่านเปลวเพลิงอันร้อนระอุสีส้มของมันและทำลายเปลวเพลิงที่ล้อมรอบร่างจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ จักรพรรดิอสูรส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง หมัดโปร่งแสงสามารถทะลวงร่างของมันจนทะลุและพุ่งไปหาดิลเลอร์สที่อยู่ด้านหลัง
“ไม่ดีแล้ว!” ดิลเลอร์สพลันหน้าเปลี่ยนสี
เขาคาดไม่ถึงว่าทักษะการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองไม่เพียงไม่อาจต้านทานหมัดโปร่งแสงของซุนเฟยได้แต่ยังหลงเหลือพลังการโจมตีพุ่งมาหาเขาอีกด้วย ดิลเลอร์สไม่อาจหลบหนีได้ทันหมัดโปร่งแสงนั่นพุ่งทะยานเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วแรงกดดันมหาศาลที่แฝงมากับสายลมทำให้ดิลเลอร์สรู้สึกตื่นตกใจแต่สัญชาตญาณของนักรบได้ร้องสั่งให้เขาโคจรเปลวไฟคลื่นพลังทั้งหมดในร่างไปที่แขนทั้งสองข้าง จากนั้นดิลเลอร์สก็ยกแขนขึ้นมาทำเป็นรูปไม้กางเขนขวางพลังโจมตีตรงหน้า
ตูม!
หมัดโปร่งแสงทำลายเปลวไฟคลื่นพลังที่ปกป้องร่างของเขาได้ในชั่วพริบตากระดูกส่วนแขนของเขาหักแทบจะในทันที พลังมหาศาลของหมัดทำให้ดิลเลอร์สรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวเองร่างของเขาไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้ ราวกับเป็นไข่ไก่ที่อยู่ใต้ค้อนเหล็กอ่อนแอและไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
ดิลเลอร์สหลับตาลงเพื่อรอความตายมาเยือน
แต่ทันทีที่หมัดโปร่งแสงเข้าใกล้หน้าอกของเขามันก็แตกสลายไปเสียก่อน
ดิลเลอร์สลืมตาขึ้นมาเขาเห็นราชาเมืองแซมบอร์ดสะบัดมือตัวเองเบาๆเพียงแค่นั้นก็ทำให้หมัดโปร่งสลายไปในทันที ในใจก็รู้สึกตะลึงจนพูดไม่ออกพลังโจมตีที่ร้ายกาจขนาดนั้น แต่ราชาเมืองแซมบอร์ดสามารถสลายมันได้อย่างง่ายดาย นี่มันหมายถึงอะไร? อยากจะแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นระหว่างพวกเขาอย่างนั้นหรือ
เมื่อคิดแบบนี้ดิลเลอร์สก็รู้สึกแย่ยิ่งกว่าตายเสียอีก
“ทำไมไม่สังหารข้า?” ดิลเลอร์สถามพลางกระอักเลือดออกมา
“ผู้ที่สังหารสหายของลูกศิษย์ข้าไม่ใช่เจ้าอีกอย่างข้าไม่ใช่ปีศาจกระหายเลือดที่ชอบเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้เหตุผล”ซุนเฟยแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะชี้นิ้วไปที่คูลอมบ์ แอนดรูว์และคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังของเขาพร้อมพูดว่า“แต่คนพวกนั้นจะต้องไม่มีใครรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว”
“ไม่...ไม่ๆๆๆ ช่วยชีวิตข้า ช่วยข้า!”คูลอมบ์กับแอนดรูว์รู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของราชาเมืองแซมบอร์ดสีหน้าของพวกเขาซีดเซียวอย่างตื่นกลัว
ซุนเฟยไม่พูดอะไรเพียงยื่นมือออกไปก็เกิดแรงดึงดูดมหาศาล ดึงร่างของพวกมันทั้งสองคนให้เข้ามาหาคูลอมบ์กับแอนดรูว์พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังของซุนเฟยได้สุดท้ายร่างของพวกเขาก็มาหล่นอยู่ตรงหน้าของซุนเฟย แม้ว่าดิลเลอร์สคิดจะต่อต้านแต่เมื่อเขาโคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเองความเจ็บปวดมหาศาลก็จู่โจมไปทั่วร่างของเขาทันที
“ราชาแซมบอร์ด แอนดรูว์เป็นยอดฝีมือลำดับที่สามของ 'กองกำลังพายุคลั่ง'คูลอมบ์เองก็เป็นบุตรหลานสายตรงของตระกูลปโตเลมีสถานะของทั้งสองคนนับว่าสูงส่งนัก หากท่านสังหารพวกเขา อาณาจักรเล็กๆของท่านจะถูกรุกราน ข้าขอเตือนท่าน...อย่า...อย่าได้หาเรื่องใส่ตัว...!”ดิลเลอร์สอดทนต่อความเจ็บปวดพลางอธิบายออกมาอย่างช้าๆ
ซุนเฟยแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน
“เจ้ากล้าฆ่าคนไหม?” ราชาเมืองแซมบอร์ดหันไปถามอินซากีที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ข้ากล้า!” อินซากีเข้าใจความหมายที่ซุนเฟยพูดเป็นอย่างดีดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่แอนดรูว์และคูลอมบ์ที่ถูกแรงกดดันของซุนเฟยบังคับให้ต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“กริชที่ข้ามอบให้เจ้าล่ะ?”
อินซากีได้ยินแบบนั้นก็รีบดึง'สายธารแห่งความตาย' และ 'สัมผัสอสรพิษ'ออกมาจากฝัก กริชที่แหลมคมส่องประกายแวววาวเย็นยะเยือกออกมา
“ในสองตัวนี้ ข้าจะให้เจ้าเลือกสังหารพวกมันคนหนึ่ง!”ซุนเฟยมองไปยังเด็กหนุ่มที่จิตใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นย่างอ่อนโยนพลางพูดออกมาอย่างช้าๆ
สีหน้าของอินซากีพลันเคร่งขรึมขึ้นมาจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เดินไปหาคนทั้งสองอย่างช้าๆ
ใบหน้าของทั้งสองคนต่างตื่นกลัวโดยเฉพาะคูลอมบ์ เขากลัวมากถึงขนาดอึราดออกมาเต็มกางเกงร่างของเขาสั่นเทิ้มไม่หยุด พยายามกะพริบตาอ้อนวอนแทบอยากจะคลานเข้าไปกอดขาของอินซากีด้วยซ้ำ
ปึ้ด!
เลือดสีแดงสดพลันพุ่งออกมาเป็นฝอย
พร้อมกับหัวที่หล่นลงมาบนพื้นดิน โลหิตสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากคอที่ไร้หัวของมันไม่หยุด
อินซากียืนนิ่งอยู่กลับที่ทั้งใบหน้า มือและร่างกายต่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดอุ่นร้อนที่กระเด็นมาโดนตัวเขาเด็กหนุ่มแสนขี้อายและใสซื่อบริสุทธิ์เมื่อวานได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจากคนที่ไม่เคยคิดร้ายหรือทำร้ายแม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆตอนนี้ได้กลายเป็นเทพสังหารที่เลือดเย็นในดวงตาของเขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยความลังเลใจใดๆ แม้แต่จิตใจยังด้านชา เขากำ 'สายธารแห่งความตาย' ในมือแน่น
-----------------------