บทที่ 2
ชะตากรรมที่ตกต่ำ
รถม้าเคลื่อนที่อยู่บนถนนที่ไร้ซึ่งผู้คนเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าอย่างช้าๆบนถนนในขณะที่กำลังเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้า รถม้าที่กำลังวิ่งอยู่บริเวณด้านในมีเด็กหนุ่มวัย16 ปีผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่หมดหวัง
จางิชะตากรรมของเขาถือกำเนิดมาเป็รัชทายาทแห่งดินแดนนี้แต่ในยามนี้กับโดนเนรเทศออกมาจากภายในวังถูกปลดยศและบรรดาศักดิ์ทุกอย่าง
ยศและบรรดาศักดิ์นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขานั้น้าแต่สิ่งที่เขา้าในตอนแรกมันคือการฝึกฝนวรยุทธ
แม้ว่าผู้อื่นจะไม่รู้แต่ว่าตัวของเขารู้ดีที่สุดเขาเป็ผู้ที่อยากจะฝึกฝนวรยุทธทำให้ตนเองนั้นแข็งแกร่งที่สุดภายในใต้หลัาแต่ชะตากรรมถือกำเนิดใหม่ภายในร่างกายที่ไร้ซึ่งพร์
ถือกำเนิดใหม่ภายในร่างกายที่ไร้ซึ่งพร์ในตอนนี้ร่างกายนี้ไม่สามารถแม้กระทั่งฝึกฝนวรยุทธหรือไม่มีแม้กระทั่งลมปราณภายในร่างกาย
ในตอนนี้โดนเนรเทศมาอยู่บริเวณชายแดนคำสั่งถูกส่งออกมาปลดยศบรรดาศักดิ์ในฐานะองค์รัชทายาทของเขาทั้งหมดและให้เนรเทศออกมาอยู่ชายแดนไม่ให้หวนคืนกลับไปสู่เมืองหลวง
เดินทางออกมาจากเมืองหลวงได้ประมาณสามวันเต็มเต็มเดินทางยังไม่หยุดครับตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงชายแดนของอาณาจักรชิง
เมื่อได้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้รถม้าที่กำลังเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้าค่อยค่อยเคลื่อนที่ออกจากเส้นทางอย่างช้าๆ
เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่ภายในรถม้าสังเกตได้ถึงความผิดปกติดวงตาของเขามองขึ้นมาเห็นทัศนียภาพบริเวณด้านนอกรถม้าค่อยค่อยออกนอกเส้นทางไปเรื่อยเรื่อย
ภายในใจเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกบางอย่างที่มันเกิดขึ้นคิ้วทั้งสองข้างบนใบหน้าเริ่มคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างสงสัย
โดยในตอนนี้เส้นทางที่เริ่มวิ่งออกมาจากเส้นทางเริ่มวิ่งเข้ามาภายในป่าภายในป่าที่บริเวณรอบรอบนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้มากมาย
ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่เส้นทางในตอนนี้มันหลุดนอกเส้นทางทางเดินถนนปกติมาแล้วเขาเริ่มรู้สึกสงสัยเมื่อมองเห็นว่ารถมาที่ตนเองกำลังนั่งอยู่มันเริ่มเคลื่อนที่ออกมาจากบริเวณเส้นทางนั้น
ภายในใจปรากฏความสงสัยออกมาเริ่มทำการยื่นใบหน้าของตนเองออกไปบริเวณด้านนอกกินข้าวกับทหารที่เดินทางมาส่งที่ชายแดนว่า “ เ้ากำลังจะพาข้าไปที่ใด?”
เมื่อเขาเอ่ยถามออกไปผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าไม่ตอบกลับภายในรถม้าขบวนนี้มีพวกทหารที่เดินทางตามคำสั่งมาส่งเขาที่ชายแดนอยู่ประมาณร่วม 20 คนล้อมรอบรถม้าที่เขากำลังนั่งอยู่และกำลังเคลื่อนที่เข้าไปภายในป่าลึก
โดยในตอนนี้หลังจากที่เอ่ยถามออกไปพวกมันไม่ตอบกลับมาแม้เพียงนิดเดียวพวกมันทำการเคลื่อนที่รถม้าไปบริเวณด้านหน้าโดยที่ไม่ได้ตอบกับเขาแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกลับมา
ภายในใจของจางิเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่มันบังเกิดขึ้นเขาเริ่มใช้ดวงตาของตนเองสังเกตไฟบริเวณพื้นที่บริเวณรอบรอบสถานที่แห่งนี้
“ อย่าบอกนะว่า…” จางิกล่าวกับตนเองภายในใจหลังจากที่สามารถประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณรอบรอบด้าน
โดยพวกผู้คนเหล่านี้พูดมันคิดว่าเขาเป็องค์ชายรัชทายาทที่ไม่รู้อันใดแล้วก็อ่อนด้อยประสบการณ์โดยที่พวกมันยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็องค์ชายรัชทายาทก็จริงแต่ว่าเขา ไม่ใช่ผู้ที่อ่อนด้อยประสบการณ์เช่นอย่างที่พวกมันมันคิดเอาไว้
ในชีวิตก่อนเขามีชีวิตอยู่มาตั้งหลาย10 ปีในตอนนี้ทำการฝึกฝนผจญภัยภายในใต้หล้าพบเจอเื่ราวต่างๆมากมายมานับครั้งไม่ถ้วนพบเจอเหตุการณ์มามากมายมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ประเมินเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็ความตั้งใจของพวกมัน
เขารู้ได้ในทันทีว่าเป็ความตั้งใจของมันโดยในตอนนี้จากที่สังเกตุเห็นดูเหมือนว่าพวกมันนั้นจะทำการลอบสังหาร
จางิแม้ว่าภายในชีวิตก่อนเขาจะไม่ได้เกิดภายในราชวงศ์และก็ไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกับราชวงศ์แต่ว่าภายในใจก็รู้ดีว่าสำหรับคนที่หมดซึ่งอำนาจภายในราชวงศ์ชะตากรรมคงจะไม่พ้นความตาย
คนที่เป็อดีตองค์รัชทายาทในตอนนี้ไม่มีฐานะและไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ของตนเองและแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คงจะมีผู้คนคิดปองร้าย
จางิก้มใบหน้าของตนเองแล้วคิดภายในใจอย่างหนัก “ ผู้ใดกันผู้ใดที่เป็คนสั่งการในครั้งนี้เสด็จพ่ออย่างนั้นรึ?แต่ว่าเสด็จพ่อจะสังหารตัวของเราไปทำอันใดในตอนนี้ตัดสินใจส่งเรามาที่ชายแดน”
ในขณะที่เขากำลังคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าในตอนนี้ตัวของเขาไม่มีเวลามาคิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แล้ว
เขาไม่มีความคิดแล้วก็ไม่มีเวลาคิดว่าผู้ใดที่เป็คนสำคัญในครั้งนี้สิ่งที่จะต้องทำเป็ลำดับแรกคือการเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ให้ได้ก่อนเป็อันดับแรก
จางิหันใบหน้าของตนเองไปมองห่อผ้าที่เป็สัมภาระของตนเองที่พกติดมาด้วยเขาได้ใช้มือของตนเองยื่นไปแล้วก็ได้หยิบมันออกมาบางอย่างที่อยู่ภายในนั้นมันคือมีดสั้นเล่มเล็กๆที่เค้านั่งออกมาจากภายในห่อผ้า
เมื่อได้นำมันออกมาจากห่อผ้าเขาก็ได้ใช้ดวงตาของตนเองมองออกไปด้านนอกในขณะนั้นเองรถม้าที่กำลังวิ่งอยู่ก็ได้ลดความเร็วลงเป็เพราะว่าตกหลุมภายในป่า
เส้นทางภายในป่าไม่ได้เรียบเนียนเหมือนกับถนนบริเวณด้านนอกถนนเดินทางระหว่างเมืองยังมีหลุมแล้วก็มีถนนที่ไม่สม่ำเสมอเลยเพราะแบบนั้นเส้นทางในป่านั้นไม่ต้องคิด
ในตอนนี้รถม้าที่กำลังวิ่งอยู่ลดความเร็วลงอย่างเห็นได้ชัดเขาถือโอกาสนี้ในการกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของเขาะโออกไปบริเวณด้านนอกอย่างส่วนตัวร่างของเด็กหนุ่มพุ่งกระโจนออกมาจากรถม้าสร้างความตื่นตระหนกใให้กับพวกเหล่าทหารที่อยู่บริเวณรอบรอบเป็อย่างมาก
ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกใเมื่อมองเห็นว่าร่างของอดีตรัชทายาทกระโจนออกไป
“ ตู้บ!!!” “ ตู้บ!!! ” “ ตู้บ!!! ” “ ตู้บ!!! ” ร่างกายที่ะโออกมาจากรถม้ากระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นความรู้สึกของร่างกายนั้นเ็ปเป็อย่างมาก
ร่างกายนี้เป็เพียงแค่ร่างกายของคนธรรมดาทั่วไปเพราะแบบนั้นเพียงแค่ตกจากรถม้าที่มีความเร็วเพียงแค่นี้ก็รู้สึกเ็ปแล้ว
แต่ว่าแม้ว่าจะเ็ปเขาเองก็กัดฟันแน่นแหละรีบลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้าไปภายในป่าอย่างรวดเร็ว
“ แย่แล้วมันหนีไปแล้ว” พวกทหารทำการส่งสัญญาณให้กับผู้นำขบวนที่เป็แม่ทัพที่เดินทางม้าส่งให้ล่วงหน้า
ชายที่สวมใส่ชุดเกราะผู้นั้นที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าดันหน้ามันหันกลับมามองด้านหลังเมื่อเห็นว่าจางิกำลังวิ่งหนีไปดวงตาทั้งสองข้างของมันได้เบิกความขึ้นพร้อมกับคว้าหยิบลูกธนูแล้วก็คันธนูที่อยู่บริเวณด้านหลังของตนเองออกมาตามสัญชาตญาณ
มันทำการยกคันธนูของมันขึ้นแล้วก็ออกและยิ่งอย่างเต็มแรงเพียงแค่พริบตาเดียวลูกศรพุ่งทะยานเข้ามาปักบริเวณแผ่นหลังของจางิ “ ฉึบ!!! ”
จางิความเ็ปแผลซ่านเหล็กแหลมทิ่มแทงเข้ามาที่บริเวณแผ่นหลังร่างกายของเขาเกือบจะทรุดต่ำลงไปที่พื้นเพียงแต่ว่าเขาพลิกร่างกายของตนเองเซไปพิงกับต้นไม้
ร่างกายของเขาพิงเข้าไปกับต้นไม้แล้วก็พลิกร่างกายของตนเองหลบหลังต้นไม้อย่างรวดเร็วจางิหลบอยู่บริเวณด้านหลังต้นไม้เขารอดผลจากวิสัยทัศน์การมองเห็นของมัน
เมื่อสามารถรอดพ้นจากวิสัยทัศน์การมองเห็นของมันได้เรียบร้อยเขากัดฟันแน่นแล้วก็ดึงลูกธนูที่แผ่นหลังของตนเองออก
เมื่อดึงลูกธนูที่แผ่นหลังของตนเองความเ็ปมหาศาลมันได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายฟันภายในปากของเขาพยายามกัดกันแน่นไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
เขาใช้ดวงตาของตัวเองหันไปสังเกตบริเวณด้านหลังมองไปที่กลุ่มทหารเ่าั้แต่ในขณะที่ใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองบริเวณด้านหลังเขาไม่ทันได้สังเกตเมื่อหันกลับมามองด้านหน้า
กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งทะยานแล้วก็เสียบเข้าที่ท้องของเขา “ ฉึบ!!! ”
โลหิตสีแดงกระจายออกมากระบี่เหล็กเล่มนั้นเสียบทะลุท้องของเขาแทงปากเข้าไปที่บริเวณต้นไม้ด้านหลังยึดตึงร่างกายของเขาเอาไว้กับต้นไม้
ดวงตาของเขาค่อยค่อยเงยขึ้นแล้วก็มองไปที่ชายผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองแม่ทัพผู้นั้นที่หายไปจากบริเวณนั้นมันได้ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับใช้ดวงตามองตรงมากด้วยความเย้ยหยันก่อนที่จะพูดขึ้น “ อยากโกรธกันเลยรัชทายาทคนไร้ค่าภายในราชวงศ์จำเป็จะต้องถูกกำจัด”
เมื่อได้ยินคำนั้นที่หลุดออกมาจากปากของมันภายในใจของเขากรีดร้องด้วยความโกรธ “ บัดซบ!!! ”
แม่ทัพผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะค่อยๆปล่อยมือของตนเองจากกระบี่แล้วก็เดินหายออกไปจากบริเวณนั้น
ร่างกายของมันค่อยๆเดินผ่านไปเขาที่โดนกระบี่เล่มนั้นเสียบทะลุร่างกายและติดอยู่กับต้นไม้ความเ็ปเริ่มแผ่ซ่านแต่มันเองก็เริ่มด้านชาดวงตาทั้งสองข้างเริ่มเลือนลางในตอนนี้ความรู้สึกภายในร่างกายนั้นแทบจะไม่ได้ตอบสนองอันใดแล้ว
เขาเคยสามารถััได้ถึงความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนมันคือความตายในขณะที่ตนเองนั้นจะตายเมื่อนึกถึงชะตากรรมที่บัดซบยิ่งกว่าชีวิตก่อน ภายในใจของเขากำลังกรีดร้องไปด้วยความโกรธค่อยยกมือที่ไหนนิ้วนางของตนเองขึ้นมาจับกุมกระบี่ที่ปักอยู่ที่ท้องของตัวเอง “ ข้าไม่ยอมหรอก์บัดซบ!!!อย่างไรเสียข้าก็ไม่ยอมจบชีวิตลงในสถานที่แห่งนี้แน่นอน ”
เขาใช้แรงที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดดึงกระบี่ที่อยู่ตรงท้องของตนเองออกมาก่อนที่ร่างกายจะค่อยค่อยเอนล้มไปแล้วก็ตกไปกระแทกกับพื้น “ ตู้บ ”
[ระบบ :ยินดีต้อนรับสู่ระดับจักรพรรดิอสูร ]
จบบท