ซูหยุนตอบสวนทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด "ข้าเอาศาสตราวุธขอรับ!"
เื่นี้เขาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว ผลึกิญญาที่ได้จากผู้าุโลู่บวกกับของเดิมที่มี ก็มากพอให้ใช้ไปได้อีกนาน ความกระหายเงินจึงลดลงไปบ้าง อีกอย่างเขามี โม่หิน คอยช่วยขัดเกลา สิ่งสกปรกในผลึกิญญาจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ยาโอสถเพื่อช่วยฝึกฝนจึงไม่จำเป็เท่าไหร่
สิ่งที่เขาขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ คืออาวุธดีๆ สักชิ้นที่จะใช้พลิกสถานการณ์ในการต่อสู้ได้ต่างหาก
เขารู้ดีว่า ปกติศิษย์ในสำนักประลองกันก็แค่พอหอมปากหอมคอ ไม่ค่อยงัดศาสตราวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงออกมาใช้กันหรอก
แต่การไปลุย แดนลับหลิงเสวียน ครั้งนี้มันต่างกัน ศิษย์ทั้งห้าสำนักเหม็นขี้หน้ากันมาแต่ไหนแต่ไร แถมเบื้องบนยังดูเหมือนจะจงใจปล่อยผี ให้พวกเขาทะเลาะกันได้เต็มที่ ความแค้นที่สะสมมานับหมื่นปีระหว่างห้าสำนัก พอมาเจอกันในนั้น รับรองว่าใส่กันยับ ไม่มีคำว่าออมมือแน่นอน ถ้าไม่กะเอาให้ตาย ก็คงไม่เลิกรา
ซูหยุนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเบะปากบ่นอุบ "ข้าไม่เอาพวกกระบี่โหลๆ ที่แจกฟรีในสำนักนะขอรับ มันเปราะบางยิ่งกว่าเต้าหู้ ฟันลมสองทีก็หักคามือแล้ว!"
ผู้าุโเฉียนได้ฟังถึงกับพูดไม่ออก ฟันลมสองทีหัก? เ้าไปฟันท่าไหนของเ้า?
กระบี่มาตรฐานพวกนั้น ยอดเขาศาสตรา ตั้งใจหลอมขึ้นเพื่อศิษย์ระดับล่างโดยเฉพาะ แม้อานุภาพจะไม่มาก แต่ความทนทานนั้นหายห่วง
ต่อให้ศิษย์ ขั้นขัดเกลาิญญา ออกแรงเต็มที่ ก็ยากจะทำให้มันบิ่นได้ แต่นี่... ใครจะไปนึกว่าจะมีตัวประหลาดอย่างเ้าโผล่มา พลังปราณบริสุทธิ์เข้มข้นจนแม้แต่ข้ายังแอบอิจฉา กระบี่ธรรมดาพวกนั้นคงรองรับพลังเ้าไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ผู้าุโเฉียนจึงกล่าวว่า "พลังปราณของเ้าค่อนข้างพิเศษจริงๆ เอาอย่างนี้ เ้าไปที่ ยอดเขาศาสตรา ไปหา ผู้าุโเฟิง ให้เขาดูว่ามีของชิ้นไหนเหมาะกับเ้าบ้าง"
เขาคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเตือนเป็นัยๆ "เ้าหนู ผู้าุโเฟิงแกนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ฝีมือการหลอมศาสตรานั้น... ทั่วทั้งห้าสำนัก หาตัวจับยาก เ้าจงคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีล่ะ"
ซูหยุนตาลุกวาว หาตัวจับยากงั้นรึ? แบบนี้ต้องรีบไปเกาะแข้งเกาะขาซะแล้ว...
เห็นซูหยุนรีบร้อนขอตัวลา ผู้าุโเฉียนก็ลอบแสยะยิ้ม ไอ้แก่เฟิง วันๆ เอาแต่ทำหน้าบูดด่าชาวบ้าน คราวนี้เจอไอ้เด็กเปรตนี่เข้าไป ต้องรีดเืเ้าออกมาให้ได้สักหยดสองหยดล่ะวะ!
......
ณ ยอดเขาศาสตรา
ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตยอดเขา ซูหยุนก็ััได้ถึงคลื่นความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน เขาเพิ่งเคยมาที่นี่เป็ครั้งแรก จึงกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พืชพรรณบนเขานี้ล้วนมีสีแดงเข้ม ใบมีรูปร่างเรียวยาวแปลกตา ดูแข็งแกร่งทนทาน คล้ายกับต้นสนในโลกเก่าของเขาอยู่บ้าง
หลังจากชินตากับสีเขียวชอุ่มของยอดเขาอื่น พอมาเจอทิวทัศน์แปลกตาแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ ผู้ฝึกตนวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เหาะลงมาจอดตรงหน้าซูหยุน เอ่ยถาม "ใช่ศิษย์น้องซูหยุนหรือไม่?"
ซูหยุนเห็นอีกฝ่ายเหาะเหินเดินอากาศได้ แสดงว่าต้องอยู่ ขั้นเชื่อมจิต เป็อย่างต่ำ จึงรีบประสานมือคารวะ "ถูกต้องขอรับ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่คือ..."
ชายวัยกลางคนยิ้มตอบ "ข้าเป็ผู้ดูแลยอดเขาศาสตรา แซ่เฉิน ผู้าุโเฟิงทราบว่าศิษย์น้องจะมาวันนี้ เลยให้ข้ามานำทาง"
ซูหยุนรีบขอบคุณ "รบกวนศิษย์พี่เฉินแล้ว"
ศิษย์พี่เฉินพยักหน้า แล้วเดินนำซูหยุนขึ้นไปยังยอดเขา
ยิ่งเดินสูงขึ้นไป ความร้อนก็ยิ่งทวีความรุนแรง ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มบางตา แต่ต้นที่ยังยืนต้นอยู่ได้ล้วนเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้ม ดูลึกลับน่าค้นหา ซูหยุนอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปจับใบไม้รูปเข็มบนต้นไม้สีม่วงแดงต้นหนึ่ง
ััแรกคือความร้อนระอุและความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ไร้ซึ่งความอ่อนนุ่มของใบไม้ทั่วไป เขาออกแรงบีบเบาๆ แต่ใบไม้นั้นกลับงอเพียงเล็กน้อย ไม่มีท่าทีว่าจะหัก
แววตาซูหยุนฉายแววประหลาดใจ เขาจึงลองออกแรงหักมันดู แต่ใบไม้นั้นกลับโค้งงอเป็รูปทรงพิสดารโดยไม่ยอมขาดจากกัน
เหนียวดีนักนะ!
ซูหยุนส่งถ่ายพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในใบไม้
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ใบไม้แข็งแกร่งทนทานนั้นไม่อาจต้านทานพลังของเขาได้ แตกหักออกเป็หลายท่อนร่วงกราวลงพื้น
ศิษย์พี่เฉินที่ลอบมองอยู่ถึงกับคิ้วกระตุก
ใบไม้เข็มพวกนั้นดูธรรมดา แต่ผ่านการหลอมด้วยไฟใต้พิภพมานับร้อยปี แข็งแกร่งทนทานยิ่งนัก ปกติศิษย์ขั้นผลัดเปลี่ยนกายาต้องออกแรงสุดตัวถึงจะหักมันได้ แต่ซูหยุนแค่บิดเล่นๆ ก็หักเป็ชิ้นๆ... ข่าวลือที่ว่าเด็กนี่มากฝีมือ สงสัยจะยังน้อยไปเสียแล้ว...
เมื่อเห็นสายตาสงสัยของซูหยุน เขาจึงอธิบาย "ต้นนี้ชื่อ ไม้ชิงหลิง เนื้อไม้แข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูง ชอบความร้อน เป็วัสดุชั้นดีในการหลอมศาสตรา กระบี่ที่ศิษย์ระดับล่างใช้กัน ก็ทำมาจากกิ่งก้านของไม้นีนี่แหละ ผสมกับแร่โลหะิญญาอีกนิดหน่อย"
ซูหยุนฟังจบก็หมดความสนใจทันที มิน่าล่ะ กระบี่พวกนั้นถึงได้เปราะบาง ที่แท้ก็ใช้วัตถุดิบเกรดนี้นี่เอง!
เขามองไปรอบๆ แล้วถามด้วยความสงสัย "ศิษย์พี่ ยอดเขานี้ดูเงียบเหงาพิกล ไม่ค่อยมีคนเลยนะขอรับ"
ตลอดทางที่เดินมา เขาเห็นศิษย์เดินผ่านไปมาแค่สองสามคน ทำให้บรรยากาศดูวังเวงชอบกล
ศิษย์พี่เฉินส่ายหน้า ถามกลับ "ศิษย์น้องรู้ไหมว่าทำไมที่นี่ถึงร้อนระอุขนาดนี้?"
ซูหยุนเดา "ข้างใต้มี ชีพจรไฟ หรือขอรับ?"
เดาได้ไม่ยาก สถานที่ที่มีลักษณะพิเศษแบบนี้ ธรรมชาติไม่ได้สร้างขึ้นมามั่วๆ แน่
ศิษย์พี่เฉินพยักหน้า "ถูกต้อง ใต้เท้านี้มีชีพจรไฟธรรมชาติ เหมาะแก่การหลอมศาสตราอย่างยิ่ง ต่อมาท่านเ้าสำนักรุ่นก่อนใช้อิทธิฤทธิ์ย้ายมันมารวมกันที่จุดเดียวและลงอักขระกำกับไว้ ทำให้ที่นี่มีพลังไฟอัดแน่น ยิ่งสูงยิ่งร้อน ผู้ฝึกตนหากอาศัยอยู่นานๆ พลังไฟจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ต้องเสียเวลาขับออก ดังนั้นนอกจากพวกบ้าการหลอมอาวุธแล้ว คนอื่นก็ไม่ค่อยอยากมาที่นี่หรอก"
ซูหยุนพยักหน้าเข้าใจ หากไม่ได้มีกายธาตุไฟ หรือมีตบะสูงส่ง การโดนไฟแทรกซึมนานๆ ก็เป็เื่น่ารำคาญจริงๆ
เขาอดทึ่งไม่ได้ "ท่านเ้าสำนักรุ่นก่อนช่างเก่งกาจนัก สามารถย้ายชีพจรปฐีได้ดั่งใจนึก อยากเห็นสง่าราศีของท่านสักครั้งจริงๆ"
ศิษย์พี่เฉินหัวเราะ "เื่นั้นคงยากหน่อย ศิษย์น้อง... ได้ยินมาว่าท่านเ้าสำนักรุ่นก่อนเป็ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ บรรลุถึงขั้นสูงสุดและ จุติขึ้นสู่แดนเบื้องบน ไปนานแล้ว"
ซูหยุนชะงัก ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์? งั้นก็เป็ศิษย์พี่ของผู้าุโลู่น่ะสิ? จุติขึ้นสู่แดนเบื้องบน? แดนเบื้องบนคือที่ไหน? เกี่ยวอะไรกับ 'มหาพิภพ' ที่ชายชุดแดงพูดถึงหรือเปล่า?
เขาถามข้อสงสัยออกไป แต่ศิษย์พี่เฉินได้แต่ยิ้มแห้ง "ไอ้ 'มหาพิภพ' อะไรนั่น ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ที่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ก็จำขี้ปากผู้าุโเฟิงมาอีกที รายละเอียดลึกๆ ข้าไม่รู้หรอก ศิษย์น้องสงสัยอะไร ไว้ไปถามผู้าุโเฟิงเอาเองเถอะ"
"แต่ว่า..." เขาทำหน้าลำบากใจ "ผู้าุโเฟิงแกเป็คน... ตรงไปตรงมาและใจร้อนมาก ศิษย์น้องต้องระวังคำพูดคำจาหน่อย อย่าไปทำให้แกโกรธเข้าล่ะ"
ซูหยุนพยักหน้าหงึกหงัก ผู้าุโเฉียนก็เตือนมาแล้วรอบนึง ดูท่าตาแก่นี่จะของจริง ต้องระวังตัวแจ ไม่งั้นอดได้ของดีแน่
คุยกันเพลินๆ ก็มาถึงยอดเขา มองไปรอบๆ นอกจากต้นไม้รูปร่างประหลาดสีขาวซีดไม่กี่ต้น ก็ไม่มีอะไรเลย อุณหภูมิที่นี่สูงปรี๊ดจนซูหยุนเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบ
ศิษย์พี่เฉินชี้ไปที่กระท่อมมุงจากหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว "นั่นที่พักของผู้าุโเฟิง เ้าเข้าไปเองเถอะ ข้ามีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อน"
พูดจบก็ประสานมือลา แล้วหันหลังเดินจากไปทันที ไม่รอให้ซูหยุนได้รั้งไว้
ซูหยุนมองแผ่นหลังที่รีบจ้ำอ้าวของศิษย์พี่เฉินแล้วลูบคาง ผู้าุโเฟิงน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?
เขาเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นอีกหลายส่วน เดินไปที่กระท่อมหลังน้อย สภาพดูคับแคบเหมือนอยู่ได้แค่คนเดียว แต่แปลกที่ท่ามกลางความร้อนระอุขนาดนี้ กระท่อมฟางกลับตั้งตระหง่านอยู่ได้โดยไม่ไหม้เกรียม แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ธรรมดา
เขาสูดหายใจเข้าลึก โค้งคำนับหน้าประตู "ศิษย์ซูหยุน ขอเข้าพบผู้าุโเฟิงขอรับ"
เสียงตวาดด้วยความรำคาญดังลอดออกมาจากข้างใน
"มัวโอ้เอ้อะไรอยู่! รีบไสหัวเข้ามา!"
ซูหยุนสะดุ้งโหยง เข้าใจแล้วว่าทำไมศิษย์พี่เฉินถึงรีบชิ่ง...
เขาผลักประตูไม้บานเล็ก ก้าวเท้าเข้าไป
วิ้ง!
แสงสว่างวาบขึ้น ซูหยุนพบว่าตัวเองมายืนอยู่ในถ้ำหินกว้างขวางโอ่อ่า ไม่ใช่กระท่อมแคบๆ อย่างที่เห็นภายนอก
ขณะที่กำลังทึ่งกับวิชาขยายมิติ เขาก็เห็นชายชรานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงหิน ใช้หางตามองเขาโดยไม่พูดไม่จา
สัญชาตญาณบอกว่า 'อันตราย' ซูหยุนรีบโค้งคำนับอีกรอบ "คารวะผู้าุโเฟิง"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้าุโเฟิงถึงส่งเสียง อืม ในลำคอ แล้วชี้ไปที่โต๊ะหินกลางห้อง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
"เลือกของบนโต๊ะไปหนึ่งชิ้น แล้วรีบไสหัวไปซะ!"
ซูหยุนหันไปมอง บนโต๊ะหินมีศาสตราวุธวางอยู่สี่ชิ้น... กระบี่ยาว, หอกสั้น, กระจกบานเล็ก, และธงผืนน้อย
เขาเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ พบว่ากระบี่และหอกเน้นการโจมตี ส่วนกระจกและธงเน้นการป้องกัน ดูจากรูปลักษณ์แล้ว เกรดดีกว่ากระบี่โหลๆ ที่แจกในสำนักขึ้นมาขั้นหนึ่ง
แต่... ในใจซูหยุนกลับไม่พอใจอย่างแรง
ข้าเหนื่อยยากเพื่อสำนักแทบตาย ได้รางวัลแค่นี้เนี่ยนะ!?
เห็นซูหยุนหยิบๆ วางๆ เลือกไม่ได้สักที ผู้าุโเฟิงเริ่มหงุดหงิด "เป็อะไร? ตาลายเลือกไม่ถูกรึไง? เ้าหนู อย่าโลภมาก! ให้แค่ชิ้นเดียว!"
ซูหยุนกัดฟันกรอดในใจ ชิ้นเดียว? นี่เห็นข้าเป็ขอทานรึไง? เอาขยะพวกนี้มาวางล่อตาล่อใจเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!
สำหรับศิษย์ทั่วไป ของพวกนี้ถือเป็สมบัติล้ำค่า แต่ซูหยุนทำการบ้านมาดี แถมโดนผู้าุโเฉียนเป่าหูมาว่าที่นี่มีแต่ของเทพๆ มาเจอของระดับนี้ ย่อมผิดหวังเป็ธรรมดา
สมองอันชาญฉลาดของเขาหมุนติ้ว พริบตาเดียวก็คิดแผนการออก เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"ผู้าุโเฟิง... ศิษย์ไม่แน่ใจว่าของพวกนี้จะเข้ากับศิษย์ได้ดีไหม... ขอศิษย์ลองทดสอบดูหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?"
ผู้าุโเฟิงแค่นเสียง "เื่มาก!"
แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามซูหยุนแต่อย่างใด...