บรรดาคุณหนูที่ระรานจินเยว่รวมตัวกันเป็กลุ่มใหญ่ขึ้น แล้วเดินตามเข้าไปในร้าน เมื่อเห็นจินเยว่กำลังเลือกเครื่องประดับอยู่ พวกนางก็เริ่มพูดจาถากถางจินเยว่
“พวกเ้า ดูสิ คุณหนูตกอับ มาเลือกเครื่องประดับราคาสูง ไม่รู้นางจะมีปัญญาจ่ายหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“หลงจู๊ เหตุใดท่านไม่ไล่นางออกไป ร้านของท่านมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรืออย่างไร”
และอีกหลายต่อหลายคำที่คุณหนูกลุ่มนี้พยายามจะทำให้จินเยว่ ไม่ได้รับการต้อนรับ
แต่ดูแล้ว ไม่ว่าจะเป็ร้านเครื่องประดับ ร้านผ้า ร้านเครื่องประทินผิว หรือร้านไหน ล้วนต้อนรับคุณหนูทุกคนเท่าเทียมกัน
เมื่อเห็นว่าพวกตนไม่สามารถบอกให้หลงจู๊ของร้านไล่จินเยว่ออกไปได้ บรรดาคุณหนูจึงเดินออกไปจากร้านเองด้วยความโมโห
“พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาดูกันใหม่เถอะ ข้าเสียหน้าหมด ต่อหน้าคนในร้าน หลงจู๊ยังไม่ไว้หน้าข้าเลย”
“ก็เ้าให้เขาไล่ลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อสินค้า เขาเป็หลงจู๊อย่างไรเขาก็เลือกที่จะเอาเงินก่อนก็ถูกต้องแล้ว”
บรรดาคุณหนูกลุ่มใหญ่ก็สลายตัว ต่างแยกย้ายกันกลับจวนของตนเอง
ตอนนี้ถึงเวลาปิดร้านเพราะใกล้ค่ำเต็มที ลูกค้าที่เลือกซื้อเครื่องประดับ เริ่มทยอยออกไปจากร้านจนหมด
“คุณหนูเหตุใดไม่บอกพวกนางไปว่าร้านนี้ และร้านใหญ่เกือบทุกร้านในเมืองหลวงเป็ของคุณหนูล่ะขอรับ”
หลงจู๊แม้ไม่ได้นับถืออะไรคุณหนูผู้ไร้ค่าคนนี้ แต่นางก็เป็เ้านาย เป็เ้าของร้าน เมื่อมีคนมาทำร้ายก็ไม่ควรต้องยอม
“ช่างเถอะ ข้าไม่ได้เป็อะไร แล้วสิ่งที่ข้ามอบหมายให้หลงจู๊ไปทำเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว อีกเจ็ดวันทุกคนจะมารวมตัวกันที่หลังร้านขอรับ”
เมื่อได้คำตอบที่้าจินเยว่ก็เดินทางกลับ ด้วยรถม้าตระกูลหวังที่มาส่งและรอรับกลับ
เมื่อจินเยว่และสาวใช้ทั้งสอง เข้าเรือนของตนเองไปแล้ว หวังอันก็เรียกคนขับรถม้าให้มาพบนางทันที
“ชินหรงเ้าไปตามคนขับรถม้า ที่รับส่งจินเยว่ให้มาหาข้าเดี๋ยวนี้”
“คุณหนูใหญ่” คนขับรถม้าทำความเคารพหวังอันแล้วยืนรออย่างสงบเสงี่ยม
“ไม่ต้องมากพิธี เ้าบอกข้ามาว่าเ้าพาคุณหนูจินไปที่ไหนบ้าง”
เมื่อคนขับรถม้าบอกสถานที่ที่จินเยว่ไป หวังอันจึงปล่อยให้คนขับรถม้ากลับไปพักผ่อน
“คุณหนูจะทำสิ่งใดเ้าคะ” ชินหรงถามด้วยความสงสัย เพราะสีหน้าท่าทางของหวังอันไม่น่าไว้ใจ
“เดี๋ยวเ้าก็รู้” เป็ครั้งแรกที่หวังอันลงมือแล้วไม่ได้ปรึกษาชินหรงก่อน
>>>
“คุณหนูเ้าคะ วันนี้วันหยุดคุณหนูไม่พักบ้างเ้าคะ” จือฮวาเห็นจินเยว่เอาโฉนดออกมาเรียงไว้จนเต็มโต๊ะ
“ข้าเพิ่งเจอโฉนดร้านค้าของท่านแม่ ข้าต้องดูแลต่อ เดี๋ยวดูอีกหน่อยก็พักแล้ว”
เจียอีเห็นว่าจินเยว่่นี้คุณหนูของนางทำงานหนัก นางจึงหวังดี เดินไปที่ห้องครัว
เพราะอยากได้ขนมและน้ำหวานมาให้จินเยว่ได้กินเป็ของว่าง
“อะไรกัน แค่สำรับเช้าเที่ยงเย็นไม่พออีกหรือ ้าอาหารว่าง เชอะ… ไปบอกคุณหนูของเ้าเลยว่าข้าไม่ให้ ยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน อยู่สบายค่าใช้จ่ายอะไรก็ไม่ต้องออก ยังกล้าดีมาขอขนมอีก กลับไปเลย…”
หลังจากเจียอีหายไปไม่นานนัก และกลับมาพร้อมกับสีหน้าซีดเซียว
“เ้าเป็อะไรไป เมื่อครู่เ้าไปไหนมา บอกข้า” จินเยว่ใช้พลังกดให้เจียอียอมเปิดปาก
“ข้ายอมแล้วเ้าค่ะคุณหนู ข้าบอกแล้ว” หลังจากเจียอีเล่าให้จินเยว่ฟัง เื่หัวหน้าแม่ครัวด่าฝากมา
จือฮวาถลกแขนเสื้อ พร้อมมากที่จะไปเอาเื่ที่ครัว จินเยว่จึงเอ่ยปากห้าม ให้ทั้งสองอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร
ทำให้สาวใช้ทั้งสองฮึดฮัดไม่พอใจ ต่างพากันค้อนจินเยว่ปะหลับปะเหลือก
“เอาเถอะ ข้ารู้ว่าพวกเ้าหวังดี ที่หัวหน้าแม่ครัวพูดมาก็ถูก ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่ข้าก็ไม่เคยช่วยเื่ค่าใช้จ่ายเลย”
เมื่อคุณหนูบอกให้เงียบ สาวใช้ทั้งสองก็เงียบ แต่ภายในใจเดือดพล่าน
จินเยว่เก็บโฉนดบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปในห้อง โดยเก็บทั้งหมดไว้ในมิติ
หลายวันแล้วที่นางเข้ามิติแล้วเจอกับกล่องไม้ที่เก็บโฉนดจำนวนมากถึงสามกล่อง ในห้องเก็บทรัพย์สิน
จากที่จินเยว่เอามาดูคร่าว ๆ ทำให้นางรู้ว่าท่านแม่ของนางเป็ผู้หญิงที่มีเื้ัไม่ธรรมดา
ร้านขนาดใหญ่ในเมืองหลวง เกือบทั้งหมดเป็ของท่านแม่ ร้านค้าที่มีการค้าขายหลายประเภท ล้วนเป็ชื่อของเนี่ยฟางแม่ของจินเยว่
ซึ่งเมื่อนางเข้าไปตรวจดูไม่กี่ร้าน ก็รู้แล้วว่าผลกำไรแต่ละร้านไม่น้อยเลยในแต่ละเดือน
โชคดีที่หลงจู๊ของร้านล้วนเป็คนซื่อสัตย์ แม้ไม่ให้ความเคารพนางเลยก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังพูดกับนางอย่างนอบน้อม
จนจินเยว่ให้หลงจู๊ของร้านเครื่องประดับที่มีพื้นที่ด้านหลังร้านใหญ่ที่สุด
เป็คนทำหน้าที่นัดหมายให้คนงานทั้งหมดทุกร้านในเมืองหลวงที่มีนางเป็เ้าของ มานัดรวมตัวกัน
ส่วนร้านที่อยู่ตามเมืองอื่นนางจะต้องหาเวลาไปจัดการเช่นกัน
>>>
“คุณหนูจินมาพบฮูหยินหรือเ้าคะ เดี๋ยวข้าเข้าไปแจ้งฮูหยินก่อนเ้าค่ะ”
หากเป็คนอื่น สาวใช้จะพาเข้าไปเลย แต่สำหรับคุณหนูจินไม่สำคัญขนาดนั้น นางจึงต้องรอก่อน
“มา ๆ มานั่งนี่เลย วันนี้เ้ามีเื่อะไรถึงมาหาข้าได้”
กู้ชิงในตอนนี้กำลังเอาเครื่องประดับ ออกมาทำความสะอาดโดยมีสาวใช้นั่งอยู่ล้อมรอบ
จินเยว่มองของมีค่าที่ฮูหยินมี เป็เครื่องประดับนับพันชิ้น หลังจากนั้นนางก็ไม่สนใจอีก
“ข้ารบกวนท่านป้าไม่นานเ้าค่ะ ข้ากำลังคิดว่าข้ามาอยู่ที่จวนนี้ก็หลายเดือนแล้ว ข้าอยากจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เป็ส่วนของข้าเ้าคะ ข้าเกรงใจแล้วรู้สึกไม่มีความสุข”
ตอนแรกที่กู้ชิงอยากจะค้าน แต่พอจินเยว่บอกว่านางอึดอัดที่ต้องมาอยู่มากินโดยไม่ช่วยจ่าย
ทำให้นางรู้สึกไม่มีความสุข กู้ชิงจึงได้ยอมให้จินเยว่จ่าย
“ท่านป้าหากข้าอยากจะทำอาหารที่เรือนของข้าเลยได้หรือไม่เ้าคะ เพราะข้าสะดวกเช่นนี้”
กู้ชิงเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง และนางเริ่มไม่พอใจ
“อาหารในครัวไม่ถูกปากเ้าหรือ” กู้ชิงคาดคั้นเพราะอยากรู้
แค่จินเยว่เอ่ยปากมาแบบนี้ นางก็รู้แล้วว่าจะต้องมีเื่อะไรสักอย่าง
“รสชาติอาหารไม่มีปัญหาเ้าค่ะ แต่หากสาวใช้ของข้าทำอาหารง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปรับสำรับที่ห้องครัวจะสะดวกมากกว่าเ้าค่ะ”
กู้ชิงไม่ใช่คนโง่ แต่นางก็ยอมที่จะให้จินเยว่ทำตามใจของนาง
“หากเ้า้าเช่นนั้นก็ตามใจเ้า” จินเยว่เอ่ยขอบคุณ พร้อมกับยิ้มเต็มหน้า ทำให้กู้ชิงมองหน้าจินเยว่ด้วยความเอ็นดู
แต่หลังจากได้สิ่งที่้าแล้วจินเยว่ก็ยังไม่ลุกออกไป กู้ชิงจึงยิ้มมุมปาก
“อ้าว…เ้ามีอะไรอีก ก็พูดมาให้หมดเถอะ” จินเยว่ได้แต่ยิ้มแแห้ง ๆ เมื่อกล้าขอไปแล้วสองเื่ ขออีกสักเื่เถอะ
“ข้าอยากได้จือฮวากับเจียอีเป็สาวใช้ส่วนตัวของข้าเ้าค่ะ”
“ตอนนี้สาวใช้ทั้งสอง ก็เป็คนของเ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเ้าค่ะ ข้าอยากซื้อตัวพวกนางทั้งสองเป็สาวใช้ของข้าเลย ข้าจะได้เป็จ่ายเงินเดือนให้พวกนางเอง ทางจวนจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้เ้าค่ะ”
เมื่อจินเยว่บอกว่าเกรงใจที่จวนตระกูลหวัง ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายให้สาวใช้ของนางด้วย นางจึงอยากซื้อตัวสาวใช้ขาดตัวไปเลย
กู้ชิงคิดสักครู่จึงตอบตกลง นางกำลังคิดว่าแค่สาวใช้สองคนไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย เหตุใดจวนหวังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายให้จินเยว่ด้วย
“ถ้าเ้าว่าอย่างนั้น ข้าก็ตกลง พ่อบ้านไปเอาสัญญาซื้อขายตัวของสาวใช้ทั้งสองมาให้ข้า”
ไม่นานนักพ่อบ้านกลับมาพร้อมสัญญาขายตัวของจือฮวาและเจียอีก
“ตอนที่เรารับตัวของจือฮวามา ทางจวนจ่ายไปห้าตำลึงทอง ส่วนเจียอีจ่ายไปเจ็ดตำลึงทอง”
จินเยว่หยิบเงินในแขนเสื้อออกมายี่สิบตำลึงทอง แม้มากว่าราคาค่าตัวของสาวใช้ทั้งสอง แต่จินเยว่บอกว่าเป็ค่าใช้จ่ายใน่ที่ผ่านมาด้วย
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงพยักหน้า พ่อบ้านจึงมอบสัญญาขายตัวของจือฮวาและเจียอีให้กับจินเยว่
และรับเงินยี่สิบตำลึงทอง เพื่อเอาเข้าในบัญชีรายรับของจวนต่อไป
หลังจากจินเยว่กลับมา นางรู้สึกมีความสุขมาก
“คุณหนูมีความสุขอะไรเ้าคะ เหตุใดจึงยิ้มตลอดเวลา” เจียอีเอ่ยถามที่เห็นจินเยว่เดินกลับเข้ามาในเรือนพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุข
ด้านกู้ชิง เมื่อนางอนุญาตจินเยว่ไปแล้ว แต่ไม่ใช่นางจะวางใจในเื่นี้เลย
“พ่อบ้านเรียกหัวหน้าแม่ครัว ให้มาพบข้าเดี๋ยวนี้” สักพักพ่อบ้านก็กลับเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าแม่ครัว
หัวหน้าแม่ครัวตัวสั่น นั่งคุกเข่าทันที เมื่อถูกพาตัวมาอยู่ตรงหน้าฮูหยินของจวน
“บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะ” กู้ชิงจึงถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“เ้าทำอะไรผิด เหตุใดต้องกลัวจนตัวสั่นด้วย” เมื่อถูกถาม หัวหน้าแม่ครัวจึงรีบลนลานตอบ
“นาง…คุณหนูจินมาฟ้องฮูหยินใช่หรือไม่เ้าคะว่าข้าไม่ให้ของว่างกับนาง”
“เหตุใดเ้าถึงไม่ให้นางล่ะ” เมื่อมีโอกาสแล้ว หัวหน้าแม่ครัวจึงระบายความในใจออกมา
“เจียอี สาวใช้ของคุณหนูจินบอกว่า้าขนมและน้ำหวาน แต่ข้าไม่ให้ เพราะเห็นว่านางอยู่สบายอะไรก็ไม่ต้องจ่าย ข้าหวังดีต่อจวนของเรานะเ้าคะ”
“เ้าก็เลยสั่งสอนนางไปหรือ” กู้ชิงถามเสียงเย็น
“ข้าแค่ไม่พอใจที่นางเรียกร้องมากเกินไปเ้าค่ะ”
“ต่อไปอย่าให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก” ครั้งนี้กู้ชิงคาดโทษไว้
เพราะถือว่าหัวหน้าแม่ครัวอยู่ดูแลจวนมานาน
ทางฝั่งจินเยว่พาสองสาวใช้เข้ามาในห้องนอนส่วนตัว
“พวกเ้ามีพลังขั้นไหนกันบ้าง” สรุปจือฮวาและเจียอี ทั้งสองเพียงแค่สีม่วงขั้นต้นเท่านั้น
“คุณหนูถามทำไมเ้าคะ” เจียอีไม่เข้าใจว่าเหตุใดจินเยว่ต้องถามเื่พลังของนาง
“ข้าเพียงอยากรู้ว่าเหตุใดพวกเ้ายังมีขั้นพลังอยู่ที่สีม่วงขั้นต้นกันอีก ทั้งที่พวกเ้าสามารถฝึกฝนเพื่อเพิ่มขั้นพลังได้”
“โธ่…คุณหนูเ้าคะ ถึงพวกข้าจะอยากเพิ่มขั้นพลัง แต่พวกข้าจะมีเวลาที่ไหนไปฝึกฝน ที่สำคัญการต่อสู้พวกข้าก็ไม่เป็และไม่รู้จะฝึกกับใคร”
“พวกเ้าเชื่อใจข้าหรือไม่” จินเยว่เอ่ยถามสาวใช้ทั้งสอง