(2)
มุกจันทร์รู้สึกอ่อนใจกับเขาเหลือเกิน นับวันเขายิ่งออกลายขึ้นทุกที
“มุกเหม็น เหงื่อเต็มตัวยังจะมากอดมุกอีก”เธอเงยหน้ามองสบตาเขา และย่นจมูกใส่เขา
“เหม็นตรงไหนกันเหงื่อนี่มันมีกลิ่นมีฟีโรโมน เซ็กซี่จะตายไป”
เขาพูดจบแล้วก็กระชับอ้อมแขนรัดเธอให้แนบชิดกับแผ่นอกเขามากขึ้นแถมยังยกแขนตัวเองขึ้นทำท่าสูดดมอย่างกับกลิ่นเหงื่อของตนเองนั้นหอมซะเต็มประดายังไม่พอ เขายังยกแขนมาทางมุกจันทร์ ให้เธอดมเหงื่อของเขาอีกด้วย
มุกจันทร์ย่นคอหนี เขานี่ช่าง...ไม่รู้จักอายเลยรึไงนะ
“อี๋ ไม่เอา มุกเหม็น ไปไกลๆ เลยนะ”
มุกจันทร์ร้องประท้วงพยายามเอามือดันตัวเขาให้ออกห่าง แทนที่จะร่างแข็งแรงตรงหน้าจะเห็นใจเธอ เขากลับยิ่งยกแขนมาให้เธอดม
“คุณมุกลองดมดูสิหอมจะตาย” เขาพูดอย่างชอบใจ เขาเบิกบานใจจริงๆ เวลาที่ได้แกล้งเธอเล่น
มุกจันทร์พยายามหลบแต่ก็หลบไม่พ้น กลิ่นเหงื่อจากกายเขาโชยมาเข้าจมูก เป็กลิ่นออกเค็มๆ ของเหงื่อและยังมีกลิ่นหอมแปลกๆ ที่เธอคุ้นเคยปนอยู่ด้วย อย่างที่เขาบอกมันคงมีฟีโรโมนผสมอยู่ในเหงื่อของเขาและเธอชินและชอบกลิ่นนี้ไปแล้ว แม้ไม่อยากยอมรับแต่เธอก็รู้ดีว่าเธอชอบกลิ่นกายของเขา มุกจันทร์เริ่มหน้าแดงขึ้นมา เธอหยุดมือตัวเองที่กำลังทุบหน้าอกเขา
“คุณดินไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เหงื่อเต็มตัวมาโดนมุก เดี๋ยวมุกคัน”
แม้เธอจะไม่ได้รังเกียจกลิ่นเหงื่อของเขาแต่เหงื่อที่ขับออกมาจากร่างกายมันมีเกลือแร่ปนอยู่ด้วย แน่นอนว่ามันเค็ม ให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะแล้วยังคันอีกด้วย
“คันตรงไหนเหรอครับให้ผมช่วยเกาไหม”
เขายังคงตอบอย่างยียวนกวนประสาทเธอดูท่าทางเขาคงไม่ยอมรามือจากเธอไปง่ายๆ
“ก็ต้องคันตรงที่โดนเหงื่อสิคะถามได้ จะให้มุกคันตรงไหนล่ะ”
“ก็นึกว่าคันที่อื่นผมถนัดช่วยให้หายคันนะ”
เขาตอบพาซื่อแต่มุกจันทร์รู้ดีว่าหมาป่าอย่างเขาน่ะห่างไกลคำว่าซื่อมากมายนัก
คราวนี้มุกจันทร์รู้สึกทนต่อไปอีกไม่ไหวมือเรียวสวยทาบกับอกแน่นตึงของเขา ลูบไล้ไปมา รอบยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากเขาทำหน้าเคลิบเคลิ้มบ่งบอกว่าชอบที่เธอเธอััเขาแบบนี้เธอไม่ค่อยััเขาเพราะเธอรู้สึกอายที่จะเป็ฝ่ายแสดงออก เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจและจากนั้นก็
“โอ๊ยคุณมุกคร้าบ... ที่รัก”
เขาร้องออกมา เมื่อมือเรียวสวยที่ััเขาอย่างวาบหวามเมื่อครู่จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็จิกนิ้วเพื่อหยิกผิวเนื้อบริเวณหน้าอกเขาอย่างรุนแรง แถมไม่ได้หยิกเปล่ามือบอบบางคู่นั้นยังโหดร้ายถึงขั้นที่ว่าตอนนี้กำลังบิดผิวเขาไปมาอีกด้วย เขาเจ็บจนสะดุ้ง
“คุณมุกคร้าบพอแล้วครับ เจ็บแล้ว”
เขาพูดพลางยกมือขึ้นกุมมือของเธอแล้วกำไว้แน่นพยายามแกะมือของเธอออกจากการจิกผิวของเขา ไม่เปิดโอกาสให้เธอแสดงความร้ายอาจได้อีก
“ทีนี้จะเลิกแกล้งมุกได้หรือยังคะ”
“ได้แล้วจ้ะไม่แกล้งแล้ว ใครจะกล้าขัดใจคุณมุกล่ะ”
ปากเขาบอกว่ายอม แต่ก็ยังมิวายยังอ้อนเธอ
“ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะแล้วนี่กินข้าวเย็นมาหรือยังคะ”
“ยังครับกลับมากินที่บ้าน เดี๋ยวคุณมุกเหงาไง ดูสิผมใส่ใจจะตาย”
มุกจันทร์ระอาใจกับเขาจริงๆเขานี่ถ้าไม่แกล้งเธอ ก็หยอดเธอ อ้อนเธอ ต่างจาก่ๆ ที่เธอเจอเขาราวกับคนละคน แรกๆเธอยังเคยคิดว่าเขาเป็ก้อนหินที่ด้านชาซะด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเปลี่ยนไปเป็แบบนี้ไปได้
“งั้นเดี๋ยวมุกตั้งโต๊ะอาหารไว้รอค่ะคุณดินไปอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วมากินข้าวกันค่ะ”
“ได้ครับแล้วหลังจากกินข้าว เราค่อยกินอย่างอื่นกันนะ”
เขาพูด ประโยคที่ดูเหมือนธรรมดาแต่มุกจันทร์รู้อยู่เต็มอกว่าเขาหมายถึงอะไร
“รีบไปอาบน้ำเลยนะคะไม่งั้นก็ไม่ต้องกินแล้ว”
“ไปแล้วครับไปแล้ว”
เขารีบผละจากไปเหมือนเชื่อฟังเธอ แต่พอเดินผละจากเธอไปได้สามสี่ก้าว ก็ยังไม่วายหันกลับมาถามเธอ
“หมายถึงข้าวหรืออย่างอื่นครับที่ไม่ต้องกินแล้ว”
“คุณดิน”
“โอเคครับอาบน้ำ อาบน้ำ” เขาได้แกล้งแหย่เธอเล่นจนเบิกบานใจ ก็เดินเข้าห้องไปเพื่ออาบน้ำ
มุกจันทร์แกล้งตีสีหน้าโมโหกลบเกลื่อนเธอจะไม่รู้ได้ยังไงว่าที่เขาพูดหมายถึงเื่ไหนแต่เธอไม่อยากแสดงท่าทางเขินอายให้เขาเห็น เพราะยิ่งเขาเห็นเธอทำท่าเขินอายหน้าแดง เขาก็จะยิ่งแกล้งเธอ เธอจึงต้องโมโหเพื่อไม่ให้เขาได้ใจว่าจะรังแกเธอได้ง่ายๆ
แต่สิ่งที่มุกจันทร์ไม่รู้ก็คือแม้ปากเธอจะทำเป็โมโห แต่แววตาของเธอกลับซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่อยู่แถมใบหน้าสวยยังซับสีแดงเรื่ออีกด้วย บ่งบอกว่าเธอกำลังเขินอายนั่นทำให้เขาพอใจมาก
มุกจันทร์เดินเข้าครัวยกอาหารที่เตรียมไว้อุ่นในไมโครเวฟ และยกขึ้นตั้งโต๊ะเพื่อรอเกินข้าวเย็นกับเขา
ก่อนหน้านี้แม่สามีของเธอส่งแม่บ้านอีกคนมาอยู่ช่วยทำกับข้าวให้เธอเพราะคิดว่าคนเมืองรุ่นใหม่อย่างเธอคงไม่ถนัดทำอาหาร แต่เธอบอกขอบคุณและขอแค่เด็กช่วยงานบ้านแค่คนเดียวก็พอเพราะตัวเธอเองก็พอทำอาหารได้ เธอใช้ข้ออ้างว่าอยากทำอาหารให้เขากินดังนั้นแม่ของเขาจึงไม่ได้ขัดอะไรมีบางครั้งที่แม่ของเขาจะให้คนเอาอาหารหรือของกินเล่นมาส่งให้ซึ่งเธอรู้สึกขอบคุณเพราะนี่แสดงว่าแม่สามีของเธอยอมรับฟังคำขอของเธอและไม่ได้รู้สึกไม่พอใจที่เธอไม่รับแม่บ้านช่วยทำอาหารที่แนะนำมาให้
มันก็จริงที่ว่าการมีคนมาช่วยทำงานบ้านให้ทุกอย่างเป็เื่ดีเธอเองก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำเองแต่ว่าหากให้คนที่มีประสบการณ์ชีวิตเยอะมาอยู่ในบ้านด้วยแม้จะอยู่แค่ใน่เวลากลางวัน เธอก็กลัวว่าข้อตกลงที่เธอทำไว้กับเขาและ้าจะปิดเป็ความลับนั้นจะไม่ลับอีกต่อไปต่างกับเด็กสาวรุ่นๆ อย่างมะปราง ที่ไม่มีประสบการณ์ และเป็คนซื่อๆ มะปรางไม่ทำอะไรนอกเหนือจากที่เธอบอกและไม่คิดทึกทักอะไรไปเองอีกทั้งมะปรางเป็เด็กสาวที่ไม่ค่อยได้เจอกับแม่สามีของเธอบ่อยนักเธอจึงค่อนข้างวางใจว่าการเลือกมะปรางมาช่วยงานที่บ้านนั้น จะยังคงเก็บความลับของเธอกับเขาต่อไปได้
มุกจันทร์ตั้งโต๊ะอาหารเสร็จแล้วเธอนั่งรอให้เขาอาบน้ำเสร็จ จะได้เริ่มกินข้าวเย็นกันซะที