ศาลตัดสินให้ซูเยี่ยนพ้นความผิดเนื่องจากมีพยานเห็นกับตาว่าชายที่หนีออกมาจากห้องของพระสนมปิงปิงถอดหน้ากากออกกลายเป็นจอมโจรร้อยหน้าไม่ใช่ท่านซูเยี่ยนดังนั้นทางการจึงออกตามล่าจอมโจรไปทั่วทั้งแคว้น แต่ไม่อาจตามหาเจอเพราะจอมโจรผู้นี้สามารถปลอมตัวเป็นใครก็ได้ หรือสามารถเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆดังนั้นจอมโจรก็ยังคงลอยนวลอยู่
ณ ตำหนักของฮองเฮา
“พระองค์ทรงบงการจ้างกระหม่อมให้ลอบมีความสัมพันธ์กับพระสนมปิงปิงเหตุไฉนถึงมาเปิดโปงกระหม่อมเช่นนี้ล่ะพะย่ะค่ะ” จอมโจรร้อยหน้ากล่าวอย่างเอาเรื่อง
“ท่านจะกลัวอะไรในเมื่อท่านสามารถแปลงโฉมเป็นใครก็ได้ยังไงท่านก็สามารถรอดตัวไปได้ อ่ะนี่ รางวัล เจ้าหยิบแล้วก็รีบไปได้” ฮองเฮาตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” จอมโจรร้อยหน้ารับห่ออัฐมาเก็บไว้กับตัว และกำลังจะกระโดดหนีหายไปแต่ทว่าอยู่ดีๆ ทหารองครักษ์ข้างกายฝ่าบาทก็แทงเขาจากทางด้านหลังทำให้จอมโจรถึงกับกระอักเลือด
“มะ มะ หมายความว่ายังไงพะย่ะค่ะ”จอมโจรหันไปเห็นฝ่าบาท
“ฝ่าบาทเพคะเหตุใดถึงต้องฆ่าเขาด้วยล่ะเพคะ” ฮองเฮาทรงตกพระทัย
“ถึงมันจะเป็นคำสั่งของเจ้าแต่มันกล้ามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงของเรา เราปล่อยมันไว้ไม่ได้จริงๆ ” ฝ่าบาททรงแค้นพระทัย
“แต่ว่า” ฮองเฮาทรงรู้สึกผิด
จากนั้นจอมโจรร้อยหน้าก็ล้มคว่ำหน้าไป เขาหันหน้าไปทางคนที่สั่งฆ่าเขาดวงตาของเขาจ้องไปที่ฝ่าบาทด้วยความแค้น เมื่อเขาตายไปดวงตาก็ยังคงเปิดค้างอยู่อย่างนั้น
“เอาศพไปทำลายซะ” ฝ่าบาทตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
“วันนี้พระองค์ทรงมาหาหม่อมฉันทำไมงั้นหรือเพคะ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“เราได้ข่าวว่าเจ้าปลูกพืชมีพิษไว้เจ้าปลูกไว้ที่ไหนงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงอยากรู้
“ทรงถามหม่อมฉันทำไมหรือเพคะพระองค์ทรงจะนำไปใช้กับใครกันแน่ เอาไว้ให้หม่อมฉันนำมาให้พระองค์ดีมั้ยเพคะ”ฮองเฮาทรงเสนอ
“อย่าระแวงเราสิเราก็แค่อยากเอาไว้กำจัดศัตรูที่ต่อต้านเราเท่านั้น เราไม่อยากให้เจ้าไปนำมาด้วยตัวเองเรากลัวว่ามันจะมีผลถึงลูกในครรภ์ เราเป็นห่วงเจ้ามากเจ้ายังไม่เข้าใจเราอีกอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงต้องการส่งคนไปเก็บต้นพิษเอง
“หม่อมฉันปลูกไว้ที่เขาหิมะเพคะพืชชนิดนี้ต้องปลูกในที่เย็นจัดเท่านั้น และหากเก็บมาแล้วจะต้องรีบนำไปตากให้แห้งและบดให้ละเอียดทันที ไม่เช่นนั้นหากพืชเหี่ยวเฉาเสียก่อนฤทธิ์ของมันก็จะเสื่อมหายไปเพคะ” ฮองเฮาทรงยอมบอก
“ชอบใจมาก เจ้าดื่มยาบำรุงบ้างนะเราไปล่ะ” ฝ่าบาทตรัสแล้วเสด็จจากไปทันที
“เพคะ” ฮองเฮาทรงทำความเคารพฝ่าบาท
ในตอนนี้ ฮองเฮาทรงรู้สึกระแวงฝ่าบาทจริงๆเพราะหลังจากที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานพระสนมเหมยหลิง พระองค์ก็ทรงมองฮองเฮาแปลกๆลักษณะเหมือนว่าฝ่าบาททรงหวาดระแวงฮองเฮาตามคำยุยงของพระสนมเหมยหลิงอย่างไรไม่รู้แต่ฮองเฮาก็ทรงเลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะยังไงพระองค์ก็ทรงเป็นคนสำคัญที่จะช่วยทำให้ฝ่าบาทยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
ซูหลางเห็นซูเยี่ยนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยนางจึงรีบเดินเข้าไปสวมกอดลูกชายด้วยความดีใจ
“แม่ดีใจจริงๆ ลูกหมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะ นี่ต้องเป็นเพราะเหวยเหนียงช่วยแน่ๆ เลย” ซูหลางเชื่อเช่นนั้น
“มันเกี่ยวอะไรกับเหวยเหนียงงั้นหรือขอรับ”ซูเยี่ยนแปลกใจ
“วันก่อนแม่ได้ไปขอให้เหวยเหนียงช่วยชีวิตลูกไว้และนางก็รับปากแม่แล้วว่าจะช่วยเจ้าให้ถึงที่สุด”ซูหลางเล่า
“ลูกอยากจะไปขอบคุณนางขอรับ แม้ว่าลูกจะไม่รู้ว่านางช่วยเหลือลูกได้อย่างไรก็ตาม”ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน ลูกรีบไปเถิด แม่จะเข้าครัวทำอาหารเพื่อเลี้ยงฉลองในคืนนี้”ซูหลางกล่าว
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนก็เลยมุ่งหน้าไปหาเหวยเหนียงที่กระท่อมของนางทันที
******************************
เหวยเหนียงได้ขอร้องให้ผิงหลางพานางกลับมาส่งที่กระท่อมเพราะยังไงนางก็รู้สึกคุ้นเคยเมื่ออยู่ที่นั่นดังนั้นผิงหลางจึงขอไปอยู่ที่กระท่อมด้วยเพื่อดูแลเหวยเหนียงในช่วงที่นางยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับสภาพตาบอดเช่นนี้
ผิงหลางประคองเหวยเหนียงเข้าไปในกระท่อมและพานางนั่งบนเก้าอี้ดีๆ
“ข้าจะไปพบท่านหยางสือเพื่อถามว่าเขาทราบเบาะแสขององค์ชายหกหรือไม่”ผิงหลางกล่าว
“ทำไมต้องถามหาองค์ชายหกด้วยล่ะ”เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“พระองค์ทรงสามารถติดต่อหมอเทวดาได้ข้าจะไปขอร้องให้หมอเทวดารักษาดวงตาให้เจ้า” ผิงหลางกล่าว
“ไม่มีประโยชน์หรอกพิษที่ข้าได้รับเป็นพิษมืดมิดที่มารจันทน์ผาหรืออาจารย์ของฮองเฮาเป็นผู้เสาะหามาข้าคาดการณ์ว่าฮองเฮาทรงได้รับเมล็ดพันธุ์มาจากเขานั่นแหละพิษที่มารผู้นี้หามาจะไม่มียาแก้” เหวยเหนียงรู้ดี
“ข้าได้ยินว่าท่านซูเยี่ยนได้รับพิษจากมารจันทน์ผาที่ทำให้ความจำเสื่อมเขาก็ยังหายได้เลย” ผิงหลางแย้ง
“นั่นเพราะหมอเทวดาเป็นผู้ฉลาดเขารักษาโดยวิธีสะกดจิต ไม่ได้ใช้ยาแก้อะไรเลยแต่สำหรับดวงตาของข้าได้ถูกทำลายไปแล้ว จะรักษาได้ยังไง” เหวยเหนียงกล่าว
“ใจเย็นๆ ก่อนเหวยเหนียงอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ข้าเชื่อว่าท่านหมอเทวดาต้องมีวิธี ลองพบเขาดูสักครั้งนะ”ผิงหลางยังคงมีความหวัง
“ก็ได้! ขอบคุณนะผิงหลางชาตินี้ข้าก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนเจ้ายังไง” เหวยเหนียงรู้สึกซึ้งใจ
“พวกเราถือว่าเป็นสหายกันอย่าได้เกรงใจข้าเลย ข้าไปล่ะ” ผิงหลางรีบเดินออกไปจากกระท่อมทันที
ผ่านไปไม่นาน อยู่ดีๆผิงหลางก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในกระท่อม
“แย่แล้ว! แย่แล้ว!เหวยเหนียง” ผิงหลางโหวกเหวกโวยวาย
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือผิงหลาง”เหวยเหนียงสงสัย
“ท่านซูเยี่ยนกำลังมุ่งหน้ามาที่กระท่อมของเจ้า”ผิงหลางกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“จะทำอย่างไรดีล่ะข้าไม่อยากให้เขารู้ว่าข้าตาบอด” เหวยเหนียงรู้สึกลนลาน
“ทำไมล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“ข้าไม่ต้องการความสงสารจากเขา”เหวยเหนียงไม่อยากให้ใครมารับผิดชอบในตัวนาง
“เขารักเจ้ามากเขาคงอยากดูแลเจ้าด้วยตัวเอง” ผิงหลางรู้ดี
“ถือว่าข้าขอร้องนะผิงหลางเจ้าขัดขวางไม่ให้เขาเข้ามาในกระท่อมจะได้มั้ย บอกว่าข้าไม่อยู่ก็ได้” เหวยเหนียงขอร้องสหาย
“เขาไม่เชื่อข้าหรอกหากเจ้าไม่อยู่ที่กระท่อมจริง แล้วข้ามาทำอะไรที่กระท่อมเจ้าล่ะ” ผิงหลางคิดหาเหตุผลไม่ออกหากท่านซูเยี่ยนถามกลับ
“แล้วจะทำอย่างไรดีงั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะแสดงให้เป็นปกติมากที่สุดก็แล้วกัน” เหวยเหนียงยอมแสดงเป็นคนปกติไม่ได้พิการ
“งั้นเจ้านั่งอยู่ตรงโต๊ะนี้และหันหน้าไปทางประตู พยายามมองไปข้างหน้า ข้าคิดว่าเขาคงจับไม่ได้หรอก” ผิงหลางก็เลยช่วยจัดสภาพของเหวยเหนียงให้ดูเหมือนคนปกติให้ได้มากที่สุด
“อย่างนั้นก็ได้” เหวยเหนียงยอมทำตาม
“ตอนนี้ข้าหลบไปก่อนนะ” ผิงหลางรีบไปซ่อนตัว
เหวยเหนียงนั่งคอยให้ซูเยี่ยนเดินเข้ามาในกระท่อมนางต้องอาศัยทักษะการฟังให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้แสดงให้สมจริงจนกระทั่งซูเยี่ยนเดินเข้ามา
“วันนี้เจ้าไม่ไปดูดวงอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนสงสัย
“วันนี้ข้าพักหนึ่งวันแล้วเจ้าล่ะ มาทำอะไรที่นี่” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าจะมาขอบคุณที่เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้”ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อยท่านเข้าใจผิดแล้ว” เหวยเหนียงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ข้ารู้ว่าต้องเป็นฝีมือเจ้า เอาล่ะข้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าอีก ข้าเดินทางมาไกล ข้าขอดื่มน้ำชาหน่อยสิ”ซูเยี่ยนต้องการหาเรื่องอยู่กับเหวยเหนียงให้ได้นานที่สุด
“ข้าไม่ใช่ฮูหยินของท่านท่านบริการตัวเองเถิด” เหวยเหนียงกล่าวไปเช่นนั้นก็เพราะว่าหากนางบริการไปต้มน้ำชาให้เขาเขาก็จะต้องจับได้อย่างแน่นอนว่าเหวยเหนียงตาบอด
“แต่เจ้าเป็นเจ้าบ้านนะ” ซูเยี่ยนแปลกใจ
“ข้าไม่ใช่เด็กรับใช้หากท่านไม่พอใจก็ไปซะ” เหวยเหนียงแสร้งแสดงท่าทางไม่เป็นมิตร
ซูเยี่ยนก็เลยเดินไปจัดเตรียมน้ำชาด้วยตัวเองแม้กระทั่งต้มน้ำร้อนเอง
ในขณะที่เหวยเหนียงก็ไม่ยอมลุกไปไหนเพราะกลัวว่าจะแสดงพิรุธให้ฝ่ายชายเห็น
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ซูเยี่ยนก็รินน้ำชาร้อนๆให้เหวยเหนียงด้วย
“ทำเหมือนบ้านตัวเองเลยนะ”เหวยเหนียงกล่าวประชด
“บ้านฮูหยินก็เหมือนบ้านข้านั่นแหละ”ซูเยี่ยนกล่าวยิ้มๆ
“ท่านพูดอะไรโปรดรักษาเกียรติของข้าด้วย ข้าไม่ใช่ฮูหยินของท่าน” เหวยเหนียงรีบแย้ง
“อย่างน้อยก็เคยเป็น” ซูเยี่ยนพยายามมองตาเหวยเหนียงเพราะแอบหวังว่านางจะสามารถรับรู้ได้ว่าเขารักและเป็นห่วงนางมากแค่ไหน
“ท่านรีบดื่มน้ำชาแล้วรีบไปซะ”เหวยเหนียงรีบไล่
“แล้วทำไมเจ้ายังไม่ดื่มน้ำชาล่ะ”ซูเยี่ยนยังไม่ยอมไป
“ข้ากลัวเจ้าวางยา” เหวยเหนียงกล่าวไปเช่นนั้นเอง ทั้งๆที่รู้ว่าซูเยี่ยนไม่มีทางคิดทำร้ายนาง
“ข้าเป็นคนแบบนั้นอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนขมวดคิ้ว
“สมัยก่อนท่านชอบแกล้งข้านี่”เหวยเหนียงกล่าวอ้าง
“ตอนนี้ข้าไม่แกล้งเจ้าหรอกดื่มเถอะ” ซูเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าไม่ได้กระหายเสียหน่อยท่านมีอะไรอีกมั้ย ท่านรีบกลับไปเถอะ ข้ายินดีด้วยที่ท่านพ้นมลทิน” เหวยเหนียงรีบตัดบท
“ข้ากลับก็ได้วันหลังข้าจะมาใหม่” ซูเยี่ยนอยากมาพบเหวยเหนียงอีก
“จะมาทำไมไม่ทราบ” เหวยเหนียงคิดว่าหากซูเยี่ยนมาอีก มีหวังถูกจับได้แน่ว่านางตาบอด
“ก็ข้าอยากมา เจ้าไม่ต้อนรับข้าข้าก็บริการตัวเองเท่านั้นเอง” ซูเยี่ยนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“นี่เจ้า” เหวยเหนียงหมดคำจะพูด
“ข้าไปล่ะ” ซูเยี่ยนยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินจากไป
พอท่านซูเยี่ยนเดินพ้นประตูไปเหวยเหนียงถึงกับโล่งอกที่ซูเยี่ยนจับไม่ได้ว่านางตาบอด แต่ทว่าเดชะบุญเหวยเหนียงดันปัดถ้วยน้ำชาตกแตกลงพื้น
“โอ๊ย! ร้อน!ร้อน!” น้ำชาร้อนๆ หกรดใส่มือของเหวยเหนียง
เหวยเหนียงพยายามย่อตัวก้มเก็บเศษถ้วยที่แตกนางพยายามคลำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเศษถ้วยบาดมือ “โอ๊ย! เจ็บ”
ผิงหลางรีบมาช่วยเก็บเศษถ้วยน้ำชาที่แตกและรีบประคองเหวยเหนียงให้นั่งดีๆ “เจ้าตาบอดอยู่นะให้ข้าทำเองดีกว่า”
ผิงหลางกำลังนำเศษถ้วยทั้งหมดไปทิ้งข้างนอกแต่นางก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นซูเยี่ยนกำลังยืนมองเหวยเหนียงอยู่
“เอ่อ คือ” ผิงหลางไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี
ซูเยี่ยนใช้นิ้วจุ๊ปากไม่ให้ผิงหลางส่งเสียงเขาเดินเข้าไปใกล้เหวยเหนียงช้าๆโดยที่เหวยเหนียงไม่รู้เลยว่าเขาได้เข้าไปในกระท่อมแล้วเมื่อเขาเห็นดังนั้นเขาก็เลยลองใช้มือโบกผ่านหน้าของหญิงสาว เมื่อนางไม่ตอบสนองเขาก็เลยรู้ว่าเหวยเหนียงตาบอดจริงๆ
ซูเยี่ยนรู้สึกเศร้าใจมากเขารีบไปนำยามาทำแผลที่ฝ่ามือให้กับเหวยเหนียง
“ขอบใจนะผิงหลางข้าคงต้องปรับตัวอีกนาน กว่าจะเคยชินในสภาพที่ตาบอด” เหวยเหนียงกล่าว
หลังจากทำแผลเสร็จ ซูเยี่ยนก็เลยรีบถาม “ตาของเจ้าบอดได้อย่างไร”
เหวยเหนียงตกใจมากที่ได้ยินเสียงของซูเยี่ยนนางจึงรีบชักมือกลับทันที “ซูเยี่ยน! เจ้าอยู่ในกระท่อมอย่างนั้นหรือ”
“บอกมา! เหวยเหนียง!ใครทำอะไรเจ้า ข้าจะไปจัดการมัน” ซูเยี่ยนคาดคั้นเอาคำตอบ
“มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครทำอะไรข้าหรอกซูเยี่ยน” เหวยเหนียงรีบแก้ตัว
พอซูเยี่ยนเห็นผิงหลางเดินเข้ามาเขาก็เลยเค้นถามความจริงจากปากของผิงหลางแทน “บอกมานะผิงหลางเหวยเหนียงตาบอดได้อย่างไร”
“เจ้าอย่าบอกนะผิงหลาง” เหวยเหนียงรีบห้ามสหาย
“ข้าบอกให้เจ้าบอกมาไงล่ะผิงหลาง” ซูเยี่ยนกล่าวแกมตะคอกเพื่อให้ผู้ที่เคยอยู่ภายใต้บังคับบัญชาเกรงกลัว
ผิงหลางเป็นคนกลัวอดีตท่านแม่ทัพอยู่แล้วนางก็เลยยอมบอกอย่างง่ายดาย “เหวยเหนียงต้องการช่วยชีวิตท่านนางก็เลยเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อต่อรองพระนางพระนางทรงสั่งให้เหวยเหนียงเล่นเกมช่วยชีวิตซึ่งมีทั้งหมดสามเกมด้วยกัน นั่นจึงทำให้นางสามารถช่วยชีวิตบัณฑิตที่ต่อต้านฝ่าบาทและเด็กน้อยวัย8 ขวบได้ในสองเกมแรก แต่เกมสุดท้ายเป็นเกมช่วยชีวิตท่านนางจะต้องเลือกกระบอกไม้ไผ่ที่ภายในบรรจุไม้เซียมซีที่มีชื่อของท่านแม้ว่านางจะเลือกถูก แต่ในกระบอกนั่นกลับบรรจุควันพิษของมารจันทน์ผาด้วย ทำให้เมื่อเหวยเหนียงเปิดจุกออกควันพิษก็พุ่งใส่ตาของนาง นางจึงตาบอดดังที่ท่านเห็นเจ้าค่ะ”
“ฮองเฮาทรงอำมหิตยิ่งนัก”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างแค้นใจ
“ท่านกลับไปเสียเถิดซูเยี่ยน”เหวยเหนียงรีบไล่
“เจ้ายอมเสียสละถึงเพียงนี้ข้าจะทอดทิ้งเจ้าได้อย่างไร” ซูเยี่ยนอยากดูแลเหวยเหนียง
“ข้าไม่ต้องการความสงสารจากเจ้าเจ้าไปซะ” เหวยเหนียงกล่าวทั้งน้ำตา
“เจ้าออกไปก่อนเถอะนะผิงหลางข้าต้องการคุยกับนางเป็นการส่วนตัว” ซูเยี่ยนอยากคุยกับเหวยเหนียงสองต่อสอง
“เจ้าค่ะท่านซูเยี่ยน” ผิงหลางรีบเดินออกจากกระท่อมทันที
จากนั้นซูเยี่ยนก็ดึงตัวเหวยเหนียงเข้ามากอดไว้
“ปล่อยข้านะซูเยี่ยนเจ้าจะทำอะไร” เหวยเหนียงพยายามขัดขืนแต่ฝ่ายชายกอดนางแน่นมาก
“ข้ารักเจ้านะเหวยเหนียง”ซูเยี่ยนยอมเปิดใจพูดความจริง
“อย่าหลอกข้าเลยพวกเราต่างไม่ถูกกัน ท่านอย่าแกล้งทำเป็นชอบข้าเพียงเพราะสงสารที่ข้าตาบอดเลย”เหวยเหนียงไม่ต้องการให้ใครมาสงสารนาง
“ข้าสารภาพกับเจ้าก็ได้ว่าข้าไม่ได้รับพิษจากมารจันทน์ผา”ซูเยี่ยนกล่าวตามตรง
“อะไรนะ! นี่ท่านหลอกลวงทุกคนอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงตกใจ
“ข้ามีคดีหนีทัพติดตัวข้าไม่อยากให้ครอบครัวต้องโทษประหารไปด้วย ข้าก็เลยแกล้งแสดงอาการเหมือนถูกพิษที่ทำให้ความจำเสื่อมของมารจันทน์ผา”ซูเยี่ยนบอกเหตุผล
“ถึงว่า! ท่านถึงเอาแต่แกล้งข้า”เหวยเหนียงกล่าว
“ที่ข้าทำลงไปเพราะต้องการให้เจ้ายอมจากไปข้าไม่อยากให้เจ้าลำบากไปกับครอบครัวของข้าด้วยต่างหากแต่ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความอดทน ถึงขั้นยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขกับครอบครัวของข้าแบบนี้”ซูเยี่ยนมองเห็นความดีในตัวเหวยเหนียง
“ทุกอย่างที่ข้าทำลงไปเพราะข้าสงสารท่านป้าต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับท่าน” เหวยเหนียงแข็งใจพูด
“ข้ารับรู้ความรู้สึกของเจ้าว่าเจ้าเองก็รักข้าเช่นกัน” ซูเยี่ยนมองออก
“โปรดอย่าหลงตัวเองข้าไม่ได้รักท่าน และโปรดอย่าลืมว่าพวกเราหย่าขาดกันแล้วพวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก” เหวยเหนียงย้ำ
“ข้าจะดูแลเจ้าเอง” ซูเยี่ยนอยากอยู่กับเหวยเหนียง
“ไม่! ข้าไม่ต้องการให้ท่านมาดูแลเพื่อตอบแทนบุญคุณ”เหวยเหนียงรีบปฏิเสธ
“เพราะข้าอยากอยู่กับเจ้าต่างหาก”ซูเยี่ยนเผยความในใจ
“ข้าไม่เชื่อ! เจ้าไปซะหวังว่าคนที่เคยเป็นแม่ทัพยิ่งใหญ่อย่างท่านจะไม่ฝืนใจผู้หญิงให้อยู่กับท่านด้วยหรอกนะ”เหวยเหนียงกล่าวอ้าง
“งั้นข้าจะหาวิธีรักษาดวงตาของเจ้าเอง” จากนั้นซูเยี่ยนก็วิ่งออกไปจากกระท่อมทันที
ผิงหลางเดินเข้าไปดูเหวยเหนียง “ทำไมเจ้าจะต้องฝืนใจตัวเองด้วยล่ะในเมื่อเจ้ารักซูเยี่ยนมาก เจ้าจะปฏิเสธเขาทำไม”
“ผิงหลาง! เจ้าอย่าลืมสิว่าตอนนี้ครอบครัวของซูเยี่ยนยังอยู่ในช่วงตกต่ำแล้วเจ้าจะให้ข้าไปเป็นภาระของพวกเขาอีกอย่างนั้นหรือแค่นี้ท่านป้าก็ทำงานหนักมากแล้วนะ หากมีคนตาบอดไปอยู่ในบ้านของนางอีก ท่านป้าจะไม่แย่อย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงเป็นห่วงท่านป้า
“ข้าเชื่อว่าท่านป้ายังคงรักและเอ็นดูเจ้าเหมือนเดิมนะเหวยเหนียง”ผิงหลางกล่าว
“แต่ข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงชีวิตใครหวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้านะ” เหวยเหนียงไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน
“เอาไว้ให้ข้าตามหาหมอเทวดาเจอและท่านหมอสามารถรักษาเจ้าหายเมื่อไหร่ เจ้าต้องสารภาพรักกับท่านซูเยี่ยนนะเจ้าเองก็รู้ว่าชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น จะตายจากกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้หากมีโอกาสได้อยู่กับคนที่รัก ก็จงไขว่คว้าเอาไว้ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง”ผิงหลางกล่าว
“ถ้าข้าหายตาบอดเมื่อไหร่ข้าจะทำตามที่เจ้าบอกก็แล้วกัน” เหวยเหนียงเองก็อยากอยู่กับคนที่นางรัก
ผิงหลางก็เลยออกไปซื้ออาหารข้างนอกเพราะนางไม่ถนัดทำอาหารทานเองส่วนเหวยเหนียงก็เลยนั่งที่โต๊ะเพื่อทบทวนอดีตที่ผ่านมาพอนางนึกไปถึงตอนที่นางอยู่กับซูเยี่ยน แม้เขาจะแสดงตัวเป็นเด็กวัย 10 ขวบแต่นางก็รู้สึกมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขา นางคิดในใจว่า “ยกโทษให้ข้าด้วยนะซูเยี่ยนข้ารักเจ้ามาก แต่ข้าไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ ข้าไม่อยากกลายเป็นภาระของท่านป้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้านะ”
******************************
เช้าวันถัดมา ผิงหลางออกไปพบท่านหยางสือที่ฐานลับเพื่อไปถามหาเบาะแสขององค์ชายหกทิ้งให้เหวยเหนียงนั่งอยู่ในกระท่อมโดยลำพัง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม อยู่ดีๆก็มีชายสวมชุดดำเดินเข้ามาในกระท่อม
“เจ้าเป็นใครน่ะ” เหวยเหนียงได้ยินเสียงฝีเท้า
“ข้าเอง”
“เสียงชายนิรนามนี่” เหวยเหนียงจำได้
“ข้าได้กระซิบบอกลำดับของกระบอกไม้ไผ่ที่ไม่มีพิษให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือทำไมเจ้ายังเลือกกระบอกที่มีพิษอีกล่ะ” ชายนิรนามสงสัย
“หากข้าเลือกกระบอกที่ไม่มีพิษข้าก็จะช่วยชีวิตซูเยี่ยนไม่ได้น่ะสิ” เหวยเหนียงกล่าว
“ที่แท้เจ้าก็รักซูเยี่ยนมากนี่เองถึงยอมเสียสละถึงเพียงนี้” ชายนิรนามเข้าใจ
“ถึงไม่รักข้าก็ต้องช่วยชีวิตเขาอยู่ดี ก็ในเมื่อเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ถูกคนชั่วปรักปรำ”เหวยเหนียงต้องการผดุงความเป็นธรรม
“ข้าจะให้เจ้าพบกับคนๆ นึง”ชายนิรนามกล่าว
“ใครอย่างนั้นหรือ” เหวยเหนียงสงสัย
“หมอเทวดา” ชายนิรนามกล่าวสั้นๆ
“พระองค์คือองค์ชายหกหรือเพคะเพราะมีองค์ชายหกผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถติดต่อหมอเทวดาได้” เหวยเหนียงแน่ใจว่าชายตรงหน้าคือองค์ชายหก
“ใช่! เราเอง”จากนั้นองค์ชายหกก็ทรงเป่าขลุ่ยเรียกหมอเทวดาให้มาพบเหวยเหนียงที่กระท่อม
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” หมอเทวดาถวายความเคารพต่อชายสูงศักดิ์
“เจ้าจงตรวจดวงตาให้นางเถิด”องค์ชายหกตรัสสั่ง
หมอเทวดาจึงตรวจตาให้หญิงสาวและกล่าวว่า “เป็นไปตามแผนการพะย่ะค่ะนางได้รับพิษปลอมของกระหม่อมเข้าไป จึงมีผลทำให้นางตาบอดเป็นเวลาสิบวันหลังจากนั้นนางจะหายเป็นปกติเองพะย่ะค่ะ”
“เป็นความจริงหรือท่านหมอ ข้าไม่ได้ตาบอดถาวรจริงๆงั้นหรือ” เหวยเหนียงกล่าวอย่างดีใจ
“ต้องเป็นความจริงสิในเมื่อเราเป็นผู้สลับขวดยาเอง” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์ทรงทำได้อย่างไรเพคะขวดยาพิษนั้นอยู่ติดตัวฮองเฮาตลอดเวลา” เหวยเหนียงสงสัย
“เราแฝงปลอมตัวไปอยู่ในวังน่ะแต่เราบอกไม่ได้ว่าเราปลอมเป็นใคร” องค์ชายหกทรงเผย
“ไม่เป็นไรเพคะ ขอบพระทัยเพคะ”เหวยเหนียงเข้าใจ
“อดทนหน่อยนะเหวยเหนียง อีก8 วันเจ้าก็จะหายเป็นปกติแล้ว” องค์ชายหกตรัส
“เพคะ” เหวยเหนียงคิดว่าก็ยังดีกว่าที่นางต้องตาบอดไปตลอดชีวิต
“งั้นกระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ”หมอเทวดากระโดดหนีหายไปทันที
"เจ้าห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดแม้แต่ผิงหลาง” องค์ชายหกทรงกำชับ
“ทำไมล่ะเพคะ ผิงหลางเป็นคนรักของพระองค์ไม่ใช่หรือ”เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“เรามีเหตุผลส่วนตัวหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” องค์ชายหกตรัส
“ก็ได้เพคะ” เหวยเหนียงยอมรับปาก
“เอ่อ เรามีข่าวร้ายจะบอกเจ้า”องค์ชายหกตรัส
“เรื่องอะไรงั้นหรือเพคะ”เหวยเหนียงอยากรู้
“เมื่อวานตอนเย็นซูเยี่ยนได้เข้าเฝ้าฮองเฮา เพื่อขอให้พระนางยอมมอบยาแก้พิษให้เจ้าในเมื่อพิษชนิดนี้ไม่มียาแก้พระนางก็เลยทรงกล่าวเท็จบอกซูเยี่ยนว่ายาแก้พิษอยู่ที่เขาหิมะน่ะสิ” องค์ชายหกตรัสเล่า
“ต้นพิษมืดมิดปลูกในสถานที่เย็นจัดเพคะฮองเฮาทรงต้องหลอกให้ซูเยี่ยนไปเก็บต้นพิษชนิดนี้เป็นแน่ หากเขาสัมผัสต้นชนิดนี้เขาก็ต้องตาบอดไปตลอดชีวิต ไม่ได้การแล้ว หม่อมฉันต้องไปช่วยเขาเพคะ” เหวยเหนียงกล่าวอย่างร้อนใจ
“เจ้าอยู่ในสภาพตาบอดไปแล้วเจ้าจะไปช่วยเขาได้อย่างไรกัน” องค์ชายหกตรัสเตือน
“ได้โปรดเถิดเพคะพระองค์ทรงไปช่วยชีวิตซูเยี่ยนจะได้หรือไม่” เหวยเหนียงขอร้อง
“ขอโทษด้วยนะเหวยเหนียงเราแฝงตัวไปอยู่ในวัง เวลานี้เราต้องรีบกลับวังแล้วไม่เช่นนั้นฮองเฮาทรงอาจสงสัยเราได้” องค์ชายหกทรงต้องรีบกลับวังทันที
“พระองค์ทรงปลอมตัวเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดองค์ฮองเฮางั้นหรือเพคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ถูกแล้วเจ้าจงไปขอให้คนอื่นช่วยเจ้าเถิด เราไปล่ะ” องค์ชายหกเสด็จจากไปทันที
องค์ชายหกที่สวมชุดดำอำพรางตนเสด็จออกมาจากกระท่อมของเหวยเหนียงทำให้พระองค์ทรงเผชิญหน้ากับผิงหลาง
“เจ้าเป็นใครหรือว่าจะมาทำร้ายเหวยเหนียง” ผิงหลางรีบจับกระบี่ไว้มั่นพร้อมที่จะต่อสู้
“ข้าเป็นพวกเดียวกับท่านหยางสือข้าแค่จะมาขอคำชี้แนะจากหมอดูเหวยเหนียง แต่นึกไม่ถึงว่านางจะตาบอด” องค์ชายหกตรัสอ้าง
“ทำไมท่านถึงมีกลิ่นขององค์ชายหกหรือว่า พระองค์คือองค์ชายหกใช่มั้ยเพคะ” ผิงหลางจำได้
องค์ชายหกทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์และตรัสว่า “เป็นเพราะเจ้ารักและคิดถึงองค์ชายหกมากก็เลยคิดว่าคนสวมชุดดำเป็นพระองค์ไปหมดน่ะสิ”
“ไม่จริง! ข้าได้กลิ่นของพระองค์จริงๆต่างหาก” ผิงหลางเริ่มลังเล
“เจ้าเองก็รู้ว่าผู้ชายมีกลิ่นตัวคล้ายกันได้ ข้าต้องรีบกลับแล้ว ลาก่อนแม่นาง” องค์ชายหกทรงรีบกระโดดหนีหายไปทันที
“เดี๋ยวสิท่าน! หากท่านไม่ใช่องค์ชายหกจริงๆ ก็เปิดหน้าให้ข้าดูหน่อยสิ เดี๋ยว” ผิงหลางพยายามตะโกนรั้ง แต่เขาก็ไปซะแล้ว
“ผิงหลาง! ผิงหลาง!เจ้าอยู่แถวนี้หรือเปล่าผิงหลาง” เหวยเหนียงตะโกนเรียกสหาย
“ข้าอยู่นี่” ผิงหลางจำต้องรีบไปหาเหวยเหนียงในกระท่อมนางจึงไม่มีโอกาสติดตามชายปริศนาไป
******************************
เมื่อผิงหลางเดินเข้าไปในกระท่อมนางก็เห็นเหวยเหนียงล้มไปกองกับพื้นและอยู่ในสภาพคลำหาอะไรบางอย่าง
“เจ้าหาอะไรงั้นหรือเหวยเหนียง”ผิงหลางสงสัย
“ข้าอยากไปที่เขาหิมะเจ้าพาข้าไปจะได้มั้ย” เหวยเหนียงรีบพูดทันที
“ไปทำไม ที่นั่นอันตรายมากเลยนะ”ผิงหลางไม่เข้าใจ
“เพื่อช่วยรักษาดวงตาของข้าแล้วซูเยี่ยนยอมไปเข้าเฝ้าองค์ฮองเฮาเพื่อขอยาแก้พระนางก็เลยใช้เล่ห์อุบายหลอกให้ซูเยี่ยนไปที่เขาหิมะเพื่อไปเก็บพืชที่เขาเข้าใจว่าเป็นยาแก้พิษแต่ความจริงพืชชนิดนี้ก็คือพืชพิษมืดมิดที่ข้าได้รับอยู่หากซูเยี่ยนไปสัมผัสพิษเข้า เขาอาจตาบอดเช่นเดียวกันกับข้าก็เป็นได้” เหวยเหนียงอธิบาย
“ไม่ได้การแล้ว! ข้าจะรีบไปบอกท่านหยางสือให้พาพรรคพวกไปห้ามท่านซูเยี่ยนไว้” ผิงหลางกล่าว
“ให้ข้าไปด้วยเถิดนะหากข้านั่งเฉยๆ ข้าต้องอกแตกตายเป็นแน่” เหวยเหนียงขอร้อง
“แต่ว่า เจ้า เอ่อ มองไม่เห็น”ผิงหลางกลัวว่าเพื่อนจะเกิดอันตรายได้
“เห็นใจข้าเถอะนะ” เหวยเหนียงยังคงขอร้อง
“ก็ได้! ขอข้าไปแจ้งข่าวให้ท่านหยางสือทราบก่อนเขาจะได้ส่งคนไปช่วยกันออกตามหาซูเยี่ยนที่เขาหิมะก่อนแล้วข้าจะมารับตัวเจ้าเดินทางไปที่เขาหิมะด้วยกัน” ผิงหลางกล่าวแผน
“ขอบใจมากผิงหลาง” เหวยเหนียงคิดในใจว่า “เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะซูเยี่ยน”