[New Life] อิสระของชีวิต

    [31] ลางร้าย

    [31] ลางร้าย
    ยิ่งซีรีย์ใกล้จะฉายจบมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของเซ็ทก็ยิ่งทวีความดังมากขึ้นเท่านั้น เซ็ทและนาบีต้องออกงานอีเว้นท์ด้วยกันทุกงาน จนเจอเธอที่ไหนก็ต้องเจอเขาที่นั่น ในขณะเดียวกันคู่จิ้นเขากับมิสเตอร์ X ก็เป็นกระแสที่คนดูบางกลุ่มชื่นชอบกันมาก เซ็ทเลยต้องตัวติดกับยูซองไปโดยปริยายเช่นกันยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น “...สมองฉันจะแตกแล้วนะคะ”“ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสมองก็ตอนนี้นี่แหละนาบี”“เซ็ท ถ้าฉันลืมคิวช่วยบอกด้วยนะ”“บอกฉันอีกคน”“ไม่มีปัญหาครับ แต่บทซีรี่ย์นี่ผมช่วยบอกไม่ได้นะ”โชคยังดีที่เซ็ทความจำดี แถมยังมีโรที่คอยช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้แบบครอบคลุม ไม่อย่างนั้นเซ็ทเองก็คงต้องหัวหมุนกับการนั่งจำสคริปที่ไม่หมดไม่สิ้นสักทีเหมือนสองคนนั้นนั่นแหละ...ลียองฮวางในวัยเกือบยี่สิบแปดปีเดินออกจากห้องขังตามการนำทางของเจ้าหน้าที่ เขาได้พบหน้ากับคนที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้พบอีกครั้ง“...ป้า”“ใครป้ายะ แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้แล้วมั้ง” ซอนซาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินมาใกล้คนในชุดนักโทษ “สิบปีที่ผ่านมาดูจะสูงขึ้นนิดนึงนะ ไม่เตี้ยเหมือนเมื่อก่อน”“สิบปีพึ่งจะมาเยี่ยมกันนี่ก็กล้าพูดเนอะ ยัยป้าชิวาว่า”เซ็ทในบทลียองฮวางยิ้มมุมปาก ใบหน้าที่ผ่านการเมกอัพให้ดูเป็นผู้ชายที่มีวัยวุฒิมากขึ้นจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า จนนาบีในบทซอนซาแอบเขิน“แล้ว...คงไม่ได้แค่มาวัดส่วนสูงกันใช่มั้ย?”“ฉันมาพานายออกไป” นาบีว่าอย่างหนักแน่น ยื่นมือมาด้านหน้าเซ็ท “สำหรับเด็กอายุสิบเจ็ด สิบปีเป็นเวลาที่นานพอแล้ว นายเป็นอิสระแล้วล่ะ แต่...”“หืม?”“จากวันนี้จนกว่าจะตายนายต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของฉัน และใช้ชีวิตและความสามารถของนายเพื่อฉัน หวังว่านอนในคุกมาสิบปีจะไม่เป็นง่อยไปซะก่อนนะ”เซ็ทมองท่าทางท้าทายกึ่งดูแคลนของนาบีแล้วก็หัวเราะ เขาเอื้อมมือไปคว้าจับมือบางที่ยื่นมาแล้วกระชากเธอลงมานั่งที่ตัก“ว้าย!”“จะให้ผมอยู่ในความดูแลของป้าก็ได้ แต่จนกว่าจะตายนี่แปลว่าจะช่วยรับผิดชอบผมแน่ๆ แล้วใช่มั้ย?”“หะ-ระ-รับผิดชอบอะไร!?”นาบีเลิ่กลั่ก พยายามจะขยับตัวหนี แต่อ้อมแขนแกร่งก็โอบรอบตัวเธอแน่น เซ็ทใช้มือซ้ายคว้าคางนาบีขึ้นมาจ้องตากับเขา“ก็ผมต้องอยู่ใต้ความดูแลของป้าตลอดไปนี่ แล้วผมจะไปแต่งกับใครที่ไหนได้ แถมอย่างป้าน่าจะไม่มีใครเอา ผมจะเสียสละตัวแต่งด้วยก็ได้นะ”“นี่นาย-!!”เซ็ทว่าจบก็คว้าคอนาบีเข้ามาบดจูบที่ริมฝีปาก นาบีเบิกตากว้างลืมแม้แต่จะผลักไส แต่สุดท้ายก็หลับตารับจูบนั้นโดยไม่ขัดขืน เซ็ทขยับจูบให้เข้ามุมกล้องอยู่ครู่นึงก็ขยับหน้าออก“ก็...ฝากรับผิดชอบผมด้วยนะ ซอนซา”“ระ-รู้แล้วย่ะไอ้เด็กบ้า...”หญิงสาวที่หน้าเห่อร้อนโดยไม่รู้ว่ามาจากการแสดงหรือไม่ทุบเข้าที่อกของเซ็ทเบาๆ นาบีเหล่มองเซ็ทน้อยๆ แต่เซ็ทรู้ตัวเลยหันมายิ้มมุมปากให้ เธอเลยสะบัดหน้าหนี แต่ก็ไม่วายโดนเซ็ทดึงกลับมากดจูบที่หน้าผากมน“เด็กลามก...”“กับป้าคนเดียวล่ะน่า”“คัต!! ทำดีมากทุกคน!!”“เท่านี้ก็ปิดกองแล้ว ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกันมาตลอดนะ!”เสียงของผู้กำกับดังตามมาอย่างปลาบปลื้ม เหล่าทีมงานเองก็พร้อมใจกันส่งเสียงดีใจ แต่ละคนต่างคาดหวังรอโบนัสกันทั่ว“ขอโทษนะครับที่ผมจูบพี่”“ไม่เป็นไรๆ อย่าคิดมากเลย เราทำงานนี่นะ”เซ็ทปล่อยตัวนาบีแล้วโค้งศีรษะขอโทษที่ แต่นาบีไม่ได้ติดใจอะไรเพราะมันเป็นงานที่รู้ล่วงหน้าตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย ซีรี่ย์เดี๋ยวนี้ไม่มีเรื่องไหนขาดแคลนฉากจูบหรอก...แต่เธอยังรู้สึกผิดหน่อยๆ ที่ดันใจเต้นกับเด็กอายุสิบหก“เหนื่อยหน่อยนะนักแสดงทุกคน”ผู้กำกับปาร์คซอนวอนเดินมาตบไหล่เซ็ทเบาๆ หันไปฉีกยิ้มให้นาบี ใต้ตายังคงเป็นหมีแพนด้าจากการทำงานหนักไปพร้อมๆ กับบรรดานักแสดง ต้องบอกว่าซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นการทำงานที่รวดเร็วที่สุดและได้คุณภาพที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา“ผู้กำกับเองก็เหนื่อยหน่อยนะครับ”“โอ้ งานดีไม่เหนื่อยหรอก ไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจเลือกนายมาเป็นพระเอก”“ขอบคุณมากครับ”เซ็ทยิ้มให้ผู้กับกำกับจากใจ ผู้กำกับเองก็ยิ้มให้เขากลับ ตบไหล่ไปอีกสองสามปึกก็หันกลับไปตะโกนกับทีมงาน เรียกเสียงเฮดังลั่น“เอ้า! วันนี้พอแค่นี้ เราไปฉลองกันก่อนดีกว่า!”“เย้! ผู้กำกับจะเลี้ยง!”“เฮ้ย! เป็นงั้นไป แต่เลี้ยงก็ได้เอ้า!”“ใจถึงมากผู้กำกับ!!”ทีมงานพร้อมใจกันเก็บของเพื่อเตรียมไปร้านประจำของพวกเขาอย่างคล่องแคล่ว บรรดานักแสดงที่มาในวันนี้ต่างก็ถูกผู้กำกับลากไปร่วมวงทุกคน...ร้านที่ทีมงานพร้อมใจกันมาถล่มคือร้านเนื้อย่างเกาหลีเจ้าประจำของพวกเขา แน่นอนว่าคนทั้งกองถ่ายกินพื้นที่แทบทั้งร้าน ไม่ต้องหวังรับลูกค้าเจ้าอื่นอีกเลย“มาอีกแล้วเรอะซอนวอน”“เออน่า มาเป็นแหล่งรายได้ให้ไง ฉันเอาเหมือนเดิมนะ”“เออๆ”เพราะผู้กำกับรู้จักกับเจ้าของร้านการปิดร้านเลี้ยงคนทั้งกองจึงไม่มีปัญหา และทุกครั้งที่ผู้กำกับพามากินจึงได้กินในราคาพิเศษอีกด้วย แถมบางครั้งเจ้าของร้านก็จะออกมานั่งกินด้วยกันอีกต่างหาก“เอ้า เซ็ทนั่งๆ อยากกินอะไรสั่งเลย ป่านนี้แล้วไม่ถามแล้วนะว่าอ่านภาษาเกาหลีออกรึเปล่า”บุนซูยัดเมนูใส่มือเซ็ท จากนั้นเจ้าตัวก็หันกลับมาสั่งของตัวเองแทน เล่นเอาเซ็ทที่ก้มหน้ามองเมนูกระพริบตาปริบๆ“อ่านออกก็ใช่ว่าผมจะรู้ว่าอะไรอร่อยนะพี่”“เออแหะ งั้นเดี๋ยวสั่งเผื่อ อยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกละกัน แล้วมีอะไรที่กินไม่ได้มั้ย?”“ไม่มีครับ ขอบคุณมาก”อีบุนซูพยักหน้ารับ หันกลับไปนั่งจิ้มเมนูอาหารเพิ่ม โต๊ะที่เซ็ทนั่งเป็นโต๊ะที่รวมเหล่าทีมนักแสดงเอาไว้ ซึ่งทุกคนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจึงพูดคุยระหว่างรอหมูสุกอย่างสนุกสนาน“เซ็ทเคยกินรึเปล่า?”“ไม่เคยครับ มาอยู่เกาหลีไม่กินอาหารข้างทางก็ข้าวกล่องทั่วไป”“งั้นต้องรีบลองเลย”ในกระทะปิ้งย่างเต็มไปด้วยหมูหลากหลายชนิดที่ดูจะมีวิธีหมักแตกต่างกันไป หอย หมึก กุ้ง หอมหัวใหญ่ เห็ดเข็มทอง ฟักทอง ทั้งยังมีผักดองและเครื่องเคียงอีกหลายอย่าง เช่น ซุปกิมจิเต้าหู้หมูสามชั้น ไข่ดาว ข้าวโพดชีสและอื่นๆ ที่ทุคนช่วยกันสั่งให้เซ็ทได้ลองเจ้าบ้านพร้อมใจกันบอกวิธีกินที่ถูกต้อง พร้อมทำท่าประกอบไปด้วย ซึ่งเซ็ทก็ไม่รู้หรอกว่าของจริงนั้นกินกันยังไง ก็พยักๆ หน้ารับไปบุนซูย่างหมูจนสุกแล้วเอากรรไกรมาตัดให้เป็นชิ้นพอดีคำ นาบีเอาหัวหอมมาใส่ในน้ำจิ้ม แล้วเอาผักกาดหอมมากาง นำหมูในเตาไปจิ้มน้ำจิ้ม คีบหัวหอมขึ้นมาด้วย ห่อแล้วส่งให้เซ็ท “ลองกินดู อร่อยนะ”“เอ่อ...ขอบคุณครับ”เซ็ทกำกลังจะรับผักห่อหมูที่นาบีคีบให้ แต่ก็มีมือโผล่มาคว้าไปซะก่อน“...งั่มๆ อร่อย” ยูซองที่ตามมากลืนหมูในปากแล้วยิ้มพอใจ เขาหันกลับไปหาบุนซูที่ส่งเสียงทักตัวเองแล้วบ่นกระปอดประแปดอย่างไว“มาแล้วเหรอยูซอง”“ผู้กำกับพามาเลี้ยงก็น่าจะบอกให้ไวกว่านี้หน่อยนะพี่ เกือบไม่ทันแล้วมั้ยล่ะ”ยูซองเดินมานั่งที่โต๊ะ เมื่อคนเฮฮามาร่วมวง โต๊ะที่พูดคุยกันสนุกสนานก็ยิ่งส่งเสียงดังจนแทบลั่นร้าน แต่เพราะทุกโต๊ะก็กำลังสนุกจึงไม่มีใครมาสน กินไปคุยไปกันสนุกสนาน “วิธีกินก็แบบเมื่อกี้ที่นาบีทำนั่นแหละ แต่ไม่ต้องคิดมากนะจะกินยังไงก็ได้เอาที่ถนัดเลย” บุนซูบอกเซ็ทพร้อมใช้ที่คีบคีบเนื้อในเตาใส่จานเซ็ท“ได้ครับ”โซจูขวดแล้วขวดเล่าถูกเปิดดื่มกันอย่างเมามันส์ แม้เซ็ทจะเป็นน้องเล็กที่สุดในวง แต่เพราะเป็นคนไทยทั้งยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนในโต๊ะจึงพร้อมใจกันเมินเรื่องธรรมเนียมในการดื่มโซจูแบบปกติให้ “มาถึงเกาหลีทั้งทีต้องลองสักหน่อยเนอะเซ็ท...เนอะ”ยูซองอ้อมไปกอดคอเซ็ท ในมือยังถือขวดโซจูทำท่าจะรินใส่แก้วให้น้องเล็กของกองโดยไม่ถือสาเรื่องลำดับอาวุโส การมอมเหล้าเซ็ทเป็นอะไรที่น่าสนุกกว่าเรื่องหยุมหยิมเยอะ“ผมไม่ดื่มล่ะครับ”“เอาน่า ลองสักหน่อย”“เฮ้ย ยูซองกลับมานั่งที่ เซ็ทมันยังเด็กอยู่”“ไรวะพี่ ไม่สนุกเลย”ยูซองที่ดูท่าจะกรึ่มๆ เหมือนจะเมาแล้วเริ่มเรื้อนไปทั่ว ยังดีที่ยังฟังพี่ใหญ่ของโต๊ะอยู่บ้างถึงได้ยอมกลับไปนั่งที่แต่โดยดี แต่ในขณะที่เซ็ทกำลังคุยกับคนอื่น ยูซองก็แอบรินโซจูใส่แก้วเซ็ทจนได้ เซ็ทไม่ใช่ไม่เห็น แต่เขายอมเล่นไปตามเกมส์“อื๋อ? นี่มันไม่ใช่น้ำเปล่านี่ครับ”เมื่อเซ็ทที่หยิบแก้วน้ำของตัวเองขึ้นดื่มพูดแบบนั้น บุนซูเลยคว้าแก้วเซ็ทมาดู แค่กลิ่นโซจูที่ลอยออกมาก็รู้แล้วว่าฝีมือใคร“ยูซองนายนี่มัน...”“ฮ่าๆๆ อร่อยมั้ยล่ะไอ้หนู~”“แปลกๆ ครับแต่ก็อร่อยดี...มั้ง” เซ็ทตอบเฉยๆ ไม่ได้มีอาการของคนพึ่งเคยแตะโซจูแอลกอฮอล์ 17% เพียวๆ แม้แต่นิดเดียว ถึงจะกินไปไม่มากแต่สำหรับคนลองครั้งแรกก็น่าจะมีอาการบาดคอให้เห็นบ้าง“เห...เคยกินโซจู (เหล้า) มาก่อนเหรอ?”“ไม่เคยหรอกครับ แต่อันนี้ผมว่าก็ไม่ต่างจากน้ำเปล่าเท่าไหร่นะ”เพราะเซ็ทตอบไปแบบนั้นยูซองเลยยิ่งคึกอยากมอมเหล้าเซ็ทให้เมาหัวทิ่มมากยิ่งขึ้น และเพราะยิ่งคึกเจ้าตัวก็ยิ่งดื่ม {โอ้อวดแท้ เพราะแอลกอฮอล์เป็นพิษต่อร่างกาย กินเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่มีผลกับคุณ แล้วมันจะต่างอะไรกับการดื่มน้ำเปล่าล่ะ}‘ก็คนมันมีดีให้อวด’{...หมั่นไส้}ทั้งๆ ที่ปกติยูซองก็คออ่อนอยู่แล้ว เลยต้องลำบากผู้จัดการที่ร่วมวงโต๊ะอื่นอยู่มาลากกลับไปตอนเจ้าตัวเมาจนหมดฤทธิ์หลับสนิทคาโต๊ะก่อนที่คนอื่นจะเลิก“พี่ยูซองเขาไม่กลัวข่าวฉาวบ้างเหรอครับ?”“ถ้าสำหรับหมอนั่นก็เรื่องปกติ คนชินแล้วล่ะ อีกอย่างมันไม่ได้เมาแล้วอาละวาดอะไร ก็ไม่ได้ฉาวนักหรอก” บุนซูตอบพลางกระดกโซจูในแก้ว “ว่าแต่เซ็ทเดี๋ยวก็จะกลับไทยแล้วใช่มั้ย?”“ถ้ารายการที่ต้องอัดครบแล้วก็ต้องกลับแล้วล่ะครับ ผมมีเรียนน่ะ”“เหรอ แต่เดี๋ยวก็ได้กลับมาอีกนั่นแหละ ฉันฟันธงเลย”“ถ้าได้มาอีกก็ดีครับ ไว้ผมจะเอาขนมที่ไทยมาฝากพี่ด้วย รับรองอร่อย”“จะรอกินแล้วกันนะ”บุนซูยิ้มหันกลับไปพูดคุยกับคนอื่นๆ บนโต๊ะ นาบีที่นั่งอยู่ข้างเซ็ททำหน้าปั้นยากอยู่พักหนึ่ง พอคิดว่าเซ็ทกำลังจะกลับไทยแล้วแอบรู้สึกโหวงๆ ในอก สุดท้ายก็สะบัดความคิดทุกอย่างในหัวออกไป...เธอยังติดสัญญาห้ามเดทอยู่ แถมยังอายุห่างจากเซ็ทตั้งเยอะ อย่าไปสนใจดีกว่า“เอ้านี่ กินเข้าไปอีก กินเยอะๆ นะเซ็ท”“ขอบคุณครับพี่นาบี”เซ็ทรับบรรดาผักและหมูที่นาบีคีบให้ด้วยรอยยิ้ม และเพราะแววตาสับสนของเธอหายไปแล้วเซ็ทจึงยินดีคุยด้วยแบบสนิทใจ แต่แน่นอนว่ายังคงเว้นระยะห่างให้เหมาะสม


    เซ็ทที่สภาพปกติที่สุดกลับถึงที่พักได้โดยสวัสดิภาพ หากแต่ประตูหลังเซ็ทนั้นไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ เพราะเจ๊เจสซี่เองก็ดื่มเข้าไปไม่น้อยเช่นกัน“เซ็ทจ๋า นอนคนเดียวมันเหงา ให้เจ๊ไปนอนด้วยเถอะน้า~”“ไม่ล่ะครับ แยกนอนน่ะดีแล้ว”“เอ๋...เซ็ทใจร้ายจังเลยอ่า...”“เอาเป็นว่าราตรีสวัสดิ์ครับ”เซ็ทใช้แขนข้างหนึ่งออกแรงดันหลังเจ๊เจสซี่ให้ถอยห่างจากประตู ส่วนตัวเองก็รีบเข้าห้องแล้วล็อกประตูอย่างแน่นหนา นี่ถ้าไม่เกรงใจอาจได้มีการลงไม้ลงมือกันบ้างเป็นแน่{เซ็ท มีเรื่องสำคัญมากต้องรายงาน}“ว่ามาเลย”ตั้งแต่ที่ได้ชีวิตนี้มาโรอาจจะเป็นผู้ช่วยที่ขยันแซะเกินไปหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่องงานโรนั้นสามารถจัดลำดับความสำคัญได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องเป็นห่วงว่าโรจะขยี้จนเสียการเสียงานหน้าจอระบบกลายเป็นภาพข่าวล่าสุดในภาษาที่คุ้นเคย“เรือเฟอร์รี่ถูกกระแสน้ำพัดแรงจนออกนอกเส้นทาง ตัวเรือกระแทกกับหินโสโครกจนท้องเรือแตกที่ภูเก็ตวันนี้ ผู้โดยสารเสียชีวิตจำนวนมาก ทำการกู้ภัยและเก็บกู้ซากเรือเรียบร้อย...แล้วส่วนสำคัญอยู่ตรงไหน?”{จากคลื่นความถี่ที่เครื่องรับที่ตัวเรือรับไว้ได้ หินโสโครกนั่นไม่ใช่หินธรรมดาเซ็ท คลื่นความถี่จำเพาะของมันแทบจะเหมือนกันกับหินอุกกาบาตในเหตุการณ์ falling star}“...เข้าใจล่ะ”เซ็ทก้มหน้านิ่งดวงตายยังคงจ้องรูปภาพในหน้าจอ อย่าว่าแต่สำคัญมากเลย หากจะบอกว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมากก็ไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว{จะเอายังไงดีเซ็ท?}“คงต้องปล่อยไปก่อน เราไม่มีอำนาจในมือมากขนาดนั้น หินนั่นใหญ่ขนาดไหน?”{คำนวนจากคลิปวีดีโอน่าจะมีขนาดไม่ต่ำกว่าสองเมตร จากแรงกระแทกของเรือไม่ทำให้หินอุกาบาตกลายเป็นฝุ่นผงที่สามารถหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับมวลอากาศได้ แต่สิ่งมีชิวิตในทะเลน่าจะ...}ภาพตรงหน้าพลันเปลี่ยนไปเป็นข่าวรูปสัตว์น้ำหน้าตาแปลกประหลาดจาดทั่วทุกมุมโลก ถึงจะบอกว่าเป็นสิ่งทีชีวิตที่พึ่งค้นพบก็ดูจะมีเป็นจำนวนมากเกินไป “...มันกำลังกลายพันธุ์สินะ”{น่าจะเป็นอย่างนั้น}เมื่อเทียบกับก่อนจะเกิดเหตุการณ์ falling star ค่าอากาศในปัจจุบันแทบจะเป็นปกติ อีกทั้งยังผ่านวันล้างโลกมาก่อน เซ็ทเลยไม่อาจรู้ได้ว่าสัตว์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และเพราะไม่พบสัตว์อสูรอันตรายแบบในชีวิตก่อนเซ็ทเลยมองว่าชีวิตในตอนนี้เริ่มกลับมาสงบสุข...แต่ดูท่าระเบิดเวลาอาจซ่อนอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด“โร ตรวจสอบทุกอย่างที่ให้ผลลัพธ์เหมือนหรือคล้ายคลึงกับหินอุกกาบาต เอาเท่าที่ตรวจสอบได้ หาจากข้อมูลเก่าๆ มาให้หมด เอาทุกความเป็นไปได้ ต่อให้ต่างกันนิดเดียวก็เอามา” {คุณคิดว่ามันมีมากกว่าหนึ่งอย่างนั้นสินะ}“ใช่ ต่อให้ความเป็นไปได้จะน้อยนิด แต่ก็ควรหาข้อมูลเอาไว้ก่อน ฝากจัดการด้วยล่ะโร” เซ็ทพูดด้วยเสียงคร่ำเคร่ง{รับทราบ อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน}“ไม่เป็นไร ยังไงก็ตามตอนนี้เอาค่าในอากาศของแต่ละที่มาก่อน”{รวบรวมค่าในอากาศทั้งหมดเดี๋ยวนี้ กำลังประมวลผล กำลังตัดข้อมูลส่วนเกิน}ตารางแสดงผลค่าในอากาศเท่าที่ตรวจสอบได้จากทุกที่ทั่วโลก สถานที่ไหนที่ตัวเลขเป็นปกติจะถูกเอาออกไป เหลือไว้แต่ค่าในอากาศที่แปลกตา แต่ไม่มีใครเข้าใจถึงความอันตรายที่แฝงอยู่{กำลังเทียบผลตรวจสอบในครั้งก่อน}“...นี่มัน กำลังเพิ่มขึ้น”เซ็ทมองดูผลลัพธ์แล้วก็ทำหน้าเคร่งเครียด ราวกับว่าโลกต้องประสบพบเจอกับเรื่องหลังจากเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง“ผลกระทบล่ะ ข่าวแปลกๆ หรืออะไรก็ได้”{จากสถิติที่แต่ละพื้นที่ได้บันทึกไว้ ในพื้นที่เสี่ยงมีผู้คนฆ่าตัวตายด้วยวิธีการต่างๆ เป็นจำนวนมากกว่าที่แล้วๆ มา บางส่วนหลับไหลไม่มีสติโดยไม่มีสาเหตุ ในขณะเดียวกัน การก่ออาชญากรรม ทำร้ายร่างกายหรือคดีฆาตกรรมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน}“...เหมือนกันเลยสินะ”เซ็ทก้มหน้ากุมขมับ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความกดดัน หากแจ้งข่าวสารที่มีแต่เขาที่รู้ไปยังรัฐบาลแต่ละประเทศให้หาวิธีจัดการ ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลเห็นแก่ตัวเหล่านั้นจะใช้วิธีใดแก้ปัญหา ...ปล่อยไปตามยถากรรม รอเอาผลดีเข้าตัว พอเกิดปัญหาก็ปกป้องแต่ตัวเอง หรือจะออกมาช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ เลยอย่างจริงจัง...เหอะ เขาฝันเฟื่องอะไรอยู่?คนพวกนั้นจะเหรอจะปกป้องคนบริสุทธิ์ คนที่เอาคนที่มีกิ๊ฟอยู่กับตัวไปใช้เพื่อผลปประโยชน์ของตัวเอง คนที่เอาคนอย่างพวกเขามาทดลอง เอามาเล่นสนุก มีส่วนไหนกันที่จะมาคอยปกป้องคนทั่วไป!{...เซ็ท}แต่...ถ้าหากกระจายข่าวสารไปยังคนทั่วไปด้วยตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่เชื่อ ในขณะเดียวกันหากเรื่องกิ๊ฟกลายเป็นที่รู้จักทั่วไป ความวุ่นวายแบบใดที่จะตามมาสู่คนที่มีกิ๊ฟหรือสู่คนธรรมดา ...ที่แน่ๆ มันจะเทียบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในแต่ละประเทศไม่ได้เลยเงาร่างของคนกลุ่มใหญ่ที่ปรากฏขึ้นในหัว เซ็ทมองไม่เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง หากแต่กลับรู้สึกปวดร้าวในอกจนแทบยืนไม่ขึ้น มันเป็นช่วงเวลาเพียงเสี้ยววิ หากแต่ยาวนานในความรู้สึก“...ฉันไม่ใช่ฮีโร่ที่จะปกป้องทุกคนได้นะ”เซ็ทถอนหายใจเฮือกใหญ่ หงายหลังลงเตียงแล้วเอามือปิดหน้า แต่ก่อนจะได้คิดไปมากกว่านั้นเสียงของโรก็ดังทะลุออกมาจากในหัว จนความคิดมากมายกระเด็นหายไป{เซ็ท! นี่เรียกคุณมาสิบรอบแล้ว ฟังผม! ปล่อยมันไป ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น}“...โร”{คุณอาจจะผ่านเหตุการณ์แบบเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่ง คุณอาจจะรู้ทุกเรื่องทุกความเป็นไปได้ แต่อย่าลืมว่าคุณทำไม่ได้ทุกอย่าง ...คุณในตอนนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พิเศษที่ต้องทำตามคำสั่งกองทัพเพื่อโลกอะไรนั่นอีกแล้ว คุณเป็นอิสระ ในตอนนี้คุณก็เป็นแค่คนธรรมดา เป็นเด็กอายุสิบหกคนหนึ่ง ไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ}“...”{ต่อให้คุณจะวิเศษวิโสหรือเก่งกาจแค่ไหน คุณก็ช่วยคนทั้งโลกไม่ได้หรอก ดังนั้นเลิกคิดซะ จะติดตามสถานการณ์ต่อไปก็ได้ แต่คุณต้องเลิกคิดจะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวคนเดียวซะ}“...”{ให้ธรรมชาติเป็นตัวตัดสินว่ามนุษย์คนไหนจะได้อยู่ต่อหรือต้องตายเถอะเซ็ท}“...นี่ฉันโดนนายเรียกสติอีกแล้วสิเนี่ย?”เซ็ทหัวเราะเสียงแผ่ว ใบหน้าผ่อนคลายลงอย่างมาก หลังจากฟังโรบ่นต่อไปอีกพักใหญ่ เซ็ทถึงได้ทำท่ายกมือสองข้างขึ้นยอมแพ้“รู้แล้วๆ เอาตามที่นายว่าก็ได้ ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น”{กลับมาเป็น ZET ZERO คนเดิมของผมนิดนึงแล้วสิ ผมพูดจริงนะว่าบางทีก็อยากได้คุณคนเดิมกลับมา อยู่กับคุณในตอนนี้เหมือนผมเป็นพี่เลี้ยงเด็กมากกว่าระบบผู้ช่วยซะอีก}ถึงจะแอบหงุดหงิดกับคำพูดของโรนิดหน่อย แต่เซ็ทก็โต้กลับทันควัน“อยากให้ฉันกลับไปเป็นคนที่ฟังแต่คำสั่งกองทัพ ไม่สนว่าใครจะอยู่หรือตายเหมือนเดิมงั้นสิ?”{...ก็ไม่...แค่แบบขอความพอดีหน่อย}“จะพยายามปรับจูนให้ได้แบบที่นายต้องการในสักวันละกัน”{ให้ไว ก่อนที่ผมจะเผาสมองคุณ}
    ‘บางครั้งมนุษย์ไม่ใช่ผู้เลือก ธรรมชาติต่างหากที่เป็นผู้เลือก’

    --------------------------------โรพี่เลี้ยงเด็กได้บทไปเต็มๆ ในส่วนนี้เซ็ทจะเหมือนเป็นคนเดียวที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว สำหรับคนธรรมดามันก็เลยมีความรู้สึกว่า ในเมื่อเรารู้ เราก็ควรทำอะไรสักอย่าง ประมาณนั้น เปรียบเทียบง่ายๆ บังเอิญได้ยินครูคุยกันพรุ่งนี้สอบ จะไปบอกเพื่อนมั้ยล่ะ หรือจะกั๊กไว้ ถถถถ //ความเป็นแฟนตาซีเริ่มมาเยอะขึ้น มันแฟนตาซีจริงๆ นะเออแมวไม่รู้มารยาทในการกินของเกาหลีนะ หาข้อมูลไม่เจอ เจอแค่ตอนดื่มโซจู คนอายุน้อยสุดต้องรินให้คนอายุเยอะกว่า ไม่เทเติมแก้วตัวเอง แล้วก็ต้องคอยเติมให้คนอื่น เคร่งในเรื่องลำดับอาวุโสพอตัว (โดยสรุป)จะบอกว่าตั้งแต่บ่ายเน็ตบ้านแมวก็เจ๊งแบบหาสาเหตุไม่ได้ ติดต่อบริษัทนานแต่ไม่มีผล นี่ลงด้วยเน็ตโทรศัพท์ เวลาในการตรวจทานเลยน้อยกว่าปกติ คำผิดหลุดมาเยอะหน่อยต้องขออภัยล่วงหน้านะคะขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการเปย์ ทุกคอมเม้นต์ ทุกรีวิว ทุกแชร์ ขอบคุณคนอื่นทุกคน แมวอาจลงท้ายแบบนี้แทบทุกตอน แต่แมวก็ขอบคุณจริงๆ รักนะคะ